ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 419 เจ้าจะรู้อะไร
ตอนที่ 419 เจ้าจะรู้อะไร
ตอนที่ 419 เจ้าจะรู้อะไร
“อะไรหรือ? ไยถึงเอามันออกมาอีก?” หยุนลี่เต๋อถาม
“ท่านพูดถูก หากนำอาหารไปมากเกินไป พวกนางสองคนคงกินไม่หมด” แม่นางเหลียนกล่าว
หยุนลี่เต๋องุนงง “มิใช่ว่าเจ้าจะเอาไปให้นางหรอกหรือ?”
แม่นางเหลียน “ท่านจะรู้อะไร”
หยุนลี่เต๋อ ‘เหตุใดข้าถึงไม่เข้าใจ?’
เมื่อเห็นสีหน้าฉงนของสามี แม่นางเหลียนจึงส่งสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งให้เขา
หยุนลี่เต๋อ “…”
“เหตุใดท่านถึงซื่อบื้อนัก!” แม่นางเหลียนอดไม่ได้ที่จะหยิกท่อนแขนกำยำของสามี นางเขย่งปลายเท้าขึ้นกระซิบข้างหูของเขาสองประโยคก่อนยิ้มมุมปาก
หยุนลี่เต๋อได้ยินดังนั้นก็หันมองแม่นางเหลียนด้วยใบหน้าดำคล้ำ คิ้วขมวดเป็นปม
“พ่อของเจ้าก็คือพ่อของเจ้า ไม่ใส่ใจสักนิด” แม่นางเหลียนหยิกเขาอีกครั้ง
ชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย เขาหัวเราะ ‘หึ หึ’ สองครั้งก่อนกล่าวว่า “เรื่องนี้… เรื่องนี้ไยข้าจะไม่กังวล ข้าไม่ได้มีประสบการณ์มากมาย… แล้วข้าจะจับแม่ไก่สองตัวให้เยี่ยนเอ๋อได้อย่างไร”
หยุนเชวี่ยเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางนั่งพิงหน้าต่างและมองดูบิดามารดาหยอกเย้ากันอย่างเงียบ ๆ หลังจากได้ยินหยุนลี่เต๋อกล่าวว่าจะจับแม่ไก่ นางจึงลืมตาขึ้นพร้อมกล่าวคำเบา “ท่านแม่ ท่านแม่…”
เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาว แม่นางเหลียนจึงกล่าวออก “เจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่?”
“ท่านแม่…” หยุนเชวี่ยกะพริบตาก่อนถามหยั่งเชิง “พี่สาวของข้าดีใจหรือไม่?”
แม่นางเหลียนตะลึงงัน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เจ้าได้ยินมาจากที่ใด? เด็กคนนี้นี่ เจ้ามีความคิดอะไรได้ทุกวัน?”
“มิใช่ว่านางมีความสุขหรอกหรือ?” หยุนเชวี่ยไม่เชื่อ “เช่นนั้น ท่านพ่อจะจับไก่ไปเพื่ออะไรหรือเจ้าคะ?”
“สู่รู้นัก” แม่นางเหลียนฉีกยิ้มพลางใช้นิ้วจิ้มศีรษะของนาง “ฝั่งพี่สาวของเจ้ายังไม่มีความเคลื่อนไหวใด อย่าพูดจาเหลวไหล ข้าเพียงกลัวว่า… ถ้ากินไก่แล้วยังไม่แข็งแรงอีก เราคงละเลยเรื่องสุขภาพของนางไม่ได้แล้ว…”
สืออีเดินหิ้วถังอาหารหมูออกมาจากคอกหมู เขาเห็นแม่นางเหลียนหิ้วเนื้อด้วยมือซ้ายและหิ้วไก่สองตัวด้วยมือขวาจึงถามว่า “ท่านอา ท่านจะไปที่ใดหรือ?”
“ข้าจะไปเยี่ยมเยี่ยนเอ๋อในเมืองแล้วก็จะพาเชวี่ยเอ๋อไปพักที่หมู่บ้านใหม่อีกสองวันน่ะ” แม่นางเหลียนตอบ “หลายวันนี้คงต้องเพิ่งพาเจ้ามากกว่าเดิม หากงานที่ร้านอาหารไม่ยุ่งมากก็ฝากเจ้าดูแลหน่อย”
“ขอรับ…” สืออีพยักหน้าก่อนปรายตามองหยุนเชวี่ยแวบหนึ่ง ในขณะที่หยุนเชวี่ยแลบลิ้นให้เขา
“ข้าไปอย่างมากก็สามถึงห้าวัน” เมื่อเห็นท่าทางอาวรณ์ของสืออี แม่นางเหลียนก็เม้มริมฝีปากเพื่อปากกลั้นหัวเราะ
เช้าตรู่ของวันถัดมา ก่อนฟ้าสาง แม่นางเหลียนก็ปลุกหยุนเชวี่ยให้ลุกออกจากผ้าห่มพลางเร่งเร้าให้นางรีบรับประทานอาหารเช้า จากนั้นทั้งสองก็เดินทางเข้าไปในเมือง หยุนเชวี่ยยัดไข่ต้มใส่ปากพลางหาวหวอด “เช้าขนาดนี้พี่สาวของข้ายังไม่ตื่นเลยเจ้าค่ะ”
“พี่สาวขี้เกียจเหมือนเจ้าหรือ?” แม่นางเหลียนใช้หวีไม้ท้อหวีผมของบุตรสาว นางฉวยโอกาสตอนที่หยุนเชวี่ยกำลังกินข้าวหวีผมก่อนมวยผมสองข้างแล้วปักด้วยปิ่นอันเล็กหนึ่งอัน ซึ่งปลายปิ่นมีกระดิ่งเงินอันเล็กห้อยระย้าลงมา สวยงามยิ่งนัก
“ข้าไม่ได้ขี้เกียจเสียหน่อย” หยุนเชวี่ยส่ายศีรษะไปมา ทำให้กระดิ่งเงินอันเล็กบนมวยผมส่งเสียงไพเราะ “ข้าเรียกมันว่าเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วีรบุรุษในตำนานก็เป็นเช่นนี้”
“เอาเถอะ อย่ามัวชักช้าเลย” แม่นางเหลียนตบบ่านางด้วยความเอ็นดู “เช้าตรู่อากาศหนาว เจ้าใส่เสื้อหนา ๆ หน่อยจะได้ไม่เป็นไข้หวัด”
ก่อนดวงตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า หยุนลี่เต๋อก็ขับเกวียนล่อพาสองแม่ลูกเดินทางเข้าไปในเมือง ขณะที่สืออียืนอยู่ที่ประตูร้านอาหารอย่างน่าสงสาร ต้าหวงนอนหมอบพลางกระดิกหางอยู่ข้างหน้าของเขา หนึ่งคนและหนึ่งสุนัขมองไปยังทางเข้าหมู่บ้านตาละห้อย
“พอเถอะ นางลับตาไปแล้ว” เสี่ยวส้วยเอ๋อชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว จากนั้นมองตามสายตาของสืออีไปยังที่ไกล ๆ “มิใช่ว่าพี่เชวี่ยเอ๋อจะไม่กลับมา อย่าอาวรณ์ไปเลย”
“เจ้า… ดูออกหรือ?” สืออีเลิกคิ้วเล็กน้อย
เสี่ยวส้วยเอ๋อเบ้ปาก “ข้าไม่ได้ตาบอด”
สืออีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นลุงรองหยุนกับอาสะใภ้ก็มองออกเหมือนกันหรือ?”
“ข้ารู้หมดทุกอย่าง เจ้าจะว่าอย่างไร?” เสี่ยวส้วยเอ๋อกลอกตาขึ้นสู่ท้องฟ้า “สายตาที่เจ้ามองพี่เชวี่ยเอ๋อ จิ๊… มีอะไรชัดเจนกว่านี้หรือไม่? ข้ามองจนหน้าแดงไปหมด”
“จริงหรือ…” สืออีเผยรอยยิ้มบาง ๆ โดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
ดวงตาของเสี่ยวส้วยเอ๋อเปล่งประกาย เมื่อเห็นว่าสืออีเดินถือมีดพร้าเดินไปทางภูเขา นางก็นั่งยอง ๆ ข้างเตาไฟก่อนกระซิบข้างหูแม่นางหลี่ “ท่านแม่ ท่านดูออกหรือไม่ว่าสืออีชอบพี่เชวี่ยเอ๋อ”
แม่นางหลี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการปั้นซาลาเปาได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่า “เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าชอบหรือไม่ชอบคืออะไร?”
“ไยข้าจะไม่รู้” ใบหน้าของเสี่ยวส้วยเอ๋อแดงระเรื่อ “เขามองพี่เชวี่ยเอ๋อด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป”
แม่นางหลี่รู้สึกขบขัน “สายตาอะไร?”
“อย่างไรสายตาก็แตกต่างจากตอนที่มองคนอื่นอยู่ดี” เสี่ยวส้วยเอ๋อเท้าคางพลางถอนหายใจด้วยความกังวล
“เจ้ากังวลเรื่องอะไร?”
“เฮ้อ ข้านึกว่าพี่เชวี่ยเอ๋อและพี่เหออวี้จะคู่กัน แต่กลับมีสืออีโผล่มาอีกคน พี่เชวี่ยเอ๋อจะเลือกใครกันแน่?” เสี่ยวส้วยเอ๋อรู้สึกลำบากใจเมื่อครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
แม่นางหลี่หัวเราะคิกคัก “เจ้าทำอะไร? ไฟเริ่มอ่อนลงแล้ว รีบเติมฟืนแล้วเป่าให้ไฟแรงกว่านี้อีกหน่อย”
เสี่ยวส้วยเอ๋อเติมฟืนแห้งเข้าไปในเตาอีกสองท่อนอย่างใจลอย นางพัดช่องไฟของเตาแล้วกล่าวว่า “ข้ายังคงคิดว่าพี่เหออวี้เป็นตัวเลือกที่ดี ท่านลุงเหอและคนในครอบครัวก็มีความโอบอ้อมอารี”
“…” แม่นางหลี่พูดไม่ออก
“อันที่จริงสืออีก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว มีพละกำลังมากมาย ทำงานได้ทุกอย่างโดยไม่เกี่ยง หน้าตาก็หล่อเหลา…” หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็พึมพำกับตนเอง
แม่นางหลี่ส่ายศีรษะพลางมองบุตรสาวที่กำลังบ่นอุบขณะที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม จู่ ๆ นางพลันนึกได้ว่าบุตรสาวของตนเติบใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่คนเป็นแม่เช่นนางจำต้องเก็บออมเงินเพื่อเป็นสินเดิมแก่เสี่ยวส้วยเอ๋อ เนื่องจากอีกไม่กี่ปีบุตรสาวคงจะหาสามีที่ดีได้แน่
เมืองอันผิง
ร้านขายเนื้อของสองสามีภรรยาเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ ต้าหวังสงสารภรรยาจับใจ เพราะนางต้องทำงานหนักอยู่เพียงผู้เดียว หยุนเยี่ยนมีหน้าที่เก็บเงิน คำนวณบัญชี ทั้งยังต้องทำอาหารอีกด้วย
ขณะนี้ยังเป็นเวลาเช้าตรู่ ฉะนั้นผู้คนบนถนนจึงไม่พลุกพล่านนัก ต้าหวังที่กำลังลับมีดอยู่ข้างนอกร้านได้ยินเสียงล้อเกวียนเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นพ่อตาแม่ยายของตน เขาจึงวางงานในมือลงทันที
“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”
“ต้าหวัง เจ้าเปิดร้านเร็วยิ่งนัก!” ก่อนที่เกวียนล่อจะหยุดนิ่ง แม่นางเหลียนก็กระโดดลงมาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้านับดูแล้วว่าในถนนเส้นนี้ ร้านของเจ้าคือร้านที่เปิดเร็วที่สุด”
“ฮ่าฮ่า เตรียมตัวให้พร้อมจะได้ไม่บกพร่องขอรับ” ต้าหวังมีคิ้วกระบี่และดวงตากลมโต เขาฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวซี่ใหญ่ ต้าหวังรีบปรี่เข้าไปรับตะกร้าไข่ในมือของแม่นางเหลียนก่อนตะโกนเข้าไปในร้าน “เยี่ยนเอ๋อ ท่านพ่อ ท่านแม่ และเชวี่ยเอ๋อมาเยี่ยม!”
“ท่านพ่อ ท่านแม่…” หยุนเยี่ยนวิ่งออกมาจากร้านอย่างมีความสุข “เช้าตรู่เช่นนี้ พวกท่านมาได้อย่างไร เหตุใดถึงต้องเอาของเหล่านี้มาด้วยเล่า…”
“พี่สาว…” หยุนเชวี่ยกอดเอวหยุนเยี่ยนอย่างสนิทสนมพลางออดอ้อน “เมื่อบอกว่าจะมาเยี่ยมพี่สาว ท่านแม่ก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทั้งยังปลุกข้าตั้งแต่ยังไม่ทันรุ่งสาง อาหารและเสื้อผ้าบนเกวียนล้วนถูกจัดเตรียมให้พี่สาวโดยเฉพาะ ข้าคิดถึงท่าน ฮือฮือฮือ…”