Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 336 เอ้อหู่คารวะท่านอาจารย์

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 336 เอ้อหู่คารวะท่านอาจารย์
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 336 เอ้อหู่คารวะท่านอาจารย์
ตอนที่ 336 เอ้อหู่คารวะท่านอาจารย์

“พวกนางสองพี่น้องตระเวนกินขนมในเมืองไม่ขาดปาก ส่วนข้ายังไม่หิวและคิดไว้ว่าจะไปทำงานในสวนตอนบ่ายจึงตั้งใจกลับมาพร้อมแม่ของต้าหนิว” แม่นางเหลียนตอบ

“ท่านพ่อเกรงว่าท่านแม่จะหิวน่ะเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยสังเกตเห็นสายตารักใคร่ของบิดาตั้งแต่ก้าวเท้าเดินผ่านประตู

แม่นางเหลียนเม้มริมฝีปากแน่น หางตาของนางยกโค้งขึ้นเล็กน้อย “เมื่อเช้าข้ากินจนอิ่มแปล้ ตอนนี้จึงไม่รู้สึกหิว”

หยุนลี่เต๋อตักโจ๊กจากในห้องครัวมาวางไว้บนโต๊ะอีกครั้ง เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ฝีมือของข้าคงสู้เจ้าไม่ได้ สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันตามลำพังจึงทำไปเรื่อยเปื่อย เพราะคิดว่าพวกเจ้าคงแวะกินอาหารในเมือง ลองชิมดูก่อนสิ”

หยุนเชวี่ยใช้ตะเกียบตักโจ๊กเข้าปากหนึ่งคำ กล่าวตามว่าตรงฝีมือการทำอาหารของหยุนลี่เต๋อนั้นแย่มาก เขาใส่น้ำมันและเกลือลงไปไม่น้อย แต่เมื่อมองไปยังมารดา นางกลับพยักหน้าและบอกว่ามันอร่อยซ้ำไปมาอย่างไม่เสแสร้ง

“สิ่งที่แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนพูดในวันนี้ช่างทำให้ผู้คนไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก” แม่นางเหลียนยกชามโจ๊กขึ้นซดอีกหนึ่งครั้ง “คราวหน้าหากต้องไปทำธุระ ข้าจะไม่ชวนนางอีกแล้ว”

“เกิดอะไรขึ้น?” หยุนลี่เต๋อเงยหน้าขึ้นพลางเอ่ยถาม “นางพูดอะไรไม่น่าฟังรึ?”

“นางอยากให้ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวของเรา” แม่นางเหลียนตอบ

หยุนลี่เต๋องุนงง “แต่งงานรึ? แต่งกับเชวี่ยเอ๋อน่ะหรือ? เชวี่ยเอ๋อเพิ่งจะอายุสิบสามปี มันยังเร็วเกินไป ลูกชายฝาแฝดของนางก็เพิ่งจะอายุสิบห้าปีมิใช่หรือ?”

“ไม่ใช่เรื่องแต่งงานที่ทำให้อึดอัดใจ แต่เป็นน้ำเสียงของนางต่างหาก” แม่นางเหลียนเบ้ปาก “นางยังกล้าพูดอีกว่าลูกสาวของเราหน้าตาสะสวยไม่ควรเก็บเอาไว้แต่ในบ้าน ควรออกมาเผยโฉมให้คนอื่นเห็นบ้าง ทั้งยังบอกว่าไม่รังเกียจลูกสาวของข้า”

“ใคร ๆ ต่างรู้ว่าลูกสะใภ้ตระกูลจางผู้นั้นปากพล่อย พวกเราอย่าถือสานางเลย” หยุนลี่เต๋อกล่าวปลอบใจ “ต่อไปก็อย่าเข้าไปพูดคุยกับนางอีก”

“นางชอบพอในตัวเชวี่ยเอ๋อ แต่ข้าไม่ชอบลูกชายทั้งสองของนางแม้แต่น้อย” แม่นางเหลียนมองบุตรสาวคนรองผู้ฉลาดเฉลียว “ลูกสาวของข้างดงามและมากความสามารถ แล้วจะไปเป็นลูกสะใภ้นางได้อย่างไร? ลูกสาวของข้าต้องได้คู่ครองดีกว่านั้นสิ”

“ป้าสะใภ้จางชอบข้าที่ไหนกัน นางเห็นว่าครอบครัวของเราสร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อที่ดินผืนใหม่ มีที่นาหลายไร่ และชีวิตของพวกเราดีขึ้น นางจึงคิดเช่นนั้น” หยุนเชวี่ยกล่าวเสียดสี “นางอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีฐานะดีมาเกื้อกูลครอบครัวต่างหากเจ้าคะ”

หยุนเยี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย “ข้ายืนยันได้ว่าป้าสะใภ้จางพูดถึงครอบครัวของพวกเราตลอดทางเจ้าค่ะ”

“ครอบครัวของเรายังไม่ร่ำรวย แต่ชาวบ้านกลับยื้อแย่งกันแล้ว” หยุนเชวี่ยกะพริบตาอย่างจนใจ “เคราะห์ดีที่พี่สาวหมั้นหมายไว้เรียบร้อย เช่นนั้นประตูบ้านของเราต้องโดนเหยียบย่ำจนพังลงมาแน่นอน”

ที่ดินหลายสิบไร่คือหลักฐานยืนยันว่าครอบครัวของพวกเขาร่ำรวย อีกทั้งบ่งบอกว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเสื้อผ้าและอาหารการกิน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสมาชิกในครอบครัวเพียงห้าคน ซึ่งการที่พวกเขาสามารถซื้อที่ดินผืนใหญ่ในคราวเดียวได้นั้นย่อมเป็น ‘ครอบครัวที่มั่งคั่ง’ อย่างแน่นอน

ยามบ่าย

หลังจากกินอาหารมื้อเที่ยงเสร็จเรียบร้อย มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนก็แวะเวียนมาหาแม่นางเหลียนที่บ้าน อ้างว่าอยากให้อีกฝ่ายช่วยตัดเสื้อผ้า แม่นางเหลียนจึงไม่ปฏิเสธแต่กลับแสดงท่าทีไม่กระตือรือร้นออกมา

“โอ้โห บ้านของเจ้าน่าอยู่ยิ่งนัก ด้านหน้าและด้านหลังเปิดโล่ง ห้องโถงโปร่งสบาย ห้องครัวใช้งานได้ดี เก็บกวาดอย่างเป็นระเบียบ…” มารดาโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเดินสำรวจไปทั่วตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในเรือน กระทั่งคิดจะเข้าไปในห้องนอนของสองพี่น้อง แต่ถูกหยุนเชวี่ยห้ามและลงกลอนประตูปิดไว้เสียก่อน

“โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวาง และอ่างล้างหน้าล้วนเป็นฝีมือของเจ้ารองใช่หรือไม่? จุ๊ ๆ มีความสามารถเหลือหลาย งานเหล่านี้ประณีตกว่าช่างไม้ทำเองเสียอีก” เมื่อเดินเข้าไปในเรือน มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนก็ลูบคลำเครื่องเรือนภายในบ้านด้วยความประหลาดใจพร้อมเอ่ยชมเชยไม่หยุด

“พี่สะใภ้ ท่านไม่ได้มาเพื่อตัดเสื้อผ้าหรอกหรือ?” แม่นางเหลียนดันโต๊ะขนาดเล็กไปไว้ข้างกำแพงก่อนปูเสื่อผืนเก่าและเอื้อมมือดึงอีกฝ่ายให้นั่งลง “เอาวัสดุมาดูก่อนเถิด”

เครื่องเรือนภายในห้องมีไม่มากนัก มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนลูบคลำไปพลางกล่าวชมเชยไปพลาง จากนั้นนางจึงเปิดห่อผ้าที่สะพายไว้ก่อนหยิบผ้าฝ้ายสีเขียวเข้มออกมา “ข้าต้องการตัดเสื้อผ้าฝ้ายตัวใหม่ให้ลูกชายทั้งสองคน เจ้าเป็นคนที่มีสายตาเฉียบแหลมและมีฝีมือที่สุดในหมู่บ้านของเรา เจ้าลองดูให้ข้าหน่อยสิว่าข้าควรทำแบบใด”

แม่นางเหลียนยื่นมือออกไปลูบเนื้อผ้า ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด หยุนลี่เต๋อที่เพิ่งออกไปตักน้ำใส่โอ่งก็เดินเข้ามาในเรือนเสียก่อน

“อ้าว เจ้ารองก็อยู่ด้วยหรือนี่! ข้านึกว่าเจ้าขึ้นเขาไปล่ากระต่ายป่าเสียอีก!” มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนลุกยืนขึ้น นางดีใจที่ได้เจอหยุนลี่เต๋อยิ่งกว่าได้พบญาติพี่น้องเสียอีก ใบหน้าของนางระบายรอยยิ้มกว้าง ขณะที่หางตาปรากฏรอยย่นยับหลายชั้น

หยุนลี่เต๋อไม่ใช่คนช่างเจรจา เขาจึงพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “พี่สะใภ้มาแล้วหรือ”

“อืม ข้ามาตัดเสื้อและพูดคุยตามประสาสตรีน่ะ” มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนปรายตามองแม่นางเหลียนพร้อมฉีกยิ้มกว้าง “ปกติแล้วพี่สะใภ้ไม่มีเวลาออกไปสังสรรค์ข้างนอกจึงไม่ค่อยได้พูดคุยกัน”

หยุนเชวี่ยกลอกตาพลางครุ่นคิดว่านางชอบพูดประจบประแจงเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?

หยุนลี่เต๋อมีนิสัยเงียบขรึม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับพี่สะใภ้ผู้ที่ไม่คุ้นเคย เขาหยิบหน้าไม้ที่แขวนอยู่บนผนังด้านนอกพลางกล่าวออก “พวกท่านพูดคุยกันไปเถิด ข้าจะขึ้นไปบนภูเขาแล้ว”

“หืม!” มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่งช่วนตบต้นขาของตนพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้ “เพิ่งกินอาหารกลางวันเสร็จ เหตุใดไม่พักผ่อนสักครู่เล่า ท่ามกลางเหล่าชายหนุ่มในหมู่บ้าน เจ้าคงเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียรที่สุดแล้วกระมัง…”

หยุนลี่เต๋อส่งเสียงหัวเราะสองครั้งก่อนยกหน้าไม้ขึ้นพาดบ่าและเดินจากไป

หยุนเชวี่ยไม่อาจทนฟังน้ำเสียงโอ้อวดของป้าสะใภ้ผู้นี้ได้อีกต่อไป นางจึงส่งเสียง ‘หึ’ ก่อนกระชับคอเสื้อพลางกล่าวกับมารดา “ท่านแม่ ข้าขอไปเล่นกับเหอยาโถวนะเจ้าคะ”

“ไปเถิด” แม่นางเหลียนรู้ว่าหยุนเชวี่ยไม่ชอบมารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วน นางจึงโบกมืออนุญาต “อย่าเอะอะโวยวายเสียงดังจนรบกวนป้าสะใภ้เหอล่ะ”

“รับทราบเจ้าค่ะ”

“แบ่งขนมที่ซื้อมาจากในเมืองเมื่อเช้านี้ให้เหอยาโถวด้วย พวกเขามักแบ่งปันขนมอร่อย ๆ ให้พวกเราเสมอ ห่อขนมอยู่ที่ตู้ในห้องครัวน่ะ เจ้าเข้าไปหยิบเอาสิ…”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ… เข้าใจแล้ว” หยุนเชวี่ยเดินไปหยุดอยู่ตรงไปตู้ก่อนหันกลับไปถามหยุนเยี่ยน “พี่สาว ท่านจะไปด้วยกันหรือไม่?”

“ข้าไม่ไป ข้าตั้งใจจะช่วยงานท่านแม่ที่บ้าน” หยุนเยี่ยนกล่าว “ตะวันลับขอบฟ้าเร็วกว่าเดิม รีบกลับมาล่ะ อย่ารบกวนท่านป้าสะใภ้เชียวนะ”

“เข้าใจแล้ว ๆ ๆ” หยุนเชวี่ยวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปในครัว นางหยิบห่อบางอย่างออกมาสองห่อก่อนตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน “ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ!”

“เด็กคนนี้…” แม่นางเหลียนเหยียดยิ้มพร้อมส่ายศีรษะ “ทำอะไรก็กระโดกกระเดกไปเสียหมด”

มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนรีบเอ่ยชมอย่างกระตือรือร้น “อารมณ์ของหญิงสาวมักขึ้นลงไม่คงที่ นางคงไม่ถูกสามีรังแกเอาง่าย ๆ หรอก ดูอย่างภรรยาคนใหม่ของตงโถวสิ นางไม่กล้ากล่าวแย้งแม่สามีแม้แต่คำเดียว เป็นผู้หญิงประสาอะไรกัน…”

แม่นางเหลียน

…

เมื่อมาถึงบ้านของตระกูลเหอ หยุนเชวี่ยก็ไม่พบเหอยาโถว ซึ่งมารดาของเขาบอกเล่าว่าหลังจากกินอาหารเสร็จเหอยาโถวก็เดินตามชีจินออกไป หยุนเชวี่ยจึงยื่นถุงขนมให้ป้าสะใภ้เหอและรีบเดินเลียบน้ำไปยังที่โล่งบนเนินเขาทันที

ชีจินเรียนกระบวนท่าการต่อสู้จากสืออี หลายวันมานี้ไม่เพียงฝึกตามลำพังแต่เขายังเรียกเหออวี้ไปด้วย ยิ่งพูดคุยกันมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งเสพติดการต่อสู้ ทั้งสองคนจึงขึ้นเขาไปฝึกซ้อมบนภูเขาทุกวัน วันละสองกระบวนท่า

ท่วงท่าการต่อสู้ควรจะแข็งแกร่ง กระฉับกระเฉงและน่าเกรงขามมิใช่หรือ ทว่าเหตุใดการต่อสู้ของเด็กชายทั้งสองกลับเหยาะแหยะราวกับคนไม่มีพละกำลังเช่นนี้ พวกเขาเอาแต่กระโจนเข้าหากันทั้งวันในขณะที่อีกฝ่ายกลิ้งหลุน ๆ อยู่บนพื้น

หยุนเชวี่ยที่อยู่บริเวณเชิงเขาได้ยินเสียงของทั้งสองคนมาจากที่ไกล ๆ

ชีจิน “ฮึ่ม! ดูปีกของกระเรียนขาวเสียก่อน!”

เหออวี้ “เข้ามาสิ! หลบหลีกกระบวนท่าของข้าให้ได้ก็แล้วกัน!”

ใต้ต้นไม้ยังมีเด็กชายนั่งอยู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างแววตาที่มองทั้งสองคนนั้นเต็มไปด้วยความริษยาและความเลื่อมใส เขาปรบมือเสียงดังพร้อมกล่าวเยินยอ “เก่งมาก! มันน่าทึ่งยิ่งนัก!”

หยุนเชวี่ยปีนขึ้นไปบนเนินเขาแล้วนั่งลงข้างเด็กหนุ่ม จากนั้นเท้าคางมองสหายอยู่ครู่หนึ่งก่อนพบว่าพวกเขาไม่มีกฎเกณฑ์ในการประลอง เพียงแต่โผเข้าหากันไปมาคล้ายกับวานร

“ดูให้เต็มตา! กระบวนท่านี้ของข้าเรียกว่ามังกรฟ้าฟาดหาง!” ชีจินคำรามพลางเหยียดขาออกไปด้านหน้าและกวาดขาไปที่เหออวี้ทำให้ฝุ่นและหญ้าแห้งฟุ้งกระจายไปในอากาศ

“พยัคฆ์ขย้ำเหยื่อ!” เหออวี้ถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนกระโจนเข้าหาอีกฝ่าย

ทั้งสองคนกลิ้งไปมาบนพื้นอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างกดไหล่พร้อมนั่งทับหัวเข่าของกันและกันเอาไว้ ขณะที่ปากยังขานชื่อกระบวนท่าอย่างไม่ยอมลดละ ‘ต้าเผิงสยายปีก!’ ‘ราชสีห์ส่ายหน้า!’ ‘ไก่ทองโบยบิน!’ ‘เทพเซียนชี้ทาง!’

“ยอดเยี่ยมมาก! อัศจรรย์ยิ่งนัก!” เด็กชายที่นั่งข้างหยุนเชวี่ยกระโดดโลดเต้นอย่างเร้าใจ

หยุนเชวี่ยกล่าววาจาไม่ออก นอกเสียงตะโกนอันแสบแก้วหูแล้ว นางก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ หากเพียงแค่ขานชื่อกระบวนท่าแล้วจะทรงพลังจริง นางก็สามารถตะโกนเรียกชื่อกระบวนท่าได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นท่าเทพตถาคตพันมือ ไม้เท้าโบยสุนัข และท่ากรงเล็บกระดูกขาวเก้าพลังหยิน

“เจ้าคิดว่าสองคนนี้ ผู้ใดแข็งแกร่งกว่ากัน?” หยุนเชวี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม

เด็กชายคนนี้มีนามว่าเอ้อหู่ เป็นญาติของต้าหนิว เมื่อใดที่เผยใบหน้าเรียบเฉย เขาก็จะดูมีเสน่ห์เหลือล้น แต่ถ้าเมื่อใดที่ฉีกยิ้ม เขาจะกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ผู้ซื่อบื้อ ทั้งยังเผยให้เห็นฟันกรามซี่เล็กอีกด้วย

“พวกเขาเก่งทั้งสองคน” เอ้อหู่ตอบโดยไม่หยุดคิด

หยุนเชวี่ยมองเด็กชายพร้อมครุ่นคิด ทันใดนั้นเอ้อหู่ก็เผยสีหน้าจริงจัง ดวงตาฉายแววเลื่อมใส “วรยุทธ์ของทั้งสองสูงส่งอย่างยิ่ง ข้าอยากคารวะพวกเขาเป็นอาจารย์!”

หยุนเชวี่ยตะลึงงันก่อนยกนิ้วโป้งให้เขา “มีความทะเยอทะยานกว่าที่คิด!”

เมื่อเอ้อหู่ได้รับกำลังใจจึงฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิม

“เชวี่ยเอ๋อ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด?” ในที่สุดเหออวี้ที่กลิ้งไปมาบนพื้นก็สังเกตเห็นนาง จากนั้นยกมือปัดป้องการโจมตีของชีจิน “หยุด ๆ ลุกขึ้นได้แล้ว”

“เพิ่งมาถึงน่ะ” หยุนเชวี่ยนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้พลางเผยท่าทีขึงขังและเพ่งความสนใจไปที่ทั้งสองก่อนเอ่ยถาม

“เมื่อครู่พวกเจ้าใช้กระบวนท่าอะไรรึ?”

“โธ่!” ชีจินปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อผ้าออกพลางหยิบเศษหญ้าแห้งที่ติดอยู่บนศีรษะออก เขายิ้มอย่างเขินอายพร้อมเอ่ยตอบ “กระบวนท่าเหล่านั้น… พวกเราสองคนคิดขึ้นมาเอง”

ดวงตาของเอ้อหู่อัดแน่นไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

“คิดเองหรือ? น่าประหลาดใจยิ่งนัก!” หยุนเชวี่ยคิดว่าสืออีหลอกล่อชีจินและเหออวี้ราวกับคนโง่เสียอีก แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าทั้งสองจะจริงจังถึงขั้นจัดตั้งสำนักเรียนเป็นของตนเอง ในอนาคตนางคงต้องพึ่งพาพวกเขา!

“อย่าหัวเราะเยาะพวกข้าสิ” เหออวี้หัวเราะแห้งพลางบอกเล่าว่าเอาชื่อกระบวนท่าเหล่านั้นมาจากนักเล่าเรื่อง ในขณะที่เอ้อหู่รวบรวมความกล้าและประสานมือคารวะต่อหน้าพวกเขา

เหออวี้?

ชีจิน?

“พี่เหออวี้ พี่ชีจิน” ในความเลื่อมใสศรัทธาของเอ้อหู่แฝงไว้ด้วยความจริงใจและความเขินอายเล็กน้อย หลังจากเงียบไปชั่วครู่ เขาจึงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านทั้งสองโปรดรับข้าเป็นศิษย์ และสอนวรยุทธ์ให้แก่ข้าด้วยเถิด!”

หยุนเชวี่ยก้มหน้าพลางลูบจมูกขณะกลั้นหัวเราะ

เหออวี้และชีจินมองหน้ากันไปมา

“พี่เหออวี้ พี่ชีจิน” ไม่รู้ว่าเอ้อหู่เลียนแบบการกระทำพวกนี้มาจากที่ใด เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นอย่างมั่นคง ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองตกใจจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 336 เอ้อหู่คารวะท่านอาจารย์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
novelpdf-063
ระวังหัวใจจะไหวหวั่น
25/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.