Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 333 ผู้ใดบอกท่านรึ?!

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 333 ผู้ใดบอกท่านรึ?!
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 333 ผู้ใดบอกท่านรึ?!
ตอนที่ 333 ผู้ใดบอกท่านรึ?!

แม่นางเหลียนนัดหมายสตรีในหมู่บ้านอีกสองคนให้เข้าเมืองไปจับจ่ายซื้อของฉลองวันตรุษด้วยกัน คนหนึ่งคือแม่นางจาง แม่ของสองพี่น้องฝาแฝดโฉ่วเหือและโฉ่วช่วน ส่วนอีกคนคือแม่ของต้าหนิว ลูกชายของทั้งสองตระกูลต่างเคยเข้าไปคบหาสมาคมในการทำธุรกิจค้าขายพวกเดียวกับเถียนตวนสื่อ

โดยเฉพาะแม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนที่เห็นว่าเหลียวชีจินและเผยเสี่ยวส้วยหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ จึงอยากให้บุตรชายทั้งสองลอกเลียนแบบการค้าของหยุนเชวี่ย ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เบื้องหลังว่านางดุด่าและขู่เข็ญลูกชายเพียงใด

ประมาณหนึ่งเดือนก่อน หยุนเชวี่ยเดินไปทั่วหมู่บ้านเพื่อตามเก็บผักนานาชนิด อีกทั้งยังสนับสนุนให้ทุกครัวเรือนเพิ่มราคาผักให้สูงขึ้น ประกาศให้ได้ยินกันทั่วว่าต่อให้ตั้งราคาเพียงหนึ่งเหรียญหรือสามเหรียญยังดีกว่าปล่อยให้ผักเน่ากลายเป็นปุ๋ยอย่างไร้ประโยชน์ นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าหากไม่ใช่ผักดองคนในเมืองก็ไม่สนใจซื้อหา ไม่ช้าก็เร็วย่อมตกมาอยู่ในมือตนอยู่ดี

ต่อมาเมื่อแม่นางจางเห็นว่าบ้านที่ยินยอมขายผักให้กับหยุนเชวี่ยสามารถทำเงินได้เป็นจำนวนมาก จึงรีบวิ่งแจ้นไปหาแม่นางเหลียนเพื่อบอกกล่าวว่าผักในสวนของตนมีมากมายจนกินไม่หมด ต้องการแบ่งขายออกไป ยอมตบหน้าตนเองโดยไม่ใส่ใจต่อความบาดหมางที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ทำให้เดี๋ยวนี้ทุกครั้งที่แม่นางจางพบหน้าหยุนเชวี่ย นางจะแสดงอาการดีใจอย่างออกนอกหน้า หนำซ้ำยังส่งยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกไปถึงใบหู และไม่ลืมที่จะทักทายอีกฝ่ายราวสนิทชิดเชื้อเสียเต็มประดา “โอ๊ย ดูลูกสาวคนรองของเจ้าซิ ยิ่งโตยิ่งมีน้ำมีนวล จมูกคิ้วตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรานัก ใบหน้าเรียวเล็กรึก็อ่อนเยาว์อวบอิ่ม เราไม่พบพานสตรีงามผุดผ่องเช่นนี้ในระยะสิบลี้แปดหมู่บ้านมานานนมแล้ว”

พร้อมกันนั้นนางก็ยื่นมือออกไปหมายจับประคองใบหน้าของหยุนเชวี่ย ซึ่งหยุนเชวี่ยเอียงศีรษะหลบโดยเร็วพร้อมถอยหลังหนึ่งก้าวไปอยู่ด้านหลังหยุนเยี่ยน ก่อนทักทายท่านป้าทั้งสองอย่างไม่สนิทใจนัก “ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ ท่านป้าจาง ท่านป้าฟ่าน”

“ดี ดี ดี สาวน้อยผู้นี้ช่างปากหวานเสียจริง” แม่นางจางไม่รู้สึกถึงความอึดอัดใจของอีกฝ่าย นางเพียงดึงมือกลับก่อนปราดไปคล้องแขนแม่นางเหลียนไว้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแจ่มใสเช่นเดิม

หยุนเชวี่ยลอบบุ้ยปากขณะเดินตามหลังหยุนเยี่ยนไป

“ครั้งนี้เจ้าจะเข้าเมืองไปหาซื้อสิ่งใดรึ? ข้าได้ยินมาว่าครอบครัวของเจ้าร่ำรวยไม่น้อย ถึงขั้นจัดแจงซื้อที่ดินในเขตหมู่บ้านเถาหลินเพื่อเพาะปลูกทำการเกษตร” แม่นางจางเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ข้าต้องการซื้อใยฝ้ายและตระเตรียมของสำหรับวันตรุษที่จะถึงนี้เท่านั้น” แม่นางเหลียนเอ่ยตอบ

“บัดนี้ครอบครัวของเจ้าถือเป็นเศรษฐีย่อม ๆ ของหมู่บ้านเราแล้ว” แม่นางจางเอ่ยพลางยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นนับเปรียบเทียบ “เจ้ามีที่ดินอยู่ในครอบครองทั้งที ต่อไปนี้คงใช้จ่ายได้อย่างไร้กังวล”

“ไม่เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียว” แม่นางเหลียนตอบกลับ “ปีหน้าเสี่ยวอู่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าไปศึกษาเล่าเรียนในสำนักเรียนแล้ว ดังนั้นจึงยังต้องคำนวณเงินสำหรับใช้จ่ายอย่างรอบคอบ”

“จุ๊จุ๊… ตระกูลของเจ้ากำลังจะมีว่าที่ขุนนางเพิ่มอีกคนกระนั้นรึ?!” แม่นางจางเผยสีหน้าตกตะลึงเกินจริง จากนั้นจึงพ่นถ้อยคำชมเชยไม่หยุดปาก “ข้าขอพูดอะไรหน่อยเถิด น้องสาว ชีวิตของเจ้าช่างดีเหลือเกิน! ลูกสาวเก่งกาจมีความสามารถหาเงินได้ ลูกชายหรือก็มีการศึกษา เจ้าเอ๋ย… ในอนาคตเพียงรอรับพรอันประเสริฐจากลูก ๆ ก็สุขสบายแล้ว!”

โดยปกติแล้วแม่นางเหลียนค่อนข้างเก็บตัว ยามว่างอาจได้พบปะพูดคุยกับสตรีในหมู่บ้านเป็นบางโอกาส แต่นางมักปริปากกล่าวคำใดไม่ออกเมื่อพบเจอกับคนช่างประจบสอพลอเช่นนี้

“ข้าได้ยินแม่ม่ายตระกูลเหลียวเล่าว่าเชวี่ยเอ๋อของเจ้าใจกว้างถึงขั้นมอบเงินให้ชีจินและเสี่ยวส้วยเอ๋อเป็นผลกำไรปลายปี นั่นเป็นความจริงรึ?” แม่นางจางตั้งคำถามอีกครั้ง

แม่นางเหลียนไม่ได้กล่าวยอมรับหรือปฏิเสธเสียทีเดียว นางกล่าวเพียงว่า “ชีวิตความเป็นอยู่ของทั้งสองตระกูลนั้นยากลำบากยิ่งนัก คนหนึ่งกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนอีกคนมีพ่อแท้ ๆ ทว่าเขากลับไม่ยอมรับ ในฐานะที่เป็นคนบ้านนอกเช่นเดียวกัน สิ่งใดที่พอจะช่วยเหลือได้ก็ช่วยกันไป”

“แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะ!” จู่ ๆ แม่นางจางก็เบิกตากว้างพร้อมโพล่งขึ้นเสียงดัง “ตอนแรกที่แม่ม่ายเหลียวเล่าให้ฟังข้ายังไม่ปักใจเชื่อด้วยซ้ำ! มอบเงินให้ครอบครัวละหนึ่งตําลึงเงิน! สาวน้อยผู้นี้ช่างใจกว้างเหลือเกิน!”

กล่าวจบแล้วนางจึงหันขวับกลับไปมองหยุนเชวี่ย ดวงตาคู่นั้นทอประกายแวววาว หยุนเชวี่ยที่มองเห็นท่าทีเช่นนั้นของอีกฝ่ายก็ให้รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ทุกครั้งที่นางหิ้วถังเดินไปให้อาหารหมู หมูในคอกเหล่านั้นก็จะพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและกระตือรือร้น ซึ่งแม่นางจางในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากพวกมันเลย

“นั่นถือเป็นการตัดสินใจของนาง นางคิดเองทั้งหมด เด็กคนนี้คิดใคร่ครวญทุกสิ่งรอบคอบยิ่งกว่าข้าและท่านพ่อของนางเสียอีก” แม่นางเหลียนกล่าวตัดบทและพยายามเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา “แล้วเจ้าเล่า? ครั้งนี้ตามข้าเข้าเมืองเพราะต้องการซื้อหาสิ่งใด?”

“ข้าจะมีเงินพอซื้อหาสิ่งใดได้ บ้านของข้ามีที่ดินเพียงไม่กี่ไร่ อดทนทํางานอย่างหนักมาตลอดทั้งปี เมื่อมีโอกาสได้กินดื่มกลับเหลือเงินเพียงไม่กี่เหรียญเท่านั้น ข้าต้องการหาซื้อเนื้อหมูสักสองชั่ง ผักดองสำหรับนำไปตุ๋นกินฉลองวันตรุษ คงพอบรรเทาความหิวโหยของเด็ก ๆ ได้บ้าง” แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเผยสีหน้าขมขื่น

ความจริงแล้วนางก็เป็นเช่นเดียวกันกับครอบครัวส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน ไม่ถึงขั้นร่ำรวยทว่าไม่ยากจนข้นแค้น ทุกคนล้วนทำอาชีพชาวไร่ชาวนาที่ขยันขันแข็งเพาะปลูกและทำมาหากิน หวังเพียงอาหารประทังชีพที่เพียงพอในแต่ละมื้อและที่อยู่อาศัยอันอบอุ่น

แม่นางเหลียนพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจ ไม่ตอบสิ่งใดกลับ

แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนพลันถอนหายใจอีกครั้ง จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเศร้าโศก “เจ้าว่าเหตุใดตระกูลอู๋ที่ทำอาชีพค้าขายเนื้อหมูนั่นถึงมีสายตาเฉียบแหลมถึงเพียงนี้ มีโอกาสได้เจรจาหมั้นหมายกับตระกูลของเจ้าก่อนผู้อื่น เยี่ยนเอ๋อรึก็ใบหน้างดงามสมวัย อุปนิสัยเรียบร้อยเพียบพร้อม ซ้ำฐานะทางบ้านก็ดียิ่งนัก ช่างเป็นวาสนาที่เพียรบําเพ็ญมาตั้งแต่แปดชาติปางก่อนอย่างแท้จริง!”

“เจ้าต้าหวังเองก็เป็นเด็กดี ขยันขันแข็งมากความสามารถ เยี่ยนเอ๋อได้ติดตามไปปรนนิบัติเคียงข้างเขา ข้าและท่านพ่อของนางก็วางใจ” แม่นางเหลียนยกยิ้มขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ในตอนที่มีการเจรจาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูล ครอบครัวของนางนับว่ายังยากจน ทว่าทางฝั่งตระกูลอู๋ไม่ได้รังเกียจเลยแม้แต่น้อย สินสอดทองหมั้นของหยุนเยี่ยนที่ได้รับก็นับว่าเป็นเกียรติจนชาวบ้านต่างเล่าขาน ข้อนี้แม่นางเหลียนไม่ได้เอ่ยออกมา ทว่าผู้ฟังต่างรู้แก่ใจเป็นอย่างดี

“แม้ต้าหวังจะเป็นเด็กดี ถึงอย่างไรก็ยังมีแม่ของเขาอยู่ทั้งคน” แม่นางจางเบ้ปาก “ภรรยาของตาเฒ่าอู๋ นับว่าเป็นแม่นางผู้ใจร้อนที่สุดในหมู่บ้าน แม้แต่ลูกเขยที่แต่งเข้ายังไร้อำนาจพอจะต่อต้าน เยี่ยนเอ๋อมีนิสัยอ่อนโยนเช่นนี้ เกรงว่าจะแต่งเข้าตระกูลของแม่สามีที่มากไปด้วยกฎเกณฑ์”

แม่ของอู๋ต้าหวังเป็นที่รู้จักกันในหมู่บ้านเป็นอย่างดีถึงกิตติศัพท์ด้านอารมณ์รุนแรง หากได้ทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ใด นางจะยกสองมือขึ้นเท้าสะเอวและพ่นถ้อยคำเจ็บแสบเยี่ยงใบมีด ครั้งหนึ่งหยุนชิ่วเอ๋อเคยขัดแย้งกับสะใภ้ใหม่คนหนึ่งเพื่อที่จะได้ใช้กังหันน้ำซักผ้า จนอาละวาดถีบถังน้ำของผู้อื่นหกระเนระนาด ท่านป้าอู๋ซึ่งเดินผ่านมาพอดีเห็นเหตุการณ์เข้าจึงปรี่เข้าไปยกขาถีบหยุนชิ่วเอ๋อเสียจนเลือดอาบ ถึงกระนั้นหยุนชิ่วเอ๋อก็ไม่กล้าต่อกรด้วย นางก้มหน้าก้มตาเดินจากไปอย่างเงียบเชียบและทำได้เพียงก่นด่าลับหลัง ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้าเป็นหนที่สอง

“เจ้าจะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้” แม่นางเหลียนชักมือกลับทันทีก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “สะใภ้ตระกูลอู๋แม้ปากร้ายแต่ก็มีเหตุผล ต่อให้นางตั้งกฎเกณฑ์ให้เยี่ยนเอ๋อ แต่นั่นก็เป็นเพราะเกรงว่าคนรุ่นหลังอาจทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ควร ในฐานะแม่ ข้าเพียรอบรมสั่งสอนนางอย่างละเอียดมาโดยตลอด ให้ปรนนิบัติสามี ดูแลเลี้ยงลูก รับใช้พ่อและแม่ของสามีให้เต็มที่ อีกทั้งยังต้องขยันหมั่นเพียรดูแลงานบ้านงานเรือนและมัธยัสถ์เป็นที่ตั้ง อย่าได้ก่อเรื่องหรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร”

แม่นางเหลียนมีอุปนิสัยที่ตรงกันข้ามกับท่านป้าอู๋ ปกติแล้วนางมีนิสัยอ่อนโยนและโอบอ้อมอารียิ่ง ไม่ว่าพบพานเรื่องหนักหนาสาหัสใด ๆ ก็พยายามอดทนอดกลั้น ชีวิตนี้ไม่เคยทะเลาะวิวาทกับผู้ใด แต่เมื่อกล่าวประโยคนี้ออกจากปาก เห็นได้ชัดว่านางรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

แม่ของต้าหนิวรับรู้ความไม่พอใจนั้นจึงรีบปิดฉากบทสนทนาลงพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าเห็นว่าเสื้อคลุมกันหนาวตัวใหม่ของเยี่ยนเอ๋อและเชวี่ยเอ๋อน่ารักน่าชังนัก ประเดี๋ยวข้าจะซื้อวัสดุอย่างดีและไปพบเจ้าที่บ้านในภายหลัง หวังให้เจ้าช่วยตัดเย็บเสื้อตัวใหม่ให้กับลูก ๆ ทั้งสองของข้า”

“ย่อมได้” แม่นางเหลียนเดินลงจากเนินเขาก่อนเดินอ้อมไปอีกทาง มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ร้านขายผ้าในเมืองบางแห่งมักจะขายหัวผ้าในราคาถูกแสนถูก ประเดี๋ยวพวกเราเข้าไปดูพร้อมกัน ไม่แน่ว่าอาจซื้อมาเย็บเสริมกับเสื้อผ้าตัวเก่าได้”

“ประเสริฐนัก ลูก ๆ ของข้ายังไม่เติบใหญ่ ผ้าฝ้ายเพียงผืนเดียวก็สามารถตัดกางเกงหนึ่งตัวได้ น้องสาว ภายในสองวันนี้ข้าคงต้องรบกวนเจ้าให้เป็นธุระเรื่องเสาะหาผ้าใหม่เพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าให้พวกเขาเสียแล้ว” แม่ของต้าหนิวเป็นคนเชื่องช้า คำพูดคำจาเนิบช้าน่าฟัง รอยยิ้มเต็มไปด้วยความเป็นมิตร

“เมื่อลูกสาวเติบใหญ่แล้วเป็นธรรมชาติที่พวกนางจะรู้จักความสวยความงามหรือชอบแต่งเนื้อแต่งตัว พวกนางจะดูดีที่สุดเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส ช่วงนี้ข้าคิดค้นลายปักใหม่ ๆ ขึ้นหลายแบบ หากเจ้าว่างก็สามารถแวะเวียนมาดูได้ทุกเมื่อ” แม่นางเหลียนกล่าว

“เช่นนั้นถือว่าเป็นอันตกลง” แม่ของต้าหนิวรู้สึกยินดีไม่น้อย “ข้าสังเกตว่าเสื้อคลุมกันหนาวของเชวี่ยเอ๋อปักลายลูกสิงโตตัวน้อยหยอกล้อเล่นกับดอกไฮเดรนเยีย ดูแล้วงดงามแปลกตากว่าลายดอกไม้และผีเสื้อเหล่านั้นเป็นไหน ๆ จะว่าไปแล้วทักษะด้านการเย็บปักถักร้อยคงเป็นงานฝีมือที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจมากทีเดียว”

ทั้งสองพูดคุยกันไปตลอดทาง ขณะที่แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเร่งฝีเท้าเข้ามาจนตามทันอีกครั้ง นางกล่าวชมเชยงานฝีมืออันสวยงามของแม่นางเหลียนสองสามประโยค ปักลวดลายใดก็งดงามไปเสียทั้งนั้น ทั้งยังกล่าวอีกว่า “ยามนี้อากาศก็เริ่มหนาวเย็นลงแล้ว ข้าเองก็คิดไว้ว่าจะตัดเย็บรองเท้าผ้าฝ้ายให้ลูกชายทั้งสองของข้าสวมใส่ หากพวกเราร่วมวงทํางานเย็บปักด้วยกันพร้อมสนทนาพูดคุยกันไปด้วย นึกแล้วคงครื้นเครงดีนัก”

“หากเจ้าต้องการก็ย่อมได้” แม่นางเหลียนไม่อาจกล่าวปฏิเสธจึงเอ่ยเชิญชวนตามมารยาท “หากเจ้าว่างก็จงมาพบข้าที่บ้านเถิด”

“ตกลง!” แม่นางจางตอบรับทันควัน “อย่าถ่อมตนไปเลย ข้ายังไม่ได้เข้าไปดูบ้านหลังใหม่ของเจ้าที่เพิ่งสร้างขึ้นด้วยซ้ำ เห็นเพียงลานบ้านก็รู้แล้วว่าโปร่งโล่งและกว้างขวางเพียงใด โต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงตู้เตียงในบ้านก็คงเป็นฝีมือของสามีเจ้าด้วยกระมัง จุ๊ จุ๊… พวกเจ้าสองคนช่างมีฝีมือดีเสียจริง ดีกว่าตาแก่สามีข้าที่ไร้ประโยชน์ผู้นั้นเสียอีก…”

“…”

แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนริมฝีปากบางเฉียบ ขณะพูดพล่ามไปก็ไม่อาจหยุดยั้งบทสนทนาได้ราวกระบอกไม้ไผ่ที่ปล่อยให้เมล็ดถั่วร่วงลงไปอย่างไม่จบสิ้น หากนางไม่คิดยั้งปาก แม่นางเหลียนและแม่ของต้าหนิวก็ไม่อาจสอดแทรกได้

“โอ๊ย! เจ้าสองสามีภรรยาช่างมีทักษะส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมนัก ไม่เคยพบเจอชายมากความสามารถเช่นเจ้ารองตระกูลหยุนในระยะสิบลี้แปดหมู่บ้านมาก่อน ไหนจะล่าสัตว์ ทําไร่ไถนา ทั้งยังเป็นช่างไม้ฝีมือดีอีก หากเจ้าถ่อมตนว่าครอบครัวของเจ้าไม่ร่ำรวยแล้วจะเป็นอื่นใดไปได้? ผู้เฒ่าหยุนคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ถึงแบ่งแยกครอบครัวของเจ้าออกไป ไม่แน่ว่าป่านนี้คงนึกเสียดายอยู่กระมัง” แม่นางจางพูดพลางกลอกตา

“ต่อให้แบ่งแยกอย่างไรก็ยังใช้แซ่เป็นอักษรหยุนตัวเดียวกัน แม้แยกครอบครัวออกมาแล้วก็ยังถือเป็นครอบครัวเดียวกันดังเดิม” แม้แม่นางเหลียนกล่าวเช่นนั้นทว่าในใจกลับรู้สึกยินดีที่ได้แยกบ้านออกมาได้ ทั้งยังทอดถอนใจเมื่อหวนนึกถึงบางสิ่ง

ช่วงแรกที่ถูก ‘ขับออกจากบ้านใหญ่’ นางรู้สึกโศกเศร้าเสียใจยิ่ง ครั้นคิดย้อนกลับไปก็นึกขบขันดี เหตุใดตอนนั้นนางถึงได้โง่งมนัก? หากไม่แยกครอบครัวออกมาจากบ้านใหญ่แล้วจะมีชีวิตที่สุขสบายและสงบเงียบเช่นนี้ได้อย่างไร? ถือเป็นพรอันดีที่หลุดพ้นจากความวิบัติทั้งมวลมาได้

“มีลูกสะใภ้ที่ดีพร้อมเช่นเจ้า ผู้ใดบ้างจะไม่ต้องการ? ข้าว่าผู้เฒ่าทั้งสองคนนั้นคงไม่มีความสุขสงบในช่วงบั้นปลายชีวิตนักหรอก…” แม่ของโฉ่วเหือโฉ่วช่วนพร่ำบ่นถึงความอยุติธรรมที่แม่นางเหลียนเคยได้รับก่อนหน้านี้ ทันใดนั้นนางกลับเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาอย่างฉับพลัน “จริงสิ ปีหน้าครอบครัวของเจ้าได้วางแผนการค้าขายสิ่งใดอีกหรือไม่? ขอฝากลูกชายทั้งสองของข้าให้ทำงานกับเจ้าด้วยสิ มีหนทางเลี้ยงชีพอื่นย่อมดีกว่าการทำไร่ไถนา พวกเขาสองคนเองก็โตแล้ว เงินที่ได้มาจะได้เก็บออมไว้สำหรับแต่งภรรยาในภายภาคหน้า”

“…”

ครั้นเห็นว่าแม่นางเหลียนนิ่งเงียบไปไม่พูดจา แม่นางจางจึงหันหน้าไปพูดคุยกับหยุนเชวี่ย “เชวี่ยเอ๋อ เจ้าคิดเสริมสร้างรายได้ให้กับผู้คนร่วมหมู่บ้านตนเองก่อนเถิด อย่าปล่อยให้ผลประโยชน์ไหลผ่านน้ำออกไปสู่คนนอก เห็นแก่ท่านป้าผู้นี้สักคนเป็นไร”

หยุนเชวี่ยพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ประมาณสองครั้ง

“เช่นนั้นเจ้าวางแผนว่าจะค้าขายสิ่งใดเล่า? บอกกล่าวให้ป้าฟังสักหน่อยได้หรือไม่? เผื่อว่าป้าจะพอมีความคิดดี ๆ ช่วยเหลือเจ้า” แม่นางจางยังเอ่ยถามต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้

“ข้ายังไม่ได้คิดไว้เลยเจ้าค่ะ ไว้ค่อยวางแผนในภายหลังก็ไม่สาย”

“ดูเด็กคนนี้ซิ ถึงขั้นนี้แล้วยังคิดบ่ายเบี่ยงน้ำใจจากป้าอยู่รึ? ป้าเพิ่งบอกกล่าวกับเจ้าไปหมาด ๆ ว่าเจ้าสามารถตามหาพี่โฉ่วเหือและพี่โฉ่วช่วนของเจ้าได้ทุกเมื่อเพื่อไปทำการค้าขายด้วยกัน…”

หยุนเชวี่ยทำแก้มโป่งพอง

รอจนกระทั่งแม่นางจางหันหน้าไปอีกทาง หยุนเชวี่ยจึงพึมพำลอดไรฟันเสียงแผ่ว “พูดก็พูดเถอะ ข้าทันตกปากรับคำกับท่านตั้งแต่เมื่อใด? ผู้ใดบอกท่านรึ?! แล้วเจ้าเด็กสองคนนั้นเป็น ‘พี่ชาย’ ของข้า ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ข้าไม่เห็นจดจำได้เลย”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 333 ผู้ใดบอกท่านรึ?!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.