ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 418 เริ่มรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนที่ 418 เริ่มรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนที่ 418 เริ่มรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ
แม่นางเฝิงถอนต้นกล้าในนาอย่างเอาเป็นเอาตายจนเหนื่อยแทบขาดใจ ทว่าตระกูลหยุนกลับไม่สนใจ ขณะเดียวกันชาวบ้านจำนวนไม่น้อยต่างมุงดูด้วยความเวทนา
เหล่าชาวบ้านในชนบททำไร่นามาหลายชั่วอายุคน พวกเขาไม่สามารถทนเห็นต้นกล้าเหล่านั้นถูกเหยียบย่ำโดยเปล่าประโยชน์ได้ ผู้เฒ่าบางคนกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าตระกูลเผยทำบาปหนักจึงถูกสวรรค์ลงโทษ
ขณะที่บางคนไม่ให้อภัย เนื่องจากสาเหตุที่เผยเล่าอู่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เป็นเพราะกรรมตามสนอง
ข่าวโคมลอยเหล่านี้แพร่สะพัดไปถึงหูของฮูหยินเฒ่าตระกูลเผย หญิงชราจึงบันดาลโทสะด่าทอแม่นางเฝิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านางเป็นผู้หญิงกินผัว ตัวซวย ทั้งยังสาปแช่งด้วยถ้อยคำหยาบคาย
แม่นางเฝิงตกเป็นเป้าสายตาของชาวบ้าน นางมักก้มหน้างุดทุกครั้งที่เดินเตร่อยู่ในหมู่บ้าน อีกทั้งไม่ก่อเรื่องวุ่นวายและใส่ร้ายตระกูลหยุนลับหลัง นอกจากทำไร่นาแล้ว แม่นางเฝิงก็ไม่ก้าวเท้าออกประตูเรือนแม้แต่ก้าวเดียว
เมื่อเหมืองเกลือบนภูเขาถูกขุดแล้ว กิจการร้านอาหารของหยุนเชวี่ยก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ ชาวบ้านที่ทำงานบนภูเขาจะหาเงินได้ไม่มากนัก ดังนั้นพวกเขามักเกาะกลุ่มกันประมาณสามถึงห้าคนลงมารับประทานอาหารที่ร้าน แม้จะไม่ได้สั่งอาหารจำนวนมาก แต่กลับแวะเวียนเข้าร้านอาหารอย่างไม่ขาดสาย เมื่อถึงเวลาสิ้นเดือน หยุนเชวี่ยก็จะคำนวณบัญชีร้านอาหารขนาดเล็กแห่งนี้ ซึ่งเพียงแค่เดือนแรกครอบครัวของนางก็มีกำไรสุทธิถึงสิบห้าตำลึง
“ไยจึงมากเช่นนี้? คำนวณผิดหรือไม่?” แม่นางเหลียนพลิกหน้ากระดาษของสมุดบัญชีไปมาด้วยความประหลาดใจ
วิธีคำนวณบัญชีของหยุนเชวี่ยนั้นง่ายดายและแม่นยำ นางใช้ตัวเลขอารบิกและเครื่องหมายบวกลบในการคำนวณ เพราะมันสามารถจดจำได้ง่ายกว่า แม่นางเหลียนเป็นคนมีไหวพริบจึงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ฉะนั้นสมุดบัญชีจึงถูกจัดทำอย่างมีระเบียบและชัดเจน
“ไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ มันคือจำนวนเงินที่เราได้” หยุนเชวี่ยกางสมุดบัญชีไว้ตรงหน้ามารดา “หากไม่เชื่อ ท่านแม่ก็ลองคำนวณดูอีกที ส่วนข้าจะนับเงิน” นางยกกล่องเงินอันหนักอึ้งออกมาจากลิ้นชักข้างเตียง
กล่องใบนี้ถูกทำขึ้นใหม่โดยหยุนลี่เต๋อ เมื่อดึงลิ้นชักออกมาจะเผยให้เห็นช่องใส่เงินหลายช่องอยู่ข้างใน ช่องใหญ่ใส่เหรียญขนาดใหญ่ ช่องเล็กใส่เหรียญขนาดเล็ก และด้านล่างยังมีลิ้นชักอันเล็กใส่ธนบัตรอีกด้วย
แม่นางเหลียนตรวจทานสมุดบัญชีอย่างละเอียดพร้อมดีดลูกคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยท่าทีเงอะงะ ขณะที่ริมฝีปากท่องขมุบขมิบ “สองบน สองลง ห้าเป็นสาม หกเป็นสี่กลายเป็นหนึ่ง…”
หยุนเชวี่ยเทกล่องเงินที่บรรจุเหรียญทองแดงไว้เต็มกล่อง จากนั้นแบ่งออกเป็นกองแล้วนับทีละกอง เหรียญทองแดงบวกกับเงินเศษเล็กเศษน้อย รวมเป็นหกสิบเจ็ดตำลึง หากลบเงินต้นสองตำลึงแล้วจะตรงกับจำนวนเงินในสมุดบัญชีพอดี
ยิ่งคิด แม่นางเหลียนก็ยิ่งมีความสุข นางฉีกยิ้มจนตาหยีเผยให้เห็นรอยตีนกา “ถูกต้องแล้ว เราหาเงินได้จำนวนเท่านั้นจริง ๆ! ได้กำไรมากกว่าทำนาเลี้ยงสัตว์เสียอีก นี่เพิ่งจะเดือนเดียวเท่านั้น…”
“ท่านแม่ ท่านดีใจหรือไม่?” หยุนเชวี่ยกอดกล่องใส่เงินพลางกะพริบตาปริบ ๆ พร้อมทำท่าทีราวกับเศรษฐีน้อย “นี่แค่เพียงเดือนเดียว ต่อไปกิจการของเราต้องรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่านี้แน่นอน”
“ดีใจมาก เปิดร้านเพียงหนึ่งเดือน เราก็ได้กำไรถึงสิบห้าตำลึงแล้วจะไม่ให้แม่ดีใจได้อย่างไร!” แม่นางเหลียนลูบสมุดบัญชี “หากได้กำไรเดือนละสิบหน้าตำลึง หนึ่งปีจะได้เงินหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึง หนึ่งร้อยแปดสิบตำลึง…” สิ้นคำ นางก็มีท่าทีราวกับนึกอะไรขึ้นได้ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย “เชวี่ยเอ๋อ เจ้าบอกว่าเหมืองเกลือบนภูเขาสามารถขุดได้หนึ่งปีมิใช่หรือ ถ้าขุดเสร็จแล้ว พวกเราคงต้องปิดร้านลงใช่หรือไม่?”
“เกลือบนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านของเรามีมากมาย พวกเขาคงต้องใช้เวลาขุดอีกหลายปี” หยุนเชวี่ยเท้าคาง “และอีกอย่างต่อไปนี้พวกเรายังคงต้องขยายร้านอาหารไปในเมืองและเมืองหลวง เพราะถ้าเราเปิดร้านขนาดใหญ่จะหาเงินได้มากกว่า”
“ดี ดี ดี เราจะหาเงินได้เยอะ ๆ ลูกสาวของข้ามีความสามารถกว่าผู้ใด” หากเป็นในอดีต แม่นางเหลียนคงเอาแต่หัวเราะและฝันเฟื่องถึงความร่ำรวย แต่ยามนี้นางมองบุตรสาวของตนพลางคิดในใจว่าเหตุใดตนและคนหยาบกระด้างเช่นหยุนลี่เต๋อถึงได้ให้กำเนิดหญิงสาวอัจฉริยะผู้นี้ได้?
หยุนลี่เต๋อมีข่าวดีอยากจะบอกทุกคนเช่นกัน เขาขับเกวียนไปส่งเสบียงยังหมู่บ้านใหม่และพบว่ากระต่ายที่เลี้ยงเอาไว้ออกลูกหลายตัวแล้ว ตอนนี้กระต่ายที่เลี้ยงไว้จึงมีทั้งหมดสิบห้าตัว ซึ่งมีกระต่ายตัวเมียสิบกว่าตัว และคาดว่าภายในอีกสองเดือน แม่กระต่ายจะคลอดลูกกระต่ายน้อยอีกหลายสิบตัว นอกจากนี้ปลาตัวน้อยที่เลี้ยงไว้ในบ่อก็เริ่มเติบโตจนมีขนาดเท่านิ้วโป้งแล้ว ส่วนหมูห้าสิบตัวที่เลี้ยงไว้ในคอกที่ปรับปรุงใหม่ก็เจริญวัยได้อย่างดี มูลหมูจะถูกลำเลียงออกจากร่องระบายน้ำและถูกนำไปหมักเพื่อใช้เป็นปุ๋ย อีกทั้งพืชผลที่ได้ก็อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก
“ได้ยินท่านพูดเช่นนี้ ข้าก็อยากเห็นกับตาแล้ว” แม่นางเหลียนหัวเราะคิกคัก
“เจ้าอยากไปหรือ? ทั้งที่เดินทางยากลำบาก?” หยุนลี่เต๋อกล่าว “พรุ่งนี้ข้าจะขับเกวียนพาเจ้าและเชวี่ยเอ๋อไปซื้อเมล็ดผักในเมืองก่อน จากนั้นแม่ของชีจินและคนอื่นจะนำมันไปปลูกในหลายแปลง อีกอย่างเรือนทั้งสองหลังก็เก็บกวาดเรียบร้อยหมดแล้ว ถ้าพวกเจ้าทั้งสองชอบมัน ก็พักอยู่ที่นั่นสักสามถึงห้าวันเถิด”
“ไปพักที่นั่นดีหรือไม่?” แม่นางเหลียนกะพริบตาพลางครุ่นคิดก่อนเผยท่าทีลังเล “แล้วที่นี่เล่า?”
“โอ้ ท่านไปพักผ่อนเถิด ที่นี่มีข้าและเสี่ยวส้วยเอ๋อคอยดูแลอยู่ อย่ากังวลไปเลย!” แม่นางหลี่ที่กำลังล้างผักตะโกนมาจากข้างนอก หลังจากทำงานที่ร้านอาหารของตระกูลหยุนครบหนึ่งเดือน นางก็มีสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น แม่นางหลี่เคยมีรูปร่างซูบผอม ผิวเหลือง ทว่าตอนนี้แตกต่างราวกับเป็นคนละคน อีกทั้งน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังเต็มไปด้วยพลัง
หยุนเชวี่ยอดใจรอไม่ไหว “ท่านแม่ ข้าจะไปเก็บเสื้อผ้าก่อน พวกเราไปพักที่นั่นสักสองวันนะเจ้าคะ ส่วนพรุ่งนี้เข้าไปในเมืองเพื่อไปดูร้านของพี่สาว ถ้านางว่าง เราก็ชวนนางไปพักผ่อนด้วยกัน”
“ดูลูกสาวของท่านสิ” ดวงตาของแม่นางเหลียนหยีโค้ง “พี่สาวของเจ้าแต่งงานแล้ว ไหนเลยจะเหมือนเจ้า คิดจะไปที่ใดก็ไป เจ้าจะให้นางทิ้งพี่เขยของเจ้าอยู่ที่บ้านตามลำพังหรือ?”
“พี่ต้าหวังไม่ใช่เด็กอมมือนะเจ้าคะ” หยุนเชวี่ยกอดกล่องเงินก่อนเก็บลงในลิ้นชักข้างเตียงอีกครั้ง “ข้าจะไปเก็บเสื้อผ้าแล้ว… จริงสิ พรุ่งนี้เราแวะเยี่ยมเสี่ยวอู่ที่โรงเรียนประจำแล้วพาเขาไปด้วยดีหรือไม่”
แม้แม่นางเหลียนจะบ่นว่าตนเป็นห่วงเรือน ทว่ากลับตระเตรียมตะกร้าใส่ไข่และรองเท้าพื้นนิ่มสองคู่ให้กับหยุนเยี่ยนกับต้าหวังอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้นางยังนำเนื้อที่หมักไว้ ไก่ ลูกชิ้นทอด รวมไปถึงลูกชิ้นดิบใส่ลงไปในเกวียนล่อด้วย
หยุนลี่เต๋อมองใบหน้าของภรรยาพร้อมฉีกยิ้มกว้าง “เจ้าคิดว่าลูกเขยของเรามีกี่ปาก? นำของไปฝากมากมายเช่นนี้ เขาจะกินหมดเมื่อไร? หากใครไม่รู้จะคิดว่าเยี่ยนเอ๋อของเราแต่งงานไปอยู่สุดขอบโลกกระมัง”
แม่นางเหลียนเตรียมของไปพลาง ถลึงตาใส่สามีไปพลาง “ข้ามิใช่พ่อที่แข็งกระด้างเช่นท่าน ไยข้าจะนำของไปฝากลูกสาวในไส้ของข้าไม่ได้ ท่านคิดว่าการที่เยี่ยนเอ๋อแต่งงานออกเรือน เปรียบเสมือนสาดน้ำออกจากบ้านจริงหรือ?”
“ข้ามิได้หมายความว่าอย่างนั้น…” หยุนลี่เต๋อหัวเราะแห้ง “ข้าเกรงว่าเจ้าจะนำของไปฝากลูกมาเกินไป แล้วพวกเขาจะกินไม่หมด หยุนเยี่ยนของเราเป็นคนมัธยัสถ์ ของเน่าเสียยังไม่กล้าทิ้ง สุขภาพของนางจะเสียเอาได้”
“ท่านจะรู้อะไร” แม่นางเหลียนกล่าว “แม้อาหารทอดถุงนี้จะทิ้งไว้นานไม่ได้ แต่อาหารสดอย่างอื่นสามารถทิ้งไว้นาน ๆ ได้ หากหิวเมื่อไรก็แค่เอาทอดในกระทะ ปกติแล้วพวกเขาทั้งสองยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง การกินอาหารเช่นนี้จึงประหยัดเวลามาก…”
“ใช่ ใช่ ใช่ เจ้าพูดถูก แม่ของเจ้าคิดรอบคอบเสียจริง” หยุนลี่เต๋อพยักหน้าเห็นด้วยกับภรรยาอย่างร่าเริง “เจ้าต้องการอะไรอีก ประเดี๋ยวข้าจะเอามาให้”
“ช้าก่อน…” ไม่มีผู้ใดรู้ว่าแม่นางเหลียนกำลังคิดอะไรอยู่ นางวางข้าวของในมือลงพลางหันไปหยิบตะกร้าอาหารใบใหญ่ที่อยู่บนเกวียน