ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 422 โชคดีมีมงคลวันเปิดกิจการ
ตอนที่ 422 โชคดีมีมงคลวันเปิดกิจการ
ตอนที่ 422 โชคดีมีมงคลวันเปิดกิจการ
ร้านขายพะโล้ของอู๋ต้าหวังและหยุนเยี่ยนเปิดขายอย่างรวดเร็ว ป้ายหน้าร้านถูกทำขึ้นโดยช่างไม้อาวุโสในเมือง ซึ่งบนแผ่นป้ายสลักคำว่า ‘อู๋จี้หลู่เว่ย’
ชื่อร้านถูกตั้งขึ้นโดยทั้งสองคน ซึ่งต้าหวังต้องการให้มีชื่อตระกูลของทั้งคู่อยู่ในนั้นด้วยจึงตั้งว่า ‘อู๋หยุนจี้’ ‘หวังหยุนจี้’ และชื่ออื่นอีกมากมาย หยุนเยี่ยนไม่ใช่คนช่างพูด ทั้งยังคิดชื่อที่ดีกว่านี้ไม่ได้จึงใช้แซ่ของหัวหน้าครอบครัวเป็นชื่อร้านว่า ‘อู๋จี้’
หยุนเยี่ยนออกความเห็นว่าชื่อร้าน ‘อู๋จี้’ จดจำง่าย หากในวันข้างหน้าทำการค้าประเภทอื่น พวกเขาสามารถใช้ชื่อนี้เป็นชื่อร้านได้ด้วย ซึ่งจะทำให้เหล่าลูกค้าจดจำได้แม้มองเพียงปราดเดียวว่าเถ้าแก่ร้านเป็นคนเดียวกัน
ในวันเปิดร้านขายพะโล้ หยุนเชวี่ยกับเหออวี้พาเสี่ยวส้วยเอ๋อ ชีจิน เอ้อหู่ และเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาด้วย ทั้งสองจ้างเหล่าเด็ก ๆ ในราคาสิบเหรียญเพื่อให้พวกเขาเดินตะโกนไปตามตรอกซอกซอยว่า “ร้านอู๋จี้หลู่เว่ยเปิดร้านวันนี้วันแรก อาหารอร่อยราคาไม่แพง ผู้ใดซื้อพะโล้หนึ่งจินภายในวันนี้รับเพิ่มอีกครึ่งจิน”
แม่นางเหลียนมาช่วยงานวันเปิดร้านเช่นกัน นางหยิบแปรงอันเล็กจุ่มลงในถ้วยใส่น้ำมันถั่วเหลืองก่อนทาลงบนเนื้อที่เตรียมไว้พลางถอนหายใจ “อย่าว่าแต่ท่านเลย การทาน้ำมันบนเนื้อก็เป็นความคิดของเชวี่ยเอ๋อ ทาแล้วน่ากินยิ่งนัก”
“จริงรึ ลูกสาวคนรองของเจ้าสามารถคิดสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ภายในพริบตา เจ้าบอกว่าเลี้ยงนางมาด้วยข้าวดังเช่นเด็กคนอื่น ๆ แล้วนางมีความสามารถเช่นนี้ได้อย่างไร? มีอนาคตไกลยิ่งกว่าเด็กผู้ชายเสียอีก!” มารดาต้าหวังนำผ้าสะอาดเช็ดเขียงและมีดจนสะอาดหมดจด “ต้าหวังของข้าเป็นคนซื่อตรงและถนัดใช้แรงงานมากกว่า ต่อไปหากมีเรื่องต้องตัดสินใจคงต้องพึ่งเชวี่ยเอ๋อ”
“ดูท่านสิ เหตุใดจึงพูดถึงเราสองครอบครัวเช่นนี้? ต้าหวังดีพอสำหรับเยี่ยนเอ๋อ ตราบใดที่ทั้งสองไปกันได้ด้วยดี นั่นก็นับว่าเป็นวาสนาของเราในฐานะพ่อแม่ แล้วท่านจะแบ่งแยกตระกูลไปไย” แม่นางเหลียนหัวเราะ “หากพูดกันตามตรงข้าต้องของคุณท่านที่เมตตาเยี่ยนเอ๋อ ท่านใจดียิ่งกว่าแม่สามีของข้าเสียอีก”
“โอ๊ย ข้าว่าเราสองคนอย่าชมกันไปมาอีกเลย มิฉะนั้นข้าต้องกล่าวชมเจ้าอีก หากเป็นเช่นนั้นข้าเกรงว่ามันจะต้องรู้สึกแปลกประหลาดแน่นอน” มารดาต้าหวังมัดผ้ากันเปื้อนของตนพลางมองออกไปข้างนอกร้าน “ชิ่งเจีย เจ้าว่าวันนี้เราจะขายหมดหลังจากที่เราลงทุนจ้างเด็ก ๆ ไปตะโกนตามถนนเช่นนี้?”
“อืม ข้ามั่นใจว่าขายหมด ท่านดูคนในเมืองสิ พวกเขาเดินกันพลุกพล่านเพียงใด” แม่นางเหลียนกล่าวพลางมองต้าหวังที่เดินถือประทัดไปแขวนไว้ที่กิ่งไม้หน้าประตูอย่างเบิกบานใจ
“ระวังหน่อย อย่าทำให้เสื้อผ้าเปื้อนล่ะ” หยุนเยี่ยนกำชับ
เสียงประทัดดังทั่วบริเวณ ผู้คนโดยรอบต่างมารวมตัวที่หน้าร้าน หยุนเยี่ยนใช้มือทั้งสองข้างปิดหูพลางเดินไปหลบมุม เสี่ยวส้วยเอ๋อรีบวิ่งมาทักทายลูกค้าอย่างรีบร้อน “ลุงป้าน้าอาทุกท่าน เชิญเข้าไปดูสินค้าของเราข้างในได้เลยเจ้าค่ะ มีทั้งหมูตุ๋น หูหมู หางหมู เต้าหู้ และน่องไก่ทอดน่องใหญ่ที่หมักด้วยตำรับโบราณ หากซื้อหนึ่งจินรับไปเลยอีกครึ่งจินภายในวันนี้เท่านั้น อาหารอร่อยราคาไม่แพง…”
เด็กเหล่านี้ยังเยาว์วัย ทว่าสามารถตะโกนเรียกลูกค้าราวกับมืออาชีพ เมื่อมีลูกค้าเดินเข้าร้าน เด็กแต่ละคนก็จะเดินเข้าไปต้อนรับพร้อมพูดจารื่นหูน่าฟัง กอปรกับรสชาติอาหารอันโอชะและราคาย่อมเยาของร้านอู๋จี้ ทำให้ผู้คนที่ซื้ออาหารไปลิ้มลองแล้วกลับมาซื้ออีกหลายครั้ง และทุกครั้งพวกเขาจะซื้อขาไก่และเนื้อหมูตุ๋นติดมือไปด้วย
“ท่านอา ลองชิมดูสิเจ้าคะ นี่คือหูหมูที่เพิ่งออกจากเตา มันยังอุ่นร้อนอยู่ กินแกล้มสุรารสชาติดียิ่งนัก” หยุนเชวี่ยส่งยิ้มพลางยกจานไปข้างหน้าชายวัยกลางคน
“เด็กคนนี้ เหตุใดข้าถึงคุ้นหน้าเจ้ายิ่งนัก?” ชายหนุ่มเอื้อมมือหยิบหูหมูที่เสียบด้วยไม้จิ้มฟันอันเล็กหนึ่งชิ้นพร้อมมองสำรวจหยุนเชวี่ยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “หืม? เจ้ามิใช่เด็กหญิงคนนั้นหรอกหรือ?”
“ท่านอามีความจำแม่นยำนัก ข้าคือเด็กผู้หญิงคนนั้นเองเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยเอียงคออย่างซุกซนพร้อมยกยิ้มมุมปากเผยให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง “ท่านอา รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง? อร่อยหรือไม่เจ้าคะ?”
“อืม อร่อยมาก ๆ รสชาติกลมกล่อมไม่น้อย ร้านนี้เป็นของครอบครัวเจ้าหรือ?” ชายผู้นั้นเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“พี่สาวและพี่เขยของข้าเป็นคนเปิดร้านนี้” หยุนเชวี่ยกล่าว “หมูตัวนี้ถูกเลี้ยงโดยครอบครัวของข้า อีกทั้งวิธีการหมักเป็นตำรับเฉพาะของตระกูลข้าที่สืบทอดกันมา หากท่านบอกว่ามันอร่อย เช่นนั้นก็แวะเวียนมาชิมไส้หมูตุ๋นอีกครั้งสิเจ้าคะ”
ชายผู้นั้นหัวเราะร่วนก่อนหยิบอาหารอีกหลายชิ้นขึ้นชิม ไหนเลยจะกินโดยไม่ซื้อได้อย่างไร เขาเดินถือห่ออาหารหลายห่อออกมาจากร้านอู๋จี้พลางกล่าวทักทายคนรู้จัก “อาหารอร่อย ราคาไม่แพง หากซื้อเนื้อหมูหนึ่งจินภายในวันนี้รับเพิ่มอีกครึ่งจิน ไปลองกินกันเถิด”
หยุนเยี่ยนคิดบัญชีและเก็บเงินอยู่ที่โต๊ะเก็บเงิน แม่นางเหลียนและมารดาของต้าหวังง่วนอยู่กับการหั่นเนื้อให้ลูกค้า ระหว่างนำเนื้อใส่ห่อ มารดาต้าหวังก็กระซิบว่า “ชิ่งเจีย เจ้าบอกว่าเนื้อตุ๋นของเราราคาถูก หากลูกค้าซื้อหนึ่งจินแล้วเราให้เพิ่มอีกครึ่งจิน เราจะไม่ขาดทุนหรือ?”
“เชวี่ยเอ๋อคิดคำนวณแล้วบอกว่าหมูที่ใช้ขายเป็นของเรา ต้นทุนต่ำจึงไม่ขาดทุน พวกเราเปิดร้านเพื่อความครึกครื้น ไม่ได้ต้องการหาเงินแบบจริงจัง” แม่นางเหลียนห่อเนื้อตุ๋นก่อนส่งให้ลูกค้าพลางอธิบายอย่างละเอียด “พี่สาว ก่อนกินควรหั่นขิง สับกระเทียม และเติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อยเพื่อทำน้ำจิ้ม จากนั้นหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วจิ้มกับน้ำจิ้ม รสชาติที่ได้จะดีกว่าเดิม”
“ซื้อน่องไก่หนึ่งจินได้เพิ่มอีกครึ่งจินหรือ?” สตรีผู้นั้นเอ่ยถาม
“ซื้อน่องไก่สามชิ้นได้รับเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น” แม่นางเหลียนกล่าวทักทายอย่างอบอุ่น “ท่านจะลองซื้อไปชิมหรือไม่เจ้าคะ?”
“อืม ลูกทั้งสองคนของข้าชอบกินน่องไก่มาก ถ้าอย่างนั้นเอามาให้ข้าสักสองสามน่อง!”
“ได้เจ้าค่ะ” แม่นางเหลียนยังคงกล่าวต่อ “ชิ่งเจีย ห่อน่องไก่น่องใหญ่ให้ข้าที พี่สาว วันนี้ข้าให้ถั่วลิสงแห้งไปด้วยเพื่อให้ท่านลองชิม หากอร่อยถูกปาก ท่านก็สามารถมาที่นี่บ่อย ๆ ได้”
สตรีผู้นั้นฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีพลางยกมือซ้ายขึ้นปิดปากพร้อมยื่นมือขวาออกไปรับของ
มารดาต้าหวังยกนิ้วโป้ง “ข้าว่าครอบครัวของเจ้าทำการค้าขายชำนาญไม่น้อย ไม่เหมือนข้า ดีแต่ตีฝีปากกับคนอื่น พอเจอเรื่องสำคัญก็ตัดสินใจไม่ได้”
“อะไรกัน?” แม่นางเหลียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้หากต้องพูดต่อหน้าผู้คนมากมาย ข้ากลัวจนตัวสั่นงันงก แต่เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างยิ่งราบรื่นขึ้นและข้าก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว”
“เจ้าทำได้ดีมาก” มารดาต้าหวังกล่าวชื่นชมนาง “ข้าต้องเรียนรู้จากเจ้าเสียแล้ว”
เพียงแค่วันแรก ร้านพะโล้อู๋จี้ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อถึงยามอาทิตย์อัสดง เนื้อหมู หูหมู ไส้หมู และน่องไก่ล้วนขายหมดเกลี้ยง ทุกคนในครอบครัวต่างหมดแรง หลังจากทำงานยุ่งมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดพวกเขาก็ได้ดื่มชาหนึ่งถ้วยเสียที
“ชิ่งเจีย ดื่มชาสักแก้วเถิด ข้าได้ยินเสียงของเจ้าแหบแห้งตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้” มารดาต้าหวังรินชาพลางส่งให้แม่นางเหลียน
“ท่านก็นั่งพักสักหน่อยเถิด” แม่นางเหลียนกล่าว “ข้าจะเหนื่อยเช่นท่านได้อย่างไร ทั้งชั่งน้ำหนัก ทั้งยังหั่นเนื้อให้ลูกค้าอีก ครึ่งค่อนวันที่ผ่านมาจึงไม่มีเวลาว่างเลย”
“ไม่เหนื่อย ไม่เหนื่อย” มารดาต้าหวังหยิบผ้ามาเช็ดน้ำมันบนฝ่ามือ “พอยุ่งขึ้นมา ข้าก็ไม่มีเวลาให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทั้งยังคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเราจะขายดีเช่นนี้ในวันเปิดร้านวันแรก!”