Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 313 ออกเรือนไปไกล

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 313 ออกเรือนไปไกล
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 313 ออกเรือนไปไกล

“แต่วันนี้ วันนี้… ข้ายังไม่ทันได้เตรียมตัวเลย” หยุนชิ่วเอ๋อตื่นตระหนกเสียจนไม่รู้ว่าควรหยิบจับสิ่งใดบ้าง

“เจ้ายังต้องเตรียมสิ่งใดอีก? หากไปถึงเมืองหลวงแล้ว คิดหรือว่าตระกูลจางจะไม่สนใจดูแลเจ้า?” แม่นางจ้าวประคองแขนหยุนชิ่วเอ๋อ กึ่งผลักกึ่งเข็นให้นางเดินขึ้นไปยังห้องชั้นบน “คุณชายจางรอเจ้าอยู่ นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก เพราะฉะนั้นเจ้าแสดงสีหน้าให้ดีหน่อยเถิด”

ขณะนี้จิตใจหยุนชิ่วเอ๋อล่องลอยไปไกลไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงไม่อาจฝืนเผยรอยยิ้มได้ ภายในใจคิดวนเวียนเพียงว่านางต้องออกเรือนไปไกลเพียงคนเดียว อีกทั้งยังไม่เคยพบเห็นโลกภายนอกมาก่อนนอกจากในบริเวณหมู่บ้าน ครั้นนึกว่าตนอาจเคว้งคว้างเมื่อไปอยู่ที่อื่นซึ่งไม่เคยคุ้นแม้แต่สภาพอากาศ จึงเอาแต่ขบกรามแน่น หากนางพบพานปัญหาและต้องแบกรับเพียงผู้เดียว เห็นทีคงไม่ต่างอะไรไปจากคนที่ดวงตามืดบอด

“ท่านพ่อ ชิ่วเอ๋อมาแล้วเจ้าค่ะ” แม่นางจ้าวดันร่างหยุนชิ่วเอ๋อให้ก้าวเข้าไปในห้อง

หยุนชิ่วเอ๋อได้จังหวะรีบเหลือบมองไปทางคุณชายจางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบร้อนก้มหน้างุด สองมือขยำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่นขณะโค้งคำนับอีกฝ่ายด้วยท่าทีเขินอาย จากนั้นจึงสาวเท้าเล็ก ๆ เดินตรงไปนั่งเคียงข้างแม่เฒ่าจู

“ข้ามีถ้อยคำที่ต้องการบอกชิ่วเอ๋อเพียงไม่กี่คำเท่านั้น” ผู้เฒ่าหยุนพยายามหยัดพิงพนักเก้าอี้พร้อมกล่าวต่อไป “เจ้าใหญ่ ช่วยเชิญคุณชายจางและพ่อบ้านหลิวไปพักผ่อนที่ห้องโถงใหญ่ก่อนเถิด”

“ท่านอาวุโสโปรดรีบเร่งด้วย เราไม่อาจเสียเวลาล่าช้าเกินไป” พ่อบ้านหลิวกล่าวพลางประสานมือคารวะ

นายน้อยจางเพียงเงยหน้ามองหยุนชิ่วเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านข้างแวบหนึ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ จากนั้นจึงหันหลังกลับเดินตามหยุนลี่จงที่ยังแสดงท่าทีประสบสอพลอและนอบน้อมเกินปกติออกจากห้องไป

หยุนชิ่วเอ๋อรีบเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เต็มใจ “ท่านพ่อ ท่านต้องการให้ข้าติดตามเขาไปเดี๋ยวนี้ตอนนี้จริงหรือ?”

“นั่นเป็นความประสงค์ของตระกูลจาง” ผู้เฒ่าหยุนถอนหายใจ “ชิ่วเอ๋อ ข้ามีลูกสาวผู้จงรักภักดีของตระกูลเพียงนางเดียว ในเมื่อมีโอกาสแต่งงานทั้งที ไม่ว่าแต่งช้าหรือเร็วย่อมมีค่าเท่ากัน เจ้าว่าจริงหรือไม่?”

“แต่ท่านพ่อ…”

“อุตส่าห์ปีนป่ายขึ้นไปแต่งเข้าตระกูลใหญ่ได้ทั้งที ชีวิตของเจ้านับว่ามีวาสนาอย่างมากล้นแล้ว เจ้ายังมัวเล่นตัวไปเพื่อสิ่งใดอีก?!” คนนอกออกจากห้องไปแล้ว แม่เฒ่าจูจึงไม่สงวนท่าทีอีกต่อไป นางโผเข้าหาหีบบรรจุเงินทันที มือหยิบก้อนเงินขึ้นและใช้ฟันขบแทะเพื่อพิสูจน์ รู้สึกราวอวัยวะภายในคล้ายถูกรีดออกไปจนหมดสิ้น

“แต่ข้ายังไม่ได้เตรียมสินสอดทองหมั้น…” หยุนชิ่วเอ๋อพูดพลางเหลือบมองเงินก้อนใหญ่เหล่านั้น “หากแต่งเข้าตระกูลจางในสภาพน่าอนาถเช่นนี้ เห็นทีคงถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเป็นแน่ พวกเขาไม่วายเหยียดหยามดูแคลนข้า”

“นายน้อยจางพูดอย่างชัดเจนแล้วว่าตระกูลจางมิได้ขาดแคลนทรัพย์สมบัติแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องเรี่ยไรเอาจากครอบครัวเราด้วยซ้ำ” แม่เฒ่าจูปิดฝาหีบเงินลง แต่เรี่ยวแรงไม่มากพอที่จะอุ้มขึ้นไปเก็บไว้ จนแม่นางจ้าวต้องปรี่เข้ามาช่วย

“เงินห้าร้อยตำลึงนี้สำหรับตระกูลจางแล้วนับว่าขนหน้าแข้งไม่ทันร่วง หากแต่งงานเข้าตระกูลไปแล้วอาจได้รับผลประโยชน์มากกว่านี้อีกไม่รู้ตั้งกี่เท่า” แม่นางจ้าวยิ้มแย้ม “อีกทั้งคุณชายจางก็พึงใจในตัวเจ้าไม่น้อย”

“ตระกูลอื่นแต่งลูกสาวทั้งทีล้วนสวมชุดมงคลสีแดง มีทั้งขบวนแตรแซ่ซ้อง ทั้งเกี้ยวขนาดใหญ่ผูกผ้าแดงมารับถึงหน้าเรือน” หยุนชิ่วเอ๋อทรุดกายลงนั่งบนเตียง ใบหน้าหม่นหมองแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางไม่เต็มใจเอาเสียเลย

“โธ่ น้องชิ่วเอ๋อของข้า…” แม่นางจ้าวรีบนั่งลงเคียงข้างนางพลางยื่นมือไปจับมือนางไว้ “ลูกสาวตระกูลอื่นจะมีชีวิตดีงามเทียบเท่าเจ้าได้อย่างไร? เจ้าแต่งงานทั้งทีกลับได้แต่งเข้าเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเชียวนะ! หญิงสาวสักกี่คนในหมู่บ้านใกล้เคียงรัศมีสิบแปดลี้จะมีวาสนาดีเช่นนี้ ไหนจะสินสอดที่มากมายถึงห้าร้อยตำลึงนี่อีกเล่า? ยังไม่อาจหมายความว่าเจ้าได้รับความโปรดปรานจากคุณชายจางและแม่สามีอีกหรือ?”

ปกติแล้วหยุนชิ่วเอ๋อคิดอ่านสิ่งใดไม่รอบคอบ อีกทั้งยังชื่นชอบฟังวาจาอันไพเราะน่าฟังมากกว่าหลักความเป็นจริง เมื่อแม่นางจ้าวกล่าวหว่านล้อมด้วยฝีปากอันเปี่ยมด้วยวาทศิลป์เช่นนี้ นางจึงรู้สึกผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก

“อีกอย่าง แต่งงานแล้วใช่ว่าจะกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเก่าไม่ได้เสียเมื่อไร? อีกหน่อยเจ้าก็สวมเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างดี สวมเครื่องประดับเงินประดับทองให้เฉิดฉาย นั่งรถม้ากลับมาพร้อมกับคุณชายจางพร้อมด้วยสาวรับใช้ ลองตรองดูเถิดว่าน่าอิจฉาเพียงใด?!”

ถ้อยคำของแม่นางจ้าวทำให้หยุนชิ่วเอ๋อยิ่งคิดตามยิ่งรู้สึกอิ่มเอมใจยิ่ง ความรู้สึกไม่ต้องการจากบ้านเกิดเมืองนอนลดทอนลงตามลำดับ ใบหน้าที่เคยหม่นหมองเริ่มปรากฏรอยยิ้มสดใส

“ชิ่วเอ๋อ” ผู้เฒ่าหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่งเข้าตระกูลอื่นนับว่าเจ้ากลายเป็นคนของตระกูลอื่นไปแล้ว ตระกูลจางเป็นตระกูลใหญ่โต แน่นอนว่าต้องมีกฎเกณฑ์เคร่งครัด จากนี้เจ้าระงับนิสัยเอาแต่ใจไว้เสีย ต้องปรนนิบัติคุณชายจางอย่างดีไม่ให้บกพร่อง ทั้งยังต้องกตัญญูต่อพ่อและแม่ของสามีให้มาก…”

“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ” หยุนชิ่วเอ๋อไม่ต้องการฟังเขาสั่งสอนยาวเหยียดให้ระคายหูจึงโพล่งขัดขึ้น จากนั้นจึงเอ่ยถาม “เช่นนั้นแล้ว ระหว่างทางข้าก็ต้องมีเงินติดตัวไว้บ้าง หากเข้าไปถึงจวนตระกูลจางจะได้พอมีทรัพย์สินไว้ซื้อใจผู้คน”

“เจ้าแต่งเข้าเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่ บรรดาหญิงสาวแห่แหนกันมารับใช้เจ้าก็สมควรแล้ว ยังต้องตกรางวัลซื้อใจผู้ใดอีก? มีเงินมากมายจนต้องนำไปแจกจ่ายให้ผู้อื่นเชียวรึ?!” แม่เฒ่าจูปิดหีบสีแดงและดันเข้าไปซ่อนไว้ใต้โต๊ะข้างเตียง

“ท่านจะรู้อะไร? ครอบครัวใหญ่ล้วนมีธรรมเนียมเช่นนี้กันทั้งนั้น” หยุนชิ่วเอ๋อกลอกตา มุมปากกระตุกโค้งขึ้นด้วยความขัดใจ “อีกอย่าง เงินนั่นก็เป็นสินสอดทองหมั้นของข้า…”

“สินสอดทองหมั้นของเจ้างั้นรึ?!” แม่เฒ่าจูตวาดเสียงดัง “ข้าเป็นผู้เบ่งเจ้าออกมา ทั้งยังอุตส่าห์เลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ พอได้ดิบได้ดีแล้วกลับไม่นึกถึงบุญคุณของข้า!”

“เช่นนั้นขอเพียงจำนวนหนึ่งจากทั้งหมดก็ได้…”

“บุญคุณในการเลี้ยงดูมนุษย์ใหญ่หลวงยิ่งกว่าสวรรค์! ลูกสาวแต่งงานออกเรือนเปรียบดั่งสาดน้ำออกไป นอกจากไม่ได้กลับมาเลี้ยงดูแล้วยังคิดพรากเงินทองของพ่อแม่ไปอยู่กินในบ้านของสามีอีกรึ?! ข้าเลี้ยงเจ้าแต่เล็กจนเติบใหญ่อย่างเสียข้าวสุกซะจริง!”

เสียงก่นด่าของแม่เฒ่าจูเริ่มดังขึ้นทุกขณะ หยุนชิ่วเอ๋อเกรงว่าเสียงของผู้เป็นแม่จะเล็ดลอดออกไปจนคุณชายจางซึ่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ได้ยิน จึงไม่คิดโต้เถียงอีกต่อไปและกระทืบเท้าเร่าพร้อมขอความช่วยเหลือ “ท่านพ่อ…”

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ลูกสาวออกเรือนทั้งที ควรให้นางมีเงินติดตัวออกไปสักหน่อย” ผู้เฒ่าหยุนพยักหน้าก่อนกล่าวต่อไป “สมควรแล้วที่จะให้ชิ่วเอ๋อมีทรัพย์สินติดตัวบ้าง หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนาง อย่างน้อยยังนำเงินส่วนนี้เพื่อใช้จ่ายในกรณีเร่งด่วน”

“ข้าผ่านการแต่งงานมาแล้วครึ่งค่อนชีวิต ไม่เห็นจะประสบพบพานกับปัญหาใด” แม่เฒ่าจูจำใจเปิดหีบเงินออกอีกครั้งอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนกวาดสายตาไปยังก้อนเงินที่มีมูลค่าหนึ่งก้อนต่อห้าสิบตำลึงอย่างไม่อาจหักใจได้โดยง่าย

ขณะนั้นเอง หยุนลี่จงเดินกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมกล่าวเร่งเร้า “ท่านพ่อ ท่านฝากฝังถ้อยคำและกำชับนางอย่างดีแล้วหรือยังขอรับ? คุณชายจางแจ้งว่าจำเป็นต้องรีบออกเดินทางก่อนเที่ยง ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว หากยังมัวรีรออยู่อาจพลาดฤกษ์ยามมงคล…”

ชายชราได้ยินแล้วจึงพยักหน้ารับ

“ชิ่วเอ๋อ ข้าเก็บเสื้อผ้าไว้ให้เจ้าแล้วสองชุด รอเข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นคงมีเสื้อผ้างาม ๆ อีกหลายชุดที่ตัดเย็บขึ้นใหม่ให้สวมใส่มากมายเป็นแน่…” แม่นางจ้าวใช้ผ้าผืนใหญ่ห่อเสื้อผ้าที่พับไว้อย่างคล่องแคล่ว ต้องการให้อีกฝ่ายเร่งออกจากเรือนไปโดยเร็ว

“พี่ใหญ่ แล้วท่านจะไม่ตามไปส่งข้าหรือ?” หยุนชิ่วเอ๋อก้มมองห่อผ้าที่แม่นางจ้าวยัดใส่อ้อมแขนของตน จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองหยุนลี่จงด้วยแววตาเป็นสับสนและวิตกกังวลไม่น้อย

“เมืองหลวงอยู่ห่างไกลเกินไป รถม้าก็บรรทุกผู้โดยสารไม่ได้มากไปกว่านี้ ด้วยประการทั้งปวงพี่ใหญ่จึงไม่สะดวกตามไปส่งเจ้า” หยุนลี่จงหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนกำชับย้ำอีกครั้ง “ตลอดเส้นทางเจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มาก หากมีสิ่งใดสงสัยให้ถามเอาจากพ่อบ้านหลิว ถึงเมืองหลวงแล้วให้รีบส่งจดหมายกลับมาแจ้งทางครอบครัวทันที”

แม่เฒ่าจูฝืนหักอกหักใจอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดจึงตัดใจหยิบแท่งเงินจำนวนห้าสิบตำลึงยื่นใส่มือหยุนชิ่วเอ๋อ ซึ่งหยุนชิ่วเอ๋อยังรู้สึกว่านี่เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป ทว่าเมื่ออ้าปากเตรียมจะต่อรอง พ่อบ้านหลิวก็ขึ้นมาตามเร่งเร้าอีกครั้ง

ใกล้ถึงยามเที่ยง หยุนลี่จงที่ยังคิดอยากประจบสอพลอคนของตระกูลจาง จึงได้เชิญชวนให้พวกเขาอยู่ทานอาหารมื้อกลางวันที่บ้านให้อิ่มหนำเสียก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง ทว่าคุณชายจางกลับขมวดคิ้วและส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธอย่างนึกรำคาญ ไม่คลายความรังเกียจเดียดฉันท์ที่มีต่อบ้านหลังน้อยในแถบชนบทที่สภาพน่าเวทนาหลังนี้

“ชิ่วเอ๋อ เจ้าเร่งมือหน่อยเถิด นายน้อยจางก้าวขึ้นรถม้าแล้ว อย่าทำให้ผู้อื่นต้องรอคอยนาน” หยุนลี่จงกล่าว

หยุนชิ่วเอ๋อรีบเก็บก้อนเงินใส่ลงในห่อเสื้อผ้า ก่อนปราดเข้าไปหยิบกล่องเครื่องประดับที่เก็บไว้เป็นสินสอดทองหมั้นแต่แรกมาด้วย จากนั้นจึงถูกแม่เฒ่าจูลากให้รีบเดินไปยังรถม้า

“ชิ่วเอ๋อ…” ผู้เฒ่าหยุนซึ่งเดินถือไม้เท้ากะโผลกกะเผลกไม่วายเอ่ยกำชับ “เมื่อเข้าไปอยู่ในจวนแล้วต้องสุภาพอ่อนโยนให้มาก เคารพท่านพ่อและท่านแม่ของสามีให้ดี จากนี้ไปชีวิตเจ้าจะอยู่ในการดูแลของพวกเขา…”

“ไป…” เด็กรับใช้ซึ่งทำหน้าที่สารถีกระตุกแส้ในมือเบา ๆ เพื่อให้ม้าออกตัว กีบเท้าม้ากระทบกับพื้นดินเสียงดังกุบกับเป็นจังหวะ พู่ซึ่งผูกไว้ตรงมุมหลังคาแกว่งไกวไปตามแรงขับเคลื่อนทั้งทางซ้ายและขวา

“ท่านพ่อ… ท่านแม่…” หยุนชิ่วเอ๋อชะโงกหน้าออกมานอกตัวหน้าต่างรถ หยดน้ำใสไหลพรากลงจากดวงตาด้วยความอาลัยอาวรณ์ ผนวกกับความรู้สึกหวาดกลัวในสิ่งแปลกใหม่ที่ต้องเผชิญนับจากนี้

ผู้เฒ่าหยุนมองรถม้าที่ค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกไปพลางโบกมือ “ไป ไปเถิดชิ่วเอ๋อ ดีแล้ว…”

แม่นางเหลียนตามมายืนดูและพลอยรู้สึกเศร้าโศกไปด้วย ความอ่อนไหวในจิตใจทำให้นางถึงขั้นหลั่งน้ำตาก่อนทอดถอนหายใจเสียงแผ่ว “ออกเรือนไปไกลเช่นนี้ ต่อไปคงไม่อาจพบหน้าโดยง่ายอีกแล้ว…”

“เจ้าจะร้องไห้ไปไยกัน?” แม่นางจ้าวชำเลืองมองแม่นางเหลียนแวบหนึ่ง “แต่งงานแล้วก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านสามีเป็นธรรมดา แม้แต่ตัวเจ้าเองก็เถิด นับตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลหยุนข้าไม่เคยเห็นเจ้ากลับไปเยี่ยมเยียนบ้านหลังเดิมสักครั้ง ชิ่วเอ๋อมีชีวิตที่สุขสบายแล้ว มีสิ่งใดให้ต้องเศร้าเสียใจ?”

แม่นางเหลียนได้ยินดังนั้นจึงปาดหยดน้ำตาทิ้ง มองดูรถม้าที่เคลื่อนตัวห่างออกไปจนสุดถนนของหมู่บ้าน จากนั้นจึงหมุนกายกลับเข้าไปในบ้านฝั่งปีกตะวันตกตามเดิม

เหล่าชาวบ้านที่ตามมามุงดูหน้าเรือนตระกูลหยุนก็ทยอยแยกย้ายกันไปเช่นเดียวกัน แต่ละครอบครัวต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส “ไม่ยักรู้เลยว่าพวกเขาจะรวดรับตัวเจ้าสาวไป เหตุใดตระกูลจางจึงไม่จัดขบวนเกี้ยวมารับให้สมเกียรติสมฐานะเล่า?”

“เจ้าคงไม่รู้กระมังว่าเมืองหลวงนั้นอยู่ห่างไกลจากที่นี่เพียงใด ข้าได้ยินเฟิงซิ่วไฉ่เล่าว่าต่อให้สัญจรโดยรถม้าก็ต้องใช้เวลาถึงสองวันเศษย่างเข้าวันที่สามเลยทีเดียว”

“ครั้งนี้หยุนชิ่วเอ๋อดูภาคภูมิใจนัก ประหนึ่งก้าวขึ้นสู่สวรรค์ที่ได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยและกลายเป็นภรรยาเอก หากนางหวนกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเก่าของนางในวันข้างหน้า ลำคอไม่เชิดขึ้นจนขนานกับท้องฟ้าเชียวหรือ?”

“ผู้ใดบอกว่าตระกูลใหญ่ฐานะมั่งคั่งต้องมีชีวิตที่ดีเสมอไป? เจ้าไม่เห็นรึ… มารับตัวเจ้าสาวทั้งทีกลับมีรถม้าเพียงคันเดียว เด็กรับใช้นิ่งเงียบไม่พูดจา ไม่มีแม้แต่ขบวนตีฆ้องร้องป่าว ดีไม่ดีอาจเข้าตระกูลในฐานะอนุเสียมากกว่ากระมัง”

“คงไม่หรอก หีบเงินใบนั้นหนักอึ้ง ดูแล้วก็รู้ว่าต้องมีเงินอยู่ภายในอย่างน้อยห้าร้อยตำลึงเป็นแน่ หากรับนางไปในฐานะอนุจริงพวกเขาจะลงทุนมากมายถึงเพียงนี้ด้วยเหตุใด? เงินจำนวนนั้นแต่งภรรยาพร้อมกันแปดคนก็ย่อมได้”

“อย่าลืมว่าพวกเขาเป็นตระกูลใหญ่นอกจากมีฐานะร่ำรวยแล้วยังเปี่ยมด้วยอำนาจ เงินไม่กี่ตำลึงบางทีอาจไม่คณามือพวกเขาด้วยซ้ำ เจ้าเห็นหรือไม่ว่าสินสอดที่นำมามีเพียงเงินอย่างเดียวเท่านั้นไม่มีของกำนัลอื่น หากแต่งภรรยาเอกทั้งทีจะลงทุนน้อยนิดเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“พอได้ยินเช่นนี้แล้ว ไม่แน่ว่าแท้จริงอาจเป็นดังที่เจ้าว่า…”

เวลาจวนเที่ยงแล้ว แต่ละบ้านต่างก่อไฟปรุงอาหารจนควันลอยกรุ่นขึ้นฟ้า หยุนลี่เซียวเดินโซเซกลับมาจากหมู่บ้านใกล้เคียงพร้อมด้วยอาหารจำนวนเล็กน้อย เขาได้ยินผู้คนพูดคุยกันตลอดทางว่าตระกูลจางเดินทางมาทำการสู่ขอเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งยังหอบเงินหนึ่งหีบมาให้เป็นสินสอดทองหมั้น

“เงินอยู่ที่ใด?” หยุนลี่เซียวพรวดเข้าไปในห้องชั้นบนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง สายตากวาดมองไปรอบห้องและหยุดลงตรงหีบใหญ่ซึ่งถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาที่ซุกซ่อนเอาไว้ใต้โต๊ะข้างเตียง

ใบหน้าของแม่เฒ่าจูยืดยาว “เงินอะไร?”

“สินสอดทองหมั้นของชิ่วเอ๋อที่เมื่อเช้าตระกูลจางนำมามอบให้ถึงที่” หยุนลี่เซียวเบ้ปากก่อนหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมเหยียดแข้งเหยียดขา “อย่าคิดแม้แต่จะปิดบังข้าเชียว ข้าได้ยินผู้คนในหมู่บ้านพูดคุยกันแล้ว เงินในหีบนั้นมีตั้งหลายร้อยตำลึง!”

แม่เฒ่าจูพ่นลมหายใจแล้วเบือนหน้าหนี “หลายร้อยตำลึงจริงทว่าไม่มีส่วนของเจ้า ไอ้ลูกชายไม่รักดี ทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลมานับครั้งไม่ถ้วน ทำพ่อแม่ช้ำใจเกือบลงโลงมาตั้งกี่หน ยังบังอาจคิดขูดรีดกันอีกรึ?!”

“เงินอยู่กับตัวตั้งหลายร้อยตำลึง ท่านเอาแต่เก็บไว้ไม่ยอมใช้จ่ายเช่นนี้ หวังนำมันมาหล่อหลอมเป็นโลงศพเผื่อนำไปใช้ในปรโลกหรืออย่างไรกัน?!” หยุนลี่เซียวกระตุกยิ้มมุมปากยียวน “ในยมโลกไม่ใส่ใจเงินตราเหล่านี้หรอกน่า ท่านแบ่งเงินจำนวนหนึ่งให้ข้าโดยง่ายเสียดีกว่า ข้าจะได้นำไปซื้อกระดาษเงินกระดาษทอง จะเป็นจวนหลังงาม รถม้า หรือแม้แต่สาวรับใช้ ข้าจะจัดการเผาไปให้ท่านอย่างดี รับรองว่าท่านอยู่ที่นั่นย่อมสุขสบายไร้กังวล”

“ไอ้ลูกอกตัญญู! ใจคอต่ำทรามสาปแช่งแม้แต่การตายของแม่ตนเอง! สัตว์เดรัจฉานนรกส่งมาเกิด!” แม่เฒ่าจูโกรธจัดจนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นางตบต้นขาฉาดใหญ่พร้อมพ่นคำผรุสวาททั้งหมดในชีวิตออกมาอย่างเจ็บแสบ “เจ้านับวันรอให้ข้าตายตกไปงั้นรึ?! ภาวนาให้ข้าตายก่อนค่อยทดแทนคุณใช่หรือไม่?! ดี! หมาป่าตาขาวเช่นเจ้าเสียมากกว่าที่เวรกรรมจะตามกินกบาลก่อน! ข้าแม้ชราภาพจวนลงโลง แต่เมื่อถูกสาปแช่งเช่นนี้คงอยู่ยืนคงกระพันไปอีกร้อยพันปี!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 313 ออกเรือนไปไกล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf01ba7bf3a
เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
10/09/2025
6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.