Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 312 สินสอดห้าร้อยตำลึง

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 312 สินสอดห้าร้อยตำลึง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 312 สินสอดห้าร้อยตำลึง

ผ่านไปครู่หนึ่ง

หยุนหรงหอบกล่องเครื่องประทินผิววิ่งกลับเข้ามาในห้อง ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น “พี่สาว อาชิ่วเอ๋อ พวกท่านลองคาดเดาดูสิเจ้าคะว่าครู่นี้ข้าพบเห็นสิ่งใด?!”

หยุนเยว่ไม่ตอบรับใด ๆ และหยิบถุงเงินขึ้นมาทำการปักต่อ ไม่ว่าอย่างไรผู้ที่จะแต่งเข้าสะใภ้ตระกูลใหญ่ก็ไม่ใช่นาง ดังนั้นตัวนางจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ต้องใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

“เห็นสิ่งใดรึ?” หยุนชิ่วเอ๋อวางกระจกทองเหลืองขนาดเท่าฝ่ามือลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงก้มลงผัดแป้งประทินผิวทั้งบนใบหน้าและลำคอ และใช้เพียงหางตาเหลือบมองอีกฝ่าย

หยุนหรงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “ข้าเห็นหีบสีแดงใบใหญ่ในห้องชั้นบน ภายในหีบเต็มไปด้วยก้อนเงินขนาดใหญ่ ใหญ่มากเลยนะเจ้าคะ!” นางพูดพลางใช้สองมือทำท่าทางประกอบ “ต้องเป็นสินสอดทองหมั้นที่นำมาให้บ้านเราเป็นแน่!”

หยุนชิ่วเอ๋อเลิกคิ้ว “พวกเขามากันกี่คนรึ? นอกจากก้อนเงินแล้วเจ้าเห็นว่ามีอย่างอื่นอีกหรือไม่? เช่น เครื่องประดับ ผ้าไหมผ้าแพร หรืออะไรทำนองนั้น?”

“ข้าแอบมองเพียงแวบเดียว ไม่ทันเห็นละเอียดนักเจ้าค่ะ” หยุนหรงส่ายหน้า “แม้ไม่เห็นสิ่งอื่น แต่เงินในหีบนั่นก็มีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยตำลึงแล้ว! บ้านของเราจะได้ร่ำรวยกันเสียที!”

“นั่นเป็นสินสอดที่ตระกูลจางมอบให้ข้าต่างหากเล่า!” หยุนชิ่วเอ๋อกลอกตาใส่หยุนหรง ครั้นทาผงหอมเสร็จสิ้น จึงใช้นิ้วมือเรียวราวประหนึ่งกลีบกล้วยไม้บรรจงเกลี่ยให้สม่ำเสมอ “เงินมากมายถึงเพียงนั้นจะยกให้ตระกูลหยุนเพียงผู้เดียวได้อย่างไร? อย่างน้อยก็ต้องมีส่วนที่เป็นของข้า”

ครอบครัวจางเป็นตระกูลใหญ่ที่ทั้งมั่งคั่งร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลในเมืองหลวง ในเมื่อหยุนชิ่วเอ๋ออุตส่าห์แต่งงานเป็นสะใภ้ใหม่ทั้งทีก็ควรมีสินสอดทองหมั้นติดตัวไปเพื่อไม่ให้อับอายขายหน้า ตอนนี้แม้แต่กำไลเงินที่แม่เฒ่าจูเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี หรือแม้แต่ปิ่นเงินลายประณีตก็ดูจะด้อยค่าเกินไปเสียแล้ว

หยุนหรงฟังแล้วได้แต่เบ้ปาก

“ต่อจากนี้ไปข้าจะได้เป็นถึงภรรยาเอกของคุณชายสี่ มีบรรดาสาวรับใช้คอยปรนนิบัติไม่ห่างกาย แม้แต่การแต่งเนื้อแต่งตัวยังไม่ต้องลงมือทำด้วยตนเองด้วยซ้ำ” หยุนชิ่วเอ๋อบรรจงวาดคิ้วให้โค้งเรียวประหนึ่งใบไผ่ เสร็จแล้วจึงเชิดหน้าขึ้นพินิศโฉมในกระจกด้วยความพึงพอใจ “สำหรับข้าแล้ว สิ่งที่คู่ควรคงไม่พ้นผงน้ำหอมที่กลิ่นหอมกรุ่นดีที่สุดในเมืองหลวง หากเวลานั้นมาถึงข้าอาจแบ่งปันส่งให้พวกเจ้าได้ลองชื่นชมเป็นบุญตา เจ้าสองพี่น้องจะได้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเสียบ้าง ฮ่า ๆ ๆ!”

ขณะเดียวกัน ณ ห้องชั้นบน

“ว่าอย่างไรนะ? จะรับตัวชิ่วเอ๋อไปภายในวันนี้เลยรึ?!” ผู้เฒ่าหยุนนั่งอยู่หลังโต๊ะรับแขก แผ่นหลังยืดตรง ทว่าสีหน้ากับเผยความลำบากใจออกมาอย่างชัดแจ้ง เขาพูดจาติดขัดอย่างไม่เห็นด้วยนัก “นี่ออกจะรีบร้อนเกินไปเสียหน่อย”

“นายท่านของข้าตั้งใจเชิญซินแสผู้สูงส่งมาจับฤกษ์ยามมงคล ปรากฏว่าตรงกับวันมงคลที่จะมาถึงในอีกสี่วัน” พ่อบ้านหลิวยกมือไพล่หลัง คำพูดฉะฉานชัดเจนไม่ช้าหรือเร็วจนฟังไม่ทัน “หากพลาดวันและเวลานี้ไป คงต้องรอให้ถึงฤกษ์มงคลอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า”

“สี่วัน…” ผู้เฒ่าหยุนพึมพำ ในใจคิดคำนวณยาวไกลไปถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ตัวแปรด้านเวลาดังกล่าวยาวนานเกินไป หากไม่นับความกังวลใจของเขา ถึงอย่างไรตระกูลจางคงไม่ยอมรอคอยเป็นแน่

พ่อบ้านหลิวพยักหน้า

คุณชายห้าแห่งตระกูลจางที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดขมวดคิ้วและแสดงท่าทีรำคาญใจเล็กน้อย “หากตระกูลของท่านยังลังเลเช่นนี้ เช่นนั้นก็ช่างเถิด ทำพวกเราต้องมาเสียเวลาเปล่า ต้าไห่…”

เด็กรับใช้คนหนึ่งรีบก้าวเข้ามาภายในห้องตามเสียงเรียก จากนั้นจึงก้มตัวลงปิดฝาหีบที่บรรจุแท่งเงินจำนวนมากลงตามเดิม

“ประเดี๋ยวก่อน!”

“ช้าก่อนขอรับ!”

พ่อบ้านหลิวและหยุนลี่จงอุทานขึ้นพร้อมกัน หยุนลี่จงถึงขั้นเด้งตัวผุดลุกขึ้นยืนอย่างร้อนใจ แต่แล้วกลับนึกขึ้นได้ว่าการกระทำของตนนั้นไม่สมควรเท่าไรนัก ร่างกายพลันสั่นเทิ้มด้วยความกระวนกระวาย เขาเผยรอยยิ้มเจื่อนแล้วค่อยหย่อนกายนั่งลงตามเดิมอย่างช้า ๆ

“ท่านพ่อ ข้าตระหนักดีว่าชิ่วเอ๋อจะแต่งงานจากบ้านไปไกลทั้งทีย่อมหักอกหักใจได้ยากยิ่ง แต่ลูกสาวของท่านเองก็เติบใหญ่แล้ว ไม่ว่าแต่งงานเร็วหรือช้าย่อมมีค่าเท่ากัน อีกอย่างชิ่วเอ๋อของเรากำลังจะมีชีวิตที่ดี แต่งเข้าตระกูลจางก็ประสบพบความสุขในไม่ช้านี้แล้ว…”

“นายน้อยห้าขอรับ พวกเราดั้นด้นมาถึงที่แห่งนี้ก็เพื่อเจรจาการสู่ขอ” พ่อบ้านหลิวมองไปที่คุณชายของเขาและส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงปราม จากนั้นจึงหันไปยิ้มแย้มให้ผู้เฒ่าหยุน “นายน้อยของข้าคงเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล อาจฉุนเฉียวเสียมารยาทไปบ้าง ขอท่านอาวุโสโปรดให้อภัย”

นายน้อยห้าเกิดในตระกูลใหญ่เปรียบดั่งคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด เขาได้รับการเลี้ยงดูฟูมฟักอย่างดีมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย มีหญิงสาวและบ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติมาโดยตลอด เมื่อประสบพบความขัดใจเพียงเล็กน้อยจึงแสดงกิริยาก้าวร้าวออกมา ผู้เฒ่าหยุนพอเข้าใจอยู่บ้างจึงโบกมือเป็นเชิงไม่ถือสา ก่อนหันไปทางพ่อบ้านหลิวด้วยความลังเล “ข้าขอเอ่ยถามอีกสักหน่อย คุณชายสี่แห่งตระกูลจางล้มป่วยด้วยโรคร้ายใดหรือ?”

“ช่วงเวลานี้สภาพอากาศเริ่มเย็นลง ด้วยร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก หากอาศัยอยู่เพียงในจวน แม้ต้องลมหนาวอาการคงไม่กำเริบหนัก ทว่าการเดินทางในครั้งนี้ห่างไกลนัก ฮูหยินเวทนาสงสารคุณชายสี่เกินกว่าจะให้มาเสี่ยงจับไข้ระหว่างทาง ด้วยเหตุนี้จึงให้คุณชายห้าเดินทางมาทำการหมั้นหมายแทน” พ่อบ้านหลิวกล่าว

คำพูดของเขาสมเหตุสมผล ตระกูลจางมีฐานะสูงส่งมากยศศักดิ์ของเมืองหลวง อุตส่าห์เดินทางมาทำการสู่ขอแม้เป็นระยะทางไกลโพ้น อีกทั้งยังอุตส่าห์ส่งนายน้อยคนหนึ่งให้ออกหน้าแทนตนเอง เรื่องดังกล่าวนับว่าอีกฝ่ายให้เกียรติแก่ครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวมากแล้ว

ชายชราพยักหน้ารับและกล่าวต่อไป “แต่ด้วยเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ ครอบครัวของข้าไม่มีเวลาทันตระเตรียมสินสอดทองหมั้นที่ดีเอาไว้ให้ชิ่วเอ๋อ เกรงว่าอาจเป็นการไม่เหมาะสมเท่าไรนัก”

พอคำกล่าวนั้นจบลง คุณชายห้าจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที แววตาซึ่งเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามกวาดมองไปทั่วห้อง “บ้านของท่านเป็นเพียงครอบครัวในแถบชนบทห่างไกล ไหนเลยจะหาสินสอดทองหมั้นอย่างดีให้กับนางได้? นั่นไม่จำเป็นหรอก ตระกูลจางของข้าไม่ได้ขาดแคลนทรัพย์สมบัติจนต้องมาเรี่ยไรเอาเช่นนี้เสียหน่อย”

ประโยคดังกล่าวไม่ใช่คำพูดที่สุภาพนัก บรรดาผู้คนที่อยู่ในห้องนอกจากผู้เฒ่าหยุนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าแสดงอาการว่าไม่พอใจออกมา มุมปากของแม่นางจ้าวกระตุกโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่แล้วก็พยายามฝืนสีหน้าให้เป็นปกติ

“ระยะทางจากหมู่บ้านแห่งนี้กลับไปยังเมืองหลวงต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสองวันเศษ ไม่สะดวกขนย้ายสิ่งของจำนวนมากไปเพิ่มให้หนักรถม้า” พ่อบ้านหลิวกล่าวเสริม “อีกอย่าง เมืองหลวงนั้นเจริญตาทั้งยังมีร้านรวงคับคั่ง ไม่มีสินค้าใดที่ไม่สามารถเสาะหา ตระกูลของข้าไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว สะใภ้ใหม่แต่งเข้าทั้งทีจะปฏิบัติต่อนางอย่างไม่ไยดีได้อย่างไรกัน?”

ทันทีที่เขาออกปากเรียกหยุนชิ่วเอ๋อว่าสะใภ้ใหม่ ผู้เฒ่าหยุนและแม่เฒ่าจูจึงค่อยโล่งใจมากขึ้น

“ท่านพ่อ ที่พ่อบ้านหลิวกล่าวก็ถูกต้องนะเจ้าคะ” แม่นางจ้าวซึ่งยืนอยู่ด้านข้างรีบกล่าวเสริม “ในตัวเมืองอันผิงว่าเจริญแล้ว แต่เมืองหลวงนั้นรุ่งเรืองกว่าไม่รู้กี่เท่า ต่อให้เราไม่มีสินสอดมอบให้ชิ่วเอ๋อ ข้าว่านางคงไม่ใส่ใจหรอกกระมัง”

ผู้เฒ่าหยุนนิ่งเงียบไม่ปริปากตอบ ระหว่างคิ้วยับย่นขณะจับจ้องแม่นางจ้าว

หยุนลี่จงรีบดันร่างแม่นางจ้าวให้ถอยกลับไปด้านหลังทันที จากนั้นจึงตวาดด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ “เจ้าเองก็เป็นสตรีมีลูกสาว พูดจาส่งเดชเช่นนี้สมควรแล้วหรือ?! ยังไม่รีบเข้าไปเก็บเสื้อผ้าสักสองชุดให้ชิ่วเอ๋อแล้วกำชับให้นางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก!”

พ่อบ้านหลิวยังนิ่งเงียบโดยที่สีหน้าไม่เผยอารมณ์ใดออกมา หางตาเหลือบมองไปยังเด็กรับใช้ที่ชื่อต้าไห่ ซึ่งอีกฝ่ายเข้าใจในทันที เขารีบเปิดฝาหีบสีแดงใบใหญ่ออก จากนั้นจึงอุ้มขึ้นไปวางบนโต๊ะและผลักไปทางผู้เฒ่าหยุน

“ต้องเดินทางข้ามภูเขาหลายลูก อีกทั้งถนนหนทางยังยาวไกล สินสอดทองหมั้นอย่างอื่นจึงไม่ได้เตรียมไว้ จะว่าไปแล้วเงินห้าร้อยตำลึงนี้ถือเป็นน้ำใจจากนายท่านและฮูหยินของข้า ขอให้ท่านอาวุโสโปรดรับไว้ด้วย” พ่อบ้านหลิวกล่าว

ก้อนเงินมูลค่าห้าสิบตำลึงมีขนาดใหญ่เกือบเท่ากำปั้น ทั้งหมดวางเรียงรายอยู่ในหีบเป็นจำนวนสิบก้อน แสงสะท้อนสีเงินวาววับทำเอาดวงตาทุกคู่ของสมาชิกในตระกูลหยุนทุกคนแทบถลนออกมานอกเบ้าด้วยความตื่นตะลึง

“ท่านพ่อ” กว่าหยุนลี่จงจะละสายตาจากแท่งเงินในหีบได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาเอื้อมมือไปใต้โต๊ะเพื่อกระตุกแขนเสื้อของผู้เฒ่าหยุน “ท่านพ่อ ท่านควรพูดอะไรสักหน่อยนะขอรับ”

แม่นางจ้าวแทบนั่งไม่ติดที่ นางหันไปกระซิบข้างหูแม่เฒ่าจูว่า “ท่านแม่ เงินตั้งห้าร้อยตำลึง จะมีสักกี่คนกันที่มีวาสนาได้เห็นเงินจำนวนมหาศาลในชาตินี้! ตระกูลจางช่างร่ำรวยอย่างแท้จริง บรรดาตระกูลอื่นที่ลูกสาวได้ออกเรือน ไม่มีผู้ใดเลยจะโชคดีเทียบเท่ากับลูกสาวของตระกูลเรา…”

แม่เฒ่าจูเป็นฮูหยินเฒ่าที่อาศัยอยู่ในแถบชนบทมาเกินครึ่งค่อนชีวิต เมื่อใดก็ตามที่ได้เงินหรือสมบัติอื่นมา นางมักเก็บซ่อนไว้แต่เพียงผู้เดียวและจุนเจือให้ครอบครัวมีกินมีใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเห็นว่าจำนวนเงินตรงหน้านั้นมากมายถึงห้าร้อยตำลึงทั้งยังมิใช่ความฝัน หัวใจของแม่เฒ่าจูแทบกระเด็นกระดอนหลุดออกจากขั้ว หากภายในห้องไม่มีคนนอกนางคงกระโจนเข้าไปตะครุบไว้แล้ว

“ตาเฒ่า…” ในที่สุดแม่เฒ่าจูก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยอีกต่อไป “เรื่องใหญ่ในชีวิตลูกสาวทั้งที่ ในฐานะที่เป็นพ่อ เจ้าก็รีบตัดสินใจเร็วเถอะ”

ผู้เฒ่าหยุนเบือนหน้ามองไปยังจุดอื่น หลังนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงผ่อนลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียง “สะใภ้ใหญ่ ไปเรียกชิ่วเอ๋อมาเถิด”

ภายในห้องไม่ไกลกันนัก หยุนชิ่วเอ๋อผัดแป้งแต้มผงหอมและวาดคิ้วเสร็จสิ้นแล้วจึงฟุบลงบนแขนเอนพิงกรอบหน้าต่างอย่างสบายอุรา หยุนหรงนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ด้านหลัง ส่วนหยุนเยว่ทำทีว่ากำลังทำงานเย็บปัก ทว่าสายตากลับเหม่อลอย บิดพลิกตะเข็บถุงเงินไปมาอย่างไร้จุดหมาย

“โอ้ ชิ่วเอ๋อ เจ้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วหรือนี่?” แม่นางจ้าวเปิดประตูเข้ามาในห้อง พบว่าหยุนชิ่วเอ๋อเอาใบหน้าแนบกรอบหน้าต่างราวกับจะมองทะลุออกไปให้จงได้ จึงลอบก่นด่าในใจว่าแพศยาผู้นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง

“นายน้อยตระกูลจางสั่งให้ท่านมาเรียกข้ากระนั้นหรือ?” หยุนชิ่วเอ๋อเชิดคางขึ้น

แม่นางจ้าวกระเถิบเข้าไปใกล้ประมาณสองสามก้าว มองสำรวจหยุนชิ่วเอ๋อตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เดิมทีคิดจะบอกตามตรงว่านายน้อยผู้นั้นที่นางเห็นไม่ใช่คุณชายสี่ตระกูลจาง ทว่าเมื่อทบทวนอีกครั้งจึงตัดสินใจไม่ปริปากบอก เพียงเอ่ยว่า “พินิศเสื้อผ้าหน้าผมชิ่วเอ๋อของเราแล้ว เจ้าช่างรูปโฉมงดงามและปราดเปรียวจนผู้คนที่ได้เห็นแทบไม่ละสายตา ไม่แปลกใจเลยที่วาสนาของเจ้าประเสริฐเสียจนหลายคนต่างนึกอิจฉา”

ปลายไหล่ของหยุนชิ่วเอ๋อเชิดขึ้น ลำคอยืดยาวระหง คิ้วโก่งจรดหางตายกสูงทั้งยังยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ “นานทีปีหนจะเห็นพี่สะใภ้ใหญ่กล่าววาจาน่าฟังเช่นนี้ นึกอยากประจบข้าขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร? หึหึ การแต่งงานในครั้งนี้พี่ใหญ่เป็นผู้จัดการ แน่นอนว่าข้าย่อมไม่หลงลืมบุญคุณของเขา ท่านเองก็อยู่ในห้องชั้นบน รู้หรือไม่ว่าบรรดาผู้ใหญ่พูดคุยเรื่องใดกันบ้าง?”

“ชิ่วเอ๋อ” แม่นางจ้าวเดินอ้อมไปข้างหน้า จับมือหยุนชิ่วเอ๋ออย่างสนิทสนม ทำทีเสียอกเสียใจราวไม่ต้องการให้อีกฝ่ายไปไกลห่าง “คุณชายจางกล่าวว่าซินแสผู้สูงส่งจับยามฤกษ์มงคลตรงกันกับวันมงคลที่จะถึงในอีกสี่วันนี้ และพวกเขามาที่นี่ก็เพื่อรับตัวเจ้ากลับไปยังจวนเพื่อเตรียมการแต่งงาน”

“อีกสี่วันงั้นหรือ?!” หยุนชิ่วเอ๋อได้ยินดังนั้นก็ตะลึงงันไป “จะเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?! ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่ทันตระเตรียมสินสอดทองหมั้นไว้ให้ข้าด้วยซ้ำ เครื่องประดับพวกนั้นที่มีอยู่ใช่ว่าจะเพียงพอ หากนำติดตัวไปแค่นั้นเห็นทีข้าคงถูกหัวเราะเยาะเป็นแน่”

“นั่นก็ถูกของเจ้า ข้าเองก็กล่าวแย้งไปแล้วเช่นกัน” แม่นางจ้าวถอนหายใจ “แต่พ่อบ้านหลิวแห่งตระกูลจางกำชับนักหนา ว่าหากพลาดวันเวลาดังกล่าวไป คงต้องรอให้ถึงฤกษ์ยามหน้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิเสียแล้ว”

“เช่นนั้นรอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าก็ไม่เสียหาย” หยุนชิ่วเอ๋อใช้นิ้วพันรอบปลายเส้นผมไปมา “จะได้พอมีเวลาจัดการเรื่องการแต่งงานมากขึ้น ข้าเองก็คิดว่าช่วงตรุษจีนนี้จะถือโอกาสตัดเย็บเสื้อผ้าใหม่สักสองสามชุด ท่านพ่อและท่านแม่ก็จะได้มีเวลาจัดหาสินสอดทองหมั้นเพิ่มเติม”

“โอ๊ย! ชิ่วเอ๋อของข้า!” แม่นางจ้าวได้ยินดังนั้นจึงตบต้นขาฉาดใหญ่ด้วยความขัดใจ “ตระกูลจางมีฐานะธรรมดาสามัญเสียเมื่อไรกัน?! เหตุที่เจ้ามีวาสนาได้แต่งเข้าเป็นสะใภ้ใหม่นั่นก็เป็นเพราะอักษรแปดตัวของเจ้าพ้องต้องตรงกันกับเขา ทั้งฮูหยินเฒ่าและคุณชายต่างรอคอยให้เจ้าช่วยเสริมบารมีบรรเทาความเจ็บไข้ด้วยความยินดี หากยังคิดถ่วงเวลาลากยาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ระหว่างนั้นอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้นก็เป็นได้ อุตส่าห์มีโอกาสได้แต่งงานดีถึงเพียงนี้ เกิดพลาดล้มเหลวอีกครั้งเจ้านั่นแหละที่ต้องเสียใจ!”

สีหน้าหยุนชิ่วเอ๋อแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที นางกลอกตาไปมาสองถึงสามรอบแล้วจึงเอ่ยถาม “นายน้อยจางหมายความว่าอย่างไร? ให้ข้า… กลับเข้าเมืองหลวงไปพร้อมเขาเมื่อไรรึ?”

“วันนี้ก็ควรออกเดินทางแล้ว ระยะทางจากที่นี่ไปยังเมืองหลวงต้องใช้เวลาถึงสองวันเศษ อย่างไรก็ต้องรีบไปให้ถึงจวนก่อนวันมงคล เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ต้องเตรียมการไว้แต่เนิ่น ๆ จึงจะไม่มีสิ่งใดผิดพลาด” แม่นางจ้าวพูดพลางตบหลังมือหยุนชิ่วเอ๋อแผ่วเบา “ขึ้นไปยังห้องชั้นบนก่อนเถิด ท่านพ่อมีบางสิ่งใคร่ฝากฝังกับเจ้า ส่วนข้าจะกลับไปเก็บเสื้อผ้าไว้ให้เจ้าสักสองชุด อย่าชักช้าเลย รีบไปเถิด”

หยุนชิ่วเอ๋อรู้สึกกระสับกระส่าย

มีโอกาสได้แต่งเข้าเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่ทั้งที ไม่ว่ากี่พันกี่หมื่นครั้งนางย่อมตอบรับโดยไม่คิดลังเล ทว่าทั้งชีวิตที่ผ่านมานางไม่เคยออกห่างจากอ้อมอกบิดามารดาแม้เพียงครึ่งคืบ ครั้งนี้จะได้แต่งงานทั้งทีก็ต้องออกจากเรือนไปไกลโดยไม่ทันได้เตรียมใจด้วยซ้ำ เพียงคิดว่าต้องข้ามภูเขาลูกใหญ่เข้าไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นชิน ในใจก็อดรู้สึกลนลานไม่ได้

  

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 312 สินสอดห้าร้อยตำลึง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
aileenQCSjP
ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
06/03/2026
61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022
M0l3ZdE
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
29/01/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.