ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 473 เสียสติ
ตอนที่ 473 เสียสติ
ตอนที่ 473 เสียสติ
ทุกคนต่างรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าหยุนชิ่วเอ๋อมีท่าทีแตกต่างจากเดิม
แม่นางเหลียนรู้เรื่องนี้ดี แต่นางกลับตอบว่า “บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่หลี่หลางจงจัดให้ก็เป็นได้”
“เจ้าได้สติหรือยัง…” หยุนเชวี่ยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามหยุนชิ่วเอ๋อ “เจ้าจำข้าได้หรือไม่?”
หยุนชิ่วเอ๋อไม่ตอบสนองและยังคงจดจ่ออยู่กับการกิน
เมื่อเห็นว่านางไม่สนใจตน หยุนเชวี่ยจึงเอื้อมมือไปหยิบขนมแล้วแกะกระดาษห่อขนมช้า ๆ หยุนชิ่วเอ๋อพลันเผยท่าทีดีใจทันใด นางโน้มตัวลงบนโต๊ะก่อนกวาดขนมทั้งหมดไว้ในอ้อมแขน
หยุนเชวี่ยหดมือกลับ ‘ท่าทีของนางยังเหมือนเดิม’ ก่อนแต่งงานออกเรือน หากหยุนชิ่วเอ๋อเห็นอาหารอร่อยหรืออาหารชั้นดี นางมักจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเป็นครอบครองสิ่งนั้น
“เจ้าอย่าเพิ่งรบกวนนางเลย” แม่นางเหลียนกล่าว “ออกไปดูน้ำที่ต้มไว้ให้แม่หน่อยสิ หากเดือดแล้วก็ยกมาในนี้ อย่าปล่อยให้สืออีเข้ามาล่ะ แม่กลัวว่าชิ่วเอ๋อจะตกใจกลัวแล้วกรีดร้องอีก”
หยุนเชวี่ยจับคางตนเองพลางครุ่นคิด “หยุนชิ่วเอ๋อ? เจ้าจำข้าไม่ได้จริง ๆ หรือ?”
แม่นางเหลียนโบกมือ “รีบไปเสีย บอกพ่อของเจ้าให้เข้านอนและอย่าลืมกำชับสืออีล่ะ”
ไม่มีผู้ใดสามารถข่มตาหลับตลอดทั้งคืน ยกเว้นหยุนชิ่วเอ๋อที่กินขนมจนอิ่มท้อง
ในใจของหยุนลี่เต๋ออัดแน่นไปด้วยความกังวล เขานอนพลิกตัวไปมาขณะนอนในห้องของสืออี ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่สามารถข่มตาหลับได้ลง ส่วนแม่นางเหลียนที่คอยดูแลหยุนชิ่วเอ๋ออยู่ในเรือนหลังใหญ่ทนความง่วงงุนไหวจึงฟุบหน้าลงกับโต๊ะและผล็อยหลับไป เมื่อถึงยามรุ่งสาง นางก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกเรือน
แม่นางหลี่และเสี่ยวส้วยเอ๋อมักเดินทางมาทำโจ๊กและเตรียมเนื้อหมักสำหรับเปิดร้านอาหารในยามเช้าตรู่ของทุกวัน เมื่อแม่นางหลี่สังเกตเห็นแม่นางเหลียนเดินออกมาจากเรือนด้วยความงัวเงียจึงเอ่ยถามว่า “ชิ่วเอ๋อเป็นอย่างไรบ้าง?”
“อาการไม่สู้ดี” แม่นางเหลียนส่ายหน้า “ตอนที่นางตื่นขึ้นกลางดึกที่ผ่านมา นางมักจะกรีดร้องและมีท่าทีหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นพี่ชาย”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้าก็ไม่รู้” แม่นางเหลียนอ้าปากหาว “หากวันนี้อาการของนางยังไม่ดีขึ้น เราคงต้องเชิญหลี่หลางจงมาตรวจดูอีกครั้ง”
“นางเสียสติหรือ?” แม่นางหลี่ตักน้ำใส่หม้อพลางกระซิบ “เมื่อวานตอนที่นางลงจากรถม้า ข้าสังเกตว่าดวงตาของนางเหม่อลอยชอบกล แปลกประหลาดยิ่งนัก”
“เสียสติหรือ? เจ้าอย่าทำให้ข้ากังวลสิ…” แม่นางเหลียนตอบเสียงแผ่ว แม้จะกล่าวเช่นนั้น ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวราวกับกลอง
“มิเช่นนั้นคนในเมืองหลวงจะส่งตัวนางกลับมารึ?” แม่นางหลี่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ นางสันนิษฐานว่าเป็นเพราะหยุนชิ่วเอ๋อเสียสติ คนในเมืองหลวงจึงรังเกียจและส่งนางกลับมายังหมู่บ้านไป๋ซี
แม่นางเหลียน “…”
ทันใดนั้นประตูกระท่อมของสืออีก็ถูกเปิดออก เมื่อเห็นว่าผู้ที่เดินออกมาคือหยุนลี่เต๋อ แม่นางหลี่พลันปิดปากเงียบ จากนั้นสวมผ้ากันเปื้อนและออกไปทำงานที่ร้านอาหารอย่างรวดเร็ว
กลุ่มควันลอยขึ้นจากห้องครัว ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีทองเรืองรอง
หยุนชิ่วเอ๋อยังไม่ตื่นจากการหลับใหล เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน เหล่าสตรีที่เดินผ่านบริเวณทางเข้าหมู่บ้านมักหยุดชะเง้อมองเข้าไปในเรือนของหยุนลี่เต๋อ เหล่าชาวบ้านที่กำลังทำนาและซักเสื้อผ้าต่างนินทากันอย่างสนุกสนาน
“เจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหรือไม่? ข้าคิดว่าโจรมาปล้นหมู่บ้านพวกเรา! แต่ใครจะรู้ว่านางคือลูกสาวของผู้เฒ่าหยุน…”
“นางไม่ได้แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่เมืองหลวงหรอกหรือ? เหตุใดถึงกลับมาที่นี่? แล้วนางกลับมาตั้งแต่เมื่อไร?”
“สำหรับนางแล้ว แม้จะพยายามทำตัวสูงส่งเท่าไรแต่ก็ไม่อาจเป็นหงส์ดังใจคิดได้ นางแต่งเข้าตระกูลเศรษฐีมิใช่หรือ? หรือว่านางถูกสามีขอหย่าแล้วตัดหางปล่อยวัด สมควรแล้วล่ะ!”
“นางคือลูกสาวของผู้เฒ่าหยุนรึ? ท่าทีของนางราวกับคนเสียสติ สามีของข้าเล่าว่าจู่ ๆ นางก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วฉีกทึ้งเสื้อผ้าตนเองต่อหน้าพวกเขา เหลือเพียงผ้าพันหน้าท้องเท่านั้น…”
“จริงรึ? แล้วสามีของพวกเจ้าไม่เห็นหรือ?”
“ไม่ใช่แค่เขา แต่ชาวบ้านเจ็ดแปดคนที่ไปช่วยกับต่างเห็นสิ่งเดียวกันหมด…”
“ถุย! หญิงคนนี้ช่างไร้ยางอาย!”
“…”
ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ไม่นานก็ดังเข้าหูหญิงชรา หลังจากกลับมาจากมณฑลชิงหนิว แม่เฒ่าจูก็ไม่เคยย่างเท้าออกจากเรือนอีกเลย ทว่าวันนี้นางกลับเดินจ้ำอ้าวไปยังเรือนของบุตรชายคนรองด้วยสีหน้าหม่นทะมึน
แม่นางเฉินเดินตามหลังหญิงชราไม่ห่างพลางตะโกนเสียงดังมาจากที่ไกล ๆ “พี่รอง พี่สะใภ้รอง ท่านแม่มาพบพวกเจ้า! รีบมัดหมาเร็วเข้า!”
แม่นางเหลียนวิ่งออกมาจากครัวพลางสั่งการหยุนเชวี่ยอย่างเร่งรีบ “เชวี่ยเอ๋อ รีบมัดต้าหวงเร็วเข้า อย่าปล่อยให้มันทำให้ย่าของเจ้าตกใจเด็ดขาด”
ต้าหวงเป็นสุนัขที่มีไหวพริบ หากผู้มาเยือนมีท่าทีเป็นมิตร มันจะเดินเข้าไปใกล้อย่างอ่อนน้อม ไม่มีรังสีอาฆาตพยาบาท แต่หากคนผู้นั้นมีท่าทีไม่เป็นมิตร มันก็แสดงความก้าวร้าว แยกเขี้ยวพร้อมส่งเสียงขู่
เมื่อเห็นแม่เฒ่าจูและแม่นางเฉินเดินเข้ามาใกล้ ต้าหวงจึงผุดลุกขึ้น ใบหูทั้งสองตั้งชัน หางลู่ จิกกรงเล็บทั้งสี่เข้ากับพื้นแน่นพร้อมแยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันแหลมคมสองซี่ ท่าทางของมันพร้อมโจมตีทุกเมื่อ
“ต้าหวง เงียบ” หยุนเชวี่ยถอนหายใจพลางเดินไปลูบหัวของมันสองสามครั้งพลางกล่าวว่า “กลับไปที่เพิงของเจ้าแล้วอย่าออกมาจนกว่าข้าจะเรียก”
ต้าหวงเข้าใจคำพูดของมนุษย์ เมื่อหยุนเชวี่ยกำชับเช่นนั้น มันจึงหยุดเห่าก่อนกระดิกหางไปมาสองครั้งพร้อมเอียงศีรษะและเลียฝ่ามือของนาง จากนั้นเดินหลับเข้าไปในเพิงทันที
ปัจจุบันแม่เฒ่าจูบริโภคอาหารเนื้อ ผักผลไม้ และแป้งอย่างครบถ้วน ร่างกายของนางจึงมีเนื้อหนังกว่าเดิมเล็กน้อย ตอนที่ผู้เฒ่าหยุนตาย นางยังคงเดินกะโผลกกะเผลก แต่เมื่อรักษาจนหายดี นางก็ก้าวเดินอย่างรวดเร็วราวกับลมกระโชกแรง
หยุนลี่เต๋อรีบเดินออกมาทักทายมารดาทันที “ท่านแม่ ลมอะไรหอบท่านมาที่นี่?”
“ชิ่วเอ๋ออยู่ที่ใด?” หญิงชราถามก่อนเดินตรงเข้าไปในลานเรือน “ถ้าข้าไม่มา เจ้าจะทำอะไรกับน้องสาวของเจ้า?”
“ท่านแม่ ชิ่วเอ๋ออยู่ในบ้าน นางผล็อยหลับไปเมื่อกลางดึก ตอนนี้ยังไม่ตื่น…”
ก่อนที่หยุนลี่เต๋อจะพูดจบ แม่เฒ่าจูก็เดินปรี่เข้าไปในเรือนหลังใหญ่ก่อนยกมือขึ้นผลักประตูให้เปิดออก หยุนชิ่วเอ๋อยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงพร้อมห่มผ้านวมผืนหนาขณะกอดขนมหวานไว้ในอ้อมแขน
หยุนลี่เต๋อยืนอยู่ตรงกรอบประตู “ท่านแม่ ชิ่วเอ๋อเป็นน้องสาวของข้า แล้วข้าจะทำอะไรนางเล่า?”
แม่เฒ่าจูอารมณ์เย็นลง จากนั้นแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ข้าถามเจ้าว่าชิ่วเอ๋ออยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร?”
“เรื่องมันยาว…”
“ไม่กี่วันก่อนตอนที่เจ้าพบนางในเมืองหลวง ชิ่วเอ๋อยังสบายดีมิใช่หรือ แต่เหตุใดเรื่องราวถึงกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังเท้า? เจ้าไปทำอะไรที่เมืองหลวง?” หญิงชราไม่ปล่อยให้หยุนลี่เต๋อตอบ นางรัวคำถามใส่เขาพลางเผยสีหน้าขุ่นเคืองพร้อมขมวดคิ้วแน่น
“ท่านแม่ อย่าเพิ่งกังวล ท่านฟังข้าอธิบายก่อน ตกลงหรือไม่?” หยุนลี่เต๋อกล่าวอย่างจนปัญญาพลางถอนหายใจ เขาไม่เคยทำให้มารดาขุ่นเคืองใจ แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงคิดร้ายกับตนเช่นนี้
“เจ้าบอกว่าเจ้าจะอธิบายทุกอย่างให้ข้าฟังวันนี้” แม่เฒ่าจูยืนอยู่ในลานเรือนด้วยท่าทางก้าวร้าว
ชาวบ้านไม่ว่าชายหรือหญิง เด็กหรือชราล้วนมารวมตัวกันอยู่ข้างนอกรั้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินว่าหยุนชิ่วเอ๋อเสียสติ พวกเขาก็ส่งเสียงฮือฮาทันที ในเวลานี้ทุกคนต่างเงี่ยหูฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ หยุนลี่เต๋อขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “ท่านแม่ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ”
เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของแม่เฒ่าจู แม่นางเหลียนก็รีบวิ่งไปกระซิบข้างหูของนางทันที “ท่านแม่ ข้างนอกมีคนมากมาย อย่าปล่อยให้คนนอกนินทาพวกเราอย่างสนุกปากเลยเจ้าค่ะ เข้าไปข้างในเถิด ข้าจะสั่งให้คนนำกาน้ำชาเข้าไปให้ท่าน…”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น แม่นางเฉินจึงยิ้มเยาะพลางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “หาอะไรให้ข้ากินก่อนเถอะ ใกล้ยามเที่ยงแล้ว ดื่มชาจะช่วยให้อิ่มท้องได้อย่างไร ยิ่งดื่มก็ยิ่งหิวกว่าเดิม…”