Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 450 นางเฉิน

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 450 นางเฉิน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 450 นางเฉิน

ตอนที่ 450 นางเฉิน

ไม่ต้องรอให้นางเฉินกวนน้ำให้ขุ่นหรือราดน้ำมันลงกองไฟ แม่เฒ่าจูเพิ่งหยุดพักไปได้เพียงครู่ ก็เริ่มด่าทอสาปแช่งแม่นางจ้าวอย่างไม่หยุดหย่อน

แม้ว่าแข้งขาของแม่เฒ่าจูจะได้รับบาดเจ็บ ทว่าจิตใจของนางไม่ได้รับความกระทบกระเทือนแต่อย่างใด นอกจากนี้นางยังถือว่าตนกลับมาอยู่ในพื้นที่อันคุ้นเคยแล้ว ทำให้แรงผลักดันกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอย่างทันตาเห็น นางสั่งให้นางเฉินยกเก้าอี้ไปตั้งไว้ตรงกลางลานบ้าน ก่อนย้ายไปนั่งบนเก้าอี้นั้นด้วยตัวเอง จับตาดูแม่นางจ้าวทำงานอย่างใกล้ชิด

แม่นางจ้าวถูกใช้ให้ไปหาบน้ำเป็นอย่างแรก หาบจนกว่าโอ่งใบใหญ่สองใบในลานบ้านจะเต็มล้น ก่อนจะสั่งให้นางไปเก็บมูลหมูจากคอกหมูในบ้านของหยุนลี่เต๋อ มาทำเป็นปุ๋ยคอกพรวนดินในแปลงผัก แม้งานเสร็จสิ้นแล้วนางยังไม่ได้รับอนุญาตให้พักผ่อน ปล่อยให้นางลับมีดและผ่าฟืนต่อไป…

แม่นางจ้าวเคยยกย่องตนเองว่าเป็นถึงภรรยาบัณฑิต ไหนเลยจะทำงานหยาบอย่างหนักเช่นนี้ได้ ทุกครั้งที่แม่เฒ่าจูเห็นว่านางทำท่าทางงุ่มง่ามหรือไร้เรี่ยวแรง แม่เฒ่าจูจะด่าทอนางอย่างดุเดือด

คราวนี้นางเฉินรู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก นางเฝ้ามองภาพน่าสมเพชของอีกฝ่ายพลางหัวเราะเยาะ บางครั้งยังคอยเป็นลูกคู่ลูกรับกับแม่เฒ่าจูโดยการกล่าวประชดประชัน เมื่อเห็นท่าทางของแม่นางจ้าวเริ่มอ่อนล้า นางกลับมีความสุขราวกับได้กินเนื้อหมูถึงสองจิน

แม่เฒ่าจูด่าทออยู่นาน แต่นางกลับรู้สึกว่ายังไม่เพียงพอที่จะบรรเทาความเคียดแค้นภายในจิตใจของตน นางชี้ไปที่ไม้กวาดซึ่งพิงอยู่ข้างกำแพง พร้อมกล่าวกับนางเฉินว่า “สะใภ้สาม หยิบไม้กวาดนั่นมาตีนังดาวมรณะให้ตาย!”

“ท่านแม่ ให้ข้าลงแรงเบามือหรือหนักมือ? หากลงไม้ลงมือกับพี่สะใภ้ใหญ่จนถึงขั้นยาวสามสั้นสอง* จะทำอย่างไร?” นางเฉินแสร้งถามด้วยรอยยิ้ม

*ยาวสามสั้นสอง = เป็นสุภาษิตที่ใช้อธิบายถึงความโชคร้าย หรือการสูญเสียถึงขั้นเสียชีวิต

“ทุบตีมันซะ! นังดาวมรณะผู้นี้ หากไม่ตีให้ตายคงนำภัยพิบัติมาสู่ครอบครัวของเราอีกเป็นแน่!” แม่เฒ่าจูจ้องเขม็งด้วยสายตาโหดเหี้ยม

นางเฉินรับคำสั่ง รีบคว้าไม้กวาดตรงดิ่งไปหาแม่นางจ้าว แม่นางจ้าวทิ้งงานในมือทันที พยายามยกแขนขึ้นปิดบังศีรษะ ซุกซ่อนจุดอ่อนบนร่างกายไว้ พลางร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตา “ท่านแม่ ข้ารับรู้ความผิดแล้ว ท่านแม่…”

ยิ่งนางร้องไห้และคร่ำครวญเสียงดังเพียงใด แม่เฒ่าจูก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด นางตบต้นขาฉาดใหญ่พร้อมพ่นคำผรุสวาท “เจ้ารู้หรือไม่?! ความผิดพลาดใหญ่หลวงที่สุดสำหรับเจ้า คือการที่เจ้าไม่ยอมฆ่าข้าตั้งแต่แรก! นังหญิงอสรพิษ!”

“ท่านย่า อาสะใภ้สาม พวกท่านกำลังทำอะไร?!” หยุนโม่ได้ยินเสียงคร่ำครวญของแม่นางจ้าว จึงรีบพุ่งตัวออกจากห้องไปปกป้องผู้เป็นแม่ โดยให้นางหลบอยู่ด้านหลัง

“สั่งสอนบทเรียนให้แม่ของเจ้ารู้จักสำเหนียกอย่างไรเล่า! ออกไปให้พ้นหน้าข้า!” นางเฉินยกมือเท้าสะเอวทันที “อย่าสู่รู้เรื่องของผู้ใหญ่! หากเจ้าไม่ยอมหลีกไปให้พ้นหน้าข้า ก็ต้องโดนทุบตีไปพร้อมกับแม่ของเจ้านี่แหละ!”

หยุนโม่ไม่ยอมขยับเขยื้อน จ้องเขม็งไปยังนางเฉินพลางเม้มริมฝีปากแน่นอย่างเด็ดเดี่ยว

โดยปกติแล้วเขาไม่ใช่คนชอบสุงสิงกับผู้ใด ทั้งยังเก็บตัวอยู่แต่ภายในห้องตลอด ถึงกระนั้นร่างกายของเขาก็สูงใหญ่ตามช่วงวัย ความสูงเลยศีรษะของนางเฉินเสียอีก ยิ่งตอนนี้ที่เขาทำท่าทางขึงขังไม่อ่อนข้อต่อผู้ใด ทำให้ผู้ที่เห็นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตนอ่อนแอกว่า

นางเฉินคิดว่าหากเขาต่อสู้อย่างสุดความสามารถจริง นางย่อมไม่อาจเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน นางจึงหันไปฟ้องอีกฝ่าย “ท่านแม่ ดูสิ! ทุกคนชักจะเหิมเกริมกันเข้าไปใหญ่แล้ว! ไม่เห็นหัวท่านเลยสักนิด!”

แม่เฒ่าจูแค่นเสียงสั่ง “ต้าหลาง ถอยไปซะ”

หยุนโม่…

“หากเจ้าคิดว่าตนปีกกล้าขาแข็งพอตัว จงพาแม่ของเจ้าและกับน้องสาวสองคนออกจากบ้านหลังนี้ไปเสีย ออกไปตั้งรกรากทำมาหาเลี้ยงชีพเอง แต่ถ้าเจ้าไร้ซึ่งทักษะการเอาตัวรอด ตราบใดที่ยังอาศัยอยู่ในครอบครัวนี้ เจ้าต้องฟังคำของข้า” แม่เฒ่าจูจ้องมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว

ลูกกระเดือกกลางลำคอหยุนโม่ขยับขึ้นลงเล็กน้อย สุดท้ายจึงค่อย ๆ หลุบตาลง

หลายปีผ่านไป เขาไม่มีความสามารถใดเลยนอกจากอ่านหนังสือประโลมโลก ไม่ได้แตะต้องตำราวิชาการใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นหากให้เขาออกไปเริ่มต้นก่อร่างสร้างตัวด้วยตนเอง ไม่ต้องกล่าวถึงแม่นางจ้าวและน้องสาวทั้งสอง เพราะเขาไม่อาจทำสิ่งใดได้ ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดได้ด้วยซ้ำ

นางเฉินเห็นท่าทีเช่นนั้นจึงพ่นลมหายใจพร้อมกล่าวเย้ยหยัน “ต้าหลาง อย่าหาว่าข้าตั้งข้อกังขาเจ้าเลย แต่เจ้าร่ำเรียนวิชามาหลายปีถึงเพียงนี้แล้วได้ประโยชน์ใดบ้าง? อายุของเจ้าก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว กลับช่วยครอบครัวหาเงินไม่ได้แม้แต่เหรียญเดียว แต่ครอบครัวกลับต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อส่งเสียเจ้า สู้น้องชายของเจ้าก็ไม่ได้ ดูอย่างเอ้อหลางของข้าสิ แม้ไม่รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว กลับยืนหยัดหาเงินอยู่ในเมืองด้วยตัวคนเดียวได้”

ศีรษะของหยุนโม่ก้มต่ำลงทุกขณะ สองมือกำเข้าหากันแน่น

ยิ่งนางเฉินพูดมากเพียงใด นางก็ยิ่งภาคภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น “ครอบครัวของเราไม่มีปัญญาส่งเสียให้เจ้าร่ำเรียนได้อีกแล้ว ต่อให้เจ้าเรียนต่อไปอีกสองสามปี ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าเจ้าจะรับเป็นขุนนางได้ หรือต่อให้เจ้าสอบผ่าน สักวันเจ้าก็จะเจริญรอยตามพ่อขี้โกงของเจ้า ครอบครัวไม่มีวันสงบสุข ออกไปด้านนอกผู้คนมีแต่จะดูหมิ่นเหยียดหยาม…”

ปลายคางของหยุนโม่ก้มลงแทบจะชิดหน้าอก เขาไม่อาจโต้เถียงในสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวมาได้แม้ครึ่งคำ ฝ่ายแม่นางจ้าว แม้นางจะมีจิตใจร้ายกาจเพียงใด ถึงอย่างไรนางก็ยังมีความเป็นแม่ เมื่อเห็นว่าลูกชายถูกทารุณกรรมทางคำพูดอย่างรุนแรง นางได้แต่ร้องไห้และผลักเขากลับเข้าไปในบ้าน

หยุนโม่ยืนนิ่งพิงกำแพง ฟังผู้เป็นแม่กรีดร้องขอความเมตตาอยู่กลางลานบ้านทั้งที่ถูกด้ามไม้กวาดทุบตี จิตใจของเขาขาวโพลนว่างเปล่า

ผ่านไปครู่ใหญ่ กระทั่งแม่เฒ่าจูสาแก่ใจ และนางเฉินเริ่มเหนื่อยล้าจากการออกแรงเช่นกัน แม่นางจ้าวทรุดลงนอนแผ่อยู่กลางลานโดยที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง แม้แต่เสียงร้องไห้ก็แหบแห้ง ในที่สุดนางก็ยอมรับชะตากรรมของตนเองและหยุดดิ้นรน

เวลานี้ ท้องฟ้าจวนมืดสนิท

หลังจากรั้งรออยู่ครู่หนึ่ง แม่เฒ่าจูก็ยกมือขึ้น โบกมือสั่งให้นางเฉินช่วยประคองตนเข้าไปในบ้าน ขณะเดินไปถึงประตูบ้านพลันคิดกลอุบายขึ้นใหม่ นางยกเปลือกตาหย่อนยานขึ้นพลางออกคำสั่ง “ไป ยกเตียงในห้องปีกตะวันออกมาให้ข้าซะ”

“ได้ ท่านแม่” นางเฉินรับคำพลางลอยหน้าลอยตาอย่างมีชัย “ปล่อยให้นางนอนบนพื้นกระดาน เผื่อจะหนาวจนแข็งตายไปเสีย”

“มันไม่สมควรนอนบนพื้นกระดานด้วยซ้ำ ควรนอนในคอกหมูเสียมากกว่า” แม่เฒ่าจูแค่นเสียง “กำชับเจ้าเด็กเหลือขอสามคนนั้นให้ดี หากใครกล้าเปิดประตูให้มันเข้ามาในบ้าน วันพรุ่งนี้ข้าจะขับไล่พวกมันให้ออกไปจากบ้านตระกูลหยุนซะ”

นางเฉินได้ยินแล้วฉีกยิ้มกว้างเสียยิ่งกว่าเอวกางเกงของตน “ท่านแม่ ข้าจะจัดการตามคำสั่งของท่านทันที ท่านแม่ว่ามื้อเย็นนี้เราจะกินอะไรกันดี?”

แม่เฒ่าจูค่อย ๆ เอนกายลงพิงพนักหัวเตียง สายตาที่จ้องมองนางเฉินแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา “บะหมี่ขาวเหล่านั้นล้วนเป็นความกตัญญูจากเจ้ารองที่มอบให้ข้าและท่านพ่อของเจ้า นังล่อเกียจคร้าน! รังแต่จะอ้าปากรอกินอย่างเดียวหรืออย่างไร?! ออกไปได้แล้ว!”

นางเฉินรีบหดคอกลับทันที ก่อนจะเดินออกมาจากห้องชั้นบน ถึงกระนั้นยังได้ยินแม่เฒ่าจูตะโกนดังขึ้นจากภายในห้อง “เจ้ามันเกียจคร้านและโลภมาก! หากเจ้ากล้าขโมยอาหารการกินในครัว ข้าจะขับไล่เจ้าออกไปจากบ้านหลังนี้เช่นกัน!”

นางเฉินไม่อยากต้องทนหิวโหยแม้สักมื้อ นับประสาอะไรกับการถูกขับไล่ออกจากเรือน ดังนั้นนางจึงไม่คิดแตะต้องอาหารในครัวเลยแม้แต่อย่างเดียว วันรุ่งขึ้นนางรีบตื่นแต่เช้า วิ่งโร่ไปหน้าประตูร้านอาหารของครอบครัวรอง ลูบตามใบหน้า นั่งลงที่โต๊ะอย่างไม่เกรงใจ พลางถูฝ่ามือและกวักเรียกเสี่ยวส้วยเอ๋อ

“เสี่ยวส้วยเอ๋อ เสี่ยวส้วยเอ๋อ เจ้ามีตาแต่ไร้แววหรืออย่างไร? ข้านั่งตรงนี้มานานแล้ว ยังไม่รีบยกขนมปังและโจ๊กสักชามมาต้อนรับข้าอีก ชักจะเกียจคร้านกันเกินไปแล้ว!”

เสี่ยวส้วยเอ๋อเพิ่งทำความสะอาดโต๊ะเสร็จ ยังถือผ้าขี้ริ้วอยู่ในมือ นางชำเลืองมองอีกฝ่ายเพียงหนึ่งครั้งก่อนเอ่ยถาม “อาสะใภ้สามต้องการซาลาเปากี่ลูกเจ้าคะ?”

“ห้าลูก… ไม่สิ แปด ขอซาลาเปาแปดลูกก่อน ขอไส้เนื้อทั้งหมดด้วย” นางเฉินนั่งกางขาอย่างไร้มารยาทพลางเคาะโต๊ะ “เร็วเข้า มีสองมือสองเท้า รีบทำงานให้มันคล่องแคล่วหน่อย”

“ซาลาเปาไส้เนื้อแปดลูก โจ๊กหนึ่งชาม ทั้งหมดคิดเป็นเงินสิบเจ็ดเหรียญ” เสี่ยวส้วยเอ๋อกล่าว

ทันทีที่นางเฉินได้ยินเรื่องนี้ นางถลึงตาจ้องเขม็งทันควัน “ข้าเห็นแก่ว่าเจ้าเป็นเด็กไม่รู้ประสา แต่คนในครอบครัวเดียวกันกับเจ้าของร้านนี้แท้ ๆ กลับต้องจ่ายเงินเพื่อกินซาลาเปาเพียงไม่กี่ลูกเนี่ยนะ? ข้าไม่เคยได้ยินธรรมเนียมเช่นนี้มาก่อน!”

ใบหน้าของเสี่ยวส้วยเอ๋อยังคงราบเรียบไร้อารมณ์ “ข้าไม่สามารถตัดสินใจเรื่องดังกล่าวได้ อาสะใภ้สาม เห็นทีท่านคงต้องบอกกล่าวเรื่องนี้กับท่านลุงรองและท่านป้าสะใภ้รองด้วยตนเอง”

“แกมันนังเด็กโง่เง่า” นางเฉินต่อว่าด้วยน้ำเสียงรำคาญใจเต็มทน “เจ้าและแม่ของเจ้าไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้วนับจากวันนี้ไป พี่สะใภ้รองกล่าวว่า ในอนาคตนางจะจ้างข้าให้มาทำงานที่นี่เพื่อช่วยเหลือกิจการภายในครอบครัว จ้างข้ายังน่าไว้วางใจกว่าจ้างคนนอก…”

“ว่าอย่างไรนะ?” หลี่ชื่อเหอยกชามโจ๊กร้อน ๆ ที่ลูกค้าสองสามคนเพิ่งสั่งออกมาจากครัว บังเอิญได้ยินประโยคนี้เข้าพอดี จึงเกิดความตระหนกจนมือสั่น แทบปล่อยชามร่วงลงพื้น “จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? ข้าไม่เห็นนางมากล่าวเช่นนี้ต่อหน้าข้าด้วยซ้ำ…”

“พี่สะใภ้รองของข้าหน้าบางออกปานนั้น นางคงไม่กล้าบอกกล่าวกับพวกเจ้าโดยตรง ดังนั้นจึงมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของข้า” นางเฉินโบกมือไล่ “เร็วเข้า ถอดผ้ากันเปื้อนออกซะ อย่ามัวชักช้าขวางทางอยู่ที่นี่”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 450 นางเฉิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.