Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 297 กลิ่นมูลหมูนั้นเหม็นยิ่งนัก

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 297 กลิ่นมูลหมูนั้นเหม็นยิ่งนัก
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 297 กลิ่นมูลหมูนั้นเหม็นยิ่งนัก

แม่นางเหลียนยืนรออยู่หน้าประตูเรือนอยู่นาน ในที่สุดหยุนลี่เต๋อก็เดินออกมาจากเรือนก่อนหันไปปิดประตู จากนั้นถอนหายใจยาวในขณะที่ไหล่ของเขาผ่อนคลายลง

“เกิดอะไรขึ้น? ท่านพ่อและท่านแม่ว่าอย่างไรบ้าง?” แม่นางเหลียนเอ่ยถามพร้อมเดินเข้าไปหาสามีสองก้าว

“ข้าบอกไปหมดแล้ว ภายในสองวันนี้เราจะวางแผนสร้างบ้านและแจ้งหวังหลี่เจิ้งเผื่อเขาจะหาคนมาช่วยเราได้” หยุนลี่เต๋อระบายรอยยิ้มผ่อนคลายท่ามกลางความมืดมิด

“ดี ดี!” แม่นางเหลียนตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ “รีบเข้าบ้านไปพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้เราค่อยมาหารือกันอีกครั้งว่าจะเลือกที่ดินผืนไหน”

หยุนลี่เต๋อพยักหน้า ระหว่างทางไปยังบ้านฝั่งตะวันตก จู่ ๆ เขาก็หยุดเดินและคว้าข้อมือของแม่นางเหลียนเอาไว้

แม่นางเหลียน “มีอะไรรึ?”

“ไม่มีอะไร” หยุนลี่เต๋อโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของแม่นางเหลียน “หลายปีมาแล้วที่เจ้าต้องทนทุกข์กับความไม่เป็นธรรม”

ดวงตาของแม่นางเหลียนพลันร้อนผ่าวคล้ายกับน้ำตากำลังจะไหลออกมา นางฝืนใจกะพริบตาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าไม่น้อยใจสักนิด พวกเราปล่อยเรื่องนี้ไปเถิด อย่านึกถึงมันอีกเลยดีหรือไม่?”

หยุนเชวี่ยที่แอบมองอยู่ตรงหน้าต่างหดศีรษะกลับเข้าไปในห้อง นางมองหน้าหยุนเยี่ยนและเสี่ยวอู่พร้อมเลิกคิ้ว “ในที่สุดท่านพ่อของเราก็ทำตัวสมกับเป็นผู้นำ และเราจะสร้างบ้านภายในสองวันนี้ เราจะได้ย้ายบ้านกันแล้ว!”

ทุกคนในครอบครัวต่างบอกกันเองว่าให้พักผ่อนแต่หัวค่ำและรวมหัวปรึกษาเรื่องบ้านในวันรุ่งขึ้น ทว่าเมื่อไฟในตะเกียงถูกดับลง พวกเขากลับตื่นเต้นจนนอนไม่หลับจึงลงความเห็นกันใหม่ว่าให้วางแผนตั้งแต่คืนนี้

“หลังเรือนของพี่ใหญ่อู๋มีที่ดินที่เป็นพื้นที่โล่งกว้างว่างอยู่ เหตุใดเราไม่ไปอาศัยอยู่ที่นั่นกันเล่า” แม่นางเหลียนเหยียดยิ้มมุมปาก “เข้าออกสะดวกสบาย ในภายภาคหน้าทั้งสองตระกูลจะได้ไปมาหาสู่กันง่ายขึ้น”

“ข้าคิดว่าที่ดินทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านก็น่าสนใจ เพราะอยู่ใกล้ที่นาของเราและแม่น้ำซึ่งเมื่อถึงเวลาซักผ้า เราก็จะไม่ต้องลำบากเดินทางไกลอีกต่อไป และอีกอย่างมันตั้งอยู่ใกล้เรือนของเฟิงซิ่วไฉด้วย ข้าว่าพื้นที่ตรงนี้มีฮวงจุ้ยยอดเยี่ยม” หยุนลี่เต๋อกล่าว

หยุนเยี่ยนหัวเราะคิกคัก “เหตุใดท่านพ่อถึงรู้เรื่องฮวงจุ้ยล่ะเจ้าคะ?”

“ส่วนข้าคิดว่าที่ดินตรงทางเข้าหมู่บ้านนั้นไม่เลว พื้นที่กว้างขวางสะอาดสะอ้าน ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำและสามารถทำสวนผักได้ อีกอย่างต้นฤดูใบไม้ผลิในปีหน้า เสี่ยวอู่จะเข้าโรงเรียนแล้ว หากปลูกบ้านอยู่ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านคงเดินทางสะดวกมากขึ้น” หยุนเชวี่ยเอามือหนุนศีรษะขณะมองแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่หยุนเชวี่ยยังพูดไม่ได้คือเรื่องเหมืองเกลือบนภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน หากราชสำนักให้ความสนใจและสั่งขุดเหมือง ทางเข้าหมู่บ้านจะกลายเป็นทางผ่านไปยังภูเขา และเมื่อถึงตอนนั้นหมู่บ้านไป๋ซีจะกลายเป็น ‘ย่านที่คึกคักที่สุด’ ในละแวกนี้

“เชวี่ยเอ๋อพูดถูก พ่อของเจ้าก็พูดถูกเช่นกัน ข้าคิดว่าทุกพื้นที่ต่างเหมาะสม” แม่นางเหลียนรู้สึกพึงพอใจกับสถานที่ที่ทุกคนเสนอมาจนหัวใจแทบทะลุออกมาจากอก

“พรุ่งนี้ข้าจะไปแจ้งพี่ใหญ่อู๋ หลิวเหล่าเอ้อ และคนอื่น ๆ ให้พวกเขามาช่วยเราสร้างบ้าน ยิ่งคนเยอะเท่าไหร่ ยิ่งเสร็จเร็วเท่านั้น พวกเราจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ก่อนหิมะตก” หยุนลี่เต๋อกล่าว

พวกเขายังคงปรึกษากันเรื่องสร้างบ้านต่อไป

เช้าวันถัดมาหยุนลี่เต๋อ แม่นางเหลียน และหยุนเชวี่ยเดินถือกระต่ายป่าและไก่ป่าที่ถูกถอนขนจนเกลี้ยงและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วเข้าไปในเรือนของหวังหลี่เจิ้งด้วยความเบิกบานใจ

หวังหลี่เจิ้งรับของกำนัลด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจากนั้นแขวนมันไว้บนผนังก่อนลูบเคราพร้อมเอ่ยถาม “สร้างบ้านใหม่? ย้ายออกรึ? เจ้าตกลงกันแล้วหรือ? ท่านผู้เฒ่าเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่?”

“ขอรับ ข้าบอกกล่าวท่านพ่อแล้ว” หยุนลี่เต๋อเอ่ยตอบ

“เจ้ารอง เจ้าเป็นคนมีคุณธรรม หากอย่างนั้นเจ้าจงบอกความจริงกับข้ามา หรือว่า…” หวังหลี่เจิ้งขมวดคิ้วพร้อมถอนหายใจ “เจ้าสามไล่พวกเจ้าออกจากบ้านใช่หรือไม่? เจ้ามีปัญหาอะไรก็บอกข้าได้เสมอ ตาแก่เช่นข้าจะตัดสินใจเอง”

“ไม่ใช่…”

“เจ้ารอง เจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ แม้เจ้าไม่เอ่ยปาก ข้าก็รู้ดี เมื่อวานนี้เจ้าสามเชิญข้าไปทำพินัยกรรมไร้สาระ แล้ววันนี้เจ้ายังมาบอกข้าเรื่องย้ายบ้านอีก เช่นนี้มิเรียกการรังแกกันหรอกหรือ!” หวังหลี่เจิ้งกล่าวพลางก้มตัวลงสวมรองเท้า “ไป ไปบ้านเจ้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง ข้าต้องสอบถามพ่อของเจ้าให้แน่ชัด เขายังไม่แก่เท่าข้าด้วยซ้ำ แต่เหตุใดจึงเลอะเลือนเช่นนี้?”

หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนหันมองหน้ากัน “ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ ครั้งนี้พวกเราตกลงกันแล้วว่าถึงเวลาที่ต้องย้ายออกเสียที อีกทั้งครอบครัวเราเก็บออมเงินที่จะไว้ใช้สร้างบ้านมาหลายเดือนแล้ว…”

ทั้งสองคนกล่าวอธิบายจนปากแทบฉีกถึงหู ในที่สุดหวังหลี่เจิ้งก็พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ “พวกเจ้าเลือกที่ดินผืนไหนล่ะ?”

ภายในหมู่บ้านชนบทมีที่ดินว่างเปล่ามากมายที่ไม่มีเจ้าของ หากชาวบ้านคนใดต้องการสร้างเรือนหรือสวนผักก็ย่อมทำได้ ตราบใดที่เรือนหลังนั้นไม่ใหญ่มาก ชาวบ้านสามารถไปแจ้งกับผู้นำหมู่บ้านให้รับรู้ และหลังจากนั้นเขาจะเกณฑ์เหล่าชายฉกรรจ์ที่เต็มใจให้ความช่วยเหลือมาช่วยสร้างบ้าน

หยุนลี่เต๋อเล่าถึงที่ดินทั้งสามผืนที่พวกเขาหารือกันไว้เมื่อคืนนี้ทีละผืน แล้วขอความคิดเห็นจากหวังหลี่เจิ้ง “ท่านช่วยดูให้พวกข้าหน่อยเถิดว่าที่ดินผืนไหนเหมาะสมที่จะปลูกบ้าน?”

ชายชราเป็นผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพอย่างสูงแม้เขาจะคุยโวไปทั่วก็ตาม ชายชราผู้นี้มีหนวดเคราสีขาวรกรุงรังคล้ายคนบ้า แต่ถึงกระนั้นคนในหมู่บ้านก็นับถือและมักมาขอความคิดเห็นของเขาอยู่บ่อยครั้ง

“ข้าคิดว่าที่ดินทางตะวันตกใกล้เรือนของเฟิงซิ่วไฉและพื้นที่ตรงทางเข้าหมู่บ้านน่าสนใจไม่น้อย” หวังหลี่เจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ที่ดินหลังเรือนตระกูลอู๋ไม่ดีนัก บ้านเขาสร้างคอกหมูไว้หลังเรือน หากไปปลูกบ้านที่นั่น พวกเจ้าจะได้ยินเสียงหมูร้องและกลิ่นเหม็นของขี้หมูทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้หลับนอนเป็นแน่ ดังนั้นมันจึงเป็นตัวเลือกที่แย่ อีกอย่างเสี่ยวอู่ต้องเรียนตำรา หากเขาได้กลิ่นขี้หมูทั้งวันจะโง่เอา”

หยุนเชวี่ยมองสีหน้าจริงจังของผู้เฒ่าหวัง ขณะที่หยิกขาตนเองอย่างแรงเพื่อไม่ให้ระเบิดหัวเราะออกมาก่อนพยักหน้าเห็นด้วย “ท่านปู่หลี่เจิ้งพูดถูกเจ้าค่ะ”

ด้วยเหตุนี้ ที่ดินที่จะใช้ในการปลูกบ้านจึงถูกตัดจากสามแห่งเหลือเพียงสองแห่ง ซึ่งแห่งแรกคือที่ดินฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านใกล้กับเรือนของตระกูลเฟิงที่หยุนลี่เต๋อคิดว่ามันมีฮวงจุ้ยอันยอดเยี่ยม แห่งที่สองคือที่ดินตรงทางเข้าออกหมู่บ้านอันกว้างขวางและสะดวกสบาย

ทั้งสามคนต่างคิดไม่ตก หยุนเชวี่ยจึงเอ่ยขึ้น “ด้านหลังติดภูเขา ด้านหน้าติดแม่น้ำ ทางเข้าหมู่บ้านมีต้นไม้ใหญ่ ซึ่งในบทละครมักกล่าวว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีฮวงจุ้ยที่ล้ำค่า”

หยุนลี่เต๋อไม่เคยดูงิ้วมาก่อนจึงไม่เข้าใจว่าบุตรสาวหมายความว่าอย่างไร หลังจากเปรียบเทียบกันอยู่ครู่ใหญ่ พวกเขาก็มีความเห็นตรงกันว่าพื้นที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านนั้นกว้างขวาง อีกทั้งสะดวกและประหยัดแรงในการขนไม้ลงมาจากภูเขา

“เราสามารถสร้างคอกหมูในพื้นที่ว่างตรงนี้ซึ่งพอดีกับจำนวนหมูที่ท่านลุงอู๋ส่งมาพอดี” หยุนเชวี่ยชี้ไปยังบริเวณเชิงเขาพร้อมกล่าวออก “ในปีหน้าพวกเราจะซื้อไก่มาเลี้ยงและปล่อยให้พวกมันวิ่งไปจนทั่ว”

“ยังมีพื้นที่ตรงนี้อีก ไม่นานเสี่ยวอู่จะต้องท่องจำตำราในยามเช้า เขาสามารถนั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ริมแม่น้ำ ดื่มด่ำกับลมเย็นที่พัดโชยมาจากภูเขาพร้อมนั่งฟังเสียงแม่น้ำให้ความรู้สึกสงบ”

“ที่ตรงนี้กว้างขวางยิ่งนัก ต่อไปข้าจะต้องเก็บเงินเพิ่ม ไม่แน่ว่าข้าอาจสร้างห้องตำราขึ้นอีกหนึ่งห้องก็เป็นได้ และเมื่อถึงตอนนั้นข้าจะตามเสี่ยวอู่ไปเรียนตำราและท่องจำตัวอักษร”

หยุนเชวี่ยพยายามเกลี้ยกล่อมครอบครัวให้สร้างบ้านอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน ในขณะที่หยุนลี่เต๋อเผยท่าทีงุ่มง่าม ยิ่งเขามองแผนที่เท่าใด ยิ่งรู้สึกว่าที่ดินผืนที่บุตรสาวเสนอนั้นเหมาะสม ยังไม่ทันที่จะสร้างบ้าน หยุนลี่เต๋อก็จินตนาการถึงภาพอันแสนสุขของครอบครัวแล้ว

“ท่านพ่อ เหตุใดเราจึงไม่สร้างบ้านที่นี่เล่าเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยมองใบหน้าของบิดาผู้ซื่อบื้อพร้อมขยิบตา

“ตกลง ข้าเชื่อเชวี่ยเอ๋อ ลูกสาวของข้าว่าที่ไหนดีก็สร้างที่นั่น! หยุนลี่เต๋อตัดสินใจ “ข้าต้องขอตัวไปล่าสัตว์บนภูเขาก่อน ตอนเย็นจะกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เจ้าช่วยไปแจ้งพี่ใหญ่อู๋ทีว่าพวกเราจะเริ่มงานภายในอีกสองวัน!”

ข่าวเรื่องบุตรชายคนรองของตระกูลหยุนกำลังจะสร้างบ้านหลังใหม่แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านไป๋ซีอย่างรวดเร็ว หยุนลี่เต๋อเป็นคนมีน้ำใจ มีอัธยาศัยดี และมักช่วยเหลือผู้อื่นยามเดือดร้อนเสมอ ดังนั้นจึงมีชาวบ้านอาสามาช่วยเหลือโดยที่เขาไม่ต้องร้องขอ

“เห็นหรือไม่? เมื่อไรก็ตามที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือเพียงแค่เอ่ยปาก ข้าก็จะรีบมาช่วยทันที!” หลิวเหล่าเอ้อตบหน้าอกของตนเองเบา ๆ

“การสร้างบ้านใหม่นับเป็นเรื่องมงคล เช่นนั้นให้ครอบครัวข้าช่วยเถิด สามีของข้าเป็นคนสร้างเตาผิงที่อยู่ในบ้านของผู้เฒ่าหลี่ในตอนที่เขาซ่อมแซมบ้านเมื่อปีที่แล้ว พวกเจ้าจะได้อบอุ่นในหน้าหนาว!” ป้าสะใภ้สวีกล่าว

“น้องสาว เมื่อใดที่พวกผู้ชายเริ่มทำงาน ข้าจะไปช่วยเจ้าทำอาหารเอง เราจะได้พูดคุยกันสะดวก” อู๋ต้าหวังจ้องมองหยุนเยี่ยนพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม ยิ่งมองว่าที่ภรรยานานเท่าใด ในใจของเขาก็ยิ่งตกหลุมรักนางมากขึ้น

แม่นางเหลียนตอบรับคำช่วยเหลือของเหล่าชาวบ้านด้วยความสุขล้นเปี่ยมก่อนกล่าววางแผนอย่างตื่นเต้น “หลังคาบ้านใหม่ของเราจะใหญ่เพียงใด? เพดานสูงเท่าไหร่ดี? สร้างโต๊ะกินข้าวใหม่ดีหรือไม่ เพราะหลังฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ครอบครัวเราจะมีลูกเขยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ดังนั้นพวกเราจะต้องสร้างโต๊ะกินข้าวให้กว้างขวางมากขึ้นเพื่อที่จะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนเก้าอี้ตัวนี้…”

สตรีเป็นเพศที่หลงใหลในการตกแต่งบ้านและเครื่องเรือน เมื่อก่อนแม่นางเหลียนไม่มีปากมีปากมีเสียงในเรื่องต่าง ๆ ทว่าตอนนี้พวกเขาย้ายออกจากเรือนหลังนั้นแล้วและมีสิทธิที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง ดังนั้นแม่นางเหลียนจึงมีความคิดในการตกแต่งบ้านมากมาย

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเปลี่ยนโต๊ะกินข้าวจากตัวเล็กเป็นตัวใหญ่ที่กว้างขวางมากขึ้น เก้าอี้ก็จะต้องสูงกว่าเดิม อีกทั้งควรนำลิ้นชักของตู้เก็บของตัวเตี้ยข้างเตียงออก เพราะเสี่ยวอู่ต้องเขียนฝึกเขียนตำรา เขาจำเป็นต้องมีโต๊ะเขียนตำรา

เมื่อหยุนลี่เซียวได้ข่าวว่าพี่รองของตนกำลังจะย้ายออก เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น บ่ายวันเดียวกันแม่นางเฉินเดินมาเคาะประตูบ้านฝั่งตะวันตกก่อนเอ่ยถามพร้อมหัวเราะคิกคัก “พี่สะใภ้รอง ท่านจะย้ายออกไปตอนไหนหรือ? แล้วจะขนของทุกอย่างภายในบ้านไปด้วยหรือไม่? ข้าจะมาบอกว่าหากท่านไม่ต้องการนำเตียง ตู้ และสิ่งของที่เหลือก็ทิ้งไว้ให้ข้าที่นี่เถิด…”

แม่นางเหลียน…

“ห้องของข้าเล็กคับแคบและอึดอัด พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านก็เหลือน้อยนิดเพราะพี่ใหญ่กับเมียแย่งชิงไปจนหมด หากพี่สะใภ้รองย้ายออกไป ข้ากับท่านพี่สามจะได้ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้และยกห้องนั้นให้ซานหลางกับเซียงเอ๋อ เพราะห้องนี้กว้างขวางและสะดวกสบายกว่า” แม่นางเฉินดีใจจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่

แม่นางเหลียนหัวเราะอย่างจนปัญญา “บ้านของข้าไม่ใหญ่โตหรอก เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าห้องฝั่งนั้นเพิ่งสร้างเสร็จแล้วพี่ใหญ่ก็เป็นคนได้เลือกก่อน จากนั้นเจ้ากับน้องสาวก็เลือกต่อและเหลือบ้านหลังนี้ให้ข้าเป็นหลังสุดท้าย”

“หืม? เหตุใดข้าจึงจำไม่ได้เล่า?” ไม่รู้ว่าแม่นางเฉินแสร้งเลอะเลือนหรือลืมเรื่องเหล่านั้นจริง นางกล่าวอีกว่า “จุ๊ ๆ แต่เหตุใดข้าจึงเห็นว่าบ้านหลังนี้กว้างขวางกว่าของข้าเล่า?”

แม่นางเหลียน…

หยุนเยี่ยน…

หยุนเชวี่ย…

ทั้งสามคนแม่ลูกต่างตกตะลึงจนไม่รู้จะกล่าวคำใด ห้องของแม่นางเฉินรกเสียยิ่งกว่าป่าข้างทาง ทุกครั้งที่เปิดประตูออก กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ไม่อาจบรรยายได้จะลอยมาเตะจมูกทุกครั้ง คอกหมูยังสะอาดกว่าห้องของนาง!

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 297 กลิ่นมูลหมูนั้นเหม็นยิ่งนัก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023
aileen4188
เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
05/03/2023
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
23/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.