Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 451 เห็นแก่ความเกื้อกูลกันในครอบครัว

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 451 เห็นแก่ความเกื้อกูลกันในครอบครัว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 451 เห็นแก่ความเกื้อกูลกันในครอบครัว

ตอนที่ 451 เห็นแก่ความเกื้อกูลกันในครอบครัว

หลี่ชื่อเหอตกตะลึงนิ่งไป นางไม่รู้ว่าตนควรทำอย่างไรต่อไปดี ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงของแม่นางเหลียนดังขึ้นจากด้านหลัง “สะใภ้สาม เจ้ามาทำอะไรที่นี่?!”

หลี่ชื่อเหอหันหลังกลับไปมองหน้านาง สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

แม่นางเหลียนเดินเข้าไปตบหลังมือนาง “เจ้าทำงานต่อไปตามเดิม เสี่ยวส้วยเอ๋อ ไฟในเตายังไม่ลุกโชนดี เจ้าเข้าไปเพิ่มฟืนเสีย”

ความกังวลภายในหัวอกของหลี่ชื่อเหอผ่อนคลายลง ราวก้อนหินที่ทับอยู่ร่วงลงสู่พื้น นางหันหลังกลับและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเสี่ยวส้วยเอ๋อมองไปยังเตาที่ไฟยังลุกโชนดี ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปในลานบ้านฝั่งตรงข้ามเพื่อตะโกนเรียกหยุนเชวี่ย

“พี่เชวี่ยเอ๋อ พี่เชวี่ยเอ๋อ อาสะใภ้สามของท่านมาขอกินดื่มที่ร้านอีกแล้ว ท่านรีบไปดูหน่อยเถอะ ข้าเกรงว่าท่านป้ารองจะยอมใจอ่อนอีก!”

หยุนเชวี่ยเพิ่งหยิบสมุดบัญชีออกมา และกำลังจะนับคำนวณรายการบัญชีในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ นางเงยหน้าขึ้นมองทันที “ว่าอย่างไรนะ?”

“อาสะใภ้สามมาระรานร้านของเราอีกแล้ว เห็นว่าอยากกินซาลาเปาไส้เนื้อ ซ้ำยังต้องการมากถึงแปดลูก!”

หยุนเชวี่ยนิ่งงันไป รีบวางพู่กันในมือลงทันที “ไปกันเถอะ!”

ทันทีที่นางไปถึงประตูร้านอาหาร ได้ยินนางเฉินพูดด้วยใบหน้าด้านทนว่า “พี่สะใภ้รอง ครอบครัวของท่านขายซาลาเปาได้วันละตั้งหลายเข่ง ข้าขอกินเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น อีกอย่างข้าไม่ได้มากินเปล่า ๆ เสียหน่อย ท่านไล่นังเด็กเหลือขอนี่และแม่ของนางไปให้พ้นเสีย แล้วข้าจะทำงานให้ท่านเอง”

“ท่านพ่อของข้าเพิ่งบอกว่าจะแบ่งที่ดินให้ท่านทำการเพาะปลูกตั้งห้าไร่ ท่านกลับไม่ใส่ใจเพาะปลูก แล้วยังมาก่อความวุ่นวายใดที่นี่อีก?” หยุนเชวี่ยก้าวเข้าไปภายในร้าน สำรวจมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี

เมื่อวานนางกล่าวเตือนนางเฉินว่ามือทั้งสองข้างสกปรก แต่มาวันนี้นางเฉินกลับชำระล้างเพียงมือทั้งสองข้างเท่านั้น ไขมันหลายชั้นบริเวณลำคอมือ รวมถึงข้อพับที่โผล่พ้นออกมานอกแขนเสื้อยังคงมีคราบไคลหนาเตอะ โดยเฉพาะเมื่อนางขยับตัว ยิ่งเห็นได้ชัดว่าตามตามร่างกายเต็มไปด้วยความสกปรก

ถึงขั้นนี้แล้ว นางเฉินรู้สึกอับอายเล็กน้อย แต่นางยังเชื่อมั่นว่าแม่นางเหลียนจะต้องใจอ่อน นางเพิกเฉยต่อหยุนเชวี่ยพร้อมเอนกายไปหาแม่นางเหลียนอย่างหน้าด้าน “จะให้เพาะปลูกเพียงคนเดียว แล้วสะใภ้ใหญ่ที่หยิบจับช่วยอะไรไม่ได้อยู่เฉยเป็นเครื่องประดับเรือนอย่างนั้นรึ? สู้จ้างคนนอกให้ทำงานต่อไป แล้วให้ข้ามาช่วยเหลือเสียยังดีกว่า”

“ผู้ชายเกือบครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านเราต่างขึ้นไปทำงานในเหมืองเกลือบนภูเขา ผู้หญิงและบรรดาสะใภ้ทั้งหลายล้วนทำงานเพาะปลูกในไร่นากันทั้งนั้น” หยุนเชวี่ยก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างนางเฉินและผู้เป็นแม่ “หากกล่าวหาว่าป้าสะใภ้ใหญ่ไม่รู้จักหยิบจับทำงานใด ท่านเองก็คงไม่ต่างอะไรไปจากนางนักหรอก”

“เชวี่ยเอ๋อ เหตุใดเจ้าไม่คำนึงถึงความเกื้อกูลกันภายในครอบครัวบ้าง? เจ้าเห็นดีให้คนนอกรับผลประโยชน์มากกว่าอาสะใภ้สามของเจ้าอีกหรือ?” นางเฉินบ่นพึมพำ “อากลับมาถึงที่นี่ตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานแล้ว ตลอดทั้งวันจนถึงตอนนี้ อายังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ”

“หากท่านต้องการกินดื่มให้สำราญ ก็จงไปทำงานหารายได้ด้วยตนเอง ทำงานแล้วได้รับค่าจ้างวันต่อวันคงจะเหมาะควรกว่า” หยุนเชวี่ยเกียจคร้านที่จะโต้เถียงกับนางอีก จึงตะโกนเรียกสืออีที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในลานผ่าฟืน “สืออี ช่วยพานางออกไปจากร้านข้าทีเถิด”

“พี่สะใภ้รอง ดูสิ ลูกสาวของท่านใจไม้ไส้ระกำต่อกันเกินไปแล้ว…” นางเฉินหย่อนบั้นท้ายลงนั่งบนเก้าอี้โดยแรง ทำให้ขาเก้าอี้ไม้ซึ่งรองรับน้ำหนักได้ไม่มากส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด

ไม่ต้องรอให้หยุนเชวี่ยเรียกเป็นหนที่สอง สืออีพับแขนเสื้อขึ้นขณะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้าชายเสื้อด้านหน้าของนางเฉินแล้วลากออกไปทันที นางเฉินพยายามถีบขาดิ้นรน แต่เมื่อสู้แรงเขาไม่ไหวจึงทรุดกายเลื้อยลงไปกับพื้นดินราวคนไม่มีกระดูก สองมือไขว่คว้าชายกางเกงแม่นางเหลียนไว้ “พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้รอง…”

หยุนเชวี่ยดึงแม่ของตนให้ถอยกลับมาก้าวหนึ่ง “รีบพาตัวนางออกไปให้พ้น เร็วเข้า”

ท้ายที่สุด เสียงร้องอ้อนวอนของสะใภ้สามก็ไม่บังเกิดผล สืออีใช้กล้ามเนื้อแขนที่แน่นหนา ฉุดกระชากลากร่างที่เต็มไปด้วยไขมันของนางเฉินออกจากธรณีประตูไป ทั้งยังลากไปจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ต้าหวงเห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามเขาไปพร้อมส่งเสียงเห่ากรรโชกตลอดทาง

ชายสองสามคนในร้านอาหาร หนึ่งในนั้นเป็นผู้คุมคนงานบนภูเขาเห็นแล้วถึงกับตะลึงงัน หลังสืออีลากนางเฉินออกไปไกลแล้ว เขาจึงตั้งคำถาม “สะใภ้รอง ผู้หญิงอ้วนนางนั้นเป็นใครกัน?”

“น้องสะใภ้ของข้า นางเป็นภรรยาลูกชายคนที่สามของตระกูล” แม่นางเหลียนรู้สึกอับอายเล็กน้อย “ข้าทำให้พวกเจ้าหัวเราะเยาะเสียแล้ว”

“สะใภ้รอง อย่าว่ากล่าวข้าเลย หากข้าขอพูดตามตรง” ชายคนนั้นยิ้มแหย พลางชี้ไปที่ซาลาเปาในจานตรงหน้า “หากท่านยอมให้ผู้หญิงอ้วนนางนั้นปั้นซาลาเปาจริง เห็นทีข้าอ้าปากกลืนไม่ลงเป็นแน่”

แม่นางเหลียน…

“สะใภ้สามมีนิสัยประจำตัวอันเป็นที่รู้จักกันดีของคนในหมู่บ้านเรา ใส่ใจเพียงเรื่องกินดื่ม แต่กลับเกียจคร้านยิ่ง” หลี่เหล่าเอ้อซึ่งนั่งอยู่ข้างเขาเป็นคนในหมู่บ้าน เขาหยิบยกเรื่องของนางเฉินมาสนทนา และนินทากับผู้บังคับบัญชาของเขา “นางไม่หยิบจับทำอะไรเลย เอาแต่กินเท่านั้น ตอนนี้จึงไม่เหลืออะไร… เห็นเจ้ารองใจดีมีเมตตาเข้าหน่อย นางจึงหวังพึ่งพาพวกเขา…”

นางเฉินยังเดินอ้อยอิ่งอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าสืออีและต้าหวงจับตามองนางในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล นางรู้สึกหิวโหยแต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ จึงจำใจหันหลังกลับพร้อมพึมพำสาปแช่ง

เมื่อกลับมาถึงเรือน นางเห็นว่ากลางลานบ้านมีอ่างไม้ขนาดใหญ่วางอยู่ โดยแม่นางจ้าวกำลังนั่งซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนอยู่ตรงนั้น

“เหตุใดเจ้าไม่หอบเสื้อผ้าไปซักริมแม่น้ำ? มัวกระมิดกระเมี้ยนอยู่ที่นี่เพื่ออะไร?” นางเฉินกลอกตาด้วยความรำคาญ “เจ้าหน้าบางเกินกว่าจะออกไปเผชิญสายตาผู้คนให้อับอาย หรือกลัวว่าท่านแม่จะไม่เห็นว่าเจ้าทำงานบ้านด้วยตนเอง?”

แม่นางจ้าวไม่เงยหน้าขึ้นโต้ตอบแต่อย่างใด ราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่นางเฉินกล่าว ทั้งยังพ่นลมหายใจครืดคราดต่อไป

นั่นเป็นเพราะนางไม่อยากแบกผ้าไปซักริมแม่น้ำหลายเที่ยวจริงดังที่นางเฉินเสียดสี และถึงแม้นางจะยอมไปซักผ้าที่กังหันน้ำที่ริมแม่น้ำ แต่แม่เฒ่าจูต่างหากที่ไม่ปล่อยให้นางไป หญิงชราผู้โหดร้ายพยายามสรรหาสารพัดคำหยาบมาดุด่า และกลั่นแกล้งด้วยกลวิธีที่แตกต่างกันออกไป นางรู้ว่าผู้เฒ่าหยุนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงจงใจปล่อยให้เขาขับถ่ายจนเปียกเลอะเปื้อนเตียง ก่อนจะยกร่างเขาขึ้น ถอดกางเกงออก แล้วโยนเสื้อผ้ารวมถึงผ้าปูที่นอนสกปรกให้แม่นางจ้าว สั่งให้นางซักผ้าอยู่กลางลานบ้าน ส่วนตนนั่งอยู่ใต้ชายคาเพื่อจับตามองด้วยตนเอง

มือทั้งสองข้างของแม่นางจ้าวเปียกโชกไปด้วยน้ำปนเปื้อนของเสียที่เหม็นหึ่ง ถึงกระนั้นนางพยายามอย่างที่สุดเพื่อกลั้นหายใจ หลายครั้งที่นางอดรนทนไม่ได้จนต้องยกมือขึ้นปิดปาก และเมื่อใดก็ตามที่การเคลื่อนไหวของนางช้าลงแม้เพียงเล็กน้อย แม่เฒ่าจูจะระเบิดอารมณ์โทสะและด่าทอนางทันที

ครั้นเห็นนางเฉินเดินเข้ามา เปลือกตาของแม่เฒ่าจูก็ยกขึ้น “นังล่อเกียจคร้านไร้ประโยชน์ เจ้าหายหัวไปไหนมาตั้งแต่เช้า?! รีบล้างมือแล้วก่อไฟปรุงอาหารซะ!”

นางเฉินก้าวไปข้างหน้า คิดเสียว่าตนยังมีชัยเหนือแม่นางจ้าวซึ่งได้ทำแต่งานที่น่ารังเกียจ นางจงใจกลั่นแกล้งอีกฝ่าย โดยยกเท้าขึ้นเตะใส่อ่างไม้ ทำให้น้ำสีเหลืองสกปรกสาดกระเซ็นออกมาถูกใบหน้าของแม่นางจ้าว

นางเฉินไม่วายหันไปเพิ่มเชื้อเพลิงลงในกองไฟ เล่าเรื่องด้วยการใส่สีตีไข่ว่าหยุนลี่เต๋อและคนในครอบครัวของเขาต่างปฏิเสธที่จะช่วยเหลือนาง โดยเฉพาะลูกสาวคนรองของเขาซึ่งแล้งน้ำใจ ทั้งยังจงใจทำให้นางซึ่งมีฐานะเป็นอาสะใภ้สามได้รับความอับอาย

หลังฟังจบแล้ว แม่เฒ่าจูได้แต่พ่นลมหายใจเย็นเยียบออกมาจากจมูก “แม้แต่ข้ายังไม่มองว่าเจ้าไร้ประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรู้สึกขวางลูกหูลูกตานัก แทนที่จะกินเพื่อประทังชีวิตกลับตะกละอยากจะกินซาลาเปาไส้เนื้อ ในเมื่อหิวโหยนักแล้วมัวยืนบื้ออะไรอยู่ที่นี่? ไปก่อไฟทำอาหารสิ! เห็นข้าและพ่อของเจ้าไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ จึงอยากปล่อยให้อดตายอย่างนั้นรึ?!

นางเฉินเห็นว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตรก็สับสนไม่น้อย ได้แต่บ่นพึมพำ “ท่านและท่านพ่อยังได้กินทั้งบะหมี่และเนื้อสัตว์ แต่ข้าไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องเลยแม้แต่คำเดียว…”

“นั่นเป็นสิ่งที่เจ้ารองมอบให้เพราะกตัญญูกตเวทีต่อพ่อและแม่ของเขา เจ้าหวังจะกินมันอย่างนั้นรึ? หากเจ้ากล้าแตะต้องมันแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะฉีกปากของเจ้าซะ…”

นางเฉินบิดสะโพกเดินดุ่มเข้าไปในครัวด้วยความอับอาย แม่เฒ่าจูยังคงนั่งอยู่ใต้ชายคาและพ่นคำสาปแช่ง น้ำเสียงของนางไม่ทรงพลังเช่นเมื่อก่อน แต่อารมณ์โทสะของนางเพิ่มพูนเป็นเท่าทวียิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก ด่าทอบรรดาลูกสะใภ้ลามไปถึงบรรพบุรุษของพวกนางถึงสิบแปดรุ่น

แม้แต่แม่นางเหลียนก็ไม่ละเว้น

แม่เฒ่าจูรู้ดีแก่ใจว่าบุตรชายอีกสองคนนั้นไร้ซึ่งความหวังที่จะฝากฝังอีกแล้ว ตอนนี้พวกเขาวางใจฝากชีวิตได้เพียงหยุนลี่เต๋อเท่านั้น นางไม่โกรธแค้นหยุนลี่เต๋ออีกต่อไป ทว่ายังคงโกรธแค้นแม่นางเหลียนซึ่งเป็นภรรยาของเขาอยู่ ตราบใดที่ลูกชายไม่ยอมหย่ากับนาง แม่เฒ่าจูไม่อาจพึงพอใจได้

น่าเสียดายที่แม่นางเหลียนไม่ได้ยินคำสาปแช่งนั้น แต่แม้ไม่ได้ยิน นางก็พอรู้ว่าแม่เฒ่าจูไม่ต้องการเห็นหน้านาง ฉะนั้นนางจึงมาเหยียบเรือนหลังเก่าให้น้อยครั้งที่สุด ด้วยไม่มีเหตุใดที่ตนต้องแวะเวียนไปข้องเกี่ยวกับหญิงชราที่ไร้เหตุผล

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 451 เห็นแก่ความเกื้อกูลกันในครอบครัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.