Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 335 กินหม้อไฟ… กินหม้อไฟ

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 335 กินหม้อไฟ… กินหม้อไฟ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 335 กินหม้อไฟ… กินหม้อไฟ
ตอนที่ 335 กินหม้อไฟ… กินหม้อไฟ

“อะ อะ อืม…” หยูซื่อพยักหน้าอีกครั้งพลางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เมื่อไม่รู้จะเอ่ยตอบอย่างไรเขาจึงส่งยิ้มไร้เดียงสาออกไป

หยุนเชวี่ยลูบคางพลางหมุนเตาไฟเพื่อสำรวจก่อนกล่าวออกมา “ไม่เป็นไร เอาอันนี้ก็ได้เจ้าค่ะ”

“สี่สิบสองเหรียญ” ผู้เฒ่าหยูเคาะโต๊ะอีกครั้ง

“ท่านลุง ไหน ๆ พวกเราก็รู้จักกัน ท่านช่วยลดเหลือสี่สิบเหรียญได้หรือไม่เจ้าคะ?” หยุนเยี่ยนกล่าวคำเบา

มือของผู้เฒ่าหยูชะงักค้างกลางอากาศพร้อมช้อนตาขึ้นมองหยุนเยี่ยนแวบหนึ่งก่อนส่งเสียงฮึดฮัด “เงินสองเหรียญไม่ใช่เงินรึ? เจ้าจงไปถามไถ่ร้านค้าทั่วเมืองอันผิงเถิดว่ามีร้านไหนที่ขายสินค้าราคาถูกเช่นร้านของข้าบ้าง แล้วเจ้ายังคาดหวังว่าข้าจะมอบเตาไฟให้โดยไม่เก็บเงินแม้แต่เหรียญเดียวรึ!”

หยุนเยี่ยนตกใจจึงรีบก้มหน้างุดไม่พูดจา

“สี่สิบสองเหรียญก็สี่สิบสองเหรียญเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยล้วงเหรียญเงินออกมาพลางกระซิบข้างหูของพี่สาว “ผู้เฒ่าหยูมีนิสัยเช่นนี้แหละ เขาไม่เคยอารมณ์ดีสักครั้ง พี่สาวอย่าใส่ใจเลย”

หลังจากนับเงินเสร็จหนึ่งรอบ ผู้เฒ่าหยูก็พ่นลมออกทางจมูกพลางเบือนหน้าหนี

“ตะ ตะ เตาไฟหนัก!” หยูซื่อเป็นคนมีน้ำใจ เขากลัวว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทั้งสองจะยกเตาไฟไม่ไหวจึงเดินหิ้วไปส่งที่หน้าร้าน

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยโบกมือปฏิเสธ “ท่านรีบกลับไปเฝ้าร้านเถอะ”

หยูซื่อเดินเข้าไปหานางอีกสองสามก้าวพร้อมเผยท่าทีราวกับต้องการพูดบางอย่าง

“มีอะไรรึ?” หยุนเชวี่ยเอียงศีรษะพร้อมเอ่ยถาม

“ขะ ขะ ข้า มะ มะ มีเรื่อง จะ จะ จะถามเจ้า!” หยูซื่อกำหมัดแน่นขณะที่ใบหน้าแดงก่ำ หลังจากนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยปากถาม “ชะ ชะ ชิ่วเอ๋อ ปะ ปะ เป็น ยะ ยะ อย่างไรบ้าง? มะ มะ มีคน มะ มะ มาสู่ขอนาง ระ ระ หรือไม่?”

หยูซื่อเอ่ยถามคำถามยาวเหยียดด้วยความยากลำบาก เหงื่อเย็นพลันผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา ดวงตาเรียวเล็กที่กำลังจ้องมองหยุนเชวี่ยแฝงไปด้วยความคาดหวัง

“ท่านหมายถึงหยุนชิ่วเอ๋อแห่งตระกูลหยุนในหมู่บ้านของเราหรือ…” หยุนเชวี่ยเกาศีรษะพลางครุ่นคิดว่าหากหยูซื่อรู้ความจริงทั้งหมด เขาจะหลั่งน้ำตาออกมาหรือไม่

“อะ อะ อืม!” หยูซื่อเม้มริมฝีปากแน่น

“หยุนชิ่วเอ๋อ นาง…”

“…”

หยูซื่อนิ่งเงียบรอฟังคำตอบ

“หยุนชิ่วเอ๋อแต่งงานแล้ว! เดือนก่อนข้าได้ยินว่านางแต่งงานไปเป็นฮูหยินของคุณชายตระกูลเศรษฐีในเมืองหลวง และคาดว่านางคงจะไม่กลับมาที่หมู่บ้านอีก” หยุนเชวี่ยกล่าวตอบอย่างรวดเร็วก่อนขบฟันแน่น

เมื่อหยูซื่อได้ยินข่าวคราวของหยุนชิ่วเอ๋อ เขาก็ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเต็มเปี่ยมด้วยความหวังกลับค่อย ๆ หม่นหมองลง ในขณะที่ก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านอย่าเก็บเรื่องของนางมาใส่ใจอีกเลย หญิงสาวนิสัยดี ๆ ยังมีมากมาย สักวันท่านต้องพบเจอนางในดวงใจแน่นอน” หยุนเชวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลพลางเอื้อมมือไปตบบ่าของอีกฝ่าย “เอาเป็นว่าวันหน้าข้าจะแนะนำแม่สื่อในหมู่บ้านข้างเคียงให้ท่านรู้จักดีหรือไม่? นางเป็นแม่สื่อที่มีสายตาเฉียบแหลมที่สุดในสิบลี้แปดหมู่บ้าน ดังนั้นนางต้องแนะนำหญิงสาวผู้เพียบพร้อมให้ท่านแน่นอน…”

หยูซื่อส่ายหน้า เขาไม่สามารถคลายความเสียใจได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้

หยุนเชวี่ย “เช่นนั้น…”

“ซื่อเอ๋อ เหตุใดยังไม่กลับเข้ามาอีก! เจ้าต้องไปส่งของ!” ผู้เฒ่าหยูยืนตะโกนเสียงดังอยู่ด้านหน้าประตูร้านโชห่วย

“ขะ ขะ ข้า ตะ ตะ ต้อง กะ กะ กลับไป ทะ ทะ ทำงาน” หยูซื่อกล่าวเสียงอู้อี้พร้อมโบกมือลาหยุนเชวี่ย “ขะ ขะ ข้าขอ มะ มะ ไม่ ดะ ดะ เดินไปส่ง พะ พะ พวกเจ้า ทะ ทะ ทั้งสอง ระ ระ ระวังตัว ดะ ดะ ด้วยล่ะ”

หลังจากพูดจบ หยูซื่อก็ก้มหน้าลงด้วยความหดหู่ก่อนสาวเท้าเดินกลับเข้าไปในร้าน อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าเหตุใดแผนหลังนั้นจึงดูโดดเดี่ยวและเศร้าโศกเป็นพิเศษ

หยุนเชวี่ยผ่อนลมหายใจยาวอย่างเห็นอกเห็นใจ “ข้ามองไม่ออกเลยว่าเขาจะเป็นคนที่รักฝังใจ”

“หยูซื่อเป็นคนที่มั่นคงในรัก เห็นเช่นนี้แล้วข้าพลันคิดถึงอาชิ่วเอ๋อ” หยุนเยี่ยนก้มลงยกเตาไฟขนาดเล็กขึ้น “หนักเหลือเกิน บ้านของเรามีเตาผิงแล้วนี่ เหตุใดเจ้ายังซื้อมันมาอีกเล่า?”

“ซื้อกลับไปทำหม้อไฟ” เมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร หยุนเชวี่ยก็ลืมเรื่องน่าเศร้าของหยูซื่อไปในพริบตา

“หืม?”

“มันคือหม้อไฟ”

“หม้อไฟคืออะไร?”

แม้หม้อไฟจะมีต้นกำเนิดมาแต่สมัยโบราณ ทว่าไม่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณชนบทผู้บริโภคธัญพืชและผักต่าง ๆ เป็นอาหารหลัก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หยุนเยี่ยนจะไม่เคยได้ยินชื่อหม้อไฟมาก่อน

หยุนเชวี่ยครุ่นคิด “ก่อนอื่นเราต้องต้มซุปกระดูกให้กลมกล่อม จากนั้นนำหม้อใบเล็กวางไว้บนเตาแล้วพวกเราก็นั่งล้อมรอบเตาไฟ ต้มเนื้อไปพลาง ตักกินไปพลาง จิ้มด้วยน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมของน้ำมันงา หอมหัวใหญ่ กระเทียมสับ และน้ำมันพริก จุ๊ ๆ พี่สาวลองคิดดูสิ ด้านนอกหิมะตกโปรยปราย ส่วนเรานั่งล้อมวงกินหม้อไฟอยู่ภายในบ้าน…” หยุนเชวี่ยอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอเมื่อพูดถึงประโยคนี้ “ช่างน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก แม้แต่เทพเซียนยังต้องหลงใหล”

หยุนเยี่ยน “นี่คือความคิดดี ๆ ที่เจ้าพูดถึงหรือ?”

“ใช่แล้ว” หยุนเชวี่ยพยักหน้าอย่างจริงจัง “อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ การกินอาหารดี ๆ นับว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ก่อนกลับบ้านข้าต้องแวะไปที่ร้านขายเนื้อแกะเพื่อดูว่ามีกระดูกแกะเหลืออยู่หรือไม่”

“เหตุใดเจ้าถึงเอาแต่คิดเรื่องอาหารการกินได้ทั้งวัน? เจ้ากำลังสะสมไขมันหลังฤดูใบไม้ร่วงอยู่หรือ?” หยุนเยี่ยนเหยียดยิ้มพร้อมเอื้อมมือไปลูบศีรษะของน้องสาว

“พี่สาว ข้ากับเสี่ยวอู่กำลังอยู่ในวัยเติบโต พวกเราจึงต้องกินอาหารเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้สูงขึ้น” หยุนเชวี่ยเขย่งปลายเท้าพร้อมใช้มือทำท่าทาง “ดูสิ ข้าเกือบจะสูงเท่าท่านแล้ว”

แรกเริ่มเดิมทีทั้งสามพี่น้องมีรูปร่างผอมบาง ผิวเหลือง ใบหน้าตอบเล็กราวกับคนขาดสารอาหาร ทว่าภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี รูปร่างของพวกเขากลับอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นกว่าแต่ก่อน ใบหน้าที่เคยซูบตอบกลับอวบอิ่ม อีกทั้งแก้มยังระบายสีเลือดฝาดทำให้น่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่งโดยเฉพาะเสี่ยวอู่ กางเกงขายาวรุ่มร่ามที่เขาเคยสวมใส่ในฤดูร้อนกลับสั้นเต่ออยู่บริเวณน่อง นอกจากนี้เขายังสูงขึ้นจนเกือบเท่าหยุนเชวี่ยแล้ว

“หากวันใดที่เจ้าอ้วนเฉียนมาที่บ้านของเรา ข้าจะทำหม้อไฟเพื่อต้อนรับเขา พรุ่งนี้ข้าจะชวนเหออวี้และชีจินไปจับปลาสักสองสามตัวในแม่น้ำเพื่อเอามาทำเป็นลูกชิ้นปลา เขาจะต้องตะลึงกับรสชาติอันแสนเอร็ดอร่อยจนต้องเผลอกัดลิ้นตนเองเป็นแน่” หยุนเชวี่ยเดินไปยังร้านขายเนื้อแกะพลางครุ่นคิดถึงวัตถุดิบ ระหว่างทางนางยังแวะซื้อถั่วงอก เต้าหู้ และเห็ดจากบนภูเขาอีกด้วย

ใกล้ยามเที่ยงแล้วเหล่าแม่บ้านจึงรีบซื้อสิ่งของที่ต้องการอย่างรวดเร็ว มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนกล่าวตัดพ้อว่าชีวิตของตนลำบากยากเข็ญยิ่งนัก หนึ่งปีที่ผ่านมาต้องอยู่อย่างอดอยาก แต่ในมือนางกลับถือเสื้อผ้าชุดใหม่และขนมหวานอีกหลายชิ้นยกเว้นเนื้อหมู เพราะครอบครัวของนางวางแผนจะเชือดหมูในวันตรุษจีน

มารดาของต้าหนิวไม่ได้กล่าวตัดพ้อชีวิตแต่อย่างใด นางซื้อผ้าราคาถูกสองสามผืน ฝ้ายสามจิน และเนื้อหมูติดมันอีกสองสามชิ้นในขณะที่ฉีกยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมพร่ำบอกว่ามันคุ้มค่า

แม่นางเหลียนหิ้วถุงใบเล็กและใบใหญ่เต็มสองมือ นางตะลึงงันไปชั่วครู่เมื่อสังเกตเห็นหยุนเชวี่ยนั่งอยู่บนเตาไฟโดยมีหม้อเหล็กใบเล็กอยู่ในอ้อมกอด “เจ้าซื้อของพวกนี้มาเพื่ออะไร?”

“ซื้อกลับไปทำอาหารอร่อย ๆ เจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยเชิดคางขึ้น แม่นางเหลียนเหลือบมองหยุนเยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง ในมือของนางถือถุงกระดูกแพะหลายชิ้น ส่วนอีกมือหนึ่งถือถุงเนื้อแกะชิ้นใหญ่หนึ่งชิ้น

“โอ้ ซื้อเนื้อแกะมาหรือ? เนื้อแกะราคาแพงกว่าเนื้อหมูไม่น้อย” มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเผยสีหน้าไม่พอใจ “บ้านเจ้าร่ำรวยแล้วต้องกินแต่อาหารดี ๆ สินะ ไม่เหมือนพวกเรา…”

“พี่สะใภ้ พวกเรารีบกลับกันเถอะ” มารดาของต้าหนิวกล่าวตัดบท “ครอบครัวของข้ากำลังรอให้ข้ากลับไปทำอาหารอยู่ที่บ้าน” จากนั้นเหลือบมองหยุนเชวี่ย “มาเถิด อาสะใภ้มีของไม่มากนัก อาจะช่วยถือเอง”

ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนกล่าวยกยอลูกชายฝาแฝดของตนว่าเฉลียวฉลาด อ่อนโยน กตัญญู หน้าตาหล่อเหลาจนคุณหนูหมู่บ้านข้างเคียงต่างให้แม่สื่อแวะเวียนมาสอบถามอย่างไม่ขาดสาย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ชอบ

หน้าตาของสองพี่น้องนับว่าไม่เลว คิ้วเรียวสวย ดวงตากลมโต ทว่ามองหาความเฉลียวฉลาดไม่เจอจริง ๆ ซึ่งเรื่องที่พวกเขาถนัดที่สุดคงหนีไม่พ้นการรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ก่อนหน้านี้ขณะที่หยุนเชวี่ยเดินทางไปค้าขายบ๊วยดองน้ำตาลในเมือง ทั้งสองก็ตั้งตัวเป็นหัวโจกและสมคบคิดกับเถียนตวนสื่อแย่งการค้าของนางไป

หยุนเชวี่ยไม่ต้องการฟังคำพูดของแม่นางเหยียนอีกต่อไปจึงกล่าวออก “ท่านป้าสะใภ้ โฉ่วเหือและโฉ่วช่วนรังแกข้า ท่านยังจำได้อยู่หรือไม่เจ้าคะ? คราวที่แล้วพวกเขาทั้งสิบคนตั้งใจขวางทางพวกข้าที่มีเพียงสี่คน หากไม่ใช่เพราะชีจินปกป้องเอาไว้ ข้าคงถูกทุบตีเป็นแน่”

มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เพราะไม่คิดว่าหยุนเชวี่ยจะกล้าพูดประโยคเหล่านี้ นางรีบกล่าวด้วยรอยยิ้มทันที “โธ่ เด็กน้อยอย่างพวกเจ้าชอบเล่นกันเช่นนั้นมิใช่หรือ? เด็กในหมู่บ้านคนใดไม่เคยเล่นกันเช่นนั้นบ้างเล่า เมื่อเลิกเล่นก็กลับมาจับมือคืนดีกันดังเดิม อย่าเก็บไปใส่ใจนักเลย และอีกอย่างมันไม่ใช่การรังแกเสียหน่อย…”

“ท่านหยุดเล่าเรื่องของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเถิด ข้าฟังจนจำได้ขึ้นใจแล้ว” หยุนเชวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม อาศัยความไร้เดียงสาของตนพูดอย่างตรงไปตรงมา “ข้าเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย ชอบแค้นฝังหุ่น ท่านป้าสะใภ้อย่าได้เก็บไปคิดมากและอย่าถือโทษข้าเลยเจ้าค่ะ”

มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนอึ้งจนไม่สามารถตอบโต้ได้ หลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “พวกเราล้วนเป็นคนบ้านนอก ไม่คิดเล็กคิดน้อย มากไปกว่านั้นข้าเป็นคนใจกว้าง ในเมื่อเจ้าไม่มีเจตนาร้าย ป้าสะใภ้ย่อมรู้ดี…”

หยุนเชวี่ยหัวเราะแห้ง

ในที่สุดมารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนก็ปิดปากเงียบ แม่นางเหลียนสบโอกาสจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ลูกสาวคนรองของข้ามีนิสัยรักความยุติธรรม ข้าเกรงว่าต่อไปคงไม่มีผู้ใดมาสู่ขอนาง”

“ผ้าขาวย้อมคราม ของอย่างหนึ่งย่อมพิชิตอีกอย่างหนึ่ง และของอีกอย่างหนึ่งย่อมมีของอีกอย่างหนึ่งพิชิตได้” มารดาของต้าหนิวกล่าวด้วยรอยยิ้ม “รอจนโตกว่านี้อีกเสียหน่อย หากเจอคนที่ชอบพอนางก็คงไม่เป็นเช่นนี้แล้ว ดูอย่างย่าของเจ้าสิ แม้จะมีภาพลักษณ์ดุร้าย แต่เมื่อแต่งงานกับปู่ของเจ้า ผู้เฒ่าทั้งสองก็อยู่กินกันอย่างเรียบง่าย”

มารดาของต้าหนิวไม่ก้าวก่ายผู้อื่นและไม่ทำให้ใครต้องรำคาญใจ แม่นางเหลียนจึงยิ้มรับ “ข้าเห็นด้วย”

ทั้งสองคนเดินพูดคุยกันตลอดทาง กว่าจะกลับถึงหมู่บ้านก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว

หยุนลี่เต๋อเพิ่งทำอาหารกลางวันเสร็จและกำลังจะยกไปวางบนโต๊ะให้เสี่ยวอู่กิน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของภรรยาและลูกสาว เขาจึงเปิดประตูออกดูก่อนพบว่าทั้งสามแม่ลูกหิ้วของพะรุงพะรังเต็มมือ

“โอ้ ซื้ออะไรมาบ้าง” หยุนลี่เต๋อกุลีกุจอออกไปรับของจากมือแม่นางเหลียน “ก่อนไปข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าถ้าหิ้วของกลับมาไม่ได้ เราค่อยไปซื้อใหม่ เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องลำบากหิ้วของหนัก ๆ เช่นนี้”

“แม่ของต้าหนิวช่วยข้าถือมาตลอดทาง” แม่นางเหลียนหันกลับไปรับของจากมือหยุนเชวี่ยและหยุนเยี่ยน เนื่องจากหยุนลี่เต๋อมัวแต่สงสารภรรยาจนลืมลูกสาวทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“กินข้าวกันหรือยัง?” หยุนลี่เต๋อเอ่ยถาม

“ยังเจ้าค่ะ” แม่นางเหลียนตอบด้วยรอยยิ้ม “พวกนางสองคนบอกว่ายังไม่หิว ข้าจึงไม่ได้พานางกินอาหารจากในเมือง”

“ถ้าอย่างนั้นนั่งก่อนสิ ข้าจะไปตักโจ๊กมาอีกสองสามชาม” หยุนลี่เต๋อกล่าว “นี่ก็ยามเที่ยงแล้ว เหตุใดเจ้าไม่ยอมแวะกินก๋วยเตี๋ยวในเมือง ปล่อยให้ตนเองหิวโหยเช่นนี้ได้อย่างไร…”

หยุนเชวี่ยถูฝ่ามือเล็กป้อมของตนเองเข้าด้วยกันพลางมองบิดาผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ราวกับหมี ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเหตุใดเขาถึงมีความละเอียดอ่อนมากกว่าภรรยาเสียอีก?

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 335 กินหม้อไฟ… กินหม้อไฟ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
21/06/2026
M0l3ZdE
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
29/01/2025
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
21/06/2026
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.