Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 344 แต่งเข้าตระกูลหวัง

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 344 แต่งเข้าตระกูลหวัง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 344 แต่งเข้าตระกูลหวัง
ตอนที่ 344 แต่งเข้าตระกูลหวัง

หยุนเชวี่ยล้างหน้าเสร็จก็คร้านจะเข้าไปร่วมสนุกอีก นางเก็บตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องเพียงคนเดียว นานครั้งจึงได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากอีกทางหนึ่ง ท่านป้าทั้งหลายที่นิสัยซุกซนต่างตะโกนเรียกหยอกล้อเป็นครั้งคราวว่า ‘น้องชาย’ และยังเอ่ยถามอีกว่าเขาแต่งงานแล้วหรือยัง

หยุนเชวี่ยได้ยินเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง นางแง้มหน้าต่างให้เปิดออกเล็กน้อย

นางได้ยินเสียงแม่ม่ายเหลียวกล่าวขึ้นเสียก่อน “เขายังเป็นพ่อหนุ่มน้อยอยู่เลย เหตุใดเจ้าจึงถามเขาเช่นนั้นเล่า?”

ท่านอาอีกคนตอบกลับ “เมื่อพินิศดูน้องชายผู้นี้แล้วก็ให้อยากเจรจาเรื่องการหมั้นหมายขึ้นมาน่ะซี น่าเสียดายนักที่ข้าไม่มีลูกสาว”

จากนั้นเสียงหัวเราะพลันดังขึ้นอีกระลอกหนึ่ง

หยุนเชวี่ยเบ้ปาก “ไม่ทันเท่าไรก็กลายเป็นพ่อหนุ่มเนื้อหอมไปเสียแล้ว”

หยุนลี่เต๋อใช้เวลาสร้างคอกหมูและห้องเก็บฟืนถึงสี่วัน ทั้งยังสร้างห้องขนาดเล็กขึ้นตรงบริเวณข้างห้องเก็บฟืนอีกด้วย เป็นห้องสำหรับสืออีโดยเฉพาะ

โดยปกติแล้วหยุนเชวี่ยจะตามไปดูขั้นตอนการก่อสร้างตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทว่าหลายวันมานี้นางมักเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพียงคนเดียว ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือหรือก้มหน้าก้มตาเขียนภาพ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านางคิดสิ่งใดอยู่ในใจ

แตกต่างจากเหล่าหญิงสาวแรกรุ่นและสตรีที่แต่งงานแล้วในหมู่บ้านหลายนาง ครั้นได้ยินว่าครอบครัวรองตระกูลหยุนจ้างคนงานประจำระยะยาว ซ้ำยังมีรูปโฉมหล่อเหลายิ่ง จึงจับกลุ่มพากันมามุงดูอย่างครึกครื้นตลอดทั้งวัน

ไม่สิ ต้องเรียกว่าหลังคอกหมูถูกสร้างเสร็จได้ไม่นาน คนก็แห่กันเข้ามาถามไถ่ไม่ได้ขาดสาย

“สะใภ้รอง เจ้าทำสิ่งใดอยู่รึ?” ผู้มาใหม่นางนี้คือลูกสะใภ้คนที่สามของหวังหลี่เจิ้ง นางมีลูกสาวคนหนึ่งนามว่าหยิงเยว่ ทว่าชื่อของนาง ‘หรูหรา’ เกินไปสำหรับชาวบ้านในแถวชนบท ดังนั้นคนในหมู่บ้านจึงพร้อมใจกันเรียกนางว่าเอ้อยา

ภูมิหลังครอบครัวของหวังเอ้อยาไม่เลวเลย ท่านปู่ของนางมีคุณธรรมสูงส่ง เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในหมู่บ้าน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางค่อนข้างเย่อหยิ่ง ทั้งยังวางตนสูงส่ง นางไม่คิดชายตามองเด็กหนุ่มคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้นางพึงใจในตัวเฟิงซิ่วไฉ่ ทว่ากลับถูกเขาปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม

ต่อมาได้ยินว่ายายเฒ่าซุนรับเป็นแม่สื่อและเป็นธุระจัดหาคู่หมั้นคู่หมายให้ เริ่มจากชายหนุ่มในหมู่บ้านนี้และจากต่างหมู่บ้าน รวมไปถึงบรรดาครอบครัวในตัวเมืองอันผิง ทว่านางกลับไม่พึงใจในตัวชายใดสักคน ส่วนใหญ่นึกรังเกียจเพราะพวกเขาไม่ใช่คนหล่อเหลา

ทันทีที่แม่ของหวังเอ้อยาก้าวผ่านเข้ามาทางประตูเรือน ใบหน้านั้นก็แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม สายตากวาดมองไปทั่วลานบ้าน “น้องชายที่ครอบครัวของเจ้าจ้างงานไว้เล่า เขาไม่อยู่ที่นี่หรอกหรือ?”

แม่นางเหลียนเชิญอีกฝ่ายเข้ามานั่งในบ้านก่อนเอ่ยตอบ “เขากับท่านพี่รองขึ้นไปบนภูเขาแต่เช้าแล้ว ฉวยโอกาสช่วงที่หิมะยังไม่ตกเพื่อล่าสัตว์เพิ่มอีกหน่อยก่อนถึงวันตรุษ”

“จุ๊ จุ๊… ยังมีทักษะในการล่าสัตว์ด้วยหรือนี่?” มารดาของหวังเอ้อยาแสดงท่าทีพึงพอใจ จากนั้นขยับเข้าไปใกล้พลางเอ่ยถามอีกเล็กน้อย “ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายตกยาก เป็นเรื่องจริงหรือเท็จรึ?”

“โชคชะตาของเขาน่าสงสารอย่างแท้จริง ทว่าข้าเองก็ไม่เคยถามถึงพื้นเพและฐานะเดิมของครอบครัวเขาโดยละเอียดมาก่อน” แม่นางเหลียนส่ายหน้าอย่างเห็นอกเห็นใจ “จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง เกรงว่าหากข้าเอ่ยถามละลาบละล้วงจนเกินควรเขาอาจรู้สึกไม่สบายใจ”

“เฮ้อ…” มารดาของหวังเอ้อหยาก็ถอนหายใจเช่นเดียวกัน “ข้าสังเกตดูเขาแล้ว โหงวเฮ้งช่างมีราศีคล้ายบุตรของผู้ดีมั่งคั่ง กิริยาท่าทางหรือก็ไม่เหมือนเด็กบ้านนอกอย่างเรา ๆ เขาเคยออกตามหาคนในครอบครัวของตนเองบ้างหรือไม่?”

“เขากล่าวเพียงว่าเคยออกตามหาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าคนในครอบครัวสูญหายไปแล้วสิ้น” แม่นางเหลียนกล่าว

“อ๋อ” มารดาของหวังเอ้อยาพยักหน้าพลางครุ่นคิด ก่อนเปลี่ยนมาตั้งคำถามหยั่งเชิง “เช่นนั้นการที่บ้านของเจ้าจ้างนายน้อยสูงส่งเช่นนี้ แล้วเขาจะทำงานหนักได้หรือไม่?”

“เขาเป็นคนขยันขันแข็งทีเดียว” ในตอนแรกแม่นางเหลียนยังคิดตามไม่ทัน นึกว่าเป็นเพียงคำถามเชิงซุบซิบนินทาเท่านั้น จึงพรรณนาถึงความดีของสืออีอย่างหมดเปลือก “สองวันมานี้เขาตามขึ้นไปล่าสัตว์ ผ่าฟืน ให้อาหารหมู ไม่ว่าทำสิ่งใดก็คล่องแคล่วไปเสียหมด มือเท้ารวดเร็วกระฉับกระเฉง ส่วนเรื่องกินก็ไม่แพ้กัน มื้อหนึ่งเขากินข้าวเข้าไปถึงสี่ถ้วยใหญ่!” ขณะเล่าเรื่องหางตาของนางก็โค้งขึ้นอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังเล่าเรื่องลูกหลานแท้ ๆ ของตนเอง

“โชคดีที่กินเก่ง กินดีอยู่ดีนับว่าดีนักแล้ว” มารดาของหวังเอ้อยาได้ยินดังนั้นก็ตบต้นขาฉาดใหญ่อย่างเบิกบานใจ “ยังหนุ่มยังแน่นต้องกินให้มาก ร่างกายถึงจะแข็งแรง มีเรี่ยวแรงทำงานต่อไป!”

ในสมัยโบราณการตัดสินว่าบุคคลหนึ่งมีสุขภาพที่ดีหรือไม่นั้นค่อนข้างตัดสินกันอย่างเรียบง่ายเพียงผิวเผิน โดยสังเกตจากการกินเป็นหลัก ดังเนื้อหาในตำราที่เคยว่าไว้ หากจอมยุทธ์ผู้ใดฝึกวรยุทธ์ได้อย่างแข็งแกร่งนั่นหมายความว่าเขาเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยการกินเนื้อมากถึงสองจินอยู่เป็นประจำ แต่หากกินไม่ถึงครึ่งชามจะนับว่าเป็นผู้ที่อ่อนแอ

ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของแม่ยายเมื่อต้องการเลือกลูกเขย การกินดีอยู่ดีถือว่าเป็นมาตรฐานสำคัญ

แม่นางเหลียนก็หัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอก ใช้แรงกายต้องกินให้อิ่มท้อง” โชคดีที่ครอบครัวของนางไม่ลำบากยากจนเช่นเมื่อก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นเห็นทีคงเป็นเรื่องยากที่จะเอื้อเฟื้ออาหารให้เขามากถึงเพียงนี้

มารดาของหวังเอ้อยายิ่งฟังก็ยิ่งพึงพอใจ ท้ายที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น “เช่นนั้น เจ้ารู้วันเวลาตกฟากและชื่อแปดอักษรของเขาหรือไม่?”

“วันตกฟากและแปดอักษรงั้นรึ?” แม่นางเหลียนตะลึงงัน เข้าใจความหมายซึ่งแฝงอยู่ในคำถามทันที เพราะนอกจากเรื่องฤกษ์ยามการหาคู่ครองแล้ว ยังมีเรื่องใดอีกที่ต้องใช้ข้อมูลดังกล่าว?

มารดาของหวังเอ้อยาเผยรอยยิ้มสดใสขณะสบตาแม่นางเหลียน ก่อนก้มศีรษะลงโดยไม่ให้ข้ออธิบายใด ๆ เพิ่ม

แม่นางเหลียน “นี่…”

“โอ้ ข้าไม่ปิดบังเจ้าแล้ว ฮิฮิ…” แม่ของหวังเอ้อยาแสดงท่าทีกระดากอายเล็กน้อย ยังไม่ทันกล่าวต่อจนจบก็ยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากและหัวเราะเสียก่อน

เขาหัวร่อต่อกระซิกอยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยต่อไป “เอ้อหยาของข้าถูกใจเขาเข้าแล้ว เด็กคนนี้… ไม่ต้องรอให้ถึงมือยายเฒ่าซุนมาเจรจาหรอก มองเพียงแวบเดียวก็ถูกตาต้องใจยิ่งนัก ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับเจ้า…”

แม่นางเหลียนนิ่งเงียบไปด้วยไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใดดี

“หากเขาอาภัพกำพร้าพ่อแม่จริง จะให้แต่งลูกเขยเข้าบ้านเสียก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก” มารดาของหวังเอ้อยากล่าวด้วยความปลื้มปริ่ม “กิริยาท่าทางสุขุมเรียบร้อย ทั้งยังขยันขันแข็งและคล่องแคล่ว คิดเสียว่ามีบุตรชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี”

“…”

“เพราะฉะนั้นข้ารบกวนเจ้าถามวันเวลาตกฟากของเขาให้ทีได้หรือไม่?”

“เช่นนั้นข้าคงต้องรอให้เขากลับมา แล้วค่อยถามไถ่เขาว่าคิดเห็นอย่างไร?” แม่นางเหลียนตอบแบ่งรับแบ่งสู้ด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวออก “พวกเราไม่ใช่พ่อและแม่ที่แท้จริงของเขา ไม่สามารถตัดสินใจแทนเขาได้”

“ย่อมได้!” มารดาของหวังเอ้อยายิ้มกว้าง ตบหลังมือแม่นางเหลียนอย่างสนิทสนมและไม่วายกล่าวกำชับ “เจ้าอย่าลืมบอกกล่าวแก่เขาด้วย หากแต่งเข้าตระกูลข้าแล้วถือว่าเขาเป็นลูกชายแท้ ๆ ของข้า ดังนั้นย่อมไม่ทำให้เขาลำบากอย่างแน่นอน”

หยุนเชวี่ยรับรู้เรื่องที่มารดาของหวังเอ้อยามาเจรจาเรื่องการแต่งงานของลูกสาวตนกับสืออีจากปากของหยุนเยี่ยนในช่วงอาหารมื้อกลางวัน ได้ยินแล้วข้าวที่เพิ่งเคี้ยวกลับติดค้างจุกอยู่กลางลำคอ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงกลืนลงไปได้ “หวังเอ้อยาพึงใจสืออีงั้นหรือ?”

หยุนเยี่ยนพยักหน้า

แม่นางเหลียนกล่าว “เอ้อหยาผู้นั้นวางตนสูงส่งอยู่เป็นนิจ ยายเฒ่าซุนพยายามเฟ้นหาบุรุษเพียงใดก็ไม่พึงใจไปเสียทั้งนั้น บัดนี้ได้เห็นสืออีกลับถูกตาต้องใจ นับว่ามีวาสนาต่อกัน”

“คนหน้าตาดี ผู้ใดมองแล้วก็ว่ามีวาสนาต่อกันทั้งนั้น” หยุนเชวี่ยกล่าวอย่างไม่เกรงใจ

“รอเขากลับมาถึงบ้านเมื่อไรแม่จะถามเขา” แม่นางเหลียนกล่าว “ตระกูลหวังเป็นครอบครัวที่ประเสริฐ หากเขาเต็มใจก็ถือเสียว่ามีที่พึ่ง ย่อมดีกว่าเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร”

“แล้วหากเป็นเช่นนั้น หากเขายินยอมแต่งเข้าตระกูลหวัง พวกเขาจะต้องมอบสินสอดทองหมั้นให้แก่ครอบครัวของเราหรือไม่?” หยุนเชวี่ยหยิบตะเกียบคีบอาหารในจาน รู้สึกเหม่อลอยเล็กน้อย

แม่นางเหลียนหัวเราะคิกคัก “ถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังคำนึงถึงเงินตราอีกรึ? เราไม่ใช่ครอบครัวหรือพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเขา เหตุใดจึงต้องการสินสอดทองหมั้นด้วยเล่า?”

หยุนเชวี่ย “ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนงานที่ครอบครัวเราเป็นผู้จ้าง เรื่องของเขาก็ควรให้เราเป็นผู้ตัดสินใจมิใช่หรือ?”

“พวกเราแค่ให้ที่พักอาศัยแก่เขา แบ่งปันอาหารการกินดื่ม จ้างเขาให้มาทำงาน เขาไม่ได้ขายตัวเองให้กับเราเสียหน่อย” แม่นางเหลียนไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดีขณะพยายามให้เหตุผลกับลูกสาวคนรองที่โลภในเงินทอง

“กินกับเรา ดื่มกับเรา อยู่ก็อยู่กับเรา นั่นก็เท่ากับขายตัวให้กับเราแล้วมิใช่หรือ?” หยุนเชวี่ยไม่สนใจฟังสิ่งใดทั้งนั้น นางครุ่นคิดในใจ ‘ชีวิตน้อย ๆ ของเขาข้าก็เป็นคนช่วยเหลือ เหตุใดเขาจะไม่เชื่อฟังข้าเล่า?’

“เด็กคนนี้ เหตุใดจึงเป็นคนไร้เหตุผลไปเสียได้?” แม่นางเหลียนจนปัญญา นางหยิบคีบตะเกียบคีบกับข้าวลงในถ้วยของหยุนเชวี่ยพร้อมกำชับว่า “รอให้เขากลับมาก่อนเถิด เจ้าไม่ควรพูดจาเป็นเชิงรังแกผู้อื่นเช่นนี้”

หยุนเชวี่ยทำแก้มโป่งพอง ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป

เสี่ยวอู่ยืดเท้าเตะขาหยุนเชวี่ยใต้โต๊ะแผ่วเบา นางเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าน้องชายผู้นี้เผยรอยยิ้มแฝงเลศนัยบางอย่างที่นางเองก็ไม่เข้าใจ

เที่ยงวันผ่านไป

หยุนลี่เต๋อและสืออีกลับลงมาจากภูเขาหลังหมู่บ้าน ได้เนื้อสัตว์ป่ากลับมาทั้งยังได้กำไรมากมาย

แม่นางเหลียนเรียกสืออีเข้าไปพูดคุยในบ้าน พยายามคิดหาถ้อยคำอ้อมค้อมแต่ก็ไม่รู้ว่าควรอ้อมค้อมอย่างไรดี “เอ่อ อาขอถามอะไรเจ้าหน่อยได้หรือไม่? ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเจ้าอยู่บ้านเก่า… เจ้าเคยหมั้นหมายกับผู้ใดแล้วหรือยัง?”

สืออีนิ่งอึ้งกับคำถามดังกล่าวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองหยุนเชวี่ยอย่างเงียบเชียบ

หยุนเชวี่ยนั่งนิ่งมองปลายจมูก จากปลายจมูกเลื่อนลงมามองหัวใจ สองมือค่อย ๆ พลิกหน้าหนังสือทั้งที่ท่าทางดูเหม่อลอยไม่สนใจหนังสือตรงหน้าแม้แต่น้อย

“ยังขอรับ…” แววตาของสืออีพร่ามัวขึ้นมาทันใด นึกในใจว่าแปดในสิบส่วนคงเป็นเพราะความขยันหมั่นเพียรของตนที่พยายามอดทนมาหลายวัน ทำให้ท่านอาเหลียนปลื้มใจจึงต้องการยกลูกสาวคนรองให้เขา?!

“ยังงั้นหรือ?” แม่นางเหลียนตกตะลึง “หรือเจ้าถูกบีบบังคับจากทางครอบครัวจึงบอกว่ายังไม่ได้หมั้นหมาย?” เรื่องแบบนี้แม้แต่แม่นางเหลียนเองก็พอเข้าใจได้ เวลานี้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก กลายเป็นคนไร้บ้านและญาติมิตร ดังนั้นการปกป้องอดีตของตนเองจึงเป็นเรื่องปกติของมนุษย์

“ไม่เคยมีการหมั้นหมายใด ๆ ขอรับ” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน

แม่นางเหลียนสังเกตสีหน้าของสืออี ไพล่คิดไปว่าเขาหวนนึกถึงเรื่องน่าเศร้าขึ้นมาอีกครั้งจึงรีบยิ้มอ่อนโยน ก่อนดึงเขาให้นั่งลงพร้อมกล่าวต่อไป “ในเมื่อไม่เคยหมั้นหมายกับผู้ใด ยิ่งพูดคุยกันง่ายหน่อย”

สืออีรักษาท่าทีสงบนิ่ง แสร้งเหลือบตามองหยุนเชวี่ยบ้างเป็นครั้งคราว

ก้มศีรษะลง

หลุบตาลง

ไม่พูดไม่จา

ต้องเป็นอาการเขินอายเป็นแน่

แม้แต่การเขินอายของนางยังน่ารักน่าชังเสียจริง

“เช่นนั้นอามีเรื่องใคร่พูดคุยกับเจ้า” แม่นางเหลียนไม่เคยเป็นธุระแม่สื่อเจรจาการแต่งงานให้กับผู้ใดมาก่อน นางจึงเอ่ยปากด้วยความลำบากใจเล็กน้อย “เป็นสะใภ้ของตระกูลหวัง ลูกสาวของนางพึงใจในตัวเจ้า และต้องการให้เจ้าแต่งงานเข้าตระกูลกลายเป็นลูกเขยของนาง!”

‘ว่าอย่างไรนะ!?’

สืออีที่กำลังจะพยักหน้ารับกลับตะลึงงันและแข็งค้างไปชั่วขณะ รอยยิ้มบางและความสุขสันต์ในแววตาจางหายไปโดยพลัน “หืม?”

“เป็นบ้านของหวังหลี่เจิ้ง” แม่นางเหลียนคิดว่าเขาเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ดังนั้นอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับผู้คนในหมู่บ้านเท่าไรนัก นางจึงอธิบายต่อไป “หลานสาวของหวังหลี่เจิ้งมีนามว่าหวังหยิงเยว่ บิดาและมารดาเป็นคนซื่อสัตย์ หากเจ้าต้องการแต่งเข้าตระกูลเขาก็ให้บอกวันตกฟากเพื่อที่เขาจะได้นำไปคำนวณฤกษ์ยาม”

สืออีนิ่งงัน ยังไม่ฟื้นคืนสติจากความหวังที่ตั้งไว้ซึ่งพังทลายลงไม่เป็นท่า

ใครคือหวังหยิงเยว่?

ข้าไม่รู้จักนางเสียหน่อย

ข้าไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อนด้วยซ้ำ!

“นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ สมควรแล้วที่เจ้าจะคิดไตร่ตรองให้ดี” แม่นางเหลียนเห็นว่าเขาตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดจึงลุกขึ้นพร้อมกล่าวว่า “เจ้าคิดช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อนนัก อาขอตัวไปก่อไฟทำอาหารก่อน”

สืออีรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง

เหตุใดจึงได้แตกต่างจากที่คาดคิดไว้เช่นนี้เล่า?!

แม่นางเหลียนตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนผลักประตูออกไปด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกันหยุนลี่เต๋อก็แทรกตัวเข้ามาในบ้านเพื่อหลบอากาศหนาวเย็นด้านนอก “วันนี้มีเรื่องดีงามอะไรงั้นหรือ? เหตุใดแม่ของเจ้าจึงยิ้มแย้มยินดีเช่นนั้น?”

สืออีไม่ตอบ เพียงยกมือขึ้นเกาศีรษะ

“หวังเอ้อหยาพึงใจในตัวเขาเข้าแล้วเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยกล่าวตอบทั้งที่ไม่เงยหน้า

ตามธรรมเนียมที่ควรเป็นแล้ว หากหญิงสาวพึงใจในตัวผู้ใดมักไม่บอกกล่าวตามตรง โดยปกติแล้วจะบอกว่าท่านพ่อและท่านแม่ของตนพึงใจในตัวชายหนุ่มและต้องการให้มาเป็นลูกเขย หากเป็นเช่นนี้แล้วต่อให้การเจรจาหมั้นหมายล้มเหลว ตัวหญิงสาวก็ยังมีโอกาสได้คู่ครองคนใหม่

“ตระกูลของหวังหลี่เจิ้งสินะ” เห็นได้ชัดว่าชายฉกรรจ์เช่นหยุนลี่เต๋อไม่กระตือรือร้นเกี่ยวกับการเจรจาเป็นพ่อสื่อมากนัก “ครอบครัวของหวังหลี่เจิ้งเป็นคนซื่อสัตย์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

เขานั่งลงรินน้ำใส่แก้วให้ตนเองพลางเหลือบมองสืออี

สืออีเผยสีหน้าอ่อนแอเพื่อเรียกร้องความสงสาร “ข้าไม่แต่ง ข้าไม่รู้จักหวังหยิงเยว่ด้วยซ้ำ”

“เจ้ารู้จักนาง” หยุนเชวี่ยเอ่ยขึ้นด้านหลังเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “นางคือคนเดียวกันกับหวังเอ้อหยา ตอนที่สร้างคอกหมูนางเองก็แวะเวียนมาที่นี่หลายครั้ง ทั้งยังเคยพูดคุยกับเจ้าด้วย เจ้าลืมไปแล้วรึ?”

สืออีเผยสีหน้าซื่อใส “ข้าลืมไปหมดแล้ว ข้าจดจำผู้ใดไม่ได้เลย จำไม่ได้ ไม่รู้จักใครทั้งสิ้น”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 344 แต่งเข้าตระกูลหวัง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.