ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 402 เผยต้าเป่า
ตอนที่ 402 เผยต้าเป่า
ตอนที่ 402 เผยต้าเป่า
ประตูเรือนตระกูลเผยปิดสนิท
ชีจินเคาะประตูสองครั้งพร้อมตะโกนเสียงดัง เสี่ยวส้วยเอ๋อหยิบเศษคราดที่แตกหักมาจากที่ใดไม่รู้ นางก้าวเท้าไปด้านหน้าก่อนฟาดใส่ประตูอย่างแรง “เผยต้าเป่า! ออกมา!”
“ปัง ปัง!”
“หากเจ้ายังมียางอายก็ออกมาเผชิญหน้ากัน! อย่าเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านราวกับเต่าหดหัวอยู่ในกระดอง!”
“ออกมา!”
“ปัง ปัง!”
“เจ้าเป็นคนใจดำ! ขโมยไก่ของข้าได้ลงคอ!”
ขณะนี้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนหลังมื้ออาหารกลางวัน การกระทำเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกนั้นโผล่ศีรษะออกมาจากลานเรือนเพื่อสังเกตการณ์ และเมื่อพวกเขาเห็นว่าเสี่ยวส้วยเอ๋อกำลังทุบประตูเรือนของเผยเล่าอู่ผู้เป็นบิดาแท้ ๆ ของนาง เหล่าชาวบ้านก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม
เสี่ยวส้วยเอ๋อก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งก่อนใช้คราดฟาดประตูอีกสองสามครั้ง “ท่านลุงและท่านป้าสะใภ้ทั้งหลายล้วนบอกว่าเผยต้าเป่าเป็นคนขโมยไก่ของข้า ต้าฉีและโก่วต้านเป็นพยานได้!”
โก่วต้านเกรงว่าตนจะถูกทุบตีจึงพยักหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกระตุกชายเสื้อของต้าฉีอย่างแรง ส่วนต้าฉีปัดมือของโก่วต้านออกพลางเหลือบมองเหออวี้พร้อมเม้มริมฝีปากขณะที่ร่างกายแข็งทื่อ
“เจ้าขโมยไก่! กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ! ถ้าเจ้ามีความสามารถก็ออกมา! เผชิญหน้ากับข้าแล้วสารภาพออกมา!”
“ข้าไปทำอะไรให้เจ้าหรือ?! เหตุใดต้องขโมยไก่ของข้า?!”
“เผยต้าเป่า! ขี้ขลาดจนต้องหลบอยู่หลังชายกระโปรงของแม่เจ้าเลยรึ! ออกมา!”
เสี่ยวส้วยเอ๋อก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง ภายในอกของนางพลันรู้สึกเบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งตะโกนเสียงดังมาเท่าใดก็ยิ่งมั่นใจมากเท่านั้น ยิ่งโวยวายก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องกลัวแม่นางเฝิงและพ่อเศษสวะของตน
ในที่สุดประตูเรือนตระกูลเผยก็เปิดออก แม่นางเฝิงยืนขวางประตูพร้อมเอามือเท้าเอวพลางอ้าปากด่าทอ “นังตัวซวย! แม่เจ้าไม่สั่งสอนรึ หากยังกล้ามาที่บ้านของข้าแล้วพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะฉีกปากเจ้า!”
“เจ้ากล่าวหาว่าใครเป็นตัวซวย?” เสี่ยวส้วยเอ๋อกำมือแน่นก่อนเงยหน้าพร้อมถลึงตาใส่อีกฝ่าย “เจ้าก็รู้ว่าข้าและต้าเป่ามีพ่อคนเดียวกัน ถ้าข้าเป็นตัวซวยแล้วต้าเป่าเล่า?”
แม่นางเฝิงผงะไปชั่วครู่ก่อนยกนิ้วขึ้นชี้เสี่ยวส้วยเอ๋อพลางตะโกนว่า “เด็กเปรต เจ้ามาเพื่อจะทะเลาะวิวาทใช่หรือไม่?”
เสี่ยวส้วยเอ๋อกำคราดแน่นพลางก้าวถอยหลังก่อนกล่าวเสียงแข็ง “ข้าขอถามเจ้าต่อหน้าชาวบ้านทุกคนว่าเจ้ากล้าออกมาเผชิญหน้ากับข้าหรือไม่? ถ้าไม่ก็ยอมรับเสียว่าเจ้าคือโจร!”
“เด็กเปรต คิดจะหาเรื่องใส่ร้ายก็ยอมรับเสีย แม่อายุสั้นของเจ้ายอมเลิกราแล้ว แต่เจ้ากลับคิดระรานครอบครัวของข้าทั้งวัน หน้าไม่อาย ถุย!”
“เจ้ากล้าสาปแช่งท่านแม่ของข้า…” เดิมทีแม่นางหลี่มีร่างกายไม่แข็งแรง เมื่อเสี่ยวส้วยเอ๋อได้ยินดังนั้น นางจึงพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทว่าถูกเหออวี้และชีจินดึงตัวไว้เสียก่อน
“ท่านอาสะใภ้ อย่าเพิ่งขัดขวางเลยเจ้าค่ะ ต้าเป่าขโมยไก่หรือไม่ก็ปล่อยให้เขาออกมาพูดให้ชัดเจน พวกเราทุกคนล้วนเป็นพยานได้ หากไม่ได้ขโมย เขาคงต้องออกมาแก้ต่างสักสองสามคำแล้วกระมัง” หยุนเชวี่ยกล่าวพลางเผยสีหน้าเรียบเฉย นางเริ่มมีโทสะขึ้นมาเช่นกัน ความผิดใดไม่เท่าใส่ร้ายคนในครอบครัว สิ่งที่น่ารำคาญใจที่สุดคือคนไร้ค่าเช่นนี้พ่นคำสาปแช่งบุพการีของผู้อื่นอย่างหน้าตาเฉย
“ยุติธรรมรึ ยุติธรรมที่ใด? เด็กพวกนี้สมรู้ร่วมคิดกับนังเด็กเหลือขอเพื่อใส่ความต้าเป่าของข้า ต่อให้ต้าเป่าของข้าออกมาพูดความจริง เขาก็คงสู้พวกเจ้าไม่ได้” แม่นางเฝิงกลอกตา
เนื่องด้วยเผยเล่าอู่ผู้เป็นบุรุษคนเดียวในครอบครัวทำงานอยู่บนเขาที่หยุนลี่เต๋อเป็นผู้ประกาศหางาน น้ำเสียงที่แม่นางเฝิงมีต่อหยุนเชวี่ยจึงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่าสีหน้ายังคงน่ารังเกียจเช่นเดิม
หยุนเชวี่ยคร้านพูดคุยอย่างมีเหตุผลกับคนไร้เหตุผล ไม่ว่าจะเอ่ยเรื่องใด พวกเขาก็ไม่มีวันโน้มน้าวใจคนไร้เหตุผลได้ เมื่อก่อนหยุนลี่เซียว แม่นางเฉิน แม่เฒ่าจู และหยุนชิ่วเอ๋อก็เป็นคนประเภทนี้ ซึ่งนางพบเจอมามากพอแล้ว
นางเลิกคิ้วพลางจ้องมองต้าฉีด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ข้าไม่ได้ใส่ความใคร เรื่องขโมยไก่เป็นความคิดของต้าเป่า เขาไปจับไก่ที่บ้านของนางด้วยตนเอง! โก่วต้าน ชานจื่อ และเสี่ยวลิ่วเอ๋อสามารถเป็นพยานได้!” ต้าฉีส่งเสียงฮึดฮัด
อย่างไรเสียทั้งสองฝ่ายก็มองว่าตนเป็นที่ระบายอารมณ์อยู่แล้ว ฝั่งหนึ่งเขกหัวเขาอย่างแรง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็ด่าทอเขาด้วยถ้อยคำเหยียดหยาม ต้าฉีรู้สึกโมโหจึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“เหลวไหล! วันนี้ต้าเป่ายังไม่ได้ก้าวเท้าออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!” แม่นางเฝิงปกป้องบุตรชาย
“โกหก!” โก่วต้านโพล่ง
“มันเป็นความคิดของต้าเป่าจริง ๆ พวกเราทั้งสี่คนยังไม่ได้ฆ่าไก่ เขาจึงนำมันกลับมาที่บ้านด้วย “ชานจื่อกล่าว “หากท่านไม่เชื่อก็ไปดูบนเขาได้ ขนไก่ตกกระจัดกระจายทั่วพื้น!”
“พวกเจ้าเป็นเด็กเหลือขอทำเรื่องผิดศีลธรรมแล้วยังมากล่าวหาต้าเป่าของข้าอีก!” แม่นางเฝิงเท้าเอวพลางถลึงตาอย่างดุร้าย “ไสหัวไปเสีย ไสหัวไปไกล ๆ!”
“ข้าไม่ได้ใส่ร้าย ผู้ใดกันแน่ที่เป็นเด็กเหลือขอ!” ชานจื่อมีนิสัยตรงไปตรงมา เขาสามารถแยกแยะถูกผิดด้วยตนเอง กล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบ ในเมื่อตนไม่ได้ทำผิดก็ต้องล้างมลทินให้ได้
แม่นางเฝิงโบกมือ “ไสหัวไป! พวกเด็กสารเลว! พวกเจ้าต่ำทรามจนไม่มีผู้ใดเทียบได้!”
ชานจื่อยืนนิ่งไม่ไหวติง ต้าฉีไม่ยอมขยับเขยื้อนพลางเผยท่าทีโกรธแค้นถึงขีดสุด เมื่อถูกเด็กอันธพาลทั้งสองคนจ้องมองด้วยสายตาแค้นเคือง แม่นางเฝิงจึงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“หึ…” หยุนเชวี่ยแค่นเสียงหัวเราะ “หากต้าเป่าของท่านไม่กล้าออกมาเชิญหน้ากับพวกเราก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ ทุกคนล้วนรับรู้อย่างชัดแจ้งว่าผู้ใดเป็นฝ่ายผิดและผู้ใดเป็นฝ่ายถูก”
“ตัวตรงไม่หวั่นเงาเฉเฉียง* อย่างไรเสียต้าเป่าของข้าก็ไม่ได้ทำผิดอะไร!” แม่นางเฝิงเบ้ปากพลางกลอกตา
*ตัวตรงไม่หวั่นเงาเฉเฉียง เปรียบเปรยว่าไม่ได้กระทำความผิดจึงไม่ต้องหวั่นใจ
“ถ้าต้าเป่าของเจ้าไม่ได้ขโมยไก่ของเสี่ยวส้วยเอ๋อจริง ก็ให้เขาออกมาเผชิญหน้ากับเด็กเหล่านี้เสียสิ” หญิงสาวคนหนึ่งที่มุงดูอยู่ตะโกนขึ้น
“ถูกต้อง เรื่องเล็กน้อย เจ้าจะต่อปากต่อคำกับเด็กเหล่านี้ไปเพื่ออะไร?”
“หากไม่พูดก็ไม่กระจ่าง หากไม่ไต่สวนเรื่องนี้อย่างสมเหตุสมผลก็ไม่จบเสียที ต้าเป่าถูกใส่ความหรือไม่ให้เขาเป็นคนพูดเองเถิด”
ชาวบ้านบางคนไม่อาจทนดูแม่นางเฝิงด่าทอเด็กน้อยเหล่านั้นได้ บางคนก็ยืนดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ส่วนแม่นางเฝิงยังคงยืนกรานว่าเสี่ยวส้วยเอ๋อและต้าฉีร่วมมือกันใส่ร้ายต้าเป่าเพื่อข่มขู่เอาเงินจากครอบครัวนาง
ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันคำเดิม ฝ่ายหนึ่งต้องการให้เผชิญหน้ากันอย่างชัดเจน ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
แม่นางเฝิงบ่นพึมพำอยู่ครู่หนึ่งและกำลังจะเดินกลับเข้าไปในเรือนและปิดประตู ขณะเดียวกันต้าเป่าก็วิ่งสวนออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทุกคน ก่อนเผยท่าทีวางก้ามพลางตบอกตนเอง “เหตุใดข้าต้องขโมยไก่ของเจ้าด้วย?”
“…” ชาวบ้านทุกคนต่างจ้องมองต้าเป่าเป็นตาเดียว จากนั้นหันมองมารดาของเขาด้วยสีหน้ายากจะอธิบาย
แม่นางเฝิงตะลึงงันก่อนดึงบุตรชายเข้าไปในเรือนย่างรีบร้อน “ไสหัวกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้! เจ้าไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ เพียงคนเหล่านั้นกล่าวยั่วยุแค่สองคำ เจ้าก็จะคายความจริงออกมาจนหมด!”
ฮูหยินเฒ่าตระกูลเผยวิ่งออกมาจากลานเรือนอย่างรีบร้อนเช่นกัน นางพยายามดึงแขนต้าเป่าและลากหลานชายให้กลับเข้าไปด้านใน
ต้าเป่าสะบัดแขนขาให้หลุดจากพันธนาการ เขาจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้เด็ดขาด ต้าเป่ายกนิ้วขึ้นชี้เสี่ยวส้วยเอ๋อพลางโวยวายเสียงดัง “ลูกเมียน้อย ท่านแม่ของข้าบอกว่าทุกอย่างในบ้านของเจ้าเป็นของท่านพ่อ แล้วเหตุใดข้าจะจับไก่ตัวนั้นไม่ได้? มันเป็นของครอบครัวข้า! ไยเจ้าถึงกล่าวหาว่าข้าขโมย! ข้าไม่ได้ขโมย!”