ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 420 เปิดร้านขายพะโล้
ตอนที่ 420 เปิดร้านขายพะโล้
ตอนที่ 420 เปิดร้านขายพะโล้
หลังจากต้าหวังและหยุนเยี่ยนแต่งงานกัน ทั้งสองก็เช่าร้านขนาดในเล็กในเมืองเพื่อค้าขายเนื้อ แม้ร้านจะไม่กว้างขวางมากนัก ทว่าภายในกลับถูกตกแต่งอย่างเป็นระเบียบ ส่วนด้านหลังร้านมีลานและเรือนขนาดเล็กซึ่งเป็นที่พักพิงของคู่รักตั้งอยู่
“นี่คือลูกชิ้นทอด นี่คือเนื้อสด นี่คืออาหารมังสวิรัติ และนี่คือเนื้อที่แม่หมักไว้แล้ว เมื่อหิวเจ้าก็เอามันลงทอดในน้ำมันร้อนและจิ้มกับเครื่องปรุงรสอร่อยยิ่งนัก ส่วนไก่สองตัวนี้ แม่จะฆ่าและหมักให้เจ้าในภายหลัง” แม่นางเหลียนหยิบอาหารที่เตรียมให้บุตรสาวออกมาพร้อมกำชับ
“ท่านแม่ ท่านรีบไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งทำงานเลย” มุมหนึ่งของลานเรือนมีเพิงหลังเล็กตั้งอยู่ ซึ่งหยุนเยี่ยนเก็บของมีคมทั้งหมดไว้ในนั้น ถัดจากเพิงมีเตาดิน และข้างบนเตาก็มีหม้อใส่โจ๊กลูกเดือยที่กำลังเดือดปุด ๆ
“แม่นั่งงีบมาตลอดทาง ไม่เหนื่อยเลย” แม่นางเหลียนปัดฝุ่นออกจากมือ “เจ้ายังไม่ได้กินข้าวหรือ? ประเดี๋ยวแม่จะต้มไข่สองฟองให้เจ้ากิน ต่อไปนี้ให้เจ้าต้องกินไข่ในตะกร้าใบใหญ่วันละสองฟอง เพราะมันดีต่อสุขภาพของเจ้า”
“ท่านแม่…” หยุนเยี่ยนเม้มริมฝีปากด้วยความเก้อเขิน จากนั้นดันหลังมารดาให้เข้าไปในเรือน “ท่านแม่ปล่อยวางเถิด โจ๊กใกล้สุกได้ที่แล้ว ท่านแม่ ท่านพ่อและเชวี่ยเอ๋อกินโจ๊กร้อน ๆ อีกสักหน่อยดีหรือไม่?”
“พวกเรากินข้าวอิ่มแล้ว เจ้ารีบยกมันไปให้ต้าหวังเถิด” แม่นางเหลียนหยิบหัวไชเท้าดองออกมาจากไหใบใหญ่ “ผักดองปีที่แล้วยังคงกรอบอร่อย เจ้าสามารถทำกินเป็นเครื่องเคียงได้”
แม้ว่าร้านขายเนื้อของสามีภรรยาคู่นี้จะไม่ได้ขายดีที่สุดในเมือง แต่เนื่องจากต้าหวังทำการค้าด้วยความจริงใจ เขาจึงมักมีของกำนัลพิเศษให้ลูกค้าเสมอ ทำให้เหล่าแม่บ้านละแวกนั้นยินดีที่จะอุดหนุนสินค้าของเขา ซึ่งช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดคนจะเป็นเวลาระหว่างยามเช้าถึงยามเที่ยง
ต้าหวังทำงานอยู่ด้านหน้าร้าน ชามข้าวในมือจึงถูกวางลงหลายรอบ ในระหว่างมื้ออาหารลูกค้าบางคนมักขอให้เขาตัดแยกมันหมูและเนื้อหมูออกจากกัน บางคนขอหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ซึ่งต้าหวังก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงร่าเริงเสมอ เขาทำงานไปพลาง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของลูกค้าไปพลาง ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างยกยอต้าหวังว่าเป็นคนจริงใจและมีอัธยาศัยดี
“พ่อของเจ้ามองคนไม่ผิดจริง ๆ ต้าหวังเด็กคนนี้เป็นคนที่มีความสามารถและขยันขันแข็ง” แม่นางเหลียนยืนอยู่ในลานเล็กหลังร้าน ขณะมองดูลูกเขยที่กำลังง่วนอยู่กับการขายเนื้อพร้อมฉีกยิ้มด้วยความพึงพอใจ
“เขาไม่ยอมให้ข้าทำงานในร้านเลย ข้าจึงต้องทำแต่บัญชีและอาหาร พอนานวันเข้าก็ว่างงานและรู้สึกเบื่อ” แม้ว่าหยุนเยี่ยนจะบ่นอุบ ทว่าใบหน้าของนางกลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ต้าหวังเป็นห่วงเจ้า นั่นเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว” แม่นางเหลียนยิ้มมุมปากพลางมองบุตรสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพลางกล่าวคำเบา “แม่เห็นว่าช่วงนี้เจ้ามีน้ำมีนวลขึ้นใช่หรือไม่?”
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านแม่พูดอะไร…” หยุนเยี่ยนหมุนตัวกลับแล้วเดินเข้าไปในเรือนด้วยความเขินอาย
ภายในเรือนมีชาร้อนและขนมหลายชิ้นวางอยู่ หยุนเชวี่ยถือถ้วยชาในมือพลางเป่าให้คลายร้อนก่อนเอ่ยถาม “พี่สาว เถ้าแก่ร้านขายของชำข้าง ๆ ไปที่ใดกันหรือ? เหตุใดจึงปิดร้านเล่า?”
“ลุงหยางที่อยู่ข้างบ้านหรือ? กิจการของลูกชายเขาในฝูเฉิงกำลังไปด้วยดี ทั้งสองจึงรับเอาพ่อแม่ไปอยู่ด้วยและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขาเพิ่งจะจากไปเมื่อไม่กี่วันเองนี่เอง จริงสิ ผลไม้และลูกอมเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ลุงหยางและอาสะใภ้มอบให้ก่อนออกเดินทาง” หยุนเยี่ยนกล่าว
“เช่นนี้นี่เอง…” หยุนเชวี่ยกะพริบตา “พี่สาว เหตุใดถึงไม่เช่าร้านข้าง ๆ เล่า? ข้าเห็นว่ากิจการของท่านกำลังรุ่งเรือง ไม่คิดจะขยายร้านให้ใหญ่กว่านี้บ้างหรือ?”
“คิดดูแล้ว…” หยุนเยี่ยนนั่งลงบนเก้าอี้พลางเท้าคาง “ข้ายังหารือกับต้าหวังอยู่น่ะ แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้วรู้สึกว่าขายเนื้อหมูไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างขวางเพียงนั้น แค่มีชื่อเสียงก็พอแล้ว”
“ร้านขายหมูไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก แต่เราสามารถใช้ห้องข้าง ๆ ขายอย่างอื่นได้นะ” หยุนเชวี่ยกระดิกนิ้วเป็นเชิงให้พี่สาวเขยิบเข้ามาใกล้ “พี่สาว ท่านลองทายดูสิว่าเดือนนี้ร้านอาหารของเราทำเงินได้เท่าไร?”
หยุนเยี่ยนสงสัย “เท่าไร?”
หยุนเชวี่ยยื่นมือออกไปวาดตัวเลขบนอากาศ
หยุนเยี่ยนมองน้องสาวที่วาดมือไปมาตรงหน้าก่อนถามอย่างไม่เชื่อ “สิบห้า… ตำลึง?”
หยุนเชวี่ยฉีกยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้า
“มากเพียงนี้เลยหรือ?” หยุนเยี่ยนอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
“แม่ไม่คิดไม่ฝัน ก่อนหน้านี้แม่ขอเพียงได้เงินทุนกลับมาก็พอใจแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อคิดบัญชีและหักลบทุกสิ่งแล้วกลับได้กำไรเพิ่มสิบห้าตำลึง!” แม่นางเหลียนไม่สามารถหุบยิ้มได้ นางดูแลร้านอาหารด้วยตนเอง และขณะนี้มันกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ในใจของแม่นางเหลียนจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติยิ่งกว่าหาเงินได้เสียอีก
ตลอดเวลาที่ผ่านมา หยุนเยี่ยนช่วยสามีดูแลร้านขายเนื้อจึงรับรู้และได้ยินสิ่งต่าง ๆ มากมาย วิสัยทัศน์ของนางจึงกว้างขวางกว่าแต่ก่อนที่เคยเก็บตัวอยู่ในบ้านทั้งวัน เมื่อได้เปิดหูเปิดตากอปรกับคำพูดโน้มน้าวของหยุนเชวี่ย นางจึงมีความคิดมากมายขึ้นทันที
“ข้าจะเช่าร้านข้าง ๆ และเปิดร้านอาหารดีหรือไม่? มิใช่ว่าต้องจ้างคนงานหรอกหรือ?” หยุนเยี่ยนเม้มริมฝีปากพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “แต่ร้านมีพื้นที่ไม่กว้าง อย่างมากก็สามารถตั้งโต๊ะได้เพียงสามโต๊ะ”
“อย่ายุยงพี่สาวของเจ้าสิ การเปิดร้านอาหารเป็นงานที่เหนื่อยยิ่งนัก ต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่กว่าจะได้พักก็ดึกแล้ว ตอนนี้เป้าหมายที่สำคัญที่สุดที่พี่สาวของเจ้าต้องทำไม่ใช่การหาเงิน แต่นางต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี” แม่นางเหลียนหันมองหยุนเยี่ยนพลางรีบกล่าวห้ามปราม “เจ้าอย่ากังวลเลย… เข้าใจหรือไม่?”
“…” หยุนเยี่ยนเหลือบมองหยุนเชวี่ย
“ข้าไม่ได้ยุยงให้พี่สาวเปิดร้านอาหารเสียหน่อย” หยุนเชวี่ยใช้นิ้วม้วนปอยผมของตนเอง “พี่ต้าหวังขายเนื้อหมูอยู่ที่นี่ ส่วนพี่สาวก็เปิดร้านขายพะโล้เล็ก ๆ อยู่ด้านข้างแล้วทุบกำแพงทิ้งจะทำให้ลานบ้านทั้งใหญ่และกว้างขวาง จากนั้นปลูกเรือนอีกสองหลัง เช่นนี้ไม่ดีหรือเจ้าคะ?”
“ร้านขายพะโล้?” ยิ่งหยุนเยี่ยนได้ฟัง หัวใจของนางก็ยิ่งเต้นแรง “ความคิดนี้ยอดเยี่ยม ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีความคิดดี ๆ มากมายเพียงนี้ ร้านของเราขายหมู ส่วนน้ำก็มีพร้อม เปิดร้านขายพะโล้ได้สบายเลย”
“เปิดร้านขายพะโล้?” แม่นางเหลียนยังคงกังวลอยู่บ้าน “มันไม่ง่ายที่จะทำอาหารและหั่นเนื้อในเวลาเดียวกัน”
“ท่านแม่… ท่านคิดว่าข้าเป็นหญิงสาวผู้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อหรือเจ้าคะ ข้าเคยยกน้ำใส่โอ่งทีละถัง แต่ตอนนี้ข้าสามารถหาบน้ำสองถังมาใส่โอ่งได้แล้ว” หยุนเยี่ยนกล่าว “อีกอย่างเราไม่มีทางได้เงินทองมาอย่างง่ายดาย ข้าไม่มีความสามารถพอที่จะดูแลร้านอาหารหรือเจ้าคะ”
“เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน ตอนนี้ก็คือตอนนี้” แม่นางเหลียนกล่าว “ตอนนี้ครอบครัวเรามีชีวิตดีขึ้นแล้ว เจ้าสบายใจได้…”
“ท่านแม่…” หยุนเยี่ยนส่งสายตาให้หยุนเชวี่ย “ท่านไม่รู้หรือว่าต้าหวังไม่ยอมให้ข้าหยิบจับอะไรเลย ข้าอยู่ในเมืองโดยไม่ทำอะไรทั้งวัน รู้สึกเบื่อจะแย่ ข้าอยากกลับไปทำสวนที่หมู่บ้านของเราใจจะขาด…”
“ท่านแม่ ผู้ใดบอกว่าเปิดร้านขายพะโล้แล้วจ้างคนงานไม่ได้เจ้าคะ” หยุนเชวี่ยเขยิบไปนั่งข้างแม่นางเหลียนพลางกล่าวเสริม “ใช้ขาหมูในร้านของเราทำพะโล้ จากนั้นจ้างอาสะใภ้ที่เราสนิทใจจากหมู่บ้านของเราทำงานก็ได้นี่เจ้าคะ? ท่านพ่อ ท่านว่าอย่างไร?”
หยุนเยี่ยนพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หยุนลี่เต๋อเคารพการตัดสินใจของภรรยา นางยืนกรานคำใด ไหนเลยจะคัดค้านได้ เมื่อ เห็นลูกสาวทั้งสองคนมองมาที่ตน ชายฉกรรจ์สูงแปดฉื่อร่างกายกำยำกำลังหัวเราะแห้งพร้อมถูฝ่ามือเข้าด้วยกัน ขณะที่แสร้งไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกสาวพูด
“ท่านพ่อ…” หยุนเชวี่ยเบ้ปาก
“ความคิดจ้างคนงานของลูกสาวเข้าท่า เยี่ยนเอ๋อของเราทำหน้าที่ดูแลร้านและเก็บเงินจึงไม่ต้องเหนื่อย” หยุนลี่เต๋อกล่าวพลางหันมองภรรยา “แต่สิ่งที่แม่เจ้าพูดก็มีเหตุผล ทุกอย่างล้วนทำเพื่อเจ้า…”