ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 427 จวนตระกูลหยุน (1)
ตอนที่ 427 จวนตระกูลหยุน (1)
ตอนที่ 427 จวนตระกูลหยุน (1)
ด้านข้างบ่อน้ำหลังเรือนมีศาลาหลังเล็กตั้งอยู่ หยุนลี่เต๋อขมวดคิ้วจนเป็นปมขณะยืนเหม่อลอยอยู่ในศาลาราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง หยุนเชวี่ยและหงอวี้ควงแขนกันอย่างสนิทสนม ทั้งสองเดินเล่นไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง
“เจ้ากำลังจะพูดว่าอะไร?” หยุนเชวี่ยกล่าว “ป้าใหญ่ของข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้ายหรือ? เมื่อก่อนตอนอยู่ที่บ้านนอก นางมักบอกให้ท่านพ่อตีข้าเพื่อสั่งสอน แต่โชคดีที่ข้าวิ่งเร็ว”
“ฮูหยินเป็นนาย ข้าเป็นบ่าว นายท่านสั่งสอนตักเตือนบ่าวจึงจะสมควร” หงอวี้เม้มริมฝีปาก “รับโทษเพียงน้อยนิดไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ไม่เหมือนกับพี่หงเหมย… พี่หงเหมยใจดีกับข้ามาก นางมักขโมยผลไม้และขนมหวานมาให้ข้ากินบ่อยครั้ง…”
หยุนเชวี่ยเห็นหงอวี้ก้มหน้าพลางเผยสีหน้าเศร้าโศก นางจึงเอ่ยถามเสียงแผ่ว “เกิดอะไรขึ้นกับหงเหมียนรึ? ท่านป้าบอกว่านางแต่งงานกับเศรษฐีมิใช่หรือ?”
“ฮูหยินกล่าวเช่นนั้น…” หงอวี้สูดน้ำมูก “แต่ว่า…”
“แต่อะไร?”
“แต่ก่อนที่นางจะออกจากจวน ข้าเห็นพี่หงเหมียนคุกเข่าอยู่ด้านนอกเรือน ขณะที่คุณหนูใหญ่โมโหเขวี้ยงปาแจกันแก้วจนแตกละเอียด จากนั้น…” หงอวี้เลียริมฝีปาก “จากนั้นวันรุ่งขึ้นพี่หงเหมยก็หายตัวไป ฮูหยินบอกว่านางแต่งงานกับเศรษฐีและย้ายออกไปแล้ว…”
หยุนเชวี่ยสงสัย “แต่งงานแบบที่เจ้าบอกมิใช่หรือ?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ใช่เจ้าค่ะ” หงอวี้พยักหน้า “แต่ก่อนหน้านั้นนางไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานและไม่มีลางสังหรณ์อันใดเลย แล้วพี่หงเหมียนจะแต่งงานแบบกะทันหันเช่นนั้นได้อย่างไร? ข้ารู้สึกว่า…”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีต้องการพูดบางอย่าง แต่ก็หยุดไปเสียก่อน หยุนเชวี่ยจึงครุ่นคิดถึงคำพูดที่หงอวี้กล่าวก่อนเอ่ยถามอย่างสงสัย “เช่นนั้น… หงเหมียนอยู่ที่ใด? นางคงไม่ได้ทำผิดแล้วถูกป้าใหญ่… ขายตัวไปกระมัง?”
แม้หงอวี้จะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ขาย’ นางก็ก้มศีรษะลงอย่างอดไม่ได้
“แล้ว… แล้วเหตุใดหงเหมียนถึงทำให้คุณหนูใหญ่ของเจ้าโกรธแค้นเพียงนั้น?” หยุนเชวี่ยถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง
“ข้าได้ยินเรื่องบางอย่าง…” หงอววี้กล่าว “คืนนั้นข้าได้ยินคุณหนูรองด่าทอพี่หงเหมียนด้วยคำหยาบคาย คล้ายว่าพี่หงเหมียนเป็นจิ้งจอกยั่วยวนบุตรชายของท่านใต้เท้าหลี่…”
“หืม?” กรามของหยุนเยี่ยนอ้าค้างด้วยความประหลาดใจ
หงอวี้ดึงใบไม้แล้วโยนมันลงไปในบ่อน้ำ “บุตรชายของใต้เท้าหลี่หน้าตาหล่อเหลา เขาเป็นคนมีความรู้และมีเหตุผล ชาวบ้านต่างกล่าวว่าเขาคือบัณฑิตที่หัวดีอันดับหนึ่ง นอกจากนี้เขายังเป็นที่ชื่นชอบของนายท่านด้วยเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหงเหมียน?”
“ทุกครั้งที่คุณหนูใหญ่ไปเดินเล่นที่จวนของใต้เท้าหลี่ พี่หงเหมียนจะติดตามไปด้วย เรื่องอื่น… ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” หงอวี้กล่าว “แต่ข้าคิดว่าพี่หงเหมียนไม่ใช่คนเช่นนั้น…”
“คุณหนูใหญ่ของเจ้าและคุณชายหลี่ผู้นั้นชอบพอกันหรือ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หงอวี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “คงเป็นเช่นนั้นกระมัง คุณหนูใหญ่และคุณหนูหลี่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ปกติแล้วนางมักไปที่นั่นในฐานะแขก ส่วนคุณชายหลี่เป็นคนมากความสามารถ ในเมื่อทั้งสองไปมาหาสู่กัน เรื่องราวคงเป็นอย่างที่ท่านกล่าวมาเจ้าค่ะ”
หยุนเชวี่ยเลิกคิ้วขึ้น “มิใช่เรื่องดีรึ? คนสกุลหลี่ไม่ได้มาสู่ขอนางหรอกหรือ?
หงอวี้ส่ายหน้า
หยุนเชวี่ยรู้สึกสับสนเล็กน้อย “ตระกูลหลี่สนิทสนมกับลุงใหญ่นี่? เขามอบของกำนัลให้ท่านลุงด้วย”
“เจ้าค่ะ…” หงอวี้เผยสีหน้าสงสัย ก่อนที่นางจะกล่าวต่อ เด็กรับใช้ที่ชื่ออาเชิงก็วิ่งมาตามทางเดินแล้วโค้งคำนับหยุนลี่เต๋อ “นายท่านรอง คุณหนู นายท่านของข้ากลับมาแล้ว เชิญท่านทั้งสองไปที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ”
หยุนลี่เต๋อรู้สึกกระอักกระอ่วนต่อคำว่า ‘นายท่านรอง’ เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนพยักหน้าเป็นเชิงเรียกหยุนเชวี่ยก่อนเดินตามอาเชิงเข้าไปในลานเรือน ยังไม่ทันจะถึงห้องโถงใหญ่ เขาก็ได้ยินเสียงของหยุนลี่เซียวดังมาจากภายในห้อง
“อาฟา ชงชา! ข้ากระหายน้ำจนจะตายแล้ว เมื่อครู่พี่สะใภ้พูดว่าอะไรนะ? เจ้ารองมาถึงแล้วรึ? โอ้ เดินทางมาเร็วยิ่งนัก” จากนั้นเด็กรับใช้อีกคนก็รีบวิ่งถือถ้วยชาเจ้าไปในห้องโถง
“ตอนนี้ท่านอาสามมีท่าทีโอหังไม่น้อย” หยุนเชวี่ยกระซิบ
“ชู่ว…” หงอวี้จับแขนของนางพลางกล่าวปรามอย่างรวดเร็ว “คุณหนู เมื่อครู่ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าพูดจาส่งเดช หากฮูหยินรู้เข้า นางจะต้องขายข้าไปเป็นทาสแน่นอนเจ้าค่ะ ฉะนั้นท่านเงียบไว้เถิด…”
“ข้ารู้” หยุนเชวี่ยก้มศีรษะลงพลางเผยสีหน้าจริงจัง “เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่มีทางทรยศเพื่อน”
เหออวี้ยังคงมีสีหน้ากังวลใจ นางเดินตามหยุนลี่เต๋อและหยุนเชวี่ยอย่างระมัดระวัง เมื่อเข้ามาในห้องโถง พวกเขาก็มองเห็นหยุนลี่จงนั่งอยู่บนเก้าอี้หลัง ส่วนหยุนลี่เซียวนั่งยกขาขึ้นพาดเก้าอี้อยู่ด้านข้าง
“โอ้ เจ้ารองมาแล้วหรือ?” เมื่อเห็นหยุนลี่เต๋อ หยุนลี่เซียวก็นั่งอยู่กับที่พลางกระดิกเท้าไปมาพร้อมฉีกยิ้ม
หยุนลี่จงชำเลืองมองหยุนลี่เต๋อแวบหนึ่ง รอยยิ้มสุภาพพลันระบายบนใบหน้า เขาสะบัดแขนเสื้อพลางเผยสีหน้าอ่อนโยน “น้องรอง ข้าทำงานข้างนอกเรือน เมื่อได้ยินว่าเจ้าเดินทางมาถึงแล้ว ข้าก็รีบกลับมาที่จวนทันใด… เป็นอย่างไรบ้าง การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นดีหรือไม่?”
“พี่ใหญ่เป็นห่วงแล้ว การเดินทางครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น” หยุนลี่เต๋อประสานมือคารวะ
หยุนเชวี่ยกล่าวออกพร้อมเผยสีหน้าเรียบเฉย “ท่านลุงใหญ่”
“โอ้ เด็กน้อย ข้าไม่ได้เจอเจ้าครึ่งปี เพียงพริบตาเดียว เจ้าก็ดูมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิมเสียอีก” หยุนลี่จงส่งเสียงหัวเราะพลางยื่นมือออกไปวางบนศีรษะของหลานสาว หยนุเชวี่ยเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
หยุนลี่จงยกมือขึ้นโดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อย จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ลูกสาวของเจ้าโตแล้วยังทำให้ข้าลำบากใจอีก ข้าเป็นพี่ใหญ่ของเจ้า ไม่ใช่คนนอกเสียหน่อย”
หยุนเชวี่ยยืนอยู่ด้านหลังของบิดาอย่างเงียบ ๆ มีเพียงหยุนลี่เซียวที่แค่นเสียงฮึดฮัด “ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ… เจ้ารอง ตอนนี้ตระกูลของเราร่ำรวยและมีอำนาจแล้ว แต่เหตุใดเด็กน้อยเช่นนางถึงยังมีนิสัยป่าเถื่อน ไม่ได้รับแม้แต่การอบรมสั่งสอน พ่อของเจ้าไม่สั่งสอนบ้างหรือ?”
หยุนเชวี่ยกลอกตาพลางแลบลิ้นให้เขาอย่างจงใจ
“นี่นังเด็กเปรต เจ้ากล้าถลึงตาใส่อาสามรึ?” หยุนลี่เซียวลุกยืนขึ้นทันที เขาตบโต๊ะพลางย่างสามขุมเข้าไปหาเด็กสาว “มาดูกันว่าข้าจะหักขาของเจ้าแล้วแขวนไว้บนคานได้หรือไม่!”
หยุนเชวี่ยพลันคิดถึงตอนที่ครอบครัวของตนเพิ่งได้รับของกำนัลพระราชทาน หยุนลี่เซียวฉีกยิ้มให้พวกนางทั้งวัน ทั้งยังเรียกหยุนลี่เต๋อด้วยน้ำเสียงประจบประแจงกว่าผู้ใด ตอนนี้เขาถูกยกยอเป็นนายท่านสามคงจะทะนงตนไม่น้อย
“เจ้าสาม เจ้าจะทำอะไร!” หยุนลี่จงถลึงตาใส่น้องชาย “ครอบครัวของเราไม่ได้เจอหน้ากันมาครึ่งปีแล้ว ครั้นเจอหน้ากันครั้งแรกเจ้าก็ตะโกนข่มขู่หลานสาวเลยรึ เจ้าเคยปฏิบัติตนให้สมกับเป็นอาสามหรือไม่?” หลังจากห้ามปรามน้องชาย เขาก็หันมองหยุนเชวี่ย “มานี่สิ เชวี่ยเอ๋อ นั่งลงก่อน เจ้ากินขนมเพื่อรองท้องก่อนสิ อาหารจะถูกจัดเตรียมทีหลัง… เจ้ารอง นั่งลงก่อน”
“ขอรับ” หยุนลี่เต๋อพยักหน้า “พี่ใหญ่ พวกเราไปหาท่านพ่อท่านแม่กันก่อนเถิด เจ้าเขียนในจดหมายว่าอาหารของท่านพ่อทรุดลง ข้ากังวลมาตลอดทาง”
“โธ่ น้องรองวางใจเถิด ท่านพ่อท่านแม่อาศัยอยู่กับข้า อาหารการกินและที่พักย่อมเพียบพร้อม นอกจากนี้ยังมีบ่าวรับใช้หลายคนคอยปรนนิบัติ พวกท่านมีความสุขไม่น้อย!” หยุนลี่จงยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งครั้ง “เมื่อสองวันก่อนท่านพ่อรู้สึกหนาวเหน็บ ข้าจึงเชิญหมอที่เก่งที่สุดในมณฑลชิงหนิวมาตรวจแล้วให้พี่สะใภ้ของเจ้าทำไก่ตุ๋นโสมด้วยตนเอง ตอนนี้อาการป่วยของเขาหายดีแล้ว เจ้าวางใจเถิด!”