ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 414 สายสัมพันธ์พี่น้อง
ตอนที่ 414 สายสัมพันธ์พี่น้อง
ตอนที่ 414 สายสัมพันธ์พี่น้อง
ครั้นทั้งสองคนสบตากัน แม่นางเฝิงก็เบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์
เสี่ยวส้วยเอ๋อเม้มปากแน่นพร้อมกำหมัด
“แม่นางน้อย พ่อของเจ้าคงไม่รอดชีวิตแล้ว แต่เจ้าไม่คิดจะไปดูใจเขาด้วยซ้ำ เหตุใดจึงใจดำเช่นนี้?” แม่นางเฝิงยืนขวางประตูไม่ยอมให้อีกฝ่ายปิดได้ง่าย
ฮูหยินเฒ่าตระกูลเผยกล่าวว่าบิดาและบุตรย่อมมีสายสัมพันธ์ที่ตัดกันไม่ขาด ตราบใดที่เสี่ยวส้วยเอ๋อเห็นสภาพร่างกายของเผยเล่าอู่ นางจะต้องใจอ่อนและไม่สามารถละเลยบิดาของตนได้อีก ซึ่งแม่นางเฝิงถูกบีบบังคับให้มาที่นี่เพื่อชดเชยให้ทั้งสองแม่ลูก
เสี่ยวส้วยเอ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่ยอมปล่อยมือจากประตู “ข้าไม่มีพ่อ เจ้ารีบออกไปเสีย อย่ายืนขวางประตูบ้านของข้า”
แม่นางเฝิง “…”
“รีบกลับไปในตอนนี้ข้ายังไม่ได้ด่าทอเจ้า แต่หากเจ้ายังหน้าด้าน ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!”
ใบหน้าของแม่นางเฝิงดำคล้ำ ฮูหยินเฒ่าตระกูลเผยสั่งให้มาชดใช้ความผิดให้แก่สองแม่ลูก แต่เหตุใดตอนนี้กลับกลายเป็นว่านางมาหาเรื่องวิวาทมากกว่า แม่นางเฝิงจ้องสองแม่ลูกที่ยืนอยู่ในเรือนอย่างไม่วางตา โดยหวังว่าสายตาของตนจะสามารถเสียดแทงอีกฝ่ายราวกับใบมีดแหลมคม “เจ้า… เจ้าอย่าเพิกเฉยต่อความเป็นและความตายสิ!”
เสี่ยวส้วยเอ๋อหมดความอดทน นางยกมือขึ้นผลักหน้าอกของอีกฝ่าย จากนั้นใช้ไหล่ดันประตูปิดอย่างแรงจนเสียงดัง ‘ปัง’
“อ๊ะ…” แม่นางเฝิงตกใจจึงปล่อยนิ้วมือออกจากกรอบประตู เพราะเกรงว่าประตูจะหนีบนิ้ว
“เด็กเหลือขอ!” แม่นางเฝิงกระทืบเท้าด่าทออย่างร้อนรน “ลูกอกตัญญู แม้แต่พ่อแท้ ๆ ก็ยังไม่เหลียวแล เจ้าร้ายกาจยิ่งกว่างูพิษและแมงป่อง ข้าขอให้ฟ้าผ่าเจ้าตาย ถุย!”
“ฟ้าผ่ามาลงมาเลย ข้าไม่กลัวหรอก” เสี่ยวส้วยเอ๋อกอดอกขณะยืนพิงประตูพลางแค่นเสียง “ใครทำกรรมใด กรรมนั้นคืนสนอง”
“ส้วยเอ๋อ…” แม่นางหลี่ส่ายศีรษะพลางกระซิบ “เลิกต่อปากต่อคำแล้วเข้านอนเถิด”
“ฮึ่ม ใครหน้าไหนกล้าดีจะมาหักแขนขาของข้าอีก!” เสี่ยวส้วยเอ๋อจงใจตะโกนใส่ประตูแล้วใช้หลังมือฟาดหลังประตู จากนั้นนั่งลงบนเตียงและสะบัดรองเท้าออก
อากาศข้างนอกเหน็บหนาว แม่นางเฝิงสบถด่าทอด้วยความโมโห เมื่อไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ นางจึงจากไปอย่างขุ่นเคือง
วันรุ่งขึ้น เสี่ยวส้วยเอ๋อจูงต้าหวงมาที่เรือนและผูกมันไว้ที่ประตู นางป้อนไข่ไก่สองฟองให้ต้าหวงก่อนลูบศีรษะของมันพร้อมกำชับว่า “เจ้าดูแลบ้านของข้าให้ดี ๆ ล่ะ และหากนางกล้ามาที่นี่อีกก็อย่าสุภาพกับนาง”
“คนตระกูลเผยมาที่บ้านของเจ้าอีกแล้วหรือ?” หยุนเชวี่ยถาม
เสี่ยวส้วยเอ๋อแค่นเสียงเย้ยหยันก่อนพยักหน้าพลางสบถ “ไร้ยางอาย! พวกเขาต้องการตัวข้า คงคิดว่าข้าและแม่ของข้าจะยอมให้รังแกง่าย ๆ สินะ”
“ถ้าอย่างนั้นให้ต้าหวงอยู่กับเจ้าสักสองสามวัน” หยุนเชวี่ยเกาศีรษะอย่างจนปัญญา “ครอบครัวของเจ้ารับมือได้ยากและไร้เหตุผลสิ้นดี”
เสี่ยวส้วยเอ๋อกลอกตาด้วยความรังเกียจ “ใครเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขา ข้าไม่ได้ใช้แซ่เผยมานานแล้ว ข้าจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในครอบครัวนั้น”
“ต้องชื่นชมเจ้าที่ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเผยนานแล้ว” หยุนเชวี่ยกล่าว “มิฉะนั้นพวกเขาต้องรังแกเจ้าจนตายเป็นแน่” ในอดีตนางเคยคิดว่าไม่มีผู้ใดเลวร้ายเช่นแม่เฒ่าจูและหยุนชิ่วเอ๋ออีกแล้ว ทว่ายามนี้มีตระกูลใดบ้างที่มีจิตใจเมตตา?
ขณะนี้อุบัติเหตุในตระกูลเผยเกิดขึ้นได้สามวัน อ้างอิงจากอุปนิสัยของแม่สามีและลูกสะใภ้แล้ว หากเสี่ยวส้วยเอ๋อยังไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับเผยเล่าอู่ พวกนางคงจะโยนหนี้นอกระบบและคนพิการให้เด็กสาวรับผิดชอบแน่นอน
แม่นางเฝิงเกลี้ยกล่อมเสี่ยวส้วยเอ๋อไม่สำเร็จ ฮูหยินเฒ่าตระกูลเผยจึงไม่สบอารมณ์อย่างมาก เช้าตรู่วันถัดมา เมื่อแม่นางลวี่ยกสำรับอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ หญิงชราก็เผยสีหน้ามืดมนพร้อมพึมพำว่า “ข้าจะกินลงได้อย่างไร ปล่อยหญิงแก่ไร้ประโยชน์เช่นข้าหิวตายไปเถิด”
“ท่านแม่ กินให้มากกว่านี้หน่อยสิเจ้าคะ” แม่นางลวี่ผลักชามโจ๊กไปข้างหน้าฮูหยินเฒ่า
“ข้าพึ่งพาพวกเจ้าสองคนไม่ได้สินะ” ฮูหยินเฒ่าจ้องมองแม่นางลวี่ก่อนเบือนหน้าหนี “ข้าบอกให้ไปยืมเงินจากพี่น้องของเจ้าเพื่อใช้ช่วยเหลือครอบครัว แต่ก็ไม่ได้กลับมาแม้แต่แดงเดียว”
“…” แม่นางลวี่วางตะเกียบที่เพิ่งหยิบขึ้นมาลงอย่างช้า ๆ ขณะนี้ฮูหยินเฒ่าไม่สบอารมณ์จึงไม่มีผู้ใดกล้ารับประทานอาหารก่อน หากผู้ใดกินเข้าไปจะต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อนาง เช่นนั้นแม่นางลวี่จึงไม่อยากลูบคมหญิงชรา
“ท่านย่า ข้าหิว” ต้าเผยกล่าวพลางยื่นมือออกไปหยิบขนมวอโถว
“ต้าเป่าผู้น่าสงสารของย่า ย่าทำให้เจ้าลำบากแล้ว…” ฮูหยินเฒ่าตระกูลเผยยื่นมือทั้งสองออกไปโอบกอดหลานชายไว้ในอ้อมแขนและคร่ำครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ชีวิตช่างขมขื่นเหลือเกิน… ข้าควรทำอย่างไรดี…”
ต้าเป่าใช้มือข้างหนึ่งถือขนมวอโถวแล้วเบ้ปาก “ท่านย่า ข้าอยากกินเนื้อ”
“ไหนเลยจะมีเนื้อ ต่อไปนี้บ้านเราไม่มีแม้แต่ข้าวให้กินแล้ว…” ฮูหยินเฒ่าปาดน้ำตาตรงหางตา “ต้าเป่าผู้น่าสงสารของย่ากำลังอยู่ในวัยเติบโต อายุก็ยังน้อย แต่กลับต้องเผชิญกับช่วงเวลายากลำบากนี้…”
สองวันที่ผ่านมา เรือนตระกูลเผยล้วนตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวาย บิดานอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ส่วนมารดามีสีหน้ามืดมนทั้งวัน ในใจของต้าเป่าจึงหวั่นกลัวว่าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เขาเอียงศีรษะพลางอ้าปากร้องโอดครวญ “ท่านย่า… ท่านย่า… ข้าอยากกินเนื้อ… ข้าอยากกินเนื้อ…”
“กินเนื้อรึ พ่อของเจ้ามีสภาพเป็นเช่นนี้ แต่เจ้ายังคิดแต่จะกินเนื้อ! ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย!” แม่นางเฝิงดึงตัวลูกชายให้นั่งบนเก้าอี้พลางวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง
“เมียเล่าอู่ เจ้าจะทำอะไร!” ฮูหยินเฒ่ารู้สึกไม่พอใจทันที นางจึงลุกยืนขึ้นและใช้มือเท้าเอว “เขาอายุเพียงไม่กี่ขวบยังไม่รู้ความ ไม่ใช่ว่าคนเป็นแม่เช่นเจ้ามีหน้าที่สั่งสอนหรอกหรือ? แต่เจ้ากลับระบายความโกรธลงที่เขา!”
“ท่านแม่…”
“ท่านแม่ ข้ามีเรื่องจะบอกท่าน” เผยเล่าซื่อวางมือทั้งสองข้างลงบนหัวเข่าพลางเผยท่าทีระมัดระวังเล็กน้อย คืนที่ผ่านมาเขาไม่สามารถข่มตาหลับทั้งคืน หลังจากพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนแล้ว ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเป็นนายของตนเอง
“อะไร?” ฮูหยินเฒ่ามัวแต่ปลอบโยนหลานชาย
เผยเล่าซื่อกลืนน้ำลายลงคอ “ท่านแม่ ข้า… เมื่อวานข้าหารือกับเหลียนตี้เอ๋อว่าพวกเราสองคนอยากไปอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดของนางและติดตามพี่น้องทั้งสองคนของนางไปค้าขาย…”
ฮูหยินเฒ่าประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
แม่นางลวี่รีบกล่าวเสริม “ท่านแม่ ตอนนี้บ้านของเราเป็นเช่นนี้… เกรงว่าจะมีเงินเลี้ยงปากท้องไม่มากพอ ข้าครุ่นคิดเรื่องนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว อีกทั้งเล่าซื่ออยากทำงานหาเงิน… หากเราหาเงินได้มากกว่าหนึ่งคน…”
“อะไรนะ? พวกท่านทั้งสองคนจะแยกครอบครัว!” ยังไม่ทันที่ฮูหยินเฒ่าจะเอ่ยปาก แม่นางเฝิงก็เบิกตาโพลงพลางอุทานออกมาเสียก่อน “เล่าอู่เป็นน้องชายของท่าน ตอนนี้เขากลายเป็นภาระ ท่านจึงไม่สนใจเขาหรือ?”
“ไม่ใช่แยกครอบครัว ไม่ใช่แยกครอบครัว” แม่นางลวี่รีบโบกมือปฏิเสธและอธิบาย “พวกเราสองคนไม่ขอแบ่งที่ดินของตระกูล แต่จะมอบที่ดินสี่ไร่นั้นไว้เพื่อเป็นเงินรักษาเล่าอู่… หากข้าและเล่าซื่อไม่ย้ายออกไป เกรงว่าที่ดินเพียงสามไร่คงไม่เพียงพอที่จะแลกอาหารสำหรับคนทั้งครอบครัว…”
“ท่านทั้งสองจะทิ้งท่านแม่และเล่าอู่ไปง่าย ๆ เช่นนี้หรือ แล้วใครจะเป็นคนทำนา?” แม่นางเฝิงมองแม่นางลวี่และเผยเล่าซื่อสลับกันไปมาด้วยสายตาหวาดระแวง ขณะยังพยายามหาคำตอบว่าทั้งสองคนวางแผนอะไรไว้กันแน่
“ที่ดินเพียงสามไร่ หากเจ้าขยันให้มากกว่านี้และไหว้วานต้าเปาช่วยงานเล็กน้อย มันคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร…”
แม่นางลวี่ยังไม่ทันพูดจบ แม่นางเฝิงก็กล่าวตัดบทอย่างไม่สบอารมณ์ “ท่านพูดออกมาได้อย่างง่ายดาย สตรีตัวคนเดียวเช่นข้าต้องดูแลบุรุษที่นอนติดเตียง และยังต้องทำนาอีก ท่านคิดว่าข้าเป็นสัตว์หรือ?”
“นั่นมิใช่เป็นเพราะครอบครัวเรากำลังพบเจอสถานการณ์ยากลำบากหรอกหรือ มันจะเป็นเรื่องยาก…”
“ถูกต้อง มันเป็นเรื่องยาก” แม่นางเฝิงกลอกตาด้วยความโมโห “ครั้นครอบครัวของเราประสบปัญหา พวกท่านทั้งสองคนก็สะบัดก้นหนีไปทันที ท่านเป็นพี่น้องกับเขาแท้ ๆ แต่กลับไม่สนใจสายใยสัมพันธ์…”