Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 300 คนน่ารังเกียจ

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 300 คนน่ารังเกียจ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 300 คนน่ารังเกียจ

คนหน้าด้านเช่นแม่นางเฉินมีอุปนิสัยดื้อรั้นจึงต้องให้คนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาจัดการนาง ป้าสะใภ้อู๋และแม่ม่ายเหลียวยืนขวางทางแม่นางเฉินเอาไว้ ไม่ยอมให้นางเข้าไปใกล้หม้ออาหาร

เมื่อเห็นคนอื่นกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แม่นางเฉินจึงโวยวายทันที “พวกท่านจะทำอะไร? ท่านไม่ควรขวางทางจนทำให้ข้ากินอาหารผิดเวลา เราค่อยคุยกันระหว่างกินข้าวมิได้หรือ?”

“หากหิวข้าวก็กลับไปกินที่บ้านของเจ้าสิ มาทำอะไรที่นี่เล่า?”

“ที่นี่ไม่มีใครอยากพูดคุยกับเจ้าหรอก กลับไปเสียเถอะ”

ป้าสะใภ้ทั้งสองโบกมือไล่แม่นางเฉินราวกับกำลังไล่แมลงวัน ขณะที่อีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ “ข้าและครอบครัวพี่รองต่างเป็นคนตระกูลหยุน บ้านของเขาก็เปรียบเสมือนบ้านของข้า แล้วเหตุใดข้าถึงจะร่วมวงกินข้าวกับพวกเขาไม่ได้?”

“หึ ข้าว่าสะใภ้สามคงไม่รู้จักคำว่าอับอายจริง ๆ สินะ” แม่ม่ายเหลียวผลักไหล่แม่นางเฉิน “ไม่ช่วยงาน แต่กลับมาขอข้าวกินอย่างหน้าตาเฉย ครอบครัวของสะใภ้รองย้ายออกมาแล้ว เหตุใดเจ้าถึงไม่หากินเองเล่า?”

“ไป ๆ ออกไปเสีย หากยังสร้างปัญหาที่นี่อีก ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว” ป้าสะใภ้อู๋เป็นคนแรกในหมู่แม่บ้านที่ต่อต้านแม่นางเฉินพร้อมเผยสีหน้าน่าเกรงขามขึ้นหลายส่วน

“โอ๊ย…” ยังไม่ทันที่แม่นางเฉินจะตอบโต้ ป้าสะใภ้ทั้งสองก็เดินเข้าไปหิ้วปีกอีกฝ่ายก่อนลากไปทิ้งไว้กลางถนนอย่างไม่รีรอ

แม่นางเฉินมีรูปร่างอ้วนท้วม และนอกจากจะหน้าหนาจนไม่มีผู้ใดเทียบเทียม นางก็ไม่มีทักษะพิเศษอันใดเลย วันนี้นางมาขออาหารที่แม่นางเหลียนเป็นคนทำไม่สำเร็จจึงถือชามเปล่ากลับบ้านด้วยความหิวโหย

“เร็วเข้า เจ้าทั้งสองมาตักอาหารกินเถิด” มารดาของเหอยาโถวเห็นป้าสะใภ้อู๋และแม่ม่ายเหลียวเดินกลับมา จึงชักชวนให้กินข้าวก่อนมองไปด้านหลังของแม่นางทั้งสองพร้อมเอ่ยถาม “ไล่นางออกไปแล้วหรือ?”

“ไล่ไปแล้ว” แม่ม่ายเหลียวหยิบแป้งทอดขึ้นมากัดหนึ่งคำ “ข้าเกิดมาสามสิบปีกว่าปียังมิเคยเห็นใครหน้าด้านเท่าสะใภ้สามผู้นี้เลย”

ป้าสะใภ้อู๋ทั้งโกรธและขำขัน จากนั้นยกชามน้ำแกงขึ้นดื่ม “ผิดกับสะใภ้รองผู้ใจดีและอ่อนโยน หากนางเป็นพี่สะใภ้ของข้า ข้าคงปรนนิบัติต่อนางอย่างดี”

แม่นางเหลียนกล่าวอย่างจนปัญญา “เฮ้อ ข้าทนใจร้ายกับนางไม่ได้ บางครั้งสะใภ้สามก็ทำให้ข้าหงุดหงิด ไม่ใช่ว่า… ช่างมันเถิด กินข้าวกันดีกว่า”

“ครอบครัวของเจ้าแยกบ้านออกมาแล้ว ต่อไปนี้อย่าให้นางเอาเปรียบได้อีก” ป้าสะใภ้อู๋กล่าว “หากนางยังหน้าไม่อายและเอาเปรียบไม่หยุด เพียงแค่เอ่ยปากบอก ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”

มารดาของเหอยาโถวหัวเราะ “ยังไม่ทันที่ลูกของพวกเจ้าสองคนจะแต่งงาน เจ้าก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยยิ่งกว่าพี่น้องคลานตามกันมาเสียอีก เจ้าปล่อยให้พี่สะใภ้อู๋จัดการเรื่องของสะใภ้สามเถิด”

“เหตุใดจะไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันล่ะ พวกเราเป็นทองแผ่นเดียวกันตั้งแต่วันที่งานแต่งถูกกำหนดขึ้นแล้ว” ป้าสะใภ้อู๋ยิ้มอย่างมีความสุข “ในภายภาคหน้า ปัญหาของครอบครัวลูกสะใภ้ก็คือครอบครัวของข้า เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน”

…

เมื่อกลับมาถึงเรือน แม่นางเฉินพบว่าอาหารเที่ยงถูกคนอื่นกินจนเกลี้ยง นางจึงเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างโมโหหิว เดิมทีแม่นางเฉินคิดจะฟ้องเรื่องที่สะใภ้รองไม่แบ่งอาหารให้ตนกิน ทว่าทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง นางก็เหลือบไปเห็นอาหารและแป้งทอดที่แม่นางเหลียนแบ่งให้หยุนชิ่วเอ๋อและแม่เฒ่าจูวางอยู่บนโต๊ะ

“มองอะไร” แม่เฒ่าจูมองสะใภ้สามไม่วางตาพร้อมเผยสีหน้าไม่พอใจ “เจ้าไม่ได้ล้างจานชามและซักเสื้อผ้ากี่วันแล้ว? ยังไม่รีบไปทำอีก! ขี้เกียจสันหลังยาวเหมือนล่อไม่มีผิด ข้าไม่รู้จะใช้คำไหนมาด่าเจ้าดี!”

“ท่านแม่ ฮี่ฮี่” แม่นางเฉินจ้องอาหารบนโต๊ะพร้อมเหยียดยิ้มก่อนนั่งลงพลางถูมือเข้าด้วยกัน “ข้ายังไม่ได้กินข้าวกลางวัน หากไม่อิ่มท้องแล้วจะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไรเจ้าคะ?”

“ข้าเป็นคนห้ามไม่ให้เจ้ากินรึ?” แม่เฒ่าจูชำเลืองมองแม่นางเฉินด้วยความหงุดหงิด “ข้าวที่บ้านก็มี แต่กลับวิ่งโร่ไปขอทานอาหารบ้านคนอื่น เป็นอย่างไรล่ะ? ถูกไล่ตะเพิดกลับมามิใช่หรือ?”

“ข้าไม่รู้ว่าครอบครัวของพี่รองจะย้ายบ้าน อีกทั้งไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือและทอดทิ้งพวกเรา ยังไม่ทันไรพี่รองก็มองข้าว่าเป็นคนนอกและห้ามไม่ให้ข้าไปกินข้าวที่บ้านของเขาอีก” แม่นางเฉินกล่าวอย่างโมโหพลางหยิบแป้งทอดขึ้นชิม

“เจ้าจะทำอะไร?” หยุนชิ่วเอ๋อเบิกตากว้างพลางยกตะเกียบขึ้นฟาดหลังมือของแม่นางเฉินอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายต้องหดมือกลับ “นี่เป็นอาหารของท่านพ่อและท่านแม่ เจ้าตะกละดีนัก สมควรแล้วล่ะ”

แม่นางเฉินรู้สึกโกรธเคือง ทว่าไม่กล้าโต้ตอบ

“ไม่ต้องมองหน้าข้า เจ้าจะไปทำอะไรก็ไปเสีย” แม่เฒ่าจูโบกมือไล่แม่นางเฉินพลางก่นด่า “เนื้อตัวหนาเหมือนแม่หมู กินข้าวให้น้อยลงกว่านี้แล้วจะตายลงหรืออย่างไร?”

ในเมื่อไม่มีผู้ใดต้อนรับ แม่นางเฉินจึงเดินกลับไปยังห้องนอนของตนด้วยความโมโหและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้สามีฟัง แม้จะผ่านมาสองวันแล้ว ทว่าความโกรธหยุนลี่เซียวยังคงไม่จางหาย เขาจึงหยิบตะเกียงน้ำมันขว้างใส่นางอย่างแรง “นังโง่ โวยวายอะไรนักหนา! หากเจ้ายังแหกปากเสียงดังอยู่อีก ข้าจะทำให้เจ้าเงียบเอง ไสหัวไปซะ อย่ามาให้เห็นหน้าอีก!”

ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน แม่นางเฉินนั่งอยู่หน้าประตูเรือนเพียงลำพังขณะจิกเล็บเข้ากับต้นขาพร้อมกลั้นเสียงสะอื้นก่อนถอนหายใจยาว “ท่านเง็กเซียน เหตุใดชีวิตของข้าถึงลำบากนัก…”

นางร่ำไห้และทอดถอนใจอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อรับรู้ว่าไม่มีผู้ใดสนใจตน นางจึงลุกยืนขึ้นพลางพึมพำออกมาก่อนหยิบเสื้อผ้าที่สกปรกใส่ลงในตะกร้าจากนั้นเดินทางไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ

ยามสนธยา แม่นางเฉินกำลังผ่าฟืนอยู่ในสวน ขณะที่ครอบครัวของหยุนลี่เต๋อเพิ่งกลับมาจากทำงาน เมื่อสังเกตเห็นแม่นางเหลียน นางก็อ้าปากค้างคล้ายต้องการพูดบางอย่าง ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายทำกับตนจึงกลอกตาพร้อมแค่นเสียงทันที

แม่นางเหลียนตักน้ำในโอ่งขึ้นล้างใบหน้าและมือโดยไม่กล่าวคำใดก่อนเดินเข้าไปในบ้านเพื่อทำความสะอาด จากนั้นก่อไฟเพื่อปรุงโจ๊ก นางยุ่งวุ่นวายทั้งวันจนเหนื่อยล้า อีกทั้งครอบครัวของนางยังวางแผนเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในคืนนี้

แม่นางเฉินเห็นว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะชายตามองตน นางจึงจงใจใช้ขวานผ่าฟืนอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘ปัง ปัง’ ทั่วบริเวณพร้อมจ้องไปทางบ้านฝั่งตะวันตก

แม่นางเหลียนยังคงไม่พูดจา นางนั่งยอง ๆ ข้างเตาไฟที่สร้างด้วยหินพลางก้มหน้าปรุงโจ๊กต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ แม่นางเฉินข่มอารมณ์โกรธไว้ไม่ได้อีกต่อไปจึงตะโกนเสียงดัง “พี่สะใภ้รอง”

แม่นางเหลียน…

“พี่สะใภ้รอง เหตุใดตอนเที่ยงท่านถึงไม่พูดอะไรเลยเล่า?” แม่นางเฉินดูไม่สบอารมณ์นัก “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าไปกินข้าวที่บ้านท่านจะเป็นอะไรไป? ท่านยังไม่ย้ายออกไป แต่เหตุใดจึงต้องทำราวกับข้าเป็นคนนอก”

แม่นางเหลียนนิ่งเงียบ

“พวกเราสองคนรู้จักกันมานานหลายปี แต่เหตุใดท่านปล่อยให้คนที่เพิ่งรู้จักกล่าวหาข้าได้ หลังจากที่เยี่ยนเอ๋อแต่งงานกับคนตระกูลนั้น ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาต้องกดขี่นางแน่นอน”

แม่นางเหลียนยังคงไม่ตอบโต้

“พี่สะใภ้รอง ข้าขอถามท่านหน่อยเถิด” แม่นางเฉินเดินเข้าไปใกล้แม่นางเหลียน “ท่านยังคิดว่าข้าเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่หรือไม่?”

แม่นางเหลียนโดนแม่นางเฉินตามตอแยจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อนึกถึงสิ่งที่หยุนเชวี่ยและพี่สะใภ้อู๋พร่ำบอก นางจึงสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนเงยหน้าขึ้นพลางกล่าวออก “น้องสะใภ้สาม เราแยกครอบครัวกันแล้ว ดังนั้นใช้ชีวิตตามทางใครทางมันเถิด”

แม่นางเฉินตกตะลึง “ท่านว่าอย่างไรนะ?”

“ครอบครัวของข้าไม่ได้ร่ำรวย เงินที่ใช้ในการสร้างบ้านก็มาจากการอดออมทีละน้อย คนที่มาช่วยเหลือล้วนแต่เป็นชาวบ้านผู้หวังดี ดังนั้นเจ้าอย่าพูดส่งเดชอีก ส่วนเรื่องอื่น… ข้าไม่สนใจแม้แต่น้อย” แม่นางเหลียนไม่เคยปฏิเสธผู้ใด มีแต่จะรักษามารยาทไว้สามส่วน ซึ่งสิ่งที่พูดออกไปคงเป็นคำพูดที่ ‘อ่อนน้อมถ่อมตน’ น้อยที่สุดที่ออกจากปากของนาง

“เรื่องอื่นรึ?” แม่นางเฉินประหลาดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าแม่นางเหลียนจะพูดเช่นนี้จึงตะเบ็งเสียงให้ดังขึ้นหลายส่วน “พี่สะใภ้รอง เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พวกเขาต่างหากที่เป็นคนนอก เหตุใดท่านถึงแยกไม่ออกเล่า? ใจกว้างกับผู้อื่น แต่กลับใจดำกับคนในครอบครัวอย่างนั้นหรือ? ครอบครัวของท่านทอดทิ้งพวกเราจริง ๆ สินะ”

“น้องสะใภ้สาม” แม่นางเหลียนกล่าวคำที่ทำให้อีกฝ่ายร้อนรนใจ “หากเจ้ามากินข้าวที่บ้านของข้าเป็นครั้งคราว ข้าคงไม่ต้องพูดคำพูดเหล่านี้ แต่เจ้าลองคิดดูสิ ตั้งแต่เริ่มเก็บเกี่ยวพืชผลในฤดูใบไม้ร่วง เจ้า… มีมื้อไหนบ้างที่เจ้าไม่มากินข้าวที่บ้านของข้า?”

แม่นางเฉินเผยสีหน้าเรียบเฉยพลางกล่าวแก้ตัวราวกับไม่รู้สึกผิด “ไม่ใช่ว่าท่านไม่อยากล้างชามและตะเกียบหรอกหรือ? ข้ากินอาหารเพียงสองสามคำไม่ได้ตักกลับบ้านเสียหน่อย เหตุใดถึงขี้งกนัก?”

แม่นางเหลียนโมโหจนใบหน้าแดงก่ำ “หากพวกเราย้ายบ้านไปแล้ว เจ้าก็ยังจะตามไปที่บ้านหลังใหม่อีกหรือ?”

“บ้านใหม่ของท่านตั้งอยู่ไกลไปหน่อย แต่หากมีอาหารอร่อย ๆ ต่อให้เดินไกลอีกสองก้าวก็ไม่หวั่น” แม่นางเฉินรู้ดีว่าสิ่งที่แม่นางเหลียนพูดนั้นถูกต้อง ทว่าตนจะยอมแพ้ไม่ได้จึงฉีกยิ้มกว้างอย่างหน้าด้าน

แม่นางเหลียนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาโกรธเคืองก่อนโบกมือไล่ “เอาล่ะ ๆ นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้ารีบไปทำอาหารเถิด”

“ค่ำนี้พี่สะใภ้รองทำอาหารอะไร?” แม่นางเฉินเอ่ยถามพร้อมเผยท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนเดินไปเปิดฝาหม้อที่แม่นางเหลียนต้มเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเป็นโจ๊ก นางจึงอุทานอย่างผิดหวัง “ไม่มีกับข้าวหรือ?”

“ไม่มี” แม่นางเหลียนขมวดคิ้วแน่นพลางคว้าฝาหม้อในมือของแม่นางเฉินมาปิดหม้อดังเดิม

“แล้วแป้งทอดเล่า?”

“ไม่มีเช่นกัน”

“ยามเที่ยงปรุงอาหารเลี้ยงคนนอกราวกับราชา แต่เมื่ออยู่ที่บ้านกลับกินรำและผัก” แม่นางเฉินเบ้ปากก่อนเดินจากไปพร้อมกล่าวเสียดสี “กลัวว่าคนในครอบครัวจะเอาเปรียบท่านอย่างนั้นหรือ”

แม่นางเหลียนถอนหายใจยาวขณะมองแม่นางเฉินเดินกลับเข้าไปในครัวพลางกลอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต แม้ว่าแม่นางเฉินจะหิวโหยมากเพียงใด แต่คงไม่มีใครกล้าหยิบยื่นไมตรีจิตให้นางอีกต่อไป

“ท่านแม่ เห็นหรือไม่เจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยเชิดคางขึ้น “พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่าได้คืบจะเอาศอก ข้าวหนึ่งลิตรเป็นที่โปรดปราน ตะกร้าข้าวเป็นความบาดหมาง* ท่านสงสารอาสะใภ้สามจึงแบ่งอาหารและน้ำ เมื่อเคยชินกับการเป็นผู้รับแล้ว หากวันใดท่านไม่ช่วยเหลือนางอีกต่อไป เมื่อถึงเวลานั้นนางจะเกลียดท่านแม่”

*ข้าวหนึ่งลิตรเป็นที่โปรดปราน ตะกร้าข้าวเป็นความบาดหมาง เปรียบเปรยว่าหากให้ความช่วยเหลือเล็กน้อยแก่ใครบางคนในยามวิกฤต เขาจะรู้สึกขอบคุณ แต่ถ้าให้ความช่วยเหลือน้อยกว่าเดิม พวกเขาจะรู้สึกโกรธเคือง

แม่นางเหลียนเติมฟืนในเตาพลางส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา “ถูกต้อง เพียงแค่แม่ไม่แบ่งอาหารมื้อเที่ยงให้กิน นางก็โกรธแค้นแม่ เหตุใดคนผู้นี้จึงแยกแยะถูกผิดไม่ได้เล่า?”

แม่นางเหลียนไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย หากมีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ นางจะต้องตอบแทนเป็นสองเท่าแน่นอน แต่เหตุใดตนจึงถูกเกลียดชัง ทั้งที่เมตตาผู้อื่นมาตลอด?

“เราจะทำอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยกล่าว “ท่านแม่ ข้าขอบอกท่านก่อนว่าหากยังใจอ่อนเช่นนี้ ข้ากับพี่สาวคงต้องพึ่งพาคนนอก และเมื่อถึงตอนนั้นก็อย่าหาว่าข้าสองคนไร้มารยาทเลย”

หยุนเยี่ยนพยักหน้า “ครั้งนี้ข้าเห็นด้วยกับเชวี่ยเอ๋อเจ้าค่ะ อาสะใภ้สามมาที่บ้านของเราทีไร พวกข้ากินไม่เคยอิ่มสักครั้ง หากไม่แย่งกับนาง ข้าคงไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียว ครั้งก่อนข้าตั้งใจคีบน่องไก่ให้เสี่ยวอู่ แต่ยังไม่ทันที่จะยื่นตะเกียบออกไป น่องไก่ก็เข้าไปอยู่ในปากของนางเสียแล้ว ข้าทนดูไม่ไหวอีกต่อไป…”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 300 คนน่ารังเกียจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
26/02/2024
6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
19/05/2024
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.