ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 382 เพ้อฝัน
ตอนที่ 382 เพ้อฝัน
ตอนที่ 382 เพ้อฝัน
หลังจากประกาศพระราชโองการแล้ว หลี่กงกงก็เข้าไปในเรือนของตระกูลหยุนเพื่อจิบชา ก่อนกล่าวอำลาเขามองหยุนเชวี่ยพร้อมฉีกยิ้มจนตาหยีพลางกล่าวว่า “น่าเสียดาย น่าเสียดาย เฉลียวฉลาดไม่น้อย หากนางเป็นเด็กชาย เปิ่นกงกงจะพาเข้าไปรับใช้อยู่ข้างกายองค์ฮ่องเต้”
หยุนเชวี่ยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเย็นเยียบอย่างอธิบายไม่ได้ นางเหยียดยิ้มเล็กน้อยพลางเดินออกไปส่งเขาด้วยความเคารพ
ชาวบ้านในสิบลี้แปดหมู่บ้านต่างร่วมใจกันส่ง ‘ผู้สูงศักดิ์’ ที่มาจากวังหลวงเดินทางกลับ เอ้อหู่ยกมือขึ้นชี้รถม้าที่วิ่งออกไปไกลพลางเอ่ยถามหยุนเชวี่ย “คนที่พูดเสียงแหลมเมื่อครู่คือขุนนางจากวังหลวงหรือ?”
“อาจจะใช่” หยุนเชวี่ยไม่แน่ใจว่าขันทีนับว่าเป็นขุนนางหรือไม่
“ถ้าอย่างนั้นเขาคือบุรุษหรือ?” เอ้อหู่ถามอีกครั้ง
หยุนเชวี่ย “ก็อาจจะใช่อีกนั่นแหละ…”
เอ้อหู่ “แล้วเหตุใดจังหวะการพูดของเขาถึงเหมือนกับการร้องเพลงล่ะ? คนในเมืองหลวงพูดสำเนียงเช่นนี้หรือ?”
ชีจินใช้ฝ่ามือตบหลังศีรษะของเอ้อหู่ “เจ้าโง่ นั่นเขาเรียกว่ากงกง!”
เอ้อหู่เอ่ยถามอย่างงุนงง “กงกงคืออะไร?”
“เขาคือขันที” เหออวี้กล่าว
เอ้อหู่กะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “ขันทีคืออะไรหรือ?”
“มานี่สิ ข้าจะบอกอะไรให้” เหออวี้กระดิกนิ้วเรียกเอ้อหู่
เอ้อหู่เขยิบเข้าไปใกล้เขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นพลางเขย่งปลายเท้าขึ้น เหออวี้โน้มตัวลงมาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนกระซิบข้างหูของอีกฝ่าย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาพูดอะไรถึงทำให้เอ้อหู่เอามือกุมเป้าแล้วหนีบขาอย่างไม่รู้ตัว
ชีจินและเหออวี้หัวเราะคิกคัก
“พวกเจ้าหัวเราะอะไรกัน” เสี่ยวส้วยเอ๋อสับสน
ชีจิน “ไม่บอกหรอก”
เสี่ยวส้วย “ไยเจ้าถึงไม่บอกข้าว่าพวกเจ้าหัวเราะกันเรื่องอะไร?”
เหออวี้ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าพูดไม่ได้”
ชีจิน “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสี่ยวส้วยเอ๋อถลึงตาใส่ทั้งสองคนก่อนหันไปถามหยุนเชวี่ย “พี่เชวี่ยเอ๋อ ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกเขาหัวเราะเรื่องอะไรกัน? พวกเขาวางแผนรังแกคนหรือมีเรื่องน่าตื่นเต้นแล้วไม่บอกพวกเรา!”
หยุนเชวี่ยเกาศีรษะพลางเผยสีหน้างุนงง “หืม? เจ้าว่าอะไรนะ? ข้าไม่รู้สิ… เอ้อ อ้อ เหมือนว่าหวังหลี่เจิ้งจะเรียกข้าน่ะ!”
หวังหลี่เจิ้งคือชายชราอายุเจ็ดสิบปีที่ไม่เคยเห็นว่าพระราชโองการเป็นอย่างไร นอกจากความตื่นเต้นแล้ว จู่ ๆ เขาก็นึกถึงความฝันของตน ก่อนหน้านั้นเขาเคยฝันว่ามีเมฆสีม่วงลอยเด่นอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นสิ่งที่อวี้หวงต้าบอกเป็นนัยว่าหมู่บ้านของพวกเขากำลังจะมีผู้สูงศักดิ์ เมื่อคิดดูแล้ว เรือนหลังใหม่ของตระกูลหยุนก็อยู่ทางทิศตะวันออกมิใช่หรือ?
“น่าทึ่งยิ่งนัก! สวรรค์อวยพรเรา หมู่บ้านของเรามีชนชั้นสูงอาศัยอยู่แล้ว…” หวังหลี่เจิ้งประสานมือคารวะไปทางทิศตะวันออก ชาวบ้านที่ไม่รู้ความเห็นเช่นนั้นจึงรีบคารวะ และร้องขอให้เทพเซียนอวยพร
หยุนลี่เต๋อยังคงรวบรวมสติไม่ได้ หลังจากที่หลุดออกจากห้วงความคิด เขาจึงเอ่ยถามหยุนเชวี่ยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะเหตุใดเขาจึงถูกรายล้อมไปด้วยผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ทั้งยังมีของกำนัลมากมายตกลงมาจากฟากฟ้าอีกด้วย
หลังจากหลี่กงกงและขุนนางที่เดินทางมากับขบวนพระราชโองการกลับไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดลง ผู้คนมากมายต่างตบเท้ามาแสดงความยินดีกับตระกูลหยุนอย่างไม่ขาดสาย ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง คุณชายรองเจิ้งเจ้าของหอหลงชิ่ง บุตรชายคนโตจากตระกูลกั๋ว และเถ้าแก่หูเจ้าของร้านว่านเหอต่างนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแสดงความยินดีแก่ครอบครัวของหยุนลี่เต๋อ
ทุกคนรู้ดีว่าครอบครัวของหยุนลี่เต๋อคือครอบครัวที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้พวกเขา นอกจากจะเป็นขุนนางชนชั้นสูงแล้ว ในภายภาคหน้าพวกเขาอาจเป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ไม่ช้าก็เร็วหยุนลี่เต๋อจะต้องได้รับการเลื่อนขั้นแน่นอน ดังนั้นการผูกมิตรคือทางเลือกที่ดีที่สุด
การกล่าวคำสุภาพไปมาหลายต่อหลายครั้งนั้นถือเป็นเรื่องยากสำหรับหยุนลี่เต๋อ กว่าจะส่งผู้มาเยือนทั้งหมดกลับไปก็ดึกดื่นแล้ว ทุกคนในครอบครัวต่างหิวโหย เพราะยังไม่มีข้าวตกถึงท้องแม้แต่เม็ดเดียว
“ข้าจะไปทำบะหมี่สักสองสามชาม” แม่นางเหลียนกล่าวอย่างอ่อนล้า
“อย่าเลย เจ้าเหนื่อยมากแล้ว” หยุนลี่เต๋ออ้าปากหาว “ที่บ้านของเราไม่มีของว่างกินหรือ กินมันรองท้องสักหน่อยแล้วรีบเข้านอนเถิด”
“ไม่ได้เจ้าค่ะ เด็ก ๆ ยังไม่ได้กินอะไรเลย…”
“เจ้ายุ่งมาทั้งวันและตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงคืนแล้ว พวกเขาคงไม่อดตายหรอกหากต้องกินน้อยลง” หยุนลี่เต๋อมองไปที่เตียงและเห็นว่าเสี่ยวอู๋กำลังนั่งสัปหงก
สองสามีภรรยาจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้านอนก่อนดับไฟในตะเกียงน้ำมัน
จนกระทั่งเช้าวันถัดมา ดูเหมือนหยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนจะตระหนักได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขานั่งอยู่บนเตียงพลางมองหน้ากันอย่างเหม่อลอย
แม่นางเหลียน “ท่านพี่… นี่…”
หยุนลี่เต๋อ “ข้าต้องไปไต่ถามเชวี่ยเอ๋อให้ชัดเจน เจ้าเก็บของเหล่านี้ไว้ก่อน…” หลังจากพูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองจินหยวนเป่าขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีทองอร่ามออกมาจนแสบตา
แม่นางเหลียนพยักหน้า หยุนลี่เต๋อไม่รู้ว่าตนอ่อนล้าหรืออย่างไร เขาสามารถยกสิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ทว่าไม่สามารถยกจินหยวนเป่าน้ำหนักหนึ่งร้อยตำลึงได้ ขณะนั้นเองเสียงเห่าหอนของต้าหวงพลันดังขึ้นในลานบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนของหยุนลี่เซียวตามมา “พี่รอง พี่รอง ท่านพ่อมาเยี่ยมเจ้าแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงของหยุนลี่เซียว แม่นางเหลียนก็รีบคว้าทอง เครื่องประดับ และหยกที่ได้รับมาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าแล้วใช้ผ้าหลายสิบผืนคลุมอย่างมิดชิด
สุภาษิตกล่าวว่า ไม่หวาดเกรงโจรขโมย หากแต่หวาดเกรงความคิดโจร ซึ่งหยุนลี่เซียวนั้นมีวีรกรรมมากมาย
หยุนลี่เต๋อเปิดประตูต้อนรับหยุนลี่เซียว เมื่อเห็นผู้เฒ่าหยุนถือไม้ด้วยมืออันสั่นเทา เขาก็รีบเดินเข้าไปประคองบิดาทันที “ท่านพ่อ ไยท่านต้องมาด้วยตนเองในตอนเช้าตรู่เช่นนี้?”
หยุนลี่เซียวที่อยู่ด้านหน้าเดินกอดอกเข้าไปในเรือนพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ “พี่รอง เจ้าเป็นถึงขุนนางชั้นสูง ข้ากับท่านพ่อดีใจยิ่งนักจนนอนไม่หลับทั้งคืน ฝ่าบาททรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เจ้าด้วยตนเอง เจ้ามีอนาคตที่ดีกว่าพี่ใหญ่เสียอีก!”
หยุนลี่เต๋อไม่สนใจหยุนลี่เซียว เขาพาผู้เฒ่าหยุนเดินเข้าไปในลานเรือน “ท่านพ่อ เข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด”
ผู้เฒ่าหยุนกุมมือของบุตรชายเอาไว้พลางพยักหน้า “อ่า… อ่า”
แม้หยุนลี่เซียวจะขาดมือไปข้างหนึ่ง ทว่าความรวดเร็วในการฉกฉวยสิ่งของกลับไม่น้อยลงเลย ทั้งยังฉลาดกว่าผู้ที่มีแขนขาครบเสียอีก เขารีบเดินเข้าไปในเรือนพลางมองสำรวจรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
“ท่านพ่อ นั่งลงเถิด” หยุนลี่เต๋อประคองชายชราให้นั่งลง
“ท่านพ่อ” แม่นางเหลียนกล่าวทักทายพลางรินชาและยกขนมมาวางไว้บนโต๊ะ “ท่านพ่อ เช้านี้ท่านคงยังไม่ได้กินอะไรกระมัง กินขนมพวกนี้รองท้องก่อนเถิด ข้าจะไปทำอาหารมาให้เจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าหยุนพยักหน้ารับพลางเผยรอยยิ้มเป็นมิตร ร่างกายของผู้เฒ่าผอมแห้งจนเหลือเพียงหนังติดกระดูก ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาทั้งสองข้างปูดโปน แม้จะยิ้มอย่าง ‘เป็นมิตร’ ทว่ารอยยิ้มที่ส่งออกมานั้นกลับดูดุร้ายเล็กน้อย
หยุนลี่เซียวนั่งลงบนเก้าอี้พลางยกเท้าขึ้นวางบนเก้าอี้ตัวถัดไป จากนั้นใช้มือเปล่าหยิบขนมขึ้นกัดพลางกล่าวว่า “เจ้ากลายเป็นขุนนางแล้วช่างต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ แม้แต่กล่องขนมยังดูหรูหราเพียงนี้!”