Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 309 พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนพ่อ

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 309 พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนพ่อ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 309 พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนพ่อ

แม่นางจ้าวรวบรวมแรงกายผลักนางเฉินให้ออกห่างและรีบปิดประตูใส่หน้านางทันที จากนั้นจึงหอบอ่างไม้บรรจุน้ำอุ่นตรงเข้าไปปรนนิบัติหยุนลี่จงอย่างไม่รอช้า “ท่านเห็นหรือไม่ว่าครอบครัวของพวกเขามีกิริยาไร้ยางอายอย่างไรบ้าง?”

“ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี!” มือของหยุนลี่จงซึ่งวางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่น

“เฮ้อ ต่อไปหากท่านเป็นขุนนางใหญ่โต ตราบใดที่พาเจ้าสามและครอบครัวของเขาไปอยู่ด้วย เห็นทีคงไม่พ้นถูกคนหัวเราะเยาะหรือติฉินนินทาให้เสื่อมเสีย” แม่นางจ้าวพยายามยั้งฝ่ามือไม่ให้ออกแรงเบาหรือหนักจนเกินไปขณะบรรจงบีบนวดท่อนขาของหยุนลี่เซียวทีละข้าง

“ฮึ่ม” หยุนลี่จงแค่นลมหายใจออกอย่างเย็นชา สายตาจับจ้องมองเหม่อไปที่ใดสักแห่งนิ่งนานพลางหรี่ตาลง ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด

แม่นางจ้าวก้มหน้าก้มตากดเท้าหยุนลี่จงลงแช่ในน้ำอุ่นร้อนพร้อมบีบนวดไปด้วย ผ่านไปครู่หนึ่งจึงรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเครียดเกร็งของอีกฝ่ายผ่อนคลายลงมากแล้ว จึงเอ่ยถามต่อไป “เรื่องการแต่งงานของชิ่วเอ๋อที่ท่านอุตส่าห์เป็นธุระให้ จะจัดการขั้นต่อไปเมื่อไรหรือ?”

“วันพรุ่งนี้ข้าจะเขียนจดหมายฝากคนให้นำเข้าไปส่งที่จวนตระกูลจาง หากพวกเขาได้รับแล้วจะเดินทางมาทำการหมั้นหมายทันที แน่นอนว่าแต่งเร็วเท่าใดยิ่งเป็นผลดีเท่านั้น” หยุนลี่จงใช้สองมือค้ำยันขอบเตียงไว้ก่อนเอนกายไปด้านหลังพร้อมหรี่ตาลง

“ตระกูลจางมีกิจการการค้าขายใหญ่โต อีกทั้งยังมีฐานะเป็นถึงขุนนางยศใหญ่ งานมงคลสมรสที่ดีงามเช่นนี้…” แม่นางจ้าวหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจเอ่ยต่อด้วยความคับข้องใจ “เหตุใดท่านจึงไม่หวนนึกถึงลูกสาวของเราก่อนเล่า?”

สายตาหยุนลี่จงมองข้ามผ่านศีรษะของแม่นางจ้าวไป “เจ้าไม่เข้าใจ”

“เหตุใดจึงคิดว่าข้าไม่เข้าใจ?” แม่นางจ้าวโต้เถียง ทว่าน้ำเสียงยังคงความอ่อนโยนเช่นเดิม “ลูกสาวของเราเติบโตถึงวัยอันสมควรจะออกเรือนแล้ว รูปร่างหน้าตาหรือก็งดงาม หนำซ้ำยังอ่านออกเขียนได้ แตกต่างจากชิ่วเอ๋อยิ่งนัก… นางไม่ดีพร้อมเทียบเท่าลูกสาวเราเสียหน่อย เหตุใดจึงได้รับโอกาสดีงามเช่นนี้? ท่านหยิบยื่นความมั่งคั่งให้กับน้องสาวก่อนลูก ๆ ของเราอีกอย่างนั้นหรือ?”

“ข้าบอกแล้วอย่างไรล่ะว่าเรื่องนี้เจ้าไม่เข้าใจหรอก เป็นเพียงสตรีจะอยากรู้เหตุผลมากมายไปเพื่อสิ่งใดกัน?” หยุนลี่จงเน้นน้ำเสียงหนักขึ้น สองขายกออกจากอ่างไม้แช่เท้าทันที “สำหรับเรื่องนั้นข้ารู้ดีว่าควรทำอย่างไร ข้าวางแผนการเอาไว้หมดแล้ว”

“ข้าเพียงถามไถ่ไปอย่างนั้นเอง” แม่นางจ้าวเห็นว่าหยุนลี่จงแสดงท่าทีไม่สบอารมณ์จึงไม่คิดคาดคั้นถามอีก นางหยิบผืนผ้ามาซับน้ำออกจากเท้าของเขาให้สะอาดก่อนกล่าวต่อไปอย่างเชื่อฟัง “ดึกแล้ว ท่านรีบนอนพักผ่อนเถิด เดินทางตั้งหลายวันคงสูญเสียเรี่ยวแรงไปไม่น้อย”

หางตาหยุนลี่จงตกลง ขณะที่เอนกายลงนอนและพลิกตัวหันหลังให้กับภรรยา ไม่นานเสียงกรนก็ดังขึ้น

ขณะเดียวกัน ณ บ้านฝั่งปีกตะวันตก

หลังเป่าตะเกียงให้ดับลงแล้วบรรดาแม่ลูกกลับยังไม่นอนหลับเสียทีเดียว ทุกคนต่างสนทนากันถึงเรื่องเมื่อครู่ ส่วนหยุนลี่เต๋อเพียงทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดี นานครั้งถึงเอ่ยแทรกขึ้น

“อาชิ่วเอ๋อจะได้แต่งงานเข้าตระกูลใหญ่กลายเป็นสะใภ้เศรษฐีจริงหรือ? เมืองหลวงอยู่ห่างไกลออกไปเพียงใดกัน? ถึงเวลานั้นถ้าต้องการกลับมาเยี่ยมเยียนคงไม่ใช่เรื่องง่าย หากนางเกิดคิดถึงบ้านขึ้นมาจะทำอย่างไร?” หยุนเยี่ยนกล่าว

“แม่กลับคิดว่าชิ่วเอ๋อดูไม่ใช่คนโหยหาครอบครัวถึงเพียงนั้น เมืองหลวงทั้งกว้างใหญ่และคึกคัก ตัวเมืองเล็ก ๆ เช่นมณฑลอันผิงไม่อาจเทียบชั้นได้ เกรงว่าหากนางแต่งงานไปแล้วคงเพลิดเพลินจนไม่ใส่ใจคิดถึงบ้านอีก” แม่นางเหลียนออกความเห็น

“ท่านลุงใหญ่ช่างมากความสามารถจริงเชียว เพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดหาการแต่งงานอันประเสริฐให้อาชิ่วเอ๋อได้แล้ว เวลานี้เห็นทีอาชิ่วเอ๋อคงนอนกลิ้งเกลือกอยู่ใต้ผ้าห่มไม่อาจข่มตานอนลงแล้วกระมัง” หยุนเชวี่ยเอ่ยขึ้นบ้าง

แม้กล่าวเช่นนั้นแต่หยุนเชวี่ยกลับรู้สึกตงิดอยู่ในใจบ้าง เพราะการแสดงออกของหยุนลี่จงขณะที่อยู่ในห้องชั้นบนนั้นช่างดูเสแสร้งอย่างไรชอบกล อีกอย่าง… หากสิ่งที่เขากล่าวเป็นเรื่องจริง ด้วยฐานะทางการเงินและอำนาจของตระกูลจางที่อยู่ในเมืองหลวง พวกเขาจะไม่สามารถเฟ้นหาสตรีผู้มีอักษรแปดตัวในชื่อที่พ้องต้องกันได้เลยจริงหรือ?

“บางทีการแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่อาจไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่ใครนึกอิจฉา” แม่นางเหลียนกล่าวพลางทอดถอนใจ “ตระกูลใหญ่ล้วนมีขนบธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทว่าครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในแถบชนบทมานมนาน ไม่เคยเรียนรู้กฎเกณฑ์เหล่านั้นมาก่อน เกรงว่าคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามได้ ชิ่วเอ๋อคงไม่ตระหนักว่าชีวิตของตนนับจากนั้นจะเป็นอย่างไร”

“ถึงกระนั้นอาชิ่วเอ๋อก็รอคอยจะได้แต่งงานเข้าตระกูลมั่งคั่งและมีอำนาจมหาศาลมาโดยตลอดมิใช่หรือเจ้าคะ?” หยุนเยี่ยนกล่าว “คราวนี้หากทุกสิ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี คงเอาแต่เปรียบเทียบกับการแต่งงานของพี่เหอเยี่ยเอ๋อและพี่เหอเซียงเอ๋อไม่หยุดเป็นแน่”

“จะเปรียบเทียบให้เกิดประโยชน์อันใดขึ้นมา? การแต่งงานวัดกันที่ความสุขในชีวิตคู่ มิใช่เรื่องฐานะการเงินของบ้านฝ่ายสามีเสียหน่อย” แม่นางเหลียนกล่าว “หากนางเป็นลูกสาวแม่ ถึงอย่างไรคงไม่ยอมให้แต่งงานจากอ้อมอกไปไกลถึงเพียงนั้น…”

หลังจากฟังแม่ลูกพูดคุยกันมาสักพัก หยุนลี่เต๋อจึงปริปากเอ่ยบ้าง “หากให้พูดตามตรงแล้ว ไม่ว่าบ้านอยู่ใกล้หรือไกล จะร่ำรวยหรือยากจนล้วนไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอเพียงพวกเขาเป็นคนดีนับเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตระกูลจางมีพื้นฐานครอบครัวเป็นอย่างไร แต่เมื่อเจรจาการแต่งงานไปแล้ว คงไม่อาจตัดสินได้ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม”

“ใช่ ข้าเองก็เป็นกังวลเรื่องนี้เช่นกัน” แม่นางเหลียนกล่าว “พวกเขารีบร้อนจนเกินไป นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันกับชีวิตของชิ่วเอ๋อไปตลอดหลังจากนั้น จะว่าไปแล้วท่านพ่อและท่านแม่ควรให้คนไปสืบถามความจากจวนตระกูลจางให้แน่ชัดเสียก่อนก็ยังไม่สาย”

“อืม เจ้าช่างคิดรอบคอบเสียจริง” หยุนลี่เต๋อเห็นควรด้วย “วันพรุ่งนี้ข้าจะลองนำเรื่องนี้ไปกำชับกับท่านพ่อ ชิ่วเอ๋อเป็นสตรี ดังนั้นเรื่องใหญ่เช่นนี้เราควรต้องระมัดระวังให้มาก”

“ท่านพ่อ ท่านแม่” หยุนเชวี่ยลอบเบ้ปากอย่างไม่เห็นด้วย “เรื่องนี้ผู้ที่ตัดสินใจคืออาชิ่วเอ๋อ ต่อให้ท่านทั้งสองอุตส่าห์แสดงน้ำใจอันดีคงไม่พ้นถูกกล่าวหาว่ายุ่งเรื่องผู้อื่นอีกเป็นแน่ แม้หวังดีแต่อาจถูกมองว่าประสงค์ร้ายได้นะเจ้าคะ”

“จะนับเป็นเรื่องไร้สาระได้อย่างไรกัน? ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่ใช่คนอื่นไกลเสียหน่อย” แม่นางเหลียนตอบกลับ “แม้ปกติอาชิ่วเอ๋อของเจ้ามีนิสัยดื้อรั้นอยู่บ้าง แต่แม่เองก็เห็นนางเติบโตมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ครั้นถึงคราวออกเรือนก็หวังอยากให้นางมีชีวิตที่ดี”

“พวกเราลองไปพูดคุยดูก่อนก็ไม่เสียหาย ส่วนจะรับฟังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าจะตัดสินใจอย่างไร” หยุนลี่เต๋อกล่าวเสริม “ถึงอย่างไรพ่อก็เป็นพี่ชายรองของนาง ไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องใหญ่ในชีวิตของน้องสาวได้”

“อืม…” หยุนเชวี่ยรับคำอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะอ้าปากหาว “ง่วงนอนเหลือเกิน ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอตัวหลับก่อนแล้วกัน” กล่าวจบแล้วนางจึงพลิกตัวไปอีกด้านและกระซิบข้างหูหยุนเยี่ยน “เรามาเดิมพันกันไหมพี่สาว? ข้าว่าอาชิ่วเอ๋อไม่มีทางรับน้ำใจนี้เป็นแน่ ดีไม่ดีจะกล่าวหาอีกว่าครอบครัวเราอิจฉาริษยางานมงคลของนาง”

“เจ้านี่นะ…” หยุนเยี่ยนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมบริเวณท้อง “เดิมพันอะไรกัน? ข้าไม่ล่วงรู้นิสัยของอาชิ่วเอ๋อด้วยซ้ำ แต่ผู้ใดใช้ให้ท่านแม่ของเราใจดีเกินเหตุเช่นนี้ล่ะ? เฮ้อ นอนเถอะ”

“เจ้าสองพี่น้องยังพึมพำสิ่งใดอยู่ ไม่ยอมนอนอีกรึ?” เสียงของแม่นางเหลียนดังขึ้นผ่านผ้าม่านที่กั้นระหว่างเตียงนอน

“เปล่าเสียหน่อย ใกล้เคลิ้มหลับเต็มทีแล้ว” หยุนเชวี่ยรีบพลิกตัวหนีทันที ขณะพยายามข่มตาหลับก็ไม่วายคิดในใจว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ช่างเหมาะสมกันเสียจริง เอาเถอะ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจแก้ไขให้นิสัยซื่อบื้ออ่อนหวานเหล่านั้นหายไปได้

วันรุ่งขึ้น

แน่นอนว่าหยุนลี่เต๋อไม่ล้มเลิกเจตนารมณ์ที่จะพูดคุยเสนอความเห็นของตนเกี่ยวกับการหมั้นหมาย เขาบอกว่าควรสืบถามพื้นเพเดิมของคุณชายสี่แห่งตระกูลจางให้แน่ชัดเสียก่อน ทว่ากลับถูกหยุนชิ่วเอ๋อจิกกัดน้ำใจไมตรีอันดีเหล่านั้นจนขาดสะบั้น

“พูดราวกับเป็นเรื่องง่ายเสียอย่างนั้นแหละ พวกเขาเป็นถึงตระกูลใหญ่โตในเมืองหลวง จะเดินดุ่มเข้าไปสืบถามสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไรกัน? หรือพี่รองคิดว่าตนสามารถมองทะลุแผ่นฟ้าได้?” หยุนชิ่วเอ๋อกลอกตาอย่างไม่แยแส “อีกอย่าง ครอบครัวของเขามั่งคั่งร่ำรวยอย่างแท้จริง เมื่อวานนี้ท่านไม่เห็นของกำนัลที่เขาส่งมาเป็นสินสอดให้ข้าไว้เบื้องต้นหรอกหรือ?”

“พี่รองของเจ้าไม่ได้เคลือบแคลงฐานะของพวกเขาแต่อย่างใด” แม่นางเหลียนรีบอธิบาย “พี่รองของเจ้าปากเปราะไร้วาทศิลป์ เขาหมายความว่าให้เราส่งคนไปสืบหานิสัยที่แท้จริงของคุณชายสี่เสียก่อน เรื่องฐานะไม่ต้องกล่าวถึง เพียงใคร่รู้ตัวตนของเขาให้รอบคอบ”

“พี่สะใภ้รอง ท่านชักจะกังวลเกินหน้าเกินตาข้าไปหน่อยแล้ว!” หยุนชิ่วเอ๋อพูดพลางเบี่ยงหน้าส่องกระจกทองเหลืองทั้งทางซ้ายและขวาพร้อมแค่นเสียงเย้ยหยัน “คุณชายจางเป็นถึงบัณฑิต ศึกษาเล่าเรียนตำรามาตั้งแต่ยังเยาว์ ด้วยกิจวัตรเช่นนี้เขาจะมีนิสัยเป็นอื่นอย่างไรได้? ข้าว่าพวกท่านก็แค่อิจฉาที่ข้าจะได้แต่งงานกับคุณชายตระกูลใหญ่ ส่วนลูกสาวของตัวเองแต่งงานทั้งทีกลับแต่งเข้าบ้านพ่อค้าเนื้อหมู คงริษยาตาร้อนจนไม่อาจเห็นข้าได้ดีใช่หรือไม่? ฮึ่ม! ข้าหรือจะมองไม่ออกว่าแท้จริงแล้วพวกท่านคิดอย่างไรกันแน่…”

“ชิ่วเอ๋อ เหตุใดจึงคิดเช่นนั้นไปได้?” แม่นางเหลียนรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เพราะถึงอย่างไรพวกเราก็นับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจึงนึกเป็นห่วงเป็นใยเจ้า ต่อจากนี้เจ้าได้ดิบได้ดีเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่ต้องพึงระมัดระวังให้มาก…”

“ครอบครัวเดียวกันประสาอะไร? ผู้ใดต่างก็รู้ว่าพวกท่านรอคอยจะแยกบ้านออกไปใจแทบขาด” หยุนชิ่วเอ๋อวางกระจกเงาทองเหลืองกระแทกลงบนโต๊ะก่อนแค่นเสียงเป็นเชิงตำหนิ “ข้าคงไม่รบกวนให้พี่สะใภ้รองให้เสียเวลา”

แม่นางเหลียน…

หยุนลี่จงเขียนจดหมายเสร็จตั้งแต่เช้าตรู่ ตั้งใจจะเข้าเมืองและนำจดหมายฝากคนนำไปส่งที่ตระกูลจางด้วยตัวเอง ทว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่หยุนลี่เต่อและแม่นางเหลียนพูด เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูจึงสะบัดชายแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจทันที

“น้องรอง สะใภ้รอง สิ่งที่เจ้าสองคนกล่าวหมายความว่าอย่างไรกันแน่?! ข้าเป็นถึงพี่ใหญ่ตระกูลหยุน มีหรือจะผลักให้น้องสาวตัวเองร่วงลงในหลุมไฟ คนตระกูลจางอุตส่าห์รีบร้อนติดต่อกับเราด้วยความยินดียิ่ง ระยะทางระหว่างที่นี่ไปยังเมืองหลวงห่างไกลนัก กว่าจะสืบความและหวนกลับมาเห็นทีทุกอย่างคงจืดชืดไปเสียแล้ว เรื่องดีงามถึงเพียงนี้อุตส่าห์ร่วงลงบนศีรษะ หากไม่ได้พวกเขาก็ไม่รู้จะเสาะหาตระกูลใหญ่อื่นใดมาแต่งงานกับชิ่วเอ๋ออีก ใช่จะพบเจอโดยง่ายเสียเมื่อไร?!”

หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนต่างไม่ใช่คนปากไว แม้ในใจรู้สึกว่าการรีบร้อนแต่งงานเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อถูกต่อว่าเช่นนี้แล้วจึงไม่ปริปากกล่าวคำใดอีก

หยุนลี่จงยังคงแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อไป “หากการฤกษ์ยามมงคลของชิ่วเอ๋อมีอันต้องล่าช้าออกไปอีก เจ้าสองคนจะรับผิดชอบอย่างไรไหว?! หากกล้าเอ่ยปากว่ารับผิดชอบได้ วันนี้ข้าจะไม่นำจดหมายฉบับนี้ไปส่งแล้ว!”

กล่าวจบหยุนลี่จงจึงสะบัดหน้าใส่ทันที เขาหลุบตาลงพลางแค่นเสียงเกรี้ยวกราดเย็นชา โยนซองจดหมายลงบนโต๊ะอย่างไม่แยแสอีก

หยุนชิ่วเอ๋อเห็นดังนั้นจึงเกิดร้อนใจขึ้นมา “แม้เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตข้าก็จริง แต่ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่คิดตัดสินใจแทนข้าด้วยซ้ำ! แล้วเจ้าสองคนถืออภิสิทธิ์ใดมาขัดขวางข้า?! คิดปล่อยให้ข้าจมปลักน้ำเน่าอยู่ที่เก่าไม่ให้ได้ดิบได้ดีเช่นนั้นรึ?! หากล่าช้าไปกว่านี้ข้าไม่มีวันปล่อยครอบครัวพวกเจ้าไปแน่!”

“ท่านพ่อ ท่านควรออกความเห็นใดสักอย่างหน่อยดีหรือไม่?” หยุนลี่จงล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ จ้องมองหยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนด้วยสายตาเย็นชา

ผู้เฒ่าหยุนใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย เมื่อคืนนี้ทันทีที่ได้ยินเรื่องการแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่ราวความร่ำรวยร่วงหล่นลงจากฟากฟ้าอย่างกะทันหันในใจก็รู้สึกชอบกลอยู่บ้าง ทว่าหยุนลี่จงกลับกล่าวดักคอไว้เสียก่อนว่าหากหยุนชิ่วเอ๋อสามารถแต่งเข้าตระกูลจางได้ ไม่เพียงนางจะมีชีวิตที่สุขสบายดีไปตลอดเท่านั้น แต่ในฐานะที่เป็นครอบครัวขุนนางเฉกเช่นเดียวกัน ในอนาคตต้องเกื้อกูลส่งเสริมกันเป็นอย่างดี ดังนั้นหากพลาดการแต่งงานในครั้งนี้ย่อมเป็นสิ่งที่น่าเสียดายนัก

เมื่อลูกสาวแต่งงานเทียบได้กับการสาดน้ำออกจากเรือน ไม่ว่าจะสาดเข้าตระกูลใดหรือสาดไปไกลแค่ไหน อีกฝ่ายย่อมถามถึงผู้ที่สาดน้ำอยู่เสมอ ผู้เฒ่าหยุนจึงคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ควรแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่เสียให้สิ้นเรื่อง ในอนาคตไม่แน่ว่าตระกูลหยุนอาจมีโอกาสก้าวหน้าทัดเทียมพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นได้

“เจ้าใหญ่ พ่อขอถามบางสิ่งหน่อยเถิด” ผู้เฒ่าหยุนกล่าว “คุณชายสี่แห่งตระกูลจางเป็นคนเจ้าชู้เสเพลหรือไม่? หากชิ่วเอ๋อแต่งงานไป เขาจะภักดีต่อนางอย่างตลอดรอดฝั่งเพียงใดกัน?”

“โธ่ ดูสิ่งที่ท่านพ่อถามสิ” หยุนลี่จงยิ้มเจื่อนอย่างจนปัญญา “หากเขาเป็นคุณชายเสเพล ข้าคงไม่แนะนำน้องสาวให้กับเขาเป็นแน่ แต่ถึงอย่างไรนายน้อยจางก็อยู่ในตระกูลใหญ่ ภายภาคหน้าอาจจำเป็นต้องแต่งภรรยารองหรือรับอนุภรรยาสามถึงสี่คนเพื่อเสริมบารมีเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งหนึ่งที่ชิ่วเอ๋อไม่ต้องเป็นกังวลเลยคือนางแต่งเข้าในฐานะฮูหยินใหญ่ เพราะฉะนั้นสตรีเหล่านั้นที่มาทีหลังนับว่ามีฐานะต่ำต้อยกว่า ไม่อาจเทียบเคียงชิ่วเอ๋อได้แม้แต่นางเดียว”

คำพูดของหยุนลี่จงถือเป็นเรื่องสัตย์จริง หากออกปากว่านายน้อยจางเป็นบุรุษคุณธรรมและอุปนิสัยสูงส่งเกรงว่าผู้เฒ่าหยุนอาจไม่หลงเชื่อโดยง่าย ทว่าประโยคเมื่อครู่เป็นสิ่งปกติวิสัยของมนุษย์ทั่วไป จึงดูมีน้ำหนักจริงจังสมน้ำสมเนื้อ

“จะเป็นไรไป ขุนนางยศใหญ่ต่างก็มีอนุภรรยามากมายกันทั้งนั้นมิใช่หรือ?” หยุนชิ่วเอ๋อไม่นึกเป็นกังวลแม้แต่น้อย “อีกอย่าง ข้ามีฐานะเป็นภรรยาแต่ง ต่อให้เขามีอนุมากถึงสิบแปดคน ถึงอย่างไรผู้ที่มีหน้าที่ดูแลจัดการก็เป็นข้า”

“ชิ่วเอ๋อ แม้เป็นถึงฮูหยินใหญ่ก็ไม่ควรลำพองใจเช่นนั้น” ผู้เฒ่าหยุนเหลือบมองหยุนชิ่วเอ๋อก่อนละสายตาหันกลับมามองหยุนลี่จง “เจ้าใหญ่ พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนพ่อ ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์เป็นธุระจัดการเรื่องการแต่งงานให้กับชิ่วเอ๋อ เช่นนั้นเจ้าจงเป็นผู้ตัดสินใจเองเถิด”

  

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 309 พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนพ่อ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
22/06/2026
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.