Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 346 คางคกใฝ่กินเนื้อหงส์

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 346 คางคกใฝ่กินเนื้อหงส์
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 346 คางคกใฝ่กินเนื้อหงส์
ตอนที่ 346 คางคกใฝ่กินเนื้อหงส์

ในที่สุดมานางเหลียนก็ไม่อาจต้านทานคำกล่าวจากมารดาของหวังเอ้อยาได้ ท้ายที่สุดจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ

“เจ้าต้องพูดคุยกับเขาให้ดี ใจเย็นลงเสียหน่อย” มารดาของหวังเอ้อยากล่าวอย่างกระตือรือร้น “ลูกผู้ชาย ไม่ช้าก็เร็วอย่างไรก็ต้องมีครอบครัว ไม่อาจอยู่อย่างสันโดษไปทั้งชีวิต”

“นั่นก็ถูกของเจ้าเช่นกัน เพียงแต่เด็กคนนั้นจิตใจแน่วแน่นัก ข้าเกรงว่าคงไม่อาจโน้มน้าวใจเขาได้”

“ดี ๆ ๆ ขอเพียงเจ้ายอมเกลี้ยกล่อมเขา ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือข้าผู้นี้อีกทางหนึ่งแล้ว ไปกันเถอะ ไปบ้านตระกูลอู๋ด้วยกัน…”

ทั้งสองเดินออกจากประตูเรือนไปพร้อมกัน ก่อนเดินไปตามถนนหลักของหมู่บ้านมุ่งสู่ทิศตะวันตก หยุนเชวี่ยก้มลงยกตะกร้าขึ้น จากนั้นจึงตะโกนบอกหยุนเยี่ยนที่ยังเก็บกวาดอยู่ในครัว “พี่สาว ข้าออกไปเก็บฟืนแล้วนะ”

บ้านหลังใหม่ของตระกูลหยุนตั้งอยู่ตรงตีนเขา เดินขึ้นบันไดไปไม่กี่ก้าวก็เข้าสู่เขตป่าบนภูเขา เด็กหนุ่มบางคนใช้ขวานตัดฟันต้นไม้ ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือหญิงสาวก็เดินตามหลังเพื่อเก็บกิ่งไม้ที่ร่วงหล่นเพื่อใช้ทำฟืน

วันนี้ก็มีชาวบ้านขึ้นมาตัดต้นไม้เช่นกัน บังเอิญเหลือเกินที่สองคนจากพวกเขาคือโฉ่วเหือและโฉ่วช่วน ครั้นสองพี่น้องฝาแฝดเห็นหยุนเชวี่ยก็รีบปรี่เข้ามาหาทันที ทั้งยังทักทายด้วยน้ำเสียงเริงร่าจากระยะไกล “เชวี่ยเอ๋อ เจ้าก็มาเก็บฟืนเช่นกันหรือ?”

“อืม” หยุนเชวี่ยตอบรับ แม้ว่านางจะโตมาในหมู่บ้านเดียวกันกับพวกเขาตั้งแต่เล็ก ถึงกระนั้นนางก็จำจดจำใบหน้าของพวกเขาไม่ได้ว่าผู้ใดคือโฉ่วเหือ ผู้ใดคือโฉ่วช่วน

“อย่าเปลืองแรงไปเลย ประเดี๋ยวเราสองคนจะสับกิ่งไม้แห้งดี ๆ ให้เจ้าเอง” หนึ่งในพวกเขาขันอาสา

“อากาศข้างนอกหนาวนัก เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเสีย ประเดี๋ยวข้ารวบรวมไม้ฟืนไปส่งให้เจ้าถึงที่บ้าน” เด็กหนุ่มอีกคนส่งยิ้มให้หยุนเชวี่ยอย่างโง่เขลา

หยุนเชวี่ยยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว พยายามหรี่ตามองก็แล้ว ทว่ายังแยกไม่ออกเสียทีว่าใครเป็นใคร นางส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก เจ้าสองคนยุ่งกับงานของตนมากแล้ว ข้าเก็บไม้ฟืนเองได้” กล่าวจบก็เบือนหน้าไปอีกด้านหนึ่งทันที

เผยเสี่ยวส้วยมาถึงเร็วกว่าจึงสามารถรวบรวมฟืนได้หนึ่งมัดแล้ว เมื่อเห็นว่าโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนแย่งกันเอาอกเอาใจหยุนเชวี่ยผิดวิสัยจึงกระซิบถาม “สองฝาแฝดนั่นเป็นอะไรไป? เหตุใดพวกเขาถึงได้กระตือรือร้นนักเมื่อพบเจอท่าน?”

“เจ้าแยกสองคนนั้นออกหรือไม่ว่าใครเป็นใคร?” หยุนเชวี่ยถามกลับ

“แน่นอนว่าย่อมได้” เสี่ยวส้วยเอ๋อเกาศีรษะ “คนที่ปลายคางเหลี่ยมคือโฉ่วเหือ ส่วนคนที่ปลายคางแหลมคือโฉ่วช่วน คนที่ริมฝีปากบิดเบี้ยวคือโฉ่วเหือ และคนที่เอาแต่พูดกลั้วหัวเราะราวคนโง่คือโฉ่วช่วน นี่คือสิ่งที่ใช้แยกแยะระหว่างพวกเขา”

หยุนเชวี่ยครุ่นคิดนิ่งไป รู้สึกว่าตนเองไม่ใช่คนช่างสังเกตเอาเสียเลย

เสี่ยวส้วยเอ๋อมองกลับไปยังทิศทางเดิมอีกครั้ง “จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ละสายตาไปจากท่าน”

“ปล่อยพวกเขาจ้องมองไปเถิด” หยุนเชวี่ยไม่ใช่หญิงสาวแรกรุ่นที่เอาแต่เขินอายจนหน้าแดงเมื่อถูกเด็กหนุ่มจ้องมอง นางกลับปล่อยให้พวกเขาจับจ้องต่อไปอย่างใจกว้าง ด้วยคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายสองตำลึงแต่อย่างใด

เสี่ยวส้วยเอ๋อเบ้ปากอย่างนึกรังเกียจ “ต้องเป็นคนเช่นไรกันจึงจับจ้องไม่วางตาเช่นนี้ จุ๊จุ๊ ดูใบหน้าโง่งมนั่นสิ! ข้าล่ะอยากให้พวกเขาดูสารรูปตนเองตอนนี้เสียจริง” นางกล่าวพลางโบกกิ่งไม้ในมือไปมา

หยุนเชวี่ย “ท่านแม่ของสองคนนั้นมาที่บ้านเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อเจรจาสู่ขอข้า…”

หยุนเชวี่ยยังไม่ทันกล่าวจนจบ เสี่ยววส้วยเอ๋อก็เบิกตากว้าง มือทั้งสองข้างยกขึ้นเท้าสะเอวทันควัน “ว่าอย่างไรนะ!? สู่ขอ? ฝันเฟื่องไปหรืออย่างไร?! เป็นเพียงคางคกกลับใฝ่กินเนื้อหงส์! แล้วท่านป้ารองว่าอย่างไรหรือ?”

“อะแฮ่ม…” หยุนเชวี่ยกระแอมเบา ๆ พลางลูบคาง “นางจะว่าอย่างไรได้ในเมื่อข้าไม่เต็มใจ ข้าเพิ่งจะอายุย่างสิบสามปี ยังไม่รีบร้อนที่จะแต่งงาน หลังรู้เช่นนี้ นับตั้งแต่สองวันก่อนท่านป้าจางก็ไม่มาเหยียบบ้านของข้าอีกเลย”

แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนรับรู้แล้วว่าหยุนเชวี่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ ทว่านางคงไม่กล้าพอที่จะบอกกล่าวเรื่องนี้กับลูกชายทั้งสอง ไม่อย่างนั้นสองฝาแฝดคงไม่ปรี่เข้ามาแสดงความประจบสอพลอกับหยุนเชวี่ยเป็นแน่

“ฮึ่ม อย่าได้สนใจพวกเขาเลย” เสี่ยวส้วยเอ๋อจูงมือหยุนเชวี่ยออกไปให้ห่างจากจุดเดิม “ท่านป้าจางเห็นว่าบ้านของท่านมีเงินจึงหวังปีนป่าย หลายวันก่อนข้ายังได้ยินนางพูดจาซุบซิบกับผู้อื่นอยู่เลย ความประมาณว่าพี่เยี่ยนเอ๋อและตระกูลอู๋ค้าเนื้อหมูแตกต่างกันประหนึ่งดอกไม้ที่ปักอยู่บนมูลวัว ทว่าตัวนางเองก็คิดจัดแจงการแต่งงานอันดีให้กับลูกชายของตนเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้นางหวังเสนอลูก ๆ ให้แต่งงานกับหวังเอ้อยา น่าเสียดายที่หวังเอ้อยาไม่ชื่นชอบผู้ใดทั้งนั้น หวังอยากแต่งงานแต่กับชายหนุ่มผู้หล่อเหลา…”

หยุนเชวี่ย “มีเรื่องอะไรเช่นนี้ด้วยหรือนี่?” ดูเหมือนว่าหวังเอ้อยาผู้นี้จะมองคนแต่รูปลักษณ์ภายนอกจริง ๆ!

“แน่นอนว่าเป็นความจริง ตอนที่ข้ากำลังซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำ ข้าได้ยินสตรีในหมู่บ้านสองสามคนพูดคุยกัน จริงด้วย พวกนางยังบอกว่าแม่ของสองคนนั้นจ่ายเงินติดสินบนให้ยายเฒ่าซุนไปไม่น้อย…” เสี่ยวส้วยเอ๋อเลิกคิ้วพลางกะพริบตาปริบ

“ยอมจ่ายเงินให้ไปเพื่อสิ่งใดกัน?”

“คงเป็นเพราะต้องการฝากฝังให้ยายเฒ่าซุนเสาะหาเด็กสาวที่รูปโฉมงามและฐานะดีในเขตสิบลี้แปดหมู่บ้าน ท่านป้าจางคิดแต่จะปีนป่ายขึ้นที่สูงทุกเมื่อเชื่อวัน นึกว่าลูกชายของตนประเสริฐกว่าผู้ใด…” เสี่ยวส้วยเอ๋อเล่าพลางกลอกตาเป็นครั้งคราว การซุบซิบนินทาของเหล่าท่านป้าดีตรงที่ทำให้นางรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากทั่วทุกสารทิศในหมู่บ้าน

หยุนเชวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้บ้านของนางมีที่ดินในครอบครองห้าสิบกว่าไร่ มีทั้งเงินเก็บออม มีบ้านหลังใหม่ มีคอกหมู หนำซ้ำยังมีคนงานที่จ้างในระยะยาว ไม่ว่าอย่างไรก็นับว่าเป็นชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายกว่าหลายครัวเรือนในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง ดังนั้นแม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเองก็คงหวังจะจับยึดเอาไว้เช่นเดียวกัน

ขณะที่หยุนเชวี่ยกำลังก้มเก็บฟืนกับเสี่ยวส้วยเอ๋ออยู่นั้น หนึ่งในสองฝาแฝดก็เดินผ่านมา เขาชี้นิ้วไปอีกทางพลางเผยรอยยิ้มพร้อมกล่าว “เชวี่ยเอ๋อ เจ้าไม่ต้องเก็บแล้ว ข้ามัดเตรียมไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้วล่ะ”

หยุนเชวี่ยหันขวับกลับไปพิจารณาใบหน้าของเขาอย่างละเอียด รอยยิ้มรวมถึงริมฝีปากที่บิดเบี้ยวไปด้านข้าง ดูแล้วน่าจะเป็นโฉ่วเหือผู้พี่ นางยังไม่ทันได้ตอบสิ่งใดก็ได้ยินเสียงโอดครวญของเสี่ยวส้วยเอ๋อที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “พี่เชวี่ยเอ๋อจ้างคนงานประจำทั้งที นางคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าแล้วกระมัง?”

“ข้าไม่ได้พูดกับเจ้า กองฟืนนั่นก็ไม่ได้มอบให้เจ้าเสียหน่อย” โฉ่วเหือมองไปยังเสี่ยวส้วยเอ๋อด้วยสายตาดูแคลน ริมฝีปากขยับเล็กน้อยด้วยต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เห็นแก่หยุนเชวี่ยซึ่งอยู่ที่นี่ด้วยจึงไม่ได้กล่าวคำใดออกมา

แน่นอนว่าคงไม่ใช่ถ้อยคำที่ดีนักหรอก

“เจ้านำกลับบ้านไปใช้เสียเถอะ ข้าไม่ต้องการมัน” หยุนเชวี่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงและสีหน้าราบเรียบ

“ได้ยินแล้วหรือยัง? พี่เชวี่ยเอ๋อบอกว่าไม่ต้องการ” เสี่ยวส้วยเอ๋อโบกมือไปมาราวกำลังไล่แมลงวัน “รีบถอยออกไปเสีย อย่าได้ขวางทางพวกเรา”

โฉ่วเหือนิ่งเงียบพร้อมชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจทันที เขาถลึงตาใส่นางอย่างไม่สบอารมณ์

เสี่ยวส้วยเอ๋อเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนแอเช่นกัน นางกลอกตาขึ้นฟ้าเข้าสู้

หลังจากชะงักค้างกันไปครู่หนึ่ง โฉ่วเหือก็เบือนหน้าหันกลับไปอย่างโกรธเคือง จนกระทั่งหยุนเชวี่ยกลับมาที่บ้านพร้อมไม้ฟืนเต็มตะกร้าบนหลัง ทันทีที่เดินเข้าประตูเรือนมาก็เห็นฟืนกองหนึ่งวางอยู่กลางลานบ้าน ซ้ำยังจงใจวางไว้อย่างเด่นชัดประหนึ่งจะให้มองเห็นอย่างสะดุดตา

“พี่สาว นี่คืออะไรกัน?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังฟืนกองใหญ่

หยุนเยี่ยนซึ่งกำลังง่วนอยู่ในครัวเพื่อทำขนมปังรังนกได้ยินดังนั้นจึงเอียงตัวไปด้านข้างพร้อมกล่าวตอบ “สองฝาแฝดโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนนำมามอบให้ถึงที่น่ะซี ข้าปฏิเสธพวกเขาไปแล้ว ทว่าพวกเขายังยืนกรานจะวางไว้ให้ได้”

“น่ารำคาญเสียจริง” หยุนเชวี่ยเตะกองฟืนนั้น “รอให้สืออีกลับมาค่อยวานให้เขาแบกกลับไปคืน”

หยุนเยี่ยนหัวเราะ “ท่านป้าจางไม่วิ่งโร่เข้ามาประจบบ้านเรา คงส่งสองแฝดให้มาเอาอกเอาใจเจ้าแทน”

“ไร้ประโยชน์สิ้นดี” หยุนเชวี่ยเผยสีหน้าไร้อารมณ์ “ในใจข้าไม่ได้พิศวาสพวกเขาเพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย ซ้ำยังอยากเตะพวกเขาสักทีสองที”

“เจ้าไปล้างมือเสียก่อนเถอะ” หยุนเยี่ยนกล่าว “ข้ากำลังนึ่งขนมปังรังนก หากนึ่งเสร็จสิ้นแล้วว่าจะส่งไปให้บ้านของท่านป้าอู๋ ตอนเที่ยงคงมีผู้คนไปฝากท้องที่บ้านของนางไม่น้อย บ้านหลังนั้นมีเพียงเตาเดียว เห็นทีคงปรุงอาหารกันยุ่งเหยิงน่าดู”

หยุนเชวี่ยตักน้ำอุ่นร้อนจากหม้อพร้อมยกยิ้ม “ในเมื่อเป็นบ้านของว่าที่สามีท่านทั้งที เหตุใดจึงไม่นำไปส่งด้วยตนเองเล่า?”

หยุนเยี่ยนกลอกตาใส่นาง ฟากฝั่งนั้นเต็มไปด้วยพวกชายฉกรรจ์ปากพล่อยและสตรีปากร้ายรวมตัวอยู่เต็มไปหมด นางเองเป็นคนหน้าบาง ไหนเลยจะกล้าวิ่งโร่ไปยังบ้านของแม่ว่าที่สามีทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน

ก่อนถึงมื้ออาหารกลางวัน หยุนเยี่ยนนึ่งขนมปังรังนกสองชิ้น จากนั้นจึงหยิบข้าวปลาอาหารบรรจุลงในตะกร้าขนาดใหญ่จนเต็มแน่น ก่อนวานให้หยุนเชวี่ยช่วยยกไปให้บ้านตระกูลอู๋

บ้านตระกูลอู๋อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน หยุนเชวี่ยเดินไปได้เพียงครึ่งทาง จู่ ๆ ก็มีคนคนหนึ่งวิ่งออกมาจากที่ใดสักแห่งและดักขวางนางไว้ตรงหน้า ครั้นมองให้ดีแล้วจึงเห็นว่าไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นนางเฉิน

“โอ๊ย เป็นเชวี่ยเอ๋อของอาเองหรือนี่?!” นางเฉินยื่นมือออกไปหมายจะคว้าเอาตะกร้าในมือหยุนเชวี่ย

หยุนเชวี่ยก้าวขาถอยหลังไปหนึ่งกล่าวเพื่อหลบเลี่ยงอีกฝ่ายทันที

“เชวี่ยเอ๋อ อาสะใภ้สามต้องทนต่อความหิวโหยมาสองถึงสามมื้อแล้ว ไม่ว่าหิวโหยเพียงใดก็ยังถูกจิกหัวใช้งานเสียจนอาหน้ามืดแทบล้มพับไป เห็นแก่ความสงสารที่มีต่ออา เจ้าช่วยแบ่งปันอาหารให้อาหน่อยเถิด!” นางเฉินจับจ้องไปยังตะกร้าอาหารในมือหยุนเชวี่ยอย่างไม่วางตา นางเบ้ปากตั้งท่าว่าจะร่ำไห้ “เจ้าสามไร้จิตสำนึก! ข้ารับใช้เขาอย่างหนักในฐานะภรรยาเยี่ยงวัวและม้ามาหลายปี ทว่าเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าข้าจะเป็นหรือตาย ซ้ำร้ายยังลงมือทุบตีข้าไม่เว้นวัน เหตุใดชีวิตของข้าจึงได้ลำบากยากเข็ญถึงเพียงนี้…”

นางเฉินพูดพลางดึงสาบคอเสื้อที่มีคราบสกปรกหมักหมมออก เผยให้เห็นรอยแผลมีเลือดซิบที่ยังไม่ตกสะเก็ดดีบริเวณข้างลำคอ “ดูสิ นี่เป็นฝีมือของเขา! เขากระชากผมของอาแล้วกระแทกศีรษะอาลงบนโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่า อาเกือบตายไปเพราะน้ำมือเขาแล้ว…”

ดวงตาของนางเฉินแดงก่ำขณะร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ไยอาสามถึงต้องทุบตีท่านด้วยล่ะเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม

“เขาไปขอเงินจากท่านปู่ของเจ้าอีกหนแล้ว ทว่าท่านปู่ของเจ้าปฏิเสธที่จะมอบให้ สิ่งนี้ทำให้เขาโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนไฟแล้วมาระบายความโกรธลงกับอา! อารมณ์แปรเปลี่ยนคุ้มดีคุ้มร้ายสลับกันไปอยู่อย่างนั้น…” จนถึงตอนนี้แล้วนางเฉินยังสวมเสื้อผ้าฝ้ายบางเพียงตัวเดียว แม้นางเป็นคนเจ้าเนื้อ แต่ถึงกระนั้นไขมันในร่างก็ไม่อาจช่วยให้นางคลายความหนาวเหน็บแต่อย่างใด ลมหนาวพัดผ่านมาจนร่างกายของนางสั่นสะท้าน “อาทนไม่ไหวจึงถกเถียงกับเขาอยู่สองประโยค เขาจึงเกิดโทสะทุบตีข้าอีกครั้งหมายจะเอาให้ตาย ถึงขั้นนี้แล้วท่านปู่และท่านย่าของเจ้าก็ไม่ได้เหลียวแลอาเลยแม้เพียงนิด…”

“เอาเถอะ ท่านกินเสร็จก็รีบกลับเรือนไปเสีย” หยุนเชวี่ยเห็นว่าสารรูปของนางเฉินน่าอนาถอย่างแท้จริง จึงเปิดฝาตะกร้าออกพลางคลำหาขนมปังรังนกสองชิ้นแล้วส่งให้นาง

ขนมปังรังนกเพิ่งนำออกมาจากหม้อนึ่งได้ไม่นาน ทำให้ความร้อนยังอบอวลอยู่ นางเฉินรับมันมาจับยัดเข้าปากอย่างอดใจรอไม่ไหว จากนั้นจึงกล่าวเสียงอู้อี้ “เพียงเท่านี้อาจะอิ่มท้องได้อย่างไร? พอให้ช่องระหว่างฟันเท่านั้น แบ่งปันให้อาสะใภ้สามเพิ่มอีกสักหน่อยสิ”

หยุนเชวี่ยกล่าวคำใดไม่ออก นางหยิบขนมปังอีกสองชิ้นยื่นให้นางเฉินอีกครั้ง คราวนี้นางเฉินไม่ถือไว้ในมือแต่กลับใส่มันลงในกระเป๋าเสื้อ นางพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมเผยสีหน้าประจบสอพลอ “นับตั้งแต่บ้านของเจ้ามีเงิน ช่างแตกต่างกว่าเมื่อก่อนมากนัก”

หยุนเชวี่ยนิ่งเงียบไม่ตอบกลับก่อนเดินมุ่งตรงไปยังบ้านตระกูลอู๋

นางเฉินเดินตามหลังหยุนเชวี่ยไป ปากก็ยัดขนมปังพร้อมพึมพำไม่หยุดปากทั้งที่กำลังบดเคี้ยว “เหตุใดชีวิตท่านแม่ของเจ้าจึงดีงามถึงเพียงนี้ ยามนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินดื่มอีกต่อไป ไม่เหมือนอา เฝ้าปรนนิบัติคนทั้งครอบครัวกลับถูกเฆี่ยนตีเยี่ยงทาส ภพชาติก่อนข้าติดค้างหนี้บุญคุณของผู้เฒ่าหยุนไว้หรืออย่างไรกัน!”

หยุนเชวี่ย “ท่านเดินตามข้ามาด้วยเหตุใด?”

นางเฉิน “เจ้ากำลังจะไปที่บ้านของคนขายเนื้อหมูงั้นรึ? ตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาหารในมือเจ้าก็จะส่งมอบให้กับพวกเขาใช่หรือไม่? จุ๊จุ๊… ของดีมีมูลค่ามากมายเช่นนี้ไม่ควรแจกจ่ายให้คนนอก สู้แบ่งปันให้คนในครอบครัวได้กินอย่างอิ่มท้องคงดีกว่าเป็นไหน ๆ”

หยุนเชวี่ย “ท่านกลับเรือนไปเสียเถิดเจ้าค่ะ”

เฉินซื่อ “อย่าหาว่าอาพูดพล่ามไปเลย ลูกสาวที่แต่งงานไม่ต่างจากสาดน้ำออกจากเรือน นับประสาอะไรกับบ้านทางฝั่งสามี รอจนพี่สาวของเจ้าแต่งงานออกเรือนไปก็ถือว่าเป็นคนของตระกูลอู๋แล้ว คนนอกไหนเลยจะสลักสำคัญเท่าญาติพี่น้องของตนเอง…”

หยุนเชวี่ยรู้สึกเสียใจยิ่ง การกระทำเมื่อครู่เป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างแท้จริง นางไม่ควรสงสารเห็นใจในความน่าอนาถของนางเฉินแต่แรก แม้นางเฉินกำลังแทะขนมปังรังนกอย่างตะกละตะกลามทว่ายังพูดพล่ามไม่หยุดหย่อน

นางเฉินยังคงเดินตามติดหยุนเชวี่ยไปตลอดทาง กระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลอู๋จึงชะโงกคอเมียงมอง เห็นว่าแม่นางเหลียนพร้อมด้วยสตรีในหมู่บ้านหลายคนกำลังรวมตัวอยู่กลางลานบ้าน พูดคุยกันไปพลางปรุงอาหารไปพลาง นางไม่รอช้าร้องตะโกนดังลั่น “พี่สะใภ้รอง!”

น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความคับข้องใจ ความขุ่นเคือง และการตัดพ้อต่อว่า ซึ่งดึงดูดสายตาของทุกคนที่อยู่ในบริเวณลานบ้านเป็นอย่างดี

แม่นางเหลียนตะลึงงันไป “สะใภ้สาม? เจ้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไรกัน?”

“พี่สะใภ้รอง ท่านมีชีวิตที่สุขสบายนัก ท่านไม่รู้หรือว่าข้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับสิ่งใดบ้าง?!” ขนมปังรังนกในปากของนางเฉินยังไม่ทันถูกกลืนลงคอไป ทำให้ขณะที่ร้องตะโกนเศษอาหารก็พ่นออกมาถูกร่างกายของแม่นางเหลียนอย่างน่าขยะแขยงเป็นที่สุด “พี่สะใภ้รอง! ท่านต้องตัดสินใจเรื่องนี้แทนข้า!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 346 คางคกใฝ่กินเนื้อหงส์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023
e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
12/06/2026
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.