Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 362 อิ่มเอมใจ

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 362 อิ่มเอมใจ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 362 อิ่มเอมใจ
ตอนที่ 362 อิ่มเอมใจ

วันสุดท้ายของปี ทุกครัวเรือนต่างมีงานยุ่งตั้งแต่เช้าตรู่

ลำดับแรกคือการกวาดฝุ่น

ต่อให้บ้านเรือนสะอาดสะอ้านแล้ว สมาชิกในครอบครัวจะต้องนำไม้ปัดฝุ่นขนไก่มาทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกเพื่อปัดเป่าความอัปมงคลในปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่

ลำดับต่อมาคือแขวนไม้ท้อ

โบราณกล่าวว่าไม้ท้อสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและช่วยให้แคล้วคลาดภยันตราย ฉะนั้นในวันสุดท้ายของปี ชาวบ้านมักแขวนไม้ท้อไว้บริเวณกรอบประตูหรือสี่มุมของบ้าน จากนั้นอธิษฐานขอให้ครอบครัวปลอดภัยและอยู่เย็นเป็นสุขในปีใหม่

จากนั้นแขวนภาพวาดมงคล

ภาพวาดมงคลที่ชาวบ้านมักแขวนในวันปีใหม่เป็นภาพของเด็กน้อยถือหยวนเป่า* ตุ๊กตามงคล หรือปลาหลีฮื้อตัวใหญ่ ผู้คนมักแขวนภาพเหล่านี้ไว้ที่ประตูหรือผนัง เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวร่ำรวยเงินทองตลอดทั้งปี

*หยวนเป่า หรือ ชื่อที่คนไทยมักได้ยินสำเนียงแต้จิ๋วว่า “ง้วนป้อ” คือเงินจีนในสมัยโบราณประเภทหนึ่ง มีผู้เรียกว่า “เงินตำลึงจีน” ด้วยเช่นกัน

เมื่อถึงยามบ่าย พิธีการนี้ถือว่าเป็นพิธีการที่เด็ก ๆ ชื่นชอบที่สุดเรียกว่าพิธีเช่าเทียนไฉ่

พิธีเช่าเทียนไฉ่คือการจุดคบเพลิงที่มัดอยู่ตรงปลายเสาแล้วปักเสาลงในที่นาของตน คบเพลิงของครอบครัวใดเผาไหม้ช้าและลุกโชนมากที่สุดจะแสดงถึงความรุ่งเรืองของชีวิตที่จะเกิดขึ้นภายในปีหน้า ยิ่งลุกโชนมากเท่าไร ยิ่งเป็นมงคล

ยามเที่ยงหยุนลี่เต๋อนั่งยอง ๆ ในลานเรือนเพื่อสร้างคบเพลิง ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความมีฝีมือ ยิ่งคบเพลิงแน่นหนามากเท่าไร ก็ยิ่งเผาไหม้นานเท่านั้น หลังจากที่เขาทำเสร็จแล้ว หยุนเชวี่ยจึงนำชามน้ำมันหมูออกมาจากห้องครัวและใช้กิ่งไม้เล็ก ๆ เกลี่ยน้ำมันให้ทั่วคบเพลิง

หยุนเยี่ยนเห็นดังนั้นจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเล่นตุกติกเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”

“ไยพี่สาวถึงบอกว่าเล่นตุกติก?” หยุนเชวี่ยถามกลับ “ผู้ใดเป็นคนตั้งกฎว่าห้ามทาน้ำมันหรือ?”

“นางมีความคิดมากมาย ปล่อยนางทำไปเถิด” แม่นางเหลียนกล่าวอย่างมีความสุข “ปีนี้ครอบครัวของเราโชคดียิ่ง”

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ชาวบ้านก็เริ่มทยอยไปรวมตัวกันยังทุ่งนาของตน พวกเขายืนเกาะกลุ่มกันประมาณสี่ถึงห้าคน ซึ่งหัวข้อสนทนาล้วนเกี่ยวกับเรื่องมงคล

“ปีนี้หิมะตกดี สังเกตจากความเข้มข้นของดินแล้ว ปีหน้าต้องเป็นปีที่พืชผลอุดมสมบูรณ์เป็นแน่”

“ข้าได้ยินมาว่าเช้าวันนี้พี่หวังเอ้อไปหาปลาที่แม่น้ำ แล้วจับปลาตัวยาวกว่าหนึ่งฉื่อมาได้”

“ปลาตัวใหญ่ชุกชุมดีเหลือเกิน ขอให้มีปลาตัวใหญ่เยอะ ๆ ตลอดทั้งปี ตลอดทั้งปี”

เมื่อคนกลุ่มนั้นเห็นว่าหยุนลี่เต๋อกำลังเดินมาทางตน พวกเขาจึงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม “โอ้ เจ้ารอง ความรุ่งเรืองในปีใหม่ขึ้นอยู่คบเพลิงของครอบครัวเจ้าแล้ว เพราะมันคือที่หนึ่งของหมู่บ้านอย่างไรล่ะ” ชายผู้นั้นยกนิ้วโป้งให้เขา

หยุนลี่เต๋อปักเสาลงกับพื้นพลางเหยียดยิ้ม “ต้องขอบคุณพวกท่านทุกคนที่คอยช่วยเหลือ”

“ครอบครัวของเจ้ารองกำลังจะรวยแล้ว เจ้าอย่าลืมเรื่องแต่งงานของลูกเราสองคนเล่า…”

หยุนลี่เต๋อเป็นคนพูดไม่เก่งจึงกลายเป็นที่จับตามองของฝูงชน เขาถูฝ่ามือไปมาอย่างเขินอาย ทว่าทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง “ลุงรอง”

เขาหันไปเห็นเอ้อหลางกำลังประคองผู้เฒ่าหยุนที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่บนคันนา

“ท่านพ่อ อากาศหนาวเช่นนี้ ท่านออกมาทำอะไร?”

“ลุงรอง ท่าปู่อยากมาชมพิธีการสักหน่อยน่ะขอรับ” เอ้อหลางตอบ

ผู้เฒ่าหยุนพยักหน้าพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นชี้ไปยังเสาที่ปักอยู่กลางทุ่งนาพลางส่งเสียง “อ่า… อ่า”

“นั่นของตระกูลเราขอรับ” หยุนลี่เต๋อกล่าว

“อะ… อะ!” ผู้เฒ่าหยุนพยักหน้าพลางมองไปที่เสาคบเพลิง ดวงตาขุ่นมัวของเขาพลันเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

ชาวสวนที่ทำไร่ไถนามาเกือบครึ่งชีวิตมักผูกพันกับทุ่งนาอย่างลึกซึ้ง เมื่อแก่ตัวลงพวกเขาไม่สามารถลงมือทำพิธีการนี้ได้ด้วยตนเองอีกต่อไป สิ่งเดียวที่ทำได้คือลากร่างกายที่ป่วยหนักไปเฝ้ามองลูกชายที่แยกครอบครัวออกไปแล้วทำพิธีการแทน ในใจของผู้เฒ่าหยุนจึงรู้สึกผูกพันยิ่งนัก

เมื่อทุกครัวเรือนมารวมตัวกันครบแล้วก็ไม่มีการแบ่งแยกตระกูลอีกต่อไป เสียงโห่ร้องของเด็ก ๆ ดังเซ็งแซ่ กลุ่มไฟเริ่มลุกโชนขึ้นทีละเสา หลังจากนั้นไม่นานทุ่งนาทุกผืนก็ถูกเคลือบไปด้วยสีแดงฉานของเปลวเพลิง

“เชวี่ยเอ๋อ” หยุนลี่เต๋อเรียกลูกสาวพลางส่งคบไฟในมือให้นาง

เสามีความสูงไม่น้อย ดังนั้นจะต้องมีคนหนึ่งพยุงเสาไว้และอีกคนหนึ่งเป็นคนจุดไฟ จากนั้นค่อย ๆ ดันเสาให้ตั้งตรง ครั้งนี้หยุนลี่เต๋อมอบหมายหน้าที่จุดไฟให้หยุนเชวี่ย ชายชราที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงร้องออกมาทันที

“อ่า… อะ อะ!” ผู้เฒ่าหยุนเสียงดังพลางใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นดิน

การทำนายดวงชะตาหรือประกอบพิธีศักดิ์เช่นนี้เป็นหน้าที่ของบุรุษ สตรีสามารถเป็นเพียงผู้รับชมเท่านั้น ไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างเช่น การจุดประทัดในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดมอบหมายให้ลูกสาวเป็นผู้จุดคบเพลิงในพิธีเช่าเทียนไฉ่

“ท่านพ่อเป็นอะไรไปหรือ?” หยุนลี่เต๋อหันกลับมาถามหลังจากเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว

เขาไม่ได้เคร่งครัดเรื่องพิธีการมากนัก เนื่องจากเมื่อครั้งที่ยั้งไม่ได้แยกครอบครัว หยุนลี่จงจะเป็นผู้รับหน้าที่จุดคบเพลิง ทว่าในปีนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากเสี่ยวอู่ไม่ชอบเข้าร่วมงานครื้นเครงเช่นนี้ เขาจึงให้มอบหมายให้หยุนเชวี่ยผู้กล้าแสดงออกเป็นคนจัดการ

หยุนลี่เต๋อรู้สึกว่าลูกสาวคนรองของตนไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษ แม้ในหมู่บ้านจะมีเด็กหนุ่มมากมาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดมีความสามารถมากกว่านางเลยสักคน

“อะ อ่า…” ผู้เฒ่าหยุนเชิดคางขึ้นพลางขมวดคิ้วมุ่นพร้อมส่ายศีรษะไม่หยุด

หยุนเชวี่ยถือคบเพลิงไว้ในมือ ขณะเงยหน้ามองหยุนลี่เต๋อพร้อมเผยสีหน้าไร้เดียงสาและน้อยเนื้อต่ำใจ

“ท่านพ่อ พวกเราไม่เคร่งครัดเรื่องเหล่านั้น ขอเพียงเป็นมงคลก็พอแล้ว” หยุนลี่เต๋อยื่นมือออกไปลูบศีรษะหยุนเชวี่ยอย่างอ่อนโยนสองครั้ง

ผู้เฒ่าหยุนยังคงดื้อรั้นและส่ายศีรษะปฏิเสธต่อไป

“ลุงหยุน แม่นางน้อยลูกสาวของเจ้ารองเป็นเทพธิดาแห่งโชคลาภเชียวนะ” ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หากเป็นลูกสาวของข้า ข้าคงไม่ห้ามนาง”

ชายอีกคนได้ยินจึงหัวเราะเสียงดัง “ถูกต้อง ลูกสาวของเจ้ารองเป็นเทพธิดาแห่งความรุ่งเรือง ดังนั้นนางควรเป็นคนจุดคบเพลิง ไฟจะต้องลุกโชนสว่างไสวเป็นแน่”

ผู้เฒ่าหยุนเผยสีหน้าบูดบึ้ง ในใจพลันครุ่นคิดว่าคนเหล่านี้ยืนพูดย่อมไม่ปวดเอว* ใครจะรู้เล่าว่าหากปล่อยให้ลูกสาวเป็นผู้จุดคบเพลิงจะประสบเภทภัยหรือไม่?

*คนยืนพูดย่อมไม่ปวดเอว เปรียบเปรยได้ว่า หากไม่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ไม่เข้าใจ

“ไปเถิด” หยุนลี่เต๋อกล่าวกับหยุนเชวี่ยพลางฉีกยิ้ม “ระวังอย่าเผาตนเองล่ะ”

สีหน้าของผู้เฒ่าหยุนไม่สบอารมณ์นัก เขาจึงถอนหายใจยาว

“ท่านพ่อ เอาลงต่ำอีกหน่อยเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยยืนอยู่ที่ปลายเสา เขย่งปลายเท้าขึ้น จากนั้นเป่าลมใส่คบเพลิงจนแก้มพอง ก่อนออกจากบ้านนางทาน้ำมันหมูบนคบเพลิง ฉะนั้นจึงง่ายต่อการจุดไฟ

“อืม!” หยุนลี่เต๋อจับเสาให้มั่นก่อนวางต่ำลงอีกครั้ง

“ฟู่ว…” หยุนเชวี่ยพ่นลมออกจากปากอย่างแรง

เมื่อนางวางคบเพลิงลงในจุดที่ทาน้ำมันหมูเอาไว้ เปลวไฟจึงลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว เพลิงลุกโชนท่ามกลางสายลมทำให้เกิดเสียงหวีดหวนดังทั่วบริเวณ

แสงไฟส่องกระทบใบหน้าเรียวเล็กของหยุนเชวี่ย นางพลันโบกมืออย่างมีความสุข

หยุนลี่เต๋อพยุงเสาให้ตั้งตรงพลางปักลงในดิน ทำให้เปลวเพลิงสีแดงสดขนาดใหญ่ลอยอยู่ในอากาศ

“โอ้ เจ้ารอง คบเพลิงของครอบครัวเข้าสว่างไสวยิ่งนัก”

“เด็กคนนี้เป็นเทพธิดาแห่งโชคลาภ คอยดูเถิด ปีหน้าตระกูลของเจ้าจะร่ำรวยยิ่งขึ้นไปอีก!”

คบเพลิงของตระกูลหยุนส่องสว่างที่สุดในบริเวณนั้น เหล่าชาวบ้านต่างมองพวกเขาด้วยความริษยา จู่ ๆ สตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนคันนาก็กวักมือเรียกหยุนเชวี่ยพลางยกยิ้ม “แม่นางน้อยเชวี่ยเอ๋อ มานี่ที”

“ท่านป้ามีอะไรหรือเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย

สตรีนางนั้นยื่นมือออกมาลูบศีรษะของหยุนเชวี่ยพลางกล่าวอย่างเบิกบานใจ “ชาวบ้านต่างยกยอเจ้าให้เป็นเทพธิดาแห่งโชคลาภ ข้าเองก็เห็นด้วยเช่นกัน ไม่แน่ว่าภายในปีหน้าพวกเราอาจร่ำรวยก็เป็นได้!”

เมื่อเห็นสตรีนางนี้ทำเช่นนั้น เหล่าหญิงสาวคนอื่น ๆ จึงทยอยเดินเข้ามายืนล้อมรอบหยุนเชวี่ยราวกับฝูงผึ้ง แต่ละคนต่างแย่งกันลูบศีรษะของนาง บ้างหยิกแก้ม บ้างหัวเราะคิกคัก

“โอ๊ย อย่าเบียดกัน ๆ ขอข้ามีความสุขด้วย!”

“แม่นางน้อยเชวี่ยเอ๋อ อย่าหลบสิ มาให้พี่สาวลูบคลำเร็วเข้า”

“โอ้ ใบหน้าเรียวเล็กของเจ้าช่างงดงามยิ่ง…”

หยุนเชวี่ยถูกลูบคลำจนใบหน้าแปดเปื้อน กว่าจะดิ้นรนหนีฝูงชนยากเย็นแสนเข็ญ ยังไม่ทันจะหนีพ้นก็ถูกดึงตัวกลับเข้าไปกลางวงล้อมอีก “ท่านแม่ ท่านแม่ พี่สาว…”

หลังจากพิธีเช่าเทียนไฉ่เสร็จสิ้น ทุกคนจึงแยกย้ายกันไป ขณะนี้หยุนเชวี่ยมีสภาพยับเยินราวกับไก่ทอด ใบหน้าบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ นางอยากร้องไห้เหลือเกิน ทว่าไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด “ท่านแม่ ไยท่านจึงไม่สนใจข้า พวกนางเกือบลูบศีรษะของข้าจนหัวจะโล้นอยู่แล้ว!”

แม่นางเหลียนอดหัวเราะไม่ได้ นางเห็นผมของลูกสาวกระดกขึ้นเป็นเส้น ๆ จึงหัวเราะคิกคักพลางกล่าวตอบ “พวกป้าสะใภ้ต่างเอ็นดูเสมือนว่าเจ้าเป็นตัวแทนของโชคลาภ มาเถิด แม่จะปลอบเจ้าเอง”

หยุนเชวี่ยเบี่ยงตัวหลบ

แม่นางเหลียนเห็นเช่นนั้นจึงกลั้นหัวเราะจนริมฝีปากสั่นระริก “เหตุใดเจ้าถึงหลบเล่า ไม่อยากให้แม่มีความสุขด้วยหรือ!”

“ข้าก็เช่นกัน ข้าก็เช่นกัน” หยุนเยี่ยนยื่นมือออกไป

หยุนเชวี่ยเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีทันที หยุนเยี่ยนที่ปกติมักจะวางตัวสุขุมวิ่งตามน้องสาวพลางหัวเราะอย่างเบิกบานใจ สองพี่น้องสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีสันสดใส ซึ่งทำให้ภายในหมู่บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม

“แม่นางน้อยผู้นี้ ไยจึงน่าขำเพียงนี้” เมื่อปล่อยวางเรื่องยุ่งวุ่นวายเหล่านั้น แม่นางเหลียนก็มีความสุขและสดใสดั่งเด็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายราวอาบแสงดารา ฟันขาวสะอาด และดวงตาที่โค้งเป็นรูปวงเคียวทำให้ใบหน้าของนางอ่อนเยาว์ลงหลายปี

“ปล่อยให้พวกนางวิ่งเล่นไปเถิด” หยุนลี่เต๋ออารมณ์ดีกว่าที่เคย เขามองไปยังหิมะขาวโพลนตรงหน้า ทันใดนั้นความกังวลทั้งหมดพลันมลายหายไปก่อนสูดอากาศหนาวเย็นเข้าไปจนเต็มปอด

สองสามีภรรยาเดินย่ำหิมะขณะพูดคุยกันอย่างสำราญใจ อากาศหนาวเหน็บรอบกายพลันอบอุ่นขึ้นมาในพริบตา

ยามซวี* ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด

*ยามซวี คือช่วงเวลา 19.00 – 20.59 น.

ทุกคนในครอบครัวกำลังจะเดินทางไปยังเรือนหลังเก่าเพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นกับผู้เฒ่าทั้งสอง แม่นางเหลียนรู้ดีว่าแม่เฒ่าจูเป็นคนจู้จี้จุกจิก นางจึงทำแป้งเกี๊ยวไว้ล่วงหน้าและห่อไส้จนเสร็จสรรพ จากนั้นขอให้สืออีหิ้วไก่ป่าหนึ่งตัวและขาหมูหนึ่งขาเดินตามไป

ก่อนออกจากเรือน หยุนลี่เต๋อเกรงว่าแม่เฒ่าจูจะโกรธเคืองแม่นางเหลียนอีก เขาจึงกล่าวเกลี้ยกล่อมภรรยาล่วงหน้า “อีกประเดี๋ยวหากท่านแม่พูดจาไม่เข้าหู เจ้าอย่าใส่ใจคำพูดของนางเด็ดขาด พวกเราควรฉลองวันปีใหม่อย่างมีความสุข หลังจากกลับมาถึงบ้าน ข้าจะนวดเท้าเพื่อชดใช้ดีหรือไม่”

แม่นางเหลียนชำเลืองมองสามีแวบหนึ่ง “ท่านเรียนรู้วิธีเอาอกเอาใจคนตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

หยุนลี่เต๋อเกาศีรษะพลางรู้สึกเอียงอายเล็กน้อย “ข้ารู้สึกผิดที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจ”

คำพูดนี้ของสามีทำให้แม่นางเหลียนซาบซึ้งใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ นางพลันคิดว่าต่อให้ตนต้องลำบากใจก็ไม่เป็นไร หากมันทำให้สามีมีความสุข เมื่อเดินทางไปถึงเรือนหลังเก่า แม่นางเหลียนกลับเข้าไปในเรือนไม่ได้เพราะถูกแม่เฒ่าจูขวางทางเอาไว้

ในวันที่อากาศเหน็บหนาว แม่เฒ่าจูยืนเท้าเอวขวางประตูเรือนเอาไว้ นางเผยสีหน้าโหดเหี้ยมพลางชี้นิ้วไปยังลูกสะใภ้พร้อมกล่าวว่า “ตระกูลหยุนไม่มีสะใภ้อกตัญญูและชั่วร้ายเช่นเจ้า ชาตินี้ทั้งชาติข้าจะไม่ยอมรับเจ้าเป็นคนของตระกูลหยุนเด็ดขาด”

“ท่านแม่ ท่านกำลังทำอะไร?” หยุนลี่เต๋อรีบเข้าไปขวางแล้วดันแม่นางเหลียนให้ไปยืนอยู่ด้านหลังของตน

“ไยเจ้าจึงถามข้าเช่นนี้? ข้าอยากจะถามเจ้าเช่นกันว่าเจ้ายังเห็นข้าเป็นแม่อยู่หรือไม่!” แม่เฒ่าจูยืดอกพลางเชิดคางขึ้นพร้อมถลึงตาและเผยท่าทีดุดัน “เจ้ารอง หากวันนี้เจ้าไม่หย่ากับสตรีนางนี้ เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปในเรือนตระกูลหยุน!”

“ท่านแม่ วันนี้เป็นวันตรุษจีน พวกเราควรร่วมวงกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้ามิใช่หรือ?” หยุนลี่เต๋อเอ่ยถามเสียงทุ้มพลางขบกรามแน่น

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 362 อิ่มเอมใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.