ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 495 โรงงานใหม่ของตระกูลหยุน
ตอนที่ 495 โรงงานใหม่ของตระกูลหยุน
ตอนที่ 495 โรงงานใหม่ของตระกูลหยุน
หยุนเชวี่ยดันสมุดบัญชีและลูกคิดไปไว้ข้างหน้าหยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียน “ไม่ผิดเจ้าค่ะ ข้าคำนวณซ้ำสามรอบแล้ว… ท่านแม่ ท่านคำนวณถูกต้องอีกแล้ว”
แม่นางเหลียนเป็นคนรอบคอบและเรียนรู้ไว ตั้งแต่เปิดร้านอาหาร นางก็ขอให้หยุนเชวี่ยสอนคำนวณบัญชี จัดทำบัญชี และคำนวณสินค้าคงคลังอย่างระมัดระวังมาตลอด ไม่เหมือนกับหยุนลี่เต๋อ ชายฉกรรจ์ที่มีนิสัยหยาบกระด้าง ถนัดในการใช้กำลังทำงานมากกว่าการคิดคำนวณ เมื่อบุตรสาวให้ดูสมุดบัญชีที่เต็มไปด้วยตัวเลข เขาจึงรู้สึกมึนงงทันที
“แม่จะลองดูอีกที…” แม่นางเหลียนมองสมุดบัญชีแล้วดีดลูกคิดอีกครั้ง
“ปีนี้การเก็บเกี่ยวเป็นไปอย่างราบรื่น ราคาของธัญพืชก็พุ่งขึ้นสูงเช่นกัน เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หมูที่เราเลี้ยงก็จะออกลูก เมื่อถึงตอนนั้น เราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก” หยุนเชวี่ยคำนวณพลางกล่าวกับบิดามารดาว่า “เราเพิ่มเงินพิเศษให้คนงานสองเดือนเป็นของขวัญวันตรุษจีนดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ตกลง เป็นความคิดที่ดียิ่งนัก พวกเขาจะได้นำเงินไปซื้อแป้งและเนื้อเพื่อทำเกี๊ยวในวันตรุษจีน” หยุนลี่เต๋อตอบตกลงด้วยน้ำเสียงมีความสุขทันที
“หมูที่เราเลี้ยงไว้ที่ลานหลังบ้านและหมู่บ้านใหม่มีทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบตัว ไม่รวมกับแม่หมูที่กำลังตั้งท้องและตัวที่เราตั้งใจจะเชือดในวันตรุษจีน หากขายหมูหนึ่งร้อยตัว เราจะได้กำไรตัวละสองตำลึง รวมทั้งสิ้นสองร้อยตำลึง ทั้งยังมีกำไรผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์หนึ่งร้อยตำลึง นอกจากนี้มีเนื้อกระต่ายหั่นและเนื้อหมัก ซึ่งข้าคิดว่ามันคงทำกำไรได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยตำลึง หากรวมทั้งหมดก็จะได้กำไรสุทธิประมาณแปดร้อยตำลึง…” หยุนเชวี่ยก้มลงนับนิ้วก่อนใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
“มากมายเพียงนั้นเลยหรือ!” แม่นางเหลียนพลันเงยหน้าขึ้นพร้อมฉีกยิ้มกว้างจนริ้วรอยปรากฏบริเวณหางตา “พี่รอง เราได้กำไรสามร้อยยี่สิบตำลึงจริง ๆ!”
“…” หยุนลี่เต๋อหันมองหยุนเชวี่ย “ลูกสาวของเราเพิ่งคำนวณเมื่อครู่ว่าเราไม่ได้รับเงินกำไรเพียงสามร้อยยี่สิบเหรียญ แต่ได้รับมากถึงแปดร้อยเหรียญ…”
แม่นางเหลียนตกตะลึง
“นั่นคือกำไรจากหมูที่เราเลี้ยงไว้…” หยุนเชวี่ยกล่าว “ข้าเพิ่งหารือกับท่านพ่อเมื่อครู่ว่าในเมื่อผลผลิตในปีนี้ราคาดี พวกเราจึงตั้งใจเพิ่มเงินค่าจ้างให้เหล่าลูกจ้างเป็นเวลาสองเดือนเพื่อเป็นของขวัญวันตรุษจีน ท่านแม่คิดเห็นอย่างไรเจ้าคะ?”
“ดี ๆ ดีอย่างยิ่ง” แม่นางเหลียนพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมยิ้มกว้างจนดวงตาหยีโค้ง “แปดร้อยตำลึงเป็นจำนวนเงินไม่น้อย… แม่เจ้า เหตุใดถึงมากมาย? ในชีวิตนี้ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าครอบครัวของเราจะมั่งคั่งเพียงนี้…”
หลังจากที่ทั้งสามคนตรวจสอบบัญชีเสร็จแล้ว พวกเขาก็หารือกันอีกครั้งและพบสินค้าที่ขายดีที่สุดคือเนื้อหมักและเนื้อกระต่าย อีกทั้งผลผลิตยังมีเพียงพอต่อการขาย สามพ่อแม่ลูกจึงตกลงกันว่าพวกเขาจะตระเวนหาร้านค้าขนาดใหญ่ในเมืองเพื่อฝากวางจำหน่ายผลผลิตจากหมู่บ้านใหม่
หยุนเชวี่ยแนะนำว่าควรหาร้านค้าที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีนี้โรงงานผลิตสินค้าขนสัตว์จะได้ขยายกิจการใหญ่โตมากขึ้น นอกจากนี้หลังจากฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นและฤดูหนาวมาเยือน พวกเขาเห็นพ้องกันว่าต้องสร้างเตาผิงขนาดใหญ่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ลูกจ้าง ป้องกันการเจ็บป่วย ทั้งยังให้เงินเดือนพิเศษแก่พวกเขาชั่วคราว ซึ่งพรุ่งนี้ทั้งสามคนจะไปทักทายนายหน้าซุนและพูดคุยเรื่องผลผลิต หากการขายสินค้าอยู่ในเกณฑ์ดี พวกเขาก็จะพิจารณาซื้อที่ดินหรือหมู่บ้านเพิ่ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนก็ตกลงกันว่าจะซื้อที่ดินเพิ่ม เมื่อถึงยามบ่าย พวกเขาก็ขับเกวียนล่อนำเมล็ดพืชที่เพิ่งซื้อ ไก่ เป็ด ปลา ผลไม้สด และไข่ไปส่งให้หยุนเยี่ยนที่อาศัยอยู่ในเมือง จากนั้นแวะทักทายนายหน้าซุนและพูดคุยเรื่องการซื้อที่ดิน มันคงจะเป็นเรื่องดี ถ้าทั้งสองเจอที่ดินที่ถูกใจก่อนตรุษจีน เนื่องจากพวกเขาจะได้วางแผนสำหรับการเพาะปลูกในปีหน้า
เมื่อการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น เหล่าชาวบ้านก็จะรอให้เหล่าพ่อค้าเดินทางมาซื้อผลผลิต งานเกษตรกรรมไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เมื่อได้เงินมาแล้ว พวกเขาก็จะแบ่งเงินไว้ใช้ในครัวเรือน บ้างจัดงานแต่งงาน บ้างนำเงินไปสู่ขอนางในดวงใจ บ้างซ่อมแซมเรือน ส่วนชาวบ้านที่ว่างงาน ไม่ต้องนำเงินไปทำสิ่งใด มักจะไปรวมกลุ่มเพื่อคุยโอ้อวดเรื่องรายได้จากการขายผลผลิตบริเวณหน้าหมู่บ้าน
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน งานขุดเหมืองเกลือบนภูเขาถูกสั่งให้หยุดเช่นกัน เนื่องจากประการแรกขณะนี้เข้าสู่เหมันตฤดู ดินภูเขาจึงแข็งเป็นพิเศษ ประการที่สองเหล่าผู้คุมงานที่ราชสำนักส่งมาต้องกลับบ้านเกิดไปเฉลิมฉลองตรุษจีนกับครอบครัว
หยุนลี่เต๋อวางแผนใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศที่เย็นสบายสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ขนสัตว์อย่างรวดเร็ว ขณะนี้เหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านต่างว่างงาน พวกเขาจึงเต็มใจแบกเครื่องมือสร้างโรงงานมาช่วยหยุนลี่เต๋อโดยไม่หวังค่าตอบแทน
ไม่ว่าเหล่าชายฉกรรจ์จะทำงานขุดเหมืองบนภูเขาหรือภรรยาและลูกสาวของพวกเขาทำงานให้กับตระกูลหยุน ทุกคนต่างรู้สึกขอบคุณครอบครัวของหยุนลี่เต๋อที่มอบชีวิตใหม่ให้ตนด้วยใจจริง
เหล่าชายหนุ่มที่มาช่วยงานต่างแบ่งหน้าที่ในการทำงานโดยไม่รีรอให้หยุนลี่เต๋อออกคำสั่ง บ้างขุดดินเพื่อลงเสา บ้างตัดต้นไม้ บ้างผสมโคลน นอกจากนี้ยังมีสตรีในหมู่บ้านมาช่วยเหลืออีกด้วย โรงงานขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ประมาณยี่สิบสามสิบคนถูกสร้างเสร็จภายในห้าหรือหกวัน
ผู้เฒ่าหยางผู้เชี่ยวชาญด้านงานไม้สร้างโต๊ะขนาดใหญ่สองตัวและเก้าอี้ยาวหลายตัว ในขณะที่สวีเล่าเอ้อผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเตาผิงและเตาทำอาหารสร้างเตาผิงขนาดใหญ่ไว้ในโรงงาน เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่เหล่าลูกจ้างเมื่ออากาศเย็นลง
หลังการก่อสร้างโรงงานเสร็จสิ้น หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนก็เชือดหมูและเชิญพ่อครัวที่มีฝีมือยอดเยี่ยมในสิบลี้แปดหมู่บ้านมาทำอาหาร พวกเขาต้องการเชิญคนที่มาช่วยงานและลูกจ้างมากินเลี้ยง ทำให้ในวันนั้นมีคนมาร่วมงานหนาแน่น ที่นั่งถูกจับจองจนหมดภายในพริบตา ชาวบ้านทุกคนต่างตบเท้ามากล่าวยินดีแก่หยุนลี่เต๋อไม่ขาดสาย
จากเดิมทีเชือดหมูหนึ่งตัวกลายเป็นสองตัว โต๊ะที่ถูกจัดเตรียมสองสามโต๊ะก็เพิ่มขึ้นนับสิบโต๊ะ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็มาร่วมงานเฉลิมฉลอง
เรือนของตระกูลหยุนเต็มไปด้วยเนื้อไก่ เป็ด ปลา และเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังมีผักผลไม้ที่มาจากการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย พ่อครัวและผู้ช่วยทั้งสามล้วนแสดงฝีมือในการทำอาหารอย่างสุดความสามารถ
ปลาเก๋าราดซอสเปรี้ยวหวาน ขาหมูราดซอสเปรี้ยวหวาน ไก่ย่าง เนื้อกระต่ายผัดเผ็ด ไส้หมูตุ๋น หมูสามชั้นตุ๋น ผัดผักรวม หัวสิงโต*น้ำแดง ผักตุ๋นในหม้อใบใหญ่ เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชนบท รอบ ๆ เตาไฟจึงมีเหล่าเด็กน้อยผู้ตะกละตะกลามมารวมตัวมองพ่อครัวทำอาหารพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่
*หัวสิงโต ทำจากหมูสับปรุงรสปั้นเป็นก้อนกลมนำไปทอด
“ออกไปข้างนอกเสีย ๆ อย่ามารบกวนที่นี่” พ่อครัวส่งจานเนื้อทอดกรอบ ลูกชิ้น รากบัวทอดกรอบ เนื้อปลาทอด และอาหารอีกหลากหลายจานให้ผู้ช่วย จากนั้นเหล่าเด็กน้อยก็พากันวิ่งโวยวายออกจากห้องครัวไป
เอ้อหู่หยิบอาหารทอดเหล่านั้นเข้าปากสองกำมือ มุมปากมันเยิ้มด้วยคราบน้ำมัน ขณะเคี้ยวอาหารอยู่นั้น เขาก็หันไปกล่าวกับมารดาว่า “ท่านแม่ อาหารทอดทั้งหอมและอร่อยยิ่ง ข้าอยากให้ท่านลุงหยุนจัดงานเลี้ยงใหญ่โตเช่นนี้ทุกวัน!”
มารดาของเขายกมือขึ้นปรามพลางส่ายศีรษะ “ดูเจ้าพูดสิ เหตุใดถึงอยากกินอาหารของผู้อื่น ขอบคุณสวรรค์ที่เจ้าเกิดเป็นชาย ดูพี่เชวี่ยเอ๋อของเจ้าเป็นแบบอย่างบ้าง นางทั้งมากความสามารถและฉลาดเฉลียว ส่วนเจ้าทึ่มทื่อนัก ภายภาคหน้าสตรีผู้ใดจะอยากแต่งงานกับเจ้า…”
“อืม อืม…” เอ้อหู่พยักหน้าอย่างไร้เดียงสาขณะหยิบอาหารทอดเข้าปากไม่หยุด
มารดาของเขาถอนหายใจ “กินเข้าไป ชีวิตเจ้าคงมีแต่เรื่องกินกระมัง!”
แม่นางเหลียนยืนอยู่ข้างนอกโรงงานเพื่อกล่าวทักทายผู้มาร่วมงานด้วยรอยยิ้ม แม่นางเฉินยืนอยู่ในงานเลี้ยงราวกับคนไร้ตัวตน เมื่อเห็นกลุ่มเด็กน้อยกำลังกินอาหารทอดอย่างเอร็ดอร่อย นางก็เอื้อมมือไปหยิบอาหารในจานพวกเขาอย่างไร้ยางอาย ทว่าทันทีที่มือแตะถูกอาหาร เด็กคนหนึ่งก็ตีมือของนางอย่างแรง เขาถือจานอาหารไว้ในมืออย่างหวงแหนพลางก่นด่า “หน้าไม่อาย… หน้าไม่อาย!”
แม่นางเฉินเผยสีหน้าบูดบึ้งพลางเช็ดมือที่เปื้อนน้ำมันเข้ากับกระโปรงก่อนเท้าเอวพร้อมด่าทออีกฝ่าย “ให้ตายสิ เจ้าเด็กนอกคอก ยายแก่ไม่ให้ข้ากินอิ่มมานานแล้ว นี่คืออาหารของคนในครอบครัวข้า เจ้าเด็กเหลือขอ…”