Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 358 คำกล่าวหาของแม่นางเฉิน

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 358 คำกล่าวหาของแม่นางเฉิน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 358 คำกล่าวหาของแม่นางเฉิน
ตอนที่ 358 คำกล่าวหาของแม่นางเฉิน

หยุนลี่เต๋อไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ขณะนี้หูของเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แม่เฒ่าจูที่ยืนอยู่ตรงหน้าส่งสายตาร้ายกาจ พ่นคำพูดที่ชวนระคายหูออกมาไม่หยุด

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่เฒ่าจูจึงไม่ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข เหตุใดนางต้องยุยงให้ตนหย่ากับภรรยาผู้อ่อนโยนและลูก ๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเติบใหญ่ มิหนำซ้ำยังบังคับให้เขากลายเป็นคนใจดำด้วยคำว่าหวังดีของนาง

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

หยุนลี่เต๋อรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย เขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะไปเรือนของตระกูลอู๋อีกต่อไปจึงมุ่งหน้ากลับเรือนทันที

เมื่อก้าวเท้าเข้าประตู หยุนลี่เต๋อก็เห็นว่าแม่นางเหลียนและหยุนเยี่ยนกำลังรื้อฟูกหลังเก่าอยู่ ภรรยาของเขาเงยหน้าขึ้นพลางยิ้มมุมปาก “ท่านกลับมาแล้ว รีบเข้าไปนั่งพักด้านในเถิด กาน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเพิ่งต้มเสร็จเมื่อครู่ ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง? อาการดีขึ้นหรือไม่?”

“ดีขึ้นแล้ว หลี่หลางจงบอกว่าให้กินยาต่ออีกสิบวันก็สามารถหยุดได้แล้ว เพราะโรคนี้ต้องอาศัยการพักฟื้นเป็นหลัก” หยุนลี่เต๋อรินน้ำร้อนลงไปในแก้ว จากนั้นก้มหน้าลงเป่าให้อุ่นขึ้น ไอร้อนลอยปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก

“ดีแล้ว” แม่นางเหลียนตอบ “หากวันใดท่านเข้าเมืองไปเชิญหมออีก อย่าลืมซื้อผลไม้ติดมือมาด้วยล่ะ ท่านพ่อกินยาขมปี๋ทุกวัน ข้าเกรงว่าลิ้นของเขาคงไม่รับรสแล้ว”

“อืม!” หยุนลี่เต๋อก้มหน้าลง ในใจของเขาพลันรู้สึกขมขื่นปนรู้สึกผิดอย่างไม่สามารถอธิบายได้

แม้หยุนลี่เต๋อไม่เคยคิดทอดทิ้งแม่นางเหลียน ทว่าคำพูดของแม่เฒ่าจูเมื่อครู่กลับทำให้เขารู้สึกผิดและอดกล่าวโทษตนเองที่ไร้ความสามารถไม่ได้ ไม่สามารถปกป้องภรรยาและลูก ๆ อีกทั้งรู้สึกเสียใจต่อพวกนาง

“จริงสิ คอกหมูที่เรือนพี่ใหญ่อู๋สร้างเสร็จแล้ว พวกเขาเชิญท่านไปร่วมดื่มสุราด้วยน่ะ” แม่นางเหลียนกล่าวต่อ “พวกเราจะไปมือเปล่าไม่ได้ ข้าเตรียมผักดองหนึ่งไหและไก่ป่าสองตัวไว้ให้ท่านแล้ว”

“อืม” หยุนลี่เต๋อยังคงก้มหน้างุดเช่นเดิม เขายกมือหยาบกร้านขึ้นลูบใบหน้าของตน

“แค่นี้รึ?” แม่นางเหลียนจ้องมองสามี “ไยท่านจึงเหม่อลอยเช่นนี้?”

“ไม่มีอะไรหรอก…” หยุนลี่เต๋อตอบเสียงอู้อี้ “เรื่องน้องสามน่ะ วันนี้ข้าตามหาเขาทั่วเมืองอยู่ครึ่งค่อนวัน แต่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย แม้แต่เงาก็ยังไม่เห็น”

“ท่านพ่อยังไม่ยอมให้เรารายงานต่อทางการอีกหรือ?” แม่นางเหลียนถาม

หยุนลี่เต๋อส่ายศีรษะ “ท่านพ่อให้ท้ายเจ้าสามเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องก่อเรื่องร้ายแรงเป็นแน่!”

“เรื่องอัปยศของตระกูลไม่อาจแพร่งพรายออกไปได้ ท่านพ่อเป็นคนรักชื่อเสียงยิ่งกว่าอะไรดี” แม่นางเหลียนเหยียดยิ้มอย่างขมขื่น “ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มีสมาชิกในตระกูลหยุนดำรงตำแหน่งขุนนาง หากมีใครรู้เรื่องนี้เข้ามันจะไม่งาม ท่านพ่อคงคิดเช่นนี้”

“ไยเจ้าถึงรื้อฟูกเก่าออกมาเล่า?” หยนุลี่เต๋อยังคงก้มหน้า ภายในใจรู้สึกขอบคุณภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างตนเสมอ เขาเกาศีรษะพลางครุ่นคิดหาคำพูดที่แสดงถึงความซาบซึ้งใจมากล่าวกับนาง

“นี่คือฟูกที่เราสองคนใช้นอนตอนที่เพิ่งแต่งงาน มันถูกใช้งานมาหลายปีแล้ว หากใช้นอนคงไม่อุ่นเช่นเดิม” แม่นางเหลียนกล่าว “ข้าจึงเอามันออกมาทำความสะอาดและตากแดดแล้วนำมาทำเบาะรองนั่งให้ท่านพ่อ เผื่อว่าเขาจะสบายใจขึ้นบ้าง”

หยุนลี่เต๋อกล่าวไม่ออก หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงลุกยืนขึ้นพลางกล่าวเสียงเรียบ “ข้าจะไปผ่าฟืน”

แม่นางเหลียน “พ่อหนุ่มสืออีผ่าไว้หมดแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปตักน้ำ…” หยุนลี่เต๋อไม่กล้าหันกลับไปมองภรรยาจึงรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที

“น้ำเต็มโอ่งแล้วเช่นกัน…” แม่นางเหลียนหัวเราะด้วยความประหลาดใจ “งานในบ้านเรายังมีไม่มากพออีกหรือ?”

หยุนเชวี่ยนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงในห้องนอน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปทางด้านหลังบ้าน นางจึงเลิกผ้าม่านขึ้นมองแวบหนึ่ง หลังจากเห็นภาพตรงหน้า หยุนเชวี่ยก็ต้องอึ้งงัน เพราะข้างนอกมีชายฉกรรจ์สูงประมาณแปดฉื่อ รูปร่างกำยำราวกับหมีกำลังยืนสะอื้นไห้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ท่ามกลางสายลมหนาว

นางเผยท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนปิดผ้าม่านลงอย่างเงียบ ๆ และแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วันต่อมาอู๋ถูหู่เชิญหยุนลี่เต๋อและสืออีไปดื่มสุราที่เรือนของตน เมื่อถึงยามเที่ยงแม่นางเฉินก็เดินมาที่เรือนของแม่นางเหลียนอีกครั้ง หลังจากที่ต้าหวงเห็นนาง มันจึงพองขนและส่งเสียงเห่าในขณะที่กระดิกหางไปมาไม่หยุด

“พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้รอง ข้ามีเรื่องจะบอก ท่านรีบพาเดรัจฉานตัวนี้ออกไปให้พ้น เร็วเข้า!” ครั้งนี้แม่นางเฉินไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม นางจึงยืนโก่งคอตะโกนอยู่ข้างนอกรั้วไม่ยอมก้าวเข้าไปในลานเรือน

“อาสะใภ้มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถิดเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยยืนอยู่หน้าประตูเรือนพร้อมด้วยต้าหวงที่หลบไปยืนอยู่ด้านหลังของนาง

“ให้ข้าเข้าไปก่อนสิ ข้าจะไม่ยอมพูดหากเจ้ายังให้ข้ายืนอยู่ตรงนี้” แม่นางเฉินยืนเท้าเอว “เรื่องสำคัญ หากไม่ยอมปล่อยให้ข้าเข้าไป เจ้าจะต้องเสียใจแน่ พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้รอง ครั้งนี้ข้าทำเพื่อท่าน…”

“ต้าหวง เฝ้าประตูให้ดีล่ะ อย่าให้ใครเข้ามาได้” หยุนเชวี่ยเบ้ปากก่อนหมุนตัวกลับและเดินเข้าไปในเรือน

“นี่…” แม่นางเฉินรีบเรียกรั้ง “ไยเจ้าถึงไม่รู้ว่าเวลาไหนสำคัญหรือไม่สำคัญบ้างนะ ข้ามาเพื่อช่วยแม่ของเจ้า ต้องรอให้แม่เจ้าร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าก่อนรึถึงจะปล่อยให้ข้าเข้าไป… ได้ยินหรือไม่!”

หยุนเชวี่ยหยุดฝีเท้าพลางคิดว่าตนคงได้ยินผิดไป “ท่านว่าอะไรนะ?”

“ลากเดรัจฉานตัวนี้ไปผูกเอาไว้ จากนั้นให้ข้าเข้าไปในบ้านแล้วค่อยคุยกัน!” แม่นางเฉินยืนกอดอกไม่ยอมกล่าวต่อ

หยุนเชวี่ยหรี่ตามองอีกฝ่ายชั่วครู่ ในขณะที่แม่นางเฉินแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมเลิกคิ้วขึ้นพลางเผยท่าทียินดีที่เรื่องสนุก ๆ กำลังจะเกิดขึ้น แม่นางเหลียนได้ยินเช่นนั้นจึงเดินออกมาจากห้องครัวด้วยความงุนงง

“พี่สะใภ้รอง ท่านคงยังไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะถูกเขี่ยทิ้งแล้ว…”

แม่นางเหลียนสวมเสื้อกันเปื้อน ในมือถือทัพพีเอาไว้ “หืม?”

แม่นางเฉินส่งเสียงหัวเราะอย่างร้ายกาจ

หยุนเชวี่ยขมวดคิ้วพลางก้มตัวลงลูบหัวของต้าหวง “เจ้าไปพักในเพิงก่อนเถิด” จากนั้นหันกลับไปกล่าวกับแม่นางเฉิน “เข้ามาเจ้าค่ะ”

“เจ้าจงจับมันไว้ให้มั่นเสีย อย่าให้มันหลุดมาได้” หลังจากที่โดนสุนัขกัดเมื่อครั้งก่อน แม่นางเฉินก็ตัวสั่นงันงกไม่กล้าเข้าใกล้มันอีกเลย ส่วนต้าหวงเป็นสุนัขที่เชื่องยิ่งนัก มันกระดิกหางและวิ่งเข้าไปในเพิงอย่างว่าง่าย

“เจ้าเดรัจฉานต่ำทราม” แม่นางเฉินถ่มน้ำลายก่อนเดินเลียบไปตามกำแพงและเข้าไปในเรือน

“เยี่ยนเอ๋อ เจ้าไปดูหม้ออาหารที” แม่นางเหลียนมองแม่นางเฉินด้วยความสงสัย “สะใภ้สาม เจ้าว่าอะไรนะ? ใครถูกเขี่ยทิ้ง?”

“พี่สะใภ้รองเอ๋ย พี่สะใภ้รอง… เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ท่านยังไม่รู้อีกหรือ? จุ๊ ๆ ๆ” แม่นางเฉินส่ายศีรษะพลางมองแม่นางเหลียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาเห็นใจปนสมเพช

“ข้า?” แม่นางเหลียนยิ่งสับสน “ท่านพี่จะหย่ากับข้ารึ เหตุใดข้าจึงไม่รู้เรื่องเลย?”

“เกรงว่ากว่าท่านจะรู้เรื่อง หนังสือหย่าร้างคงร่างเสร็จเรียบร้อย ส่วนเขาคงเตรียมตัวแต่งงานใหม่กับคุณหนูผู้เพียบพร้อม!” ฉับพลันแม่นางเฉินก็ตบต้นขาพลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “พี่สะใภ้รอง ทำอาหารเสร็จหรือยัง?”

“ใกล้เสร็จแล้ว อาหารอยู่ในหม้อ” แม่นางเหลียนทั้งรู้สึกสงสัยและร้อนใจกับคำพูดของอีกฝ่าย “สะใภ้สาม เจ้าต้องการพูดเรื่องอะไรกันแน่?”

“ยกขนมมากินก่อน” แม่นางเฉินเคาะโต๊ะ “เชวี่ยเอ๋อ รินชาพุทราแดงให้ข้าถ้วยหนึ่งสิ เร็วเข้า”

หยุนเชวี่ยเชิดคางพลางกลอกตา

“เฮ้ เจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดจึงไม่รีบไปเล่า? ไม่มีหูหรือ? ข้าอุตส่าห์ใจดีมาช่วยแม่ของเจ้านะ ไยจึงทำหน้าเช่นนั้น ไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีต่อตนเองรึ?”

“ไม่มีขนม ไม่มีชาพุทรา ไม่มีน้ำตาลทรายแดง ท่านจะยอมพูดหรือไม่พูด” หยุนเชวี่ยกล่าวออก

“เจ้าอย่าหลอกข้าสิ ครอบครัวของเจ้าเตรียมของที่ต้องใช้ในตรุษจีนครบแล้ว อย่าคิดว่าข้าโง่งมจนไม่รู้เรื่องอะไร อยากให้ข้าบอกเรื่องสำคัญแต่กลับไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน ไม่ฉลาดเอาเสียเลย…” แม่นางเฉินลุกยืนขึ้นก่อนเดินสำรวจไปทั่วห้อง

“ต้าหวง!” หยุนเชวี่ยตะโกนออกไปยังลานบ้าน

เมื่อต้าหวงที่กำลังนอนอยู่ในเพิงได้ยินดังนั้น มันจึงพุ่งออกมาทันที แม่นางเฉินสะดุ้งตกใจจนสุดขีด รีบหดมือที่ยื่นออกไปสัมผัสโถใบหนึ่งกลับมาอย่างเก้อเขิน

“แม่นางน้อยผู้นี้ ใจกว้างกับคนนอก แต่ขี้งกกับคนในครอบครัว” แม่นางเฉินนั่งลงบนเก้าอี้พลางกล่าวอย่างไร้ยางอาย “หากอย่างนั้นข้าจะรอกินข้าวก่อนแล้วจึงจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง วันนี้บ้านเจ้าทำอาหารอะไรกินเป็นมื้อเที่ยงหรือ?”

“ข้าจะคอยดูว่าสิ่งที่ท่านพูดจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ หากเป็นเรื่องจริง ข้าจะปล่อยให้ท่านกินและดื่มจนหนำใจ” หยุนเชวี่ยกวักมือเรียกต้าหวง มันกระดิกหางตอบรับก่อนเดินมานอนข้างนาง ขณะที่ดวงตาทั้งสองจ้องมอง ‘คนนอก’ อย่างไม่วางตา

“อย่าปล่อยให้เดรัจฉานตัวนี้ทำร้ายข้าล่ะ” แม่นางเฉินนั่งตัวตรง แผ่นหลังของนางพลันแข็งทื่อ “ไม่แปลกใจที่ย่าของเจ้าบอกว่าเจ้ามีนิสัยร้ายกาจ เลี้ยงหมาดุร้ายและปล่อยให้กัดคนไปทั่ว ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือแม่ของเจ้า แล้วข้าได้ประโยชน์อะไรเล่า? ไม่ใช่ว่าข้านับถือนางเป็นพี่สะใภ้รองหรอกหรือ?”

ขณะนี้ความคิดมากมายได้ผุดขึ้นมาภายในจิตใจของแม่นางเหลียน นางครุ่นคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเพราะเหตุใดหยุนลี่เต๋อจึงต้องการหย่ากับตน เมื่อคืนทั้งสองคนยังคงนอนเคียงคู่และปรึกษากันว่าหลังจากที่ลูกสาวคนโตออกเรือน พวกเขาจะยกสินสอดทองหมั้นทั้งหมดให้แก่นาง

“เจ้าพูดจาเหลวไหล” แม่นางเหลียนโพล่งออกมา “ครอบครัวของพวกเรารักกันดี พี่รองไม่มีแผนการในใจแน่นอน”

“ข้ายืนยันว่าไม่ได้พูดจาเหลวไหล” แม่นางเฉินหัวเราะเยาะ “บุรุษคนใดบ้างไม่ต้องการใช้เงิน เมื่อก่อนยากจน แต่ตอนนี้มั่งคั่งร่ำรวย หากเขาหย่ากับท่านจริง ท่านไม่คิดหรือว่าจะมีหญิงสาวมากมายยอมถวายตัวให้เขา”

แม่นางเหลียนถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง “ไม่มีทาง ท่านพี่เป็นคนซื่อสัตย์”

“คนซื่อสัตย์ที่เต็มไปด้วยตัณหาราคะ เวลาปกติไม่ยอมพูดจา แต่เนื้อแท้ข้างในกลับเลวร้ายกว่าใคร…”

“เจ้า…” แม่นางเหลียนตบโต๊ะอย่างแรงพลางลุกยืนขึ้นชี้แม่นางเฉิน “เจ้าอย่าคิดใส่ร้ายป้ายสีให้ท่านพี่เด็ดขาด คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเขามีนิสัยอย่างไร?!”

ฝ่ามือปะทะโต๊ะไม้จนเสียงดัง ‘ปัง’ ทั่วบริเวณ ต้าหวงที่เดิมทีนอนอยู่ข้างเท้าของหยุนเชวี่ยลุกขึ้นยืนทันที หางของมันตั้งตรง สันหลังตั้งฉากกับพื้น ตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ศัตรูได้ทุกเมื่อ

“ใคร ใครสาดโคลนใส่เข้ากัน ข้าไม่ได้ให้ร้ายเขาเสียหน่อย!” แม่นางเฉินรู้สึกร้อนใจเช่นกัน นางจึงเอนตัวไปด้านหลัง “ข้าได้ยินท่านแม่พูดกับพี่รองว่านางต้องการให้เขาหย่ากับท่าน แล้วแต่งงานใหม่กับคุณหนูตระกูลร่ำรวย!”

“นั่นคือสิ่งที่นางต้องการ ท่านพี่ไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่!” แม่นางเหลียนโมโหจนมือทั้งสองข้างสั่นเทา นางโผเข้าไปดึงแขนเสื้อของแม่นางเฉินแล้วลากอีกฝ่ายให้เดินออกไปจากเรือน “ไป ไปซะ อย่ามาพูดจาเหลวไหลในบ้านข้าอีก!”

“ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพี่รองกตัญญูเพียงใด เขามักทำตามที่ท่านพ่อและท่านแม่ต้องการเสมอ!” แม่นางเฉินพูดแทรก “ตอนนั้นพี่ใหญ่ติดหนี้พนัน พี่รองก็เป็นคนยอมรับความผิดแทน เขากระทำเช่นนั้นโดยที่ไม่บอกท่านมิใช่หรือ? ครานี้ก็เช่นกัน ท่านแม่ขอให้หย่ากับท่าน เขาต้องหย่าอย่างแน่นอน คอยดูเถิด เมื่อถึงตอนนั้นท่านจะต้องทนทุกข์ทรมาน…”

“พูดจาไร้สาระ ออกไป ออกไปซะ!”

“เจ้าตอบแทนความมีน้ำใจของผู้อื่นเช่นนี้หรือ สักวันเจ้าจะต้องเจ็บปวด!”

ต้าหวงที่ยืนอยู่ด้านข้างจ้องเขม็งไปที่แม่นางเฉิน ทำให้ไม่กล้าพูดจาไร้แก่นสารอีก นางสบถคำหยาบคายสองสามคำอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนถูกแม่นางเหลียนผลักออกไปนอกเรือน

“ข้าไม่รู้จักนิสัยเขาดีหรือ! รอก่อนเถอะ! อีกไม่นานเจ้าจะต้องพบกับช่วงเวลาทุกข์ทรมาน! ถุย!” แม่นางเฉินเดินออกจากเรือนมือเปล่าก่อนถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างโมโห

ไม่บ่อยนักที่แม่นางเหลียนเปลี่ยนท่าทีจากอ่อนโยนเป็นเกรี้ยวกราดเช่นนี้ นางยืนเท้าเอวพร้อมกล่าวด้วยความโมโห “รีบไปสิ เร็วเข้า หากยังไม่ไป ข้าจะปล่อยต้าหวงไปกัดเจ้า!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 358 คำกล่าวหาของแม่นางเฉิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023
novelpdfO7mDyO4
เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
12/05/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.