Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 308 เอาอกเอาใจ

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 308 เอาอกเอาใจ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 308 เอาอกเอาใจ

สองวันมานี้หยุนลี่เต๋อทำการซ่อมแซมฝาผนังห้องฝั่งปีกตะวันออกที่ถูกเผาเป็นรูจนเสร็จสมบูรณ์ดังเดิม ผ้าปูที่นอนบนเตียงถูกเปลี่ยนใหม่เป็นผืนที่ซักอย่างสะอาดสะอ้าน ทว่าแม่นางจ้าวจงใจไม่ทำความสะอาดคราบเขม่าสีดำจากควันที่ติดอยู่เหนือกรอบประตู

“ท่านพี่กลับมาเสียที” แม่นางจ้าวจุดตะเกียงเพื่อให้ภายในห้องเกิดแสงสว่าง จากนั้นจึงกล่าวด้วยความคับข้องใจ “ช่วงที่ท่านพี่ไม่อยู่หลายวันมา ข้ากินไม่ลงข่มตานอนไม่ได้ ต้องคอยระวังอยู่ตลอด”

หยุนลี่จงไม่ใส่ใจมองหน้าภรรยา เขานั่งลงข้างเตียงบรรจงถอดรองเท้าและถุงเท้าออก สองมือยันหัวเข่าไว้ขณะจ้องมองคราบเขม่าที่ลามมายันหัวเตียงพลางเอ่ยถาม “เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?”

“จะเป็นเรื่องอะไรไปได้หากไม่ใช่น้องสามของท่าน! เขาบันดาลโทสะขึ้นมาจนเกือบวางเพลิงเผาข้าให้สำลักควันตายอยู่ในห้องนี้” แม่นางจ้าวสะบัดสะบิ้ง แต่แล้วกลับนึกขึ้นได้ว่านางต้องเอาอกเอาใจหยุนลี่จงให้มาก น้ำเสียงของนางจึงอ่อนโยนลง “ท่านพักผ่อนเสียก่อนเถิด ข้าจะไปเตรียมต้มน้ำอุ่นและยกขึ้นมาเผื่อให้ท่านได้แช่เท้า หลายวันมานี้ท่านตระเวนไปทั่วทุกแห่งหนคงเมื่อยล้าไม่น้อย”

ความอ่อนโยนและการประจบสอพลอของแม่นางจ้าวทำให้หยุนลี่จงคล้อยตามเล็กน้อย เขาพยักหน้ารับก่อนขยับเอนกายลงนอนบนเตียง สายตาจับจ้องไปยังแสงตะเกียงที่สะบัดวูบไหวนิ่งนาน ไม่อาจล่วงรู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใด

แม่นางจ้าวคว้าอ่างไม้เตรียมจะร้องเรียกให้นางเฉินลงมาก่อไฟเพื่อต้มน้ำ พลันใดนั้นกลับได้ยินเสียงอ่อนโยนตะโกนเรียกตนเสียก่อน “ท่านแม่…”

“เยว่เอ๋อ ดึกดื่นป่านนี้เหตุใดเจ้าจึงยังไม่นอนอีก?” แม่นางจ้าวหันหน้ากลับไปตามเสียงจึงเห็นเป็นหยุนเยว่ที่เบี่ยงร่างออกมาจากบานประตูเพียงครึ่ง มือข้างหนึ่งประคองกรอบประตูไว้ สีหน้าแสดงออกซึ่งความคับข้องใจ ริมฝีปากคล้ายจะกล่าวบางสิ่งทว่ากลับยั้งไว้เสียก่อน

“ท่านแม่ ข้านอนไม่หลับ” หยุนเยว่ตอบพลางกวาดสายตามองไปโดยรอบ ครั้นเห็นว่าไม่มีผู้อื่นจึงเดินตรงไปหาพร้อมกอบกุมมือของผู้เป็นแม่ไว้ ดวงตาทั้งสองรื้นไปด้วยน้ำตา “ท่านแม่ ข้ามีบางเรื่องใคร่พูดคุยกับท่าน…”

แม่นางจ้าวถอนหายใจแผ่วเบา “แม่รู้ดีว่าเจ้าต้องการพูดคุยเรื่องใด มีหรือแม่ผู้นี้จะไม่ล่วงรู้ความคิดของเจ้า”

“ท่านแม่ เช่นนั้นท่านได้ถามท่านพ่อหรือยังเจ้าคะ?”

“ยังเลย พ่อของเจ้าทั้งทำธุระทั้งเดินทางเป็นเวลานับครึ่งเดือน วันนี้เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ให้เขาพักผ่อนเสียก่อน หากไม่แล้วอาจถูกตำหนิเอาได้ว่าเราไม่ใส่ใจ” แม่นางจ้าวตบหลังมือหยุนเยว่เบา ๆ “เจ้าเองก็กลับห้องไปก่อนเถิด”

“ท่านแม่ แล้วท่านจะพูดคุยกับท่านพ่อเมื่อใดหรือเจ้าคะ? ข้า…” หยุนเยว่ก้มหน้างุด ริมฝีปากเม้มแน่นพลางรำพึงแผ่วเบา “ข้าด้อยกว่านางอย่างนั้นหรือ?”

“ท่านพ่อของเจ้าย่อมวางแผนการอื่นไว้แล้วอย่างแน่นอน เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านไปเลย” แม่นางจ้าวโบกมือ “กลับห้องไปก่อนเถิด ถึงเวลาอันสมควรแล้วแม่จะไปเรียกเจ้าเอง อย่าลืมลงปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย”

หยุนเยว่ผงกศีรษะขึ้นลงอย่างไม่เต็มใจนัก นางเดินกลับเข้ามาในห้อง หลังปิดประตูดังโครมแล้วจึงกระแทกบั้นท้ายลงนั่งบนเตียงอย่างไม่สบอารมณ์ยิ่ง

“พี่สาว?” หยุนหรงผลักหยุนเยว่ “ท่านมัวทำหน้าบึ้งกระเง้ากระงอดไปไย? ดับไฟแล้วนอนหลับดี ๆ เถิด”

“ข้าไม่เข้าใจเอาเสียเลย” หยุนเยว่พึมพำพลางขยับตัวขึ้นไปนอนบนเตียง นางหันหน้าเข้ากำแพงและกล่าวด้วยน้ำเสียงสะบัดห้วน “ดับตะเกียงซะ”

หยุนหรงลุกขึ้นไปเป่าตะเกียงให้ดับลง จากนั้นจึงใช้มือพยายามคลำหาเตียงและปีนขึ้นไปนอนเคียงข้างพี่สาว นางควานหาผ้าห่มผืนบางขึ้นมาห่มคลุมกายและวางมือไว้บนหน้าอก “เหตุใดข้าจะไม่เข้าใจเล่า? ข้าเข้าใจความรู้สึกท่านดี ท่านไม่มีความสุขที่ได้ยินว่าท่านพ่อเป็นธุระจัดหาตระกูลใหญ่ให้ได้แต่งงานกับอาชิ่วเอ๋อใช่หรือไม่?”

หยุนเยว่นอนทับแขนตนเอง สายตาจับจ้องไปยังกำแพงที่ฉาบขึ้นจากปูนเปลือยท่ามกลางความมืดมิดโดยไม่สนใจหยุนหรงแม้แต่น้อย

“ท่านพ่อของพวกเราก็ช่างกระไรจริงเชียว พบเจอเรื่องดีงามเช่นนี้กลับไม่นึกถึงลูกสาว กลับนึกถึงแต่อาชิ่วเอ๋อก่อนผู้ใดอยู่เรื่อย” หยุนหรงเม้มริมฝีปากก่อนออกความเห็น “พี่สาว ความจริงแล้วท่านดูดีกว่าอาชิ่วเอ๋อมากนัก”

“หยุดพูดพล่ามเสียทีเถอะ ยังคิดกวนใจข้าอีกหรืออย่างไร? นอนซะ”

“จะไม่ให้ข้าคับข้องใจแทนพี่สาวได้อย่างไรกัน? พวกเราต่างก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่านพ่อกันทั้งคู่…”

“ข่มตานอนเสีย หากเจ้ายังไม่หยุดพูดอีก ข้าจะถีบเจ้าให้ลงไปนอนใต้เตียงซะ”

“…”

หยุนหรงปิดปากเงียบ

หยุนหรงอายุยังน้อยทั้งยังเกิดไล่เลี่ยกันกับหยุนเชวี่ย ปกติแล้วนางไม่เคยปริปากกล่าวกับผู้ใดในบ้านหากไม่จำเป็น ทั้งยังไม่เคยมีปากเสียงกับหยุนชิ่วเอ๋อสักครั้ง ทว่าจิตใจกลับเต็มไปด้วยแผนการและมารยามากมายเช่นเดียวกับแม่นางจ้าวผู้เป็นแม่ หากจวนตัวแล้วสามารถบิดพลิ้วคำพูดได้สิบแปดตลบอย่างหาตัวจับได้ยาก

นางบ่นพึมพำเสียงแผ่วต่ออีกหลายประโยค ครั้นเห็นว่าหยุนเยว่ยังไม่คลายความหงุดหงิดและไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมาสนใจตน นางจึงม้วนผ้าห่มห่อตัวอย่างมิดชิดและได้แต่เม้มริมฝีปากอย่างขุ่นเคือง ทั้งยังจงใจขยับตัวแรงให้ขาเตะถูกร่างของอีกฝ่าย

แสงจันทร์เยือกเย็นจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในห้องเพียงรำไร บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ทว่าจิตใจของหยุนเยว่ยังคงกระสับกระส่ายจนไม่อาจข่มตาหลับได้ลง เมื่อนึกถึงสิ่งที่หยุนลี่จงกล่าวในห้องชั้นบนก็พลอยสร้างมโนภาพขึ้นไม่ได้ ว่าเมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาว หยุนชิ่วเอ๋อจะแต่งกายงดงามเพียงใด ยิ่งคิดจิตใจก็ยิ่งว้าวุ่นจนไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้

…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

แม่นางจ้าวเคาะประตูห้องติดกันหลายครั้ง ทั้งยังตะโกนร้องเรียกจากหน้าประตู “สะใภ้สาม รีบออกจากห้องลงมาก่อไฟต้มน้ำเร็วเข้า พี่ใหญ่ต้องการแช่เท้าสักหน่อย ลุกขึ้นเร็วเถิด!”

นางเฉินนอนคุดคู้อยู่บนเตียง ไม่อยากแม้แต่จะขยับเขยื้อนร่างกายด้วยซ้ำ นางพึมพำอย่างเกียจคร้านให้เสียงเล็ดลอดออกไปด้านนอก “พี่สะใภ้ใหญ่ นี่ก็ดึกดื่นมากแล้ว ข้ากำลังจะเคลิ้มหลับเต็มที ถึงก่อไฟเวลานี้ลมหนาวก็พัดพาให้ดับไปไม่ทันลุกโชนอยู่ดี รอพรุ่งนี้ก่อนเถิด พรุ่งนี้ค่อยต้มน้ำแช่เท้าก็ยังไม่สาย…”

“เจ้าเคยเห็นผู้ใดต้มน้ำแช่เท้าแต่เช้ากระนั้นรึ? แม้แต่ไหว้วานให้เจ้าก่อไฟยังเกียจคร้านอิดออดไม่ยอมทำ เป็นเช่นนี้แล้วยังหวังว่าตนจะมีชีวิตที่ดีอีกหรือ? คนไร้สามัญสำนึก! พี่ใหญ่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไกลอย่างยากลำบากก็มิใช่เพื่อความสุขสบายของครอบครัวของเราหรืออย่างไร?” แม่นางจ้าวไม่ยอมรามือทั้งยังหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาอ้างอย่างได้ใจ ตอนนี้หยุนลี่จงกลายเป็นขุนนางผู้มีคุณูปการของตระกูล ดังนั้นหากนางต้องการใช้งานนางเฉินจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป

“พี่สะใภ้ ดูท่านพูดเข้า ข้าไม่ได้ปฏิเสธงานบ้านงานครัวเสียหน่อย เฮ้อ… เพียงแต่เสื้อผ้าของข้าถูกถอดทิ้งไปหมดแล้ว เห็นว่าเป็นพี่ใหญ่หรอก หากเป็นผู้อื่นละก็ข้าไม่มีทางยอมปรนนิบัติเช่นนี้แน่…”

เป็นดังที่แม่นางจ้าวคาดการณ์ หลังสิ้นคำกล่าวเสียงรองเท้ากระทบพื้นจึงดังขึ้นจากภายในห้องส่วนตัวของครอบครัวสาม แม่นางจ้าวกลอกตาครั้งหนึ่งก่อนแสร้งบีบเสียงเพื่อหยั่งเชิงอีกหน “ช่างเถอะ ดึกดื่นค่อนคืนจริงอย่างที่เจ้าว่า ในเมื่อเจ้ารังเกียจไม่ใคร่ทำงานยุ่งยากก็ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยเช่นการต้มน้ำเช่นนี้ ที่จริงแล้วข้าไม่ควรมาไหว้วานเจ้าด้วยซ้ำ เอาเถอะ สะใภ้สาม ข้าไม่รบกวนแล้ว จงพักผ่อนเสียให้เต็มที่…” กล่าวจบแล้วแม่นางจ้าวจึงหันหลังเดินห่างออกไปทางห้องครัว

“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่!” แม่นางเฉินประตูห้องเปิดออกเสียงดังโครมใหญ่ นางยังไม่ทันผูกปมเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางดีก็กระวีกระวาดสวมรองเท้าผ้าวิ่งออกมาเสียแล้ว นางก้าวยาว ๆ ตามแม่นางจ้าวไปประมาณสองสามก้าวและคว้าเอาอ่างไม้จากมืออีกฝ่ายมาถือไว้ทันที “ข้าเอง ข้าทำเอง พี่สะใภ้ใหญ่ ตัวท่านใกล้จะได้เป็นฮูหยินใหญ่ของขุนนางหยุนแล้ว จะทำงานบ้านหยาบ ๆ เหล่านี้ให้มือเปรอะเปื้อนไปไยกัน? ต่อไปงานบ้านอื่น ๆ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ ฮิฮิ”

แม่นางจ้าวปรายตามองนางเฉินแวบหนึ่งก่อนที่ดวงตาจะฉายแววลำพองใจทั้งยังเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม มุมปากโค้งขึ้นพลางจีบปากจีบคอราวสั่งการหญิงรับใช้ “ต้มน้ำสะอาดให้อุ่นร้อนพอประมาณ ระวังอย่าให้ร้อนลวกหรือเย็นเฉียบจนเกินพอดี ทำงานให้รอบคอบเสียบ้าง เสร็จแล้วยกอ่างไม้ขึ้นไปบนห้องด้วย”

“ได้!” นางเฉินขานรับ ครั้นเห็นว่าแม่นางจ้าวเตรียมหันหลังเดินจากไปจึงรีบปราดเข้าไปคว้าแขนนางไว้ทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น “พี่สะใภ้ใหญ่ ครั้งนี้พี่ใหญ่มีอนาคตด้านหน้าที่การงานรุ่งโรจน์แล้ว ต่อไปหาเจอเรื่องราวดีงามก็อย่าหลงลืมข้าเสีย…”

“หึ” แม่นางจ้าวแค่นเสียงพลางแสยะยิ้ม ก่อนจะสะบัดมือนางเฉินออกให้พ้นตัว

“พี่สะใภ้ใหญ่ เราต่างก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ท่านไม่เห็นหรือว่าในแต่ละวันท่าน พี่ใหญ่ รวมถึงคนอื่น ๆ ในครอบครัวล้วนเป็นข้าที่คอยทำงานปรนนิบัติรับใช้ไม่ได้ขาด ”

“เอาเถอะ เรื่องนั้นข้าย่อมรู้ดีอยู่แล้ว” แม่นางจ้าวเห็นท่าทางประจบสอพลอของนางเฉินแล้วยิ่งรู้สึกได้ใจยิ่งกว่าเก่า นางโบกมือไปมาเพื่อตัดบท “เจ้ารีบไปต้มน้ำเร็วเถิด”

“อื้ม!” นางเฉินปีติยินดียิ่ง ใบหน้าอวบอิ่มไปด้วยไขมันเบียดเสียดกันเป็นก้อนขณะเผยรอยยิ้ม ประหนึ่งจะเค้นเอาไขมันออกมาตามรูขุมขน เมื่อได้ยินแม่นางจ้าวรับปากเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปในครัวและวุ่นวายอยู่กับการเตรียมข้าวของ

“นังคนเกียจคร้านมากมารยา มีผลประโยชน์เข้าล่อแล้วก็ทำประจบสอพลออย่างหน้าไม่อาย!” แม่นางจ้าวแปรเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่หันหลังกลับ ไม่วายถ่มน้ำลายลงบนพื้นกว้างลับหลังนางเฉิน

ห้องปีกตะวันออก

หยุนลี่จงนั่งเอกเขนกพิงหัวเตียง แม่นางจ้าวก้าวเข้าไปในห้องก่อนเดินไปนั่งอยู่ข้างเตียง ใช้กำปั้นทั้งสองไล่ทุบเบา ๆ ไปตามท่อนขาของหยุนลี่จง น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยอ่อนหวานกว่าทุกครั้ง “น้ำเดือดแล้ว รอสักพักคงอุ่นได้ที่ ดูขาของท่านสิ บวมเป่งเสียยิ่งกว่าอะไร แช่เท้าเสร็จก็พักผ่อนให้คลายเมื่อยล้าเสียหน่อยเถิด วันพรุ่งนี้ข้าจะเข้าครัวปรุงอาหารรสอร่อยให้ท่าน”

หยุนลี่จงรู้สึกสบายตัวไม่น้อยเมื่อได้รับการปรนนิบัติอย่างดีจากภรรยา ดวงตาหรี่ลงคล้ายจะเคลิ้มหลับก่อนจะเงยหน้าขึ้นสูงพร้อมถอนหายใจยาว ร่างกายทุกส่วนค่อยผ่อนคลายความเครียดเกร็ง เสียงคราง ‘อืม’ อย่างพึงพอใจดังเล็ดลอดออกมาจากจมูก

“ท่านคงไม่รู้ว่าสามวันก่อนหน้านี้ เจ้าอันธพาลหยุนลี่เซียวนั่นเกือบจะเผาข้าให้ตายทั้งเป็นคาห้องนี้” แม่นางจ้าวสังเกตสีหน้าหยุนลี่จงพร้อมกล่าวด้วยแรงอารมณ์ “ต้องขอบคุณหยุนโม่ที่ช่วยชีวิตแม่ของเขาไว้ มิฉะนั้นลำพังสตรีอ่อนแอเช่นข้าเห็นทีคงไม่พ้นถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เฮ้อ… น่าเสียดายที่บรรดาตำราของท่านถูกไฟเผาจนวอดวายไปเกือบหมด”

หยุนลี่จงขมวดคิ้วแน่นทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท “เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่? เจ้าสามเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกแล้ว?”

“หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงท้ายฤดูใบไม้ร่วงเสร็จสิ้นแล้ว คนของตระกูลกั๋วก็ไม่รอช้ารีบตามมาทวงถามเรื่องที่ดิน ด้วยเหตุนี้ทำให้เจ้าสามเกิดรู้เข้าว่าท่านพ่อขายที่ดินและนำเงินทั้งหมดมาจุนเจือท่าน จากนั้นเขาก็อาละวาดใหญ่โตราวคนเสียสติ ทั้งด่ากราด ทั้งกระทืบเท้าและพังข้าวของจนเละเทะไปหมด ที่ร้ายแรงคือเขาคว้าคบไฟมาเผาห้องของเรา ชาวบ้านจึงแตกตื่นและรู้กันทั่วว่าเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร” แม่นางจ้าวถอนหายใจ

“ว่าอย่างไรนะ?!” หยุนลี่จงผุดลุกขึ้นนั่งทันควัน “ผู้คนในหมู่บ้านรู้เรื่องนี้กันทั่วแล้วอย่างนั้นรึ?!”

“ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเชิญให้หวังหลี่เจิ้งเป็นตัวแทนในการบีบบังคับและข่มขู่ท่านพ่อทางอ้อม โดยตั้งเงื่อนไขว่าหากครั้งนี้ท่านพี่ยังสอบไม่ผ่านอีก เรือนหลังนี้ทั้งหลังจะต้องตกเป็นของเขา หรือหากท่านสอบผ่าน ไม่เพียงต้องมอบความสุขกายสบายใจให้เขาเท่านั้น ท่านยังต้องแบ่งเงินให้เขาเป็นจำนวนสองร้อยตำลึงอีกด้วย” แม่นางจ้าวหลุบตาลง “เขายังกล่าวอีกว่าหากไม่ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขแต่โดยดี จะนำเรื่องทั้งหมดไปโพนทะนาให้ชาวบ้านรับรู้ว่าท่านติดค้างเขา และให้พวกชาวบ้านมารุมประณามจนท่านไม่อาจสู้หน้าผู้ใดได้”

“เจ้าคนบ้านี่!” หยุนลี่จงขบกรามแน่นขณะผลักมือของแม่นางจ้าวออกให้พ้นตัว ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ไอ้น้องชายผ่าเหล่าผ่ากอ! แต่ละวันไม่ทำสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ วัน ๆ เอาแต่เกียจคร้านสันหลังยาวและทำแต่เรื่องชั่วร้าย! ซ้ำร้ายยังคิดสร้างปัญหาให้กับข้า!”

“ข้าเองก็ทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนเท่านั้น” แม่นางจ้าวเอนกายแอบอิงสามีอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี จากนั้นจึงกล่าวเสริมด้วยความจนใจ “เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราควรทำอย่างไรดี? ตัดไฟแต่ต้นลมเสียดีหรือไม่? หากในอนาคตท่านรับราชการขุนนางแล้ว เกรงว่าเจ้าสามอาจจะเป็นภัยต่อท่าน”

แผ่นอกของหยุนลี่จงกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงแค่นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยอารมณ์โทสะ “ช่างกล้านัก!”

“ข้าเห็นว่าเขามีความกล้าจริงดังที่ลั่นวาจาไว้ ยามนี้แม้แต่ท่านพ่อก็ไม่มีกำลังเพียงพอจะยับยั้งการกระทำของเขาอีกต่อไป พี่ใหญ่ ท่านต้องระวังตัวให้มาก คนหน้าซื่อใจคดเช่นเขาไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น หากสบจังหวะแล้วอย่าได้ปล่อยให้หลุดมือไปได้เชียว…”

ขณะที่สองสามีภรรยากำลังสนทนากันด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ ทันใดนั้นนางเฉินซึ่งยกอ่างไม้มายืนอยู่ตรงหน้าประตูก็ตะโกนเรียกเสียงดังลั่น “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าต้มน้ำแช่เท้าสำหรับพี่ใหญ่ไว้เรียบร้อยแล้ว จะให้ข้ายกเข้าไปเลยหรือไม่?!”

“เจ้าจะร้องโวยวายเสียงดังไปไยกัน? ท่านพ่อท่านแม่นอนหลับไปแล้วนะ!” แม่นางจ้าวรีบเปิดประตูรับอ่างไม้มาจากมือของอีกฝ่ายพลางถลึงตาเป็นเชิงตำหนิ “เสร็จสิ้นงานแล้วก็อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบกลับห้องของเจ้าไปเสีย!”

นางเฉินหน้าด้านทนไม่ยอมฟังคำของแม่นางจ้าว นางพยายามเบียดกายจะเข้าไปในห้องปีกตะวันออกให้จงได้ ทว่ากลับถูกแม่นางจ้าวผลักกลับจนต้องถอยไปหลายก้าว ถึงกระนั้นก็ยังอุตส่าห์ยื่นหน้าเข้าไปในห้องและฉีกยิ้มให้หยุนลี่จง “พี่ใหญ่ ข้าอุตส่าห์ต้มน้ำให้ท่านแล้ว ท่านลองแช่เท้าดูเถิดว่าอุณหภูมิของมันกำลังดีหรือไม่? หากพึงพอใจวันพรุ่งนี้และวันอื่น ๆ ข้ายินดีต้มน้ำขึ้นมาปรนนิบัติท่านอีก”

“กลับไปเถอะน่า พี่ใหญ่ของเจ้าต้องการพักผ่อนเต็มทีแล้ว” แม่นางจ้าวผลักนางเฉินออกไปนอกประตูด้วยความรังเกียจ “รับกลับเข้าห้องไปเสีย มีสิ่งใดเพิ่มเติมค่อยว่ากันวันพรุ่งนี้!”

“พี่ใหญ่ เดี๋ยวสิพี่ใหญ่” แม้ถูกผลักออกมาแล้วแต่นางเฉินยังไม่วายตะโกนต่อไป “แล้ววันพรุ่งนี้ท่านอยากกินสิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่? วัตถุดิบที่บ้านสดใหม่ ให้ข้าทำซุปบะหมี่ให้ท่านดีกว่า…”

 

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 308 เอาอกเอาใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
22/06/2026
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.