Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 455 ความทุกข์

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 455 ความทุกข์
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 455 ความทุกข์

ตอนที่ 455 ความทุกข์

ในถุงเงินยังเหลือเงินอีกยี่สิบเหรียญ สองพี่น้องเดินไปจนเจอร้านบะหมี่จึงขอพ่อค้าคนละหนึ่งชามเพื่อบรรเทาความหิวโหย

“พี่สาว ท่านคิดว่าอาชิ่วเอ๋อจะรับพวกเราไปดูแลหรือไม่?” หยุนหรงกลืนบะหมี่ลงคอ

“ต่อให้นางรับดูแล ทว่าต้องใช้เวลาเจ็ดถึงแปดวันในการจัดส่งจดหมาย” หยุนเยว่วิตกกังวลเสียจนไม่รับรู้รสชาติอาหาร “แล้วระหว่างนั้นหากท่านย่าบังคับให้ข้าออกเรือนเข้าจริงเล่า?”

หยุนหรงไม่ตอบคำใด ยกชามขึ้นซดน้ำซุปด้วยความหิวกระหาย

“ข้ารู้ว่าเจ้าหิวโหย แต่เจ้าควรพูดอะไรออกมาบ้าง!”

“ข้าจะทำสิ่งใดนอกเหนือจากนี้ได้อีก เขียนจดหมายหรือก็เขียนแล้ว เราทำได้เพียงรอการตอบรับจากอาชิ่วเอ๋อเท่านั้น”

“แล้วหากนางไม่ใส่ใจจดหมายของเราเล่า?”

หยุนหรงเม้มริมฝีปากก่อนกล่าวพึมพำแผ่วเบา “หากท่านสามารถเสาะหาครอบครัวที่ร่ำรวยเพื่อแต่งงาน ทั้งยังทำตัวให้เป็นที่โปรดปรานได้ บางที… ท่านแม่ของเราและข้าคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากเคราะห์กรรมอันเลวร้ายเหล่านี้อีกต่อไป”

“เจ้าพูดอะไรออกมา?!” ใบหน้าหยุนเยว่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด นางกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะทันที “ช่างพูดจาราวกับมันง่ายดายนัก แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่แต่งไปเป็นอนุเสียเองล่ะ?!”

“ข้าทำไม่ได้ ข้ายังเด็กเกินไป…” หยุนหรงหลุบตาลง “ท่านต้องการสิ่งใดจากข้าอีก? เสื้อผ้าชุดใหม่ก็เจียดนำไปจำนำแล้ว ทำทุกอย่างเท่าที่พึงทำได้ หากโตพอจะแต่งไปเป็นอนุได้ ยังดีกว่าต้องทนอดอยากและถูกดุด่าอยู่ที่บ้านเป็นไหน ๆ…”

ชามบะหมี่ของหยุนเยว่ยังเหลืออยู่ ส่วนชามของหยุนหรงหมดเกลี้ยง ในถุงเงินยังเหลือเงินอีกจำนวนสี่เหรียญ พวกนางตัดใจซื้อขนมน้ำตาลอีกชิ้นหนึ่งจากแผงขายริมทาง ก่อนแบ่งปันกันกัดกินจนหมดขณะเดินทางกลับบ้าน

ช่วงบ่ายของวันถัดมา หยุนลี่เต๋อเดินทางกลับมาจากธุระในตัวเมือง แม่นางเหลียนไม่ลืมบอกกล่าวให้เขารับทราบเกี่ยวกับเรื่องของหยุนโม่ “เด็กคนนี้ ในเมื่อมีมือและเท้าทั้งสองข้างครบถ้วน แล้วเหตุใดจึงได้เลือกงานนัก?”

“เขาเติบใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว จะนั่งนอนงอมืองอเท้าไปวัน ๆ ได้อย่างไร” หลังจากได้ยินเรื่องนี้ หยุนลี่เต๋อได้แต่ส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกเศร้าเสียดายยิ่ง “เด็กคนนี้ถูกตามใจจนเกินไป เสียนิสัย!”

“ข้าบอกกล่าวกับเขาว่า ตราบใดที่เจ้าลงแรงทำงานในทุ่งนา เจ้าจะมีอาหารที่แบ่งสันปันส่วนไม่อดอยาก ทว่าไร้ประโยชน์ ข้าวานให้สืออีไปดูผืนที่นาดังกล่าว ปรากฏว่ายังไม่มีการเพาะปลูกใด ๆ ทั้งสิ้น เฮ้อ…” แม่นางเหลียนเองก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าควรกล่าวอะไรดี

“เช่นนั้นก็คงต้องปล่อยเขาไป” หยุนลี่เต๋อยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างนึกขุ่นเคือง “เขาโตเป็นหนุ่มแล้ว หากไม่สามารถเลี้ยงชีพตนเองได้ ผู้อื่นก็คงควบคุมชีวิตของเขาไม่ได้เช่นกัน หากเขาเลือกเช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาหิวโหยต่อไป”

ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจของแม่นางเหลียนก็อ่อนแรงเกินกว่าจะคิดหาหนทาง แต่แล้วกลับคิดบางอย่างขึ้นได้จึงออกความเห็น “เด็กคนนี้อาจไม่คุ้นชินกับการทำงานหนัก ทว่าเขารู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้ หรือจะให้เขาเข้าเมืองไปหางานประเภทเสมียนบัญชี? อย่างน้อยยังสามารถหาเลี้ยงชีพตนเองได้”

“ถึงขั้นนี้แล้ว หากเขาไม่ตระหนักถึงวิธีที่จะทำให้ตนเองก้าวหน้า ชีวิตนี้ก็คงไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีก” หยุนลี่เต๋อโกรธจนคิ้วขมวดเข้าหากัน “ข้าต้องฝึกให้เขารู้จักความลำบากเสียบ้าง บางทีหัวคิดอาจจะเฉียบแหลมขึ้น ในเมื่อยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เมื่อไรเล่าจะหาเงินมาจุนเจือครอบครัวได้?”

เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งเพราะไม่สบอารมณ์ของสามี แม่นางเหลียนจึงพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ต้าหลางไม่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตโชกโชนเช่นเรา ในฐานะที่ท่านเป็นอา เพียงอธิบายให้เขาเข้าใจก็ได้แล้ว เหตุใดต้องโกรธถึงเพียงนี้?”

“ข้าเปล่าตัดสินความสามารถของเขาจากภายนอก บางทีข้าอาจจะรีบร้อนเกินไป…” หยุนลี่เต๋อยกมือขึ้นปิดบังใบหน้า “ได้ ข้าเข้าใจแล้ว วันพรุ่งนี้ข้าจะลองไปพูดคุยกับเขา…”

หยุนโม่ไร้ซึ่งประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานหยาบกลางท้องทุ่ง เขาไม่สามารถแยกแยะระหว่างข้าวฟ่างและเกาเหลียงว่ามีลักษณะต่างกันอย่างไร ช่วงสิบปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขามีเพียงการอ่านเขียนหนังสือเท่านั้น

เขาหมกตัวอยู่แต่ในห้องตลอดทั้งวัน จะออกจากห้องเพื่อกินอาหารก็ต่อเมื่อถึงเวลา กินเสร็จแล้วก็กลับขึ้นห้อง ปิดประตูมิดชิด และอ่านตำราต่อ มีเพียงโลกส่วนตัวเป็นสหาย ปราศจากประสบการณ์ภายนอกโดยสิ้นเชิง วิถีชีวิตดำเนินไปเช่นนี้แล้ววันแล้ววันเล่า จากปีหนึ่งสู่อีกปีหนึ่ง

ทุกปีเขาจะเดินทางเข้าไปสอบในเมือง ทว่าเขากลับพลาดจากการสอบทุกปีเป็นประจำ เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า เขาก็เริ่มคุ้นเคยกับผลลัพธ์ดังกล่าวเสียแล้ว กระทั่งเริ่มหมดหวังในตนเองจนชินชา เขาไม่รู้ว่าความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียนด้วยซ้ำ ถึงกระนั้นนอกเหนือจากการอ่านเขียนหนังสือแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าตนสามารถทำสิ่งใดได้อีกบ้าง

ตำราในมือของหยุนโม่ถูกเปิดค้างไว้ตรงหน้าเดิม ไม่ได้พลิกเปิดหน้าต่อไปเป็นเวลานาน จนกระทั่งเสียงดุด่าของแม่เฒ่าจูดังขึ้นอีกครั้ง ถึงได้ตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์ความคิด ฉับพลันความหิวโหยก็จุกตื้นขึ้นมาจากทรวงอกและแผ่นหลัง

ช่วงบ่ายอากาศเริ่มเย็นลง แม่เฒ่าจูจึงปิดประตูห้องชั้นบนเพื่อกำบังลม ก่อนที่นางจะทันมองเห็นเหตุการณ์ภายนอก หยุนโม่ก็เดินออกไปจากห้อง ยอบตัวลงนั่งข้างแม่นางจ้าวที่กำลังผ่าฟืน พลางกล่าวด้วยเสียงกระซิบ “ท่านแม่…”

แม่นางจ้าวเงยหน้าขึ้น จ้องมองใบหน้าเขาด้วยสีหน้ามืดมน

“ท่านแม่ขอรับ ข้าไปที่บ้านของอารองในช่วงบ่ายของเมื่อวาน ท่านอารองไม่อยู่ ส่วนอาสะใภ้รองแนะนำให้เราไปทำงานในทุ่งนา ทำงานเสร็จหนึ่งวันจะได้รับอาหารปันส่วนที่เหมาะสม” หยุนโม่กล่าวด้วยความรู้สึกท่วมท้นเล็กน้อย

แม่นางจ้าวนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ยถามกลับ “อารองของเจ้าอยู่ที่นั่นด้วยหรือไม่?”

หยุนโม่เพียงส่ายหน้า

“พรุ่งนี้เจ้าจงไปพบเข้าอีกครั้ง” แม่นางจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ให้เราไปทำนางั้นรึ? บรรดาชาวบ้านไม่พากันหัวเราะเยาะตายหรืออย่างไร? ต้องเป็นสะใภ้รองแน่ที่คิดแผนการเช่นนี้ เพื่อที่พวกเราจะได้ตกเป็นเบี้ยล่าง…”

“ท่านแม่…” หยุนโม่เกิดความลังเล เขาไม่อยากพาตนเองไปกล่าวอ้อนวอนผู้ใดด้วยน้ำเสียงและท่าทางไร้ศักดิ์ศรีเป็นหนที่สอง

“มีอะไรรึ?”

“เหตุใดท่านไม่ให้เยว่เอ๋อและหรงเอ๋อไปบ้าง พวกนางเป็นเด็กหญิง แน่นอนว่าช่างพูดช่างเจรจากว่าข้าเป็นไหน ๆ”

ทันทีที่เขากล่าวจบ ก็ได้ยินเสียงประตูหน้าลานบ้านดังขึ้นเบา ๆ สองพี่น้องพากันเดินเขย่งเท้าเข้ามาภายในบ้านทีละคน ก่อนกวาดสายตามองไปโดยรอบ เมื่อพวกนางเห็นว่าประตูห้องชั้นบนปิดอยู่ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ท่านแม่…” หยุนหรงไม่อาจเก็บงำความลับไว้ได้ นางขยับเดินเข้าไปใกล้แม่นางจ้าวด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ ก่อนใช้มือป้องริมฝีปากเพื่อกระซิบ “ข้าและพี่สาวเขียนจดหมายส่งถึงอาชิ่วเอ๋อแล้ว หากนางได้รับจดหมายและส่งรถมารับ พวกเราจะไม่ต้องทนกับความเป็นอยู่เช่นนี้อีกต่อไป”

“พวกเจ้าสองคนเข้าไปในเมืองมาหรือ?” แม่นางจ้าวเพ่งมองใกล้ ๆ เห็นว่าด้านหน้าของเสื้อผ้าลูกสาวมีรอยเปื้อนของเศษขนมน้ำตาลเป็นหย่อม จึงเอ่ยถามด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน “แล้วไปเอาเงินมาจากไหน?”

“ข้านำเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เพิ่งตัดเย็บเสร็จเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาไปจำนำ” ว่าแล้วหยุนหรงก็เผยสีหน้าบูดบึ้ง “ทว่าเขาตีราคาให้แค่เพียงสี่สิบเหรียญเท่านั้น ยี่สิบเหรียญใช้สำหรับส่งจดหมาย ส่วนอีกยี่สิบเหรียญนั้นไม่เพียงพอแม้แต่อาหารมื้อดี ๆ ด้วยซ้ำ!”

ทันทีที่แม่นางจ้าวได้ยินดังนั้น ใบหน้าที่เหี่ยวแห้งเป็นทุนเดิมกลับยิ่งดูน่าเกลียดขึ้นกว่าเก่า นางขบกรามแน่นพลางแค่นเสียงลอดไรฟัน “เจ้าลูกแล้งน้ำใจ แม่และพี่ชายของเจ้าอดทนต่อความหิวโหยมาตลอดหลายวันแล้ว ไม่มีข้าวสักเม็ดตกถึงท้อง เจ้าได้เงินมาทั้งที กลับใช้จ่ายยี่สิบเหรียญไปจนหมดโดยไม่คำนึงถึงคนที่บ้านงั้นรึ?!

“เงินยี่สิบเหรียญแทบไม่พอยาไส้ บะหมี่ที่ข้ากินมีเพียงเศษไก่ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งรสชาติยังจืดชืด กินยากจะตายไป” หยุนหรงยังไม่วายวางตนเป็นคุณหนู นิสัยเคยชินกับความฟุ่มเฟือยทวีคูณขึ้นจนกู่ไม่กลับภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี ชีวิตและอาหารการกินอันเรียบง่ายกลายเป็นความยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับนาง

ดวงตาแม่นางจ้าวแปรเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มด้วยความโกรธเคือง ท้องของหยุนโม่ส่งเสียงร้องดังโครกคราก หยุนหรงเบิกตากว้างขึ้นทันทีราวนึกอะไรขึ้นได้ “ข้ายังมีเสื้อคลุมยาวตัวใหม่สองชุด วันพรุ่งนี้ให้ข้านำมันไปจำนำอีกดีหรือไม่?”

“สักแต่นำเอาของไปขายแลกเงินทีละเล็กละน้อย แล้วเมื่อไรถึงจะเพียงพอ?” แม่นางจ้าวยังจ้องเขม็งไปที่ลูกสาวด้วยความโกรธ “หัดทำสิ่งใดให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง คิดใช้วิธีการนี้เพื่อดำรงชีพให้อยู่รอดไปตลอดหรืออย่างไร?!”

“อย่างน้อยวิธีนี้ก็พอช่วยบรรเทาความทุกข์ในช่วงเวลาฉุกละหุกไปได้มิใช่หรอกหรือ…” หยุนโม่เม้มริมฝีปากแน่น “นอกจากนี้ เยว่เอ๋อยังเขียนจดหมายส่งถึงอาชิ่วเอ๋อเรียบร้อยแล้ว ระหว่างรอคอย พวกเราควรดำรงชีพให้มีชีวิตอยู่รอดต่อไป อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น…”

แม่นางจ้าวหันมองเขาด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรวดร้าวและอ่อนแอ แววตาแฝงด้วยความผิดหวัง

นางมีลูกชายเพียงคนเดียว สำหรับนางแล้วลูกชายคนนี้ว่านอนสอนง่าย มีเหตุผล และกตัญญูต่อนางเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะพลาดการสอบมาหลายปีจนยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นบัณฑิตเต็มตัวก็ตาม ถึงกระนั้นนางไม่เคยนับว่าเป็นปัญหา เพราะในเมื่อพ่อของเขาปูทางให้อย่างดี สักวันหนึ่งคงประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งในอนาคตนางยังมีลูกชายคนนี้คอยช่วยสนับสนุน

แต่ทันทีที่เกิดเรื่องเลวร้ายไม่คาดฝันขึ้นกับครอบครัว ลูกชายที่นางไว้วางใจมาโดยตลอดกลับเปิดเผยความเห็นแก่ตัวที่แท้จริงของตนออกมาจนหมดเปลือก ไม่ต้องกล่าวถึงว่าภายภาคหน้าเขาอาจสนับสนุนอุ้มชูนางให้สุขสบาย เพราะแม้แต่ตอนนี้เขายังไร้ความสามารถในการเอาตัวรอดยิ่งกว่าน้องสาวทั้งสองคนเสียอีก

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 455 ความทุกข์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
06/06/2026
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdfO7mDyO4
เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
12/05/2026
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
07/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.