ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 426 เยี่ยมญาติ (3)
ตอนที่ 426 เยี่ยมญาติ (3)
ตอนที่ 426 เยี่ยมญาติ (3)
“พี่สะใภ้ ข้ามีเรื่องที่ต้องการพูดกับท่าน แต่ไม่รู้ว่าเหมาะสมหรือไม่” หยุนลี่เต๋อยกถ้วยชาขึ้นอย่างไม่รู้ตัวขณะวางมืออีกข้างบนหัวเข่าด้วยความประหม่า “สุภาษิตกล่าวว่าเมื่อได้ประโยชน์จากผู้ใดแล้ว ย่อมต้องคืนผลประโยชน์ให้แก่คนผู้นั้น…”
“เจ้ารอง เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” หยุนลี่เต๋อกำลังจะกล่าวต่อ ทว่าแม่นางจ้าวโพล่งขึ้นเสียก่อน จากนั้นนางจึงกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่ใหญ่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเจ้า ทั้งยังเป็นเจ้าเมือง เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”
หยุนลี่เต๋อ “…”
“มิใช่ว่าข้าไม่อยากเล่าความเป็นมา…” แม่นางจ้าววางถ้วยชาลงพลางยิ้มเจื่อน “พี่ใหญ่ไม่ได้เรียกร้องให้เขามอบสิ่งนี้ให้ แต่เป็นเพราะเศรษฐีตระกูลหวังผู้นั้นขอร้องอ้อนวอนให้เขาช่วยเหลือ ซึ่งพี่ใหญ่ของเจ้าไม่ได้ต้องการเงินทองเป็นสิ่งตอบแทน… นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าเมืองมณฑลชิงหนิว แล้วการที่เจ้าเมืองรับของกำนัลนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดามิใช่หรือ? เหตุใดเจ้าจึงพูดไม่น่าฟังนัก?”
“ข้า… ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
“แล้วเจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านพ่อ…” หยุนเชวี่ยกระโดดลงจากเก้าอี้ก่อนกระตุกแขนเสื้อของหยุนลี่เต๋อ “เรือนของท่านลุงสวยงาม ข้าอยากไปเดินชมสวนด้านหลัง แต่เกรงว่าจะหลงทาง ข้าจึงอยากให้ท่านพ่อไปด้วยเจ้าค่ะ”
หยุนลี่เต๋อหยุดพูดพลางหยิบถ้วยชา “พี่สะใภ้ พาข้าไปเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่ก่อนเถอะ”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“สองวันที่ผ่านมาร่างกายของท่านพ่อไม่สู้ดีนัก ฉะนั้นจึงต้องพักผ่อนให้มาก” แม่นางจ้าวตอบพลางสะบัดแขนเสื้ออย่างหมดความอดทน “หงอวี้ พานายท่านรองและคุณหนูไปเดินเล่นที่สวนด้านหลัง”
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” หงอวี้ตอบรับ นางเดินไปหาทั้งสองคนก่อนค้อมศีรษะลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกไปข้างหน้าและกล่าวเชื้อเชิญ “นายท่านรองและคุณหนู เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”
“อย่าเดินเพ่นพ่านที่สวนหลังเรือนล่ะ ประเดี๋ยวพี่ใหญ่จะกลับมาแล้ว” น้ำเสียงของแม่นางจ้าวแฝงไปด้วยความคับข้องใจ “สั่งบ่าวในครัวเตรียมสุราและผัก พวกเจ้าไม่มีสมองเอาเสียเลย เลี้ยงไว้เสียข้าวสุกจริง ๆ”
หงอวี้ก้มหน้างุด จากนั้นพาทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเดินมาถึงสวนด้านหลังเรือนจะพบกับบ่อน้ำที่ขุดขึ้นมาเอง ในบ่อมีโขดหินจำลอง ปลาหลีฮื้อว่ายเวียนวนในสระ รอบสระน้ำเต็มไปด้วยดอกไม้และต้นไม้มากมายที่กำลังเบ่งบานเต็มที่ในฤดูใบไม้ผลิ
“เจ้าชื่อหงอวี้หรือ?” หยุนเชวี่ยเดินเข้าไปคล้องแขนกับเด็กสาวพลางกล่าวเสียงทุ้ม
ในสายตาของสาวรับใช้มองว่าคุณหนูของนายท่านรองผู้นี้มาจากชนบท สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย ไม่มีท่าทีโอหัง ใบหน้ากลมกลึงยิ่งมองดูก็ยิ่งน่ารัก ทั้งยังอายุเท่ากับตน ฉะนั้นเด็กสาวจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
“เจ้าค่ะ” หงอวี้พยักหน้า
“ชื่อไพเราะเสียจริง” หยุนเชวี่ยฉีกยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว “ข้าชื่อหยุนเชวี่ย เจ้าเรียกข้าว่าเชวี่ยเอ๋อพอแล้ว”
หงอวี้รีบโบกมือพร้อมส่ายหน้า “ไม่ได้ ๆ ท่านเป็นถึงคุณหนู”
“คุณหนูอะไรกัน ฟังแล้วอึดอัดไม่น้อย หมู่บ้านของเราไม่ใส่ใจเรื่องนี้นัก ทุกคนในหมู่บ้านล้วนเรียกข้าว่าเชวี่ยเอ๋อทั้งนั้น” หยุนเชวี่ยมองไปรอบ ๆ พลางเผยแววตาประหลาดใจ เนื่องจากไม่เคยเห็นโลกภายนอกมาก่อน จากนั้นนางจึงถอนหายใจ “จวนของท่านลุงใหญ่โตยิ่งนัก!”
“แน่นอนเจ้าค่ะ เพราะที่นี่คือเรือนของท่านเจ้าเมือง” หงอวี้กล่าว “ฮูหยินบอกว่านายท่านคือขุนนางที่มีลำดับขั้นสูงที่สุดในมณฑลชิงหนิว เช่นนั้นจึงได้ที่พักและสวมเสื้อที่ชั้นดีที่สุดเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งขุนนาง”
“ถ้าอย่างนั้นเรือนของท่านลุงใหญ่ก็หรูหราที่สุดในเมืองใช่หรือไม่?”
“จริงด้วย…” หงอวี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “จวนของใต้เท้าหลี่ที่อยู่ทางทิศตะวันตกก็หรูหราเช่นกัน สวนหลังเรือนกว้างขวางกว่าที่นี่เสียอีกและในลานเรือนก็มีชิงช้าแขวนอยู่ด้วย ข้าและคุณหนูใหญ่เคยไปที่นั่นครั้งหนึ่งเจ้าค่ะ”
“ใต้เท้าหลี่ที่มอบชาชั้นดีให้ลุงใหญ่ใช่หรือไม่?”
“ชาชนิดนั้นเรียกว่าชาต้าหงเผาเจ้าค่ะ มันมีราคาแพงมาก” หงอวี้ตอบ “ปกติแล้วฮูหยินจะเก็บมันไว้ในตู้แล้วลงกลอนแน่นหนา และนำมันออกมาเมื่อมีแขกผู้มีเกียรติมาเยือน”
“อ้อ…” หยุนเชวี่ยเลียริมฝีปาก “แล้วข้ากับท่านพ่อจะได้ดื่มชาต้าหงเผาหรือ? ชาสองแก้วนับเป็นเงินเท่าไร?”
หงอวี้ส่ายหน้า “ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ฮูหยินไม่ได้ส่งกุญแจให้ข้า ฉะนั้นชาที่นายท่านรองดื่มเมื่อครู่จึงเป็นชาธรรมดา แต่คุณภาพดีกว่าร้านขายน้ำชา”
หยุนเชวี่ยอุทาน “โอ้” ก่อนครุ่นคิด
“คุณหนู ท่านอย่าคิดมากไปเลยเจ้าค่ะ ชาต้าหงเผากล่องนั้นน่ะ แม้แต่นายท่านก็ไม่ได้ดื่ม” หงอวี้คิดว่าตนเองกล่าวบางอย่างผิดพลาดจึงเหลือบมองหยุนเชวี่ยอย่างระมัดระวัง
“เฮ้อ ข้าไม่ได้คิดเรื่องชา” หยุนเชวี่ยกล่าว “แม้เจ้าจะชงชาต้าหงเผาให้ข้า แต่ข้าก็ไม่ดื่มอยู่ดี ชาชั้นดีเช่นนั้นชงให้คนบ้านนอกอย่างข้าดื่ม มันน่าเสียดายจะตายไป”
“ความจริงแล้วข้าก็ไม่รู้ว่าชาต้าหงเผาเลิศเลอที่ใด” หงอวี้เบ้ปากก่อนฉีกยิ้ม “ในเมื่อท่านใต้เท้าหลี่และนายท่านจะบอกว่ามันเป็นชาชั้นดี ข้าจึงต้องระมัดระวังให้มาก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฮูหยินต้องด่าทอข้าแน่เจ้าค่ะ”
“ปกติแล้วป้าใหญ่ปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีหรือ?” หยุนเชวี่ยถาม
“ไม่ใช่ ไม่ใช่” หงอวี้รีบส่ายหน้าอย่างลนลาน “บ่าวทำผิด นายท่านสมควรด่าทอแล้ว”
หยุนเชวี่ยเห็นท่าทีนอบน้อมของอีกฝ่าย ฉับพลันหยุนเชวี่ยจึงเกิดความกังวลใจราวกับนกกระทาที่กำลังหวาดกลัว ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เมื่อครู่ข้าเห็นพี่หยุนเยว่และหยุนหรงเดินออกไป พวกนางมุ่งหน้าไปที่ใดหรือ?”
“พวกนางอาจไปเดินเล่นที่ร้านขายผ้า ริมแม่น้ำ หรือจวนของใต้เท้าหลี่ ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน” หงอวี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ข้าไม่ใช่สาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูทั้งสองเจ้าค่ะ”
“พี่หยุนเยว่และหยุนหรงมีสาวรับใช้ส่วนตัวด้วยหรือ?” หยุนเชวี่ยกล่าวด้วยความอิจฉา
“เจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้หงเหมียนและหงเหมยเคยรับใช้คุณหนูทั้งสองอย่างใกล้ชิด” หงอวี้กล่าว “แต่จู่ ๆ เมื่อสองวันก่อนฮูหยินก็บอกกับหงเหมียนว่านางไม่ต้องทำงานในเรือนนี้อีกต่อไปแล้ว”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่านางมอบสาวรับใช้คนนั้นให้กับตระกูลเศรษฐีในเมืองนี้?” หยุนเชวี่ยถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนั้นข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก…” หงอวี้เป็นสาวรับใช้ของแม่นางจ้าว ซึ่งแม่นางจ้าวมีนิสัยชอบวางท่า ไม่ว่าจะอยู่ภายในจวนหรืออยู่ภายนอกจวน หงอวี้ต้องปรนนิบัตินางและแขกผู้มีเกียรติของฮูหยินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ฉะนั้นเด็กสาวจึงไม่มีเวลาพักผ่อน ทว่าเมื่อมาพบเจอหยุนเชวี่ย นางก็ปลดปล่อยอุปนิสัยของหญิงสาววัยแรกแย้ม หงอวี้จึงมีท่าทียิ้มแย้ม ผ่อนคลาย และเลิกระแวงสิ่งต่าง ๆ ทั้งยังพูดเป็นต่อยหอย
หงอวี้โน้มกายเข้าหาหยุนเชวี่ยพลางกระซิบ “คุณหนู พวกเราล้วนมาจากชนบท ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ท่านอย่าบอกผู้ใดเด็ดขาด…”
“เรื่องอะไรหรือ?” หยุนเชวี่ยเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“…” หงอวี้มองหยุนเชวี่ยแวบหนึ่ง จู่ ๆ ในใจของนางพลันเกิดความลังเลและรู้สึกว่าการนินทาเจ้านายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควร แต่คนที่ไม่ได้สนทนากับผู้ใดมาเป็นเวลานานมักจะพูดไม่หยุด แต่หากต้องเก็บงำเรื่องนี้ไว้เพียงคนเดียวอีก ช่างน่าอึดอัดใจเสียจริง
หยุนเชวี่ยเห็นเช่นนั้นจึงลดเสียงลงพลางใช้มือป้องปาก “ข้ากับท่านพ่อมาที่นี่เพื่อเยี่ยมไข้ท่านปู่และท่านย่าและค้างแรมอยู่ที่นี่ไม่ถึงสองวันหรอก ครอบครัวข้าต้องปลูกพืชผล พวกเราจึงอยู่ที่นี่นานไม่ได้”
“ท่านกับนายท่านรองไม่ได้จะมาอยู่ที่นี่หรอกหรือ?” หงอวี้เอียงศีรษะพลางเผยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
“เป็นไปไม่ได้หรอก ท่านแม่ของข้ารออยู่ที่บ้าน” หยุนเชวี่ยกล่าว “ท่านพ่อเคยชินกับการทำงานหนัก ครั้นเมื่อได้พระราชทานบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้ เขาก็ไม่ดีใจแม้แต่น้อย อีกทั้งไม่สามารถละทิ้งผู้เฒ่าทั้งสองได้จึงมาเยี่ยมเยือนแล้วกลับไป”