ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 582 มีข่าวเม้าท์แล้ว
ตอนที่ 582 มีข่าวเม้าท์แล้ว
ผู้ชายรูปงามที่เมื่อวานนั่งด้านขวามือของซ่งฝูหลิง พอเห็นเถ้าแก่ฉีมีท่าทีนอบน้อมพาซ่งฝูหลิงขึ้นชั้นบน เขาก็ออกแรงจับพู่กันในมือมากขึ้น
จับแน่น แล้วคลายออก
จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อ
เมื่อได้ยินเสียงอะไรอีกครั้ง เขาก็ไม่ได้หันไปมองไปค้นหา มองแค่ข้างหน้า
รวมถึงตอนที่เด็กในร้านหนังสือมาเก็บชุดข้อสอบ คนอื่นต่างถามว่า ‘ทำไม’ เขากลับไม่ถาม นั่งตัวตรงปล่อยให้เก็บชุดข้อสอบไป
รวมถึงเรื่องที่ซ่งฝูหลิงขึ้นไป
มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ เมื่อวานด้วยความสงสัย พอซ่งฝูหลิงไปแล้ว เขาก็รีบเก็บหนังสือเดินตามไป เขาไม่เพียงแต่เห็นแม่นางคนนี้อ่านตำราเตรียมสอบจอหงวน ยังเห็นด้านหลังนางตอนควบรถม้าออกไปด้วย
เขาอาศัยเท้าเดินเลยตามไม่ทัน ไม่รู้ว่าบ้านของแม่นางคนนี้อยู่ที่ไหน
เดิมทีเห็นว่านางกับแม่แต่งตัวด้วยชุดธรรมดา ข้างกายก็ไม่มีบ่าวรับใช้ตามมา คงเป็นแค่ครอบครัวเล็กๆ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะมีฐานะสูงส่ง
และก็มีเพียงเขาที่รู้ว่า วันนี้อ่านหนังสือไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ อันที่จริงเพราะอยู่ๆ หัวใจก็ว้าวุ่น
หลินโส่วหยางก็งง ทำไมไปที่ชั้นสามล่ะ
เห็นท่าทางของเถ้าแก่ฉีก็รู้แล้วว่ารู้จักกัน จึงรีบตามไปพร้อมบ่าวรับใช้
ตอนขึ้นไปก็เห็นประตูห้องหนังสือของลู่พั่นถูกเปิดออกพอดี
ลู่พั่นไม่อยู่ ห้ามเข้าห้องหนังสือของเขาส่งเดช พวกเพื่อนๆ จะรู้ดี
แต่เถ้าแก่ฉีกลับหันข้างเชิญสองแม่ลูกคู่นั้นเข้าไป
“คุณชาย คือ?” แม้แต่บ่าวรับใช้ยังสงสัย
หลินโส่วหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อเถ้าแก่ฉีเดินมาถึง หลินโส่วหยางก็ถามขึ้น “สองคนนั้นเป็นใครรึ”
“บอกไม่ได้ขอรับ หวังว่าคุณชายหลินจะไม่สืบไปมากกว่านี้” พร้อมทั้งทำท่าเชิญให้เขาลงตามไป
ถ้าตั้งใจฟังดีๆ จะฟังออกว่าวันนี้ท่าทีของเถ้าแก่ฉีดูแข็งกระด้างเล็กน้อย
ตรงหัวบันไดชั้นสอง
คุณชายหลินที่ ‘ถูกไล่ลงมา’ อ้าปากค้างหันไปมองชั้นบน
จากนั้นก็หันไปมองเถ้าแก่ฉีที่กำลังกระซิบบอกเด็กในร้านให้ไปเตรียมน้ำชากับขนม
“คือ…”
“คุณชาย อะไรหรือขอรับ” อย่าพูดแค่ครึ่งเดียวสิขอรับ
อยู่ๆ หลินโส่วหยางก็หุบปากลง หรี่ตามอง
แค่เห็นใบหน้าด้านข้างของสตรีผู้นั้นก็มองออกว่างดงาม เมื่อวานเขาเห็นหน้าตรงไม่ค่อยชัด ผู้หญิงที่อยู่ข้างนางบังไว้
อีกทั้งบอกไม่ถูก ไม่ค่อยจะเหมือนกับสตรีนางอื่น
ในดวงตาราวกับไม่มีความเขินอายตามปกติแบบที่สตรีนางอื่นมี ถึงขั้นที่ว่าไม่มีบุรุษอยู่ในสายตา เมื่อวานนางถือหนังสือแล้วเดินผ่านตรงจุดที่ไม่ไกลจากเขา ไปที่ชั้นหนังสือ ไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขาสักนิด
หรือว่าจะเป็น เดี๋ยวนะ เขาจับสังเกตอะไรได้แล้ว
หลินโส่วหยางขมวดคิ้ว ลู่หมินหรุ่ย เจ้าคงไม่ได้ ‘แอบซุ่มเงียบ’ มีสตรีในดวงใจแล้วหรอกนะ ถึงกับกล้าไม่ยอมบอกพวกเรา ก็คือแม่นางคนนี้รึ
ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ แล้วดูท่าทีของเถ้าแก่ฉีสิ
เพื่อเป็นการยืนยัน หลินโส่วหยางจึงทำตัวผิดแปลกจากปกติ ในขณะที่เด็กในร้านหนังสือกำลังถือถาดน้ำชาเดินผ่าน ทันใดนั้นเขาก็แย่งถาดมาดม “อืม ชาชั้นดี” นี่มันชาที่ปกติลู่หมินหรุ่ยดื่มไม่ใช่เหรอ เขาหัวเราะ
เด็กในร้านก็ไม่กล้าพูดอะไร จำต้องขอถาดกลับมาแล้วยกขึ้นชั้นบนต่อ
“คอยดูไว้ ข้าไปก่อน อีกเดี๋ยวเจ้าตามไป ดูว่าเป็นสตรีบ้านไหน”
“คุณชายจะไปไหนขอรับ”
“ข้าน่ะเหรอ จะไปรอเจ้าที่จวนติง” ไปเดินเล่นที่จวนท่านตาของลู่พั่นหน่อย จะไปเล่าเรื่องประหลาดนี้ให้พี่ติงเจียนฟัง
ที่ชั้นสาม
เฉียนเพ่ยอิงบอกเถ้าแก่ฉีแล้วว่าไม่ต้องเอาอะไรมาให้ กินมาแล้วดื่มมาแล้ว อยู่สักพักก็จะไปแล้ว ย่าของลูกรอกลับหมู่บ้านอยู่ที่บ้าน
แต่ไม่มีใครฟังนางเลย
ไม่ใช่แค่เอาชากับขนมมาให้ ยังไปขนข้อสอบพวกนั้นขึ้นมาให้ทั้งหมด ให้ฝูหลิงนั่งคัดลอกอยู่ในนี้
แถมยังบอกว่าใช้พู่กันกระดาษได้ตามสบาย
ยังต้องเขียนอีกเหรอ ให้ห้องว่างก็พอแล้ว
เฉียนเพ่ยอิงดูลาดเลาให้ลูกสาว “เร็วเข้า รีบๆ ถ่าย”
ขณะที่ซ่งฝูหลิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างที่พกติดตัว ในขณะที่เฉียนเพ่ยอิงเฝ้าประตูก็ได้ถือโอกาสสอดส่องห้องหนังสือของลู่พั่นไปด้วย
เอ๊ะ ที่แขวนอยู่ตรงนั้นเขียนว่าอะไร ลู่พั่นเขียนเองหรือเปล่า
ใช่ หมินหรุ่ยเขียนว่า ‘รอบรู้ตรึกตรอง เข้าใจในสรรพสิ่ง’
เฉียนเพ่ยอิงรู้จัก แต่ไม่มีความคิดเห็นอะไร เพราะสายตาไม่พอใช้แล้วตอนนี้ นางเริ่มมองชั้นหนังสือ ตะเกียงที่อยู่บนเชิงเทียน กระบอกพู่กัน เก้าอี้
นางมีความคิดเห็นเยอะมากกับเรื่องพวกนี้
ดูฝีมือที่ประณีตของคนโบราณสิ ลวดลายที่แกะบนขาเก้าอี้ โต๊ะ ชั้นหนังสือ ที่นี่ไม่มีเครื่องจักร ใช้มือทำล้วนๆ
แล้วดูพู่กันหลากเบอร์ที่อยู่ในกระบอกสิ นึกถึงกระบอกพู่กันของลูกสาวกับเหล่าซ่ง ก็ไม่รู้ว่าในยุคโบราณถ้าซื้อพู่กันครบเบอร์จะต้องใช้เงินเท่าไร รอสร้างบ้านเสร็จ ทำห้องหนังสือ ถ้าไม่ได้แพงมากนางจะซื้อให้สักชุด วางโชว์สวยดี
“ลูกแม่ ลองลูบตะเกียงนั่นสิ ทำจากแก้วหรือเปล่า แม่มองไม่ชัด ใช่หรือเปล่า”
ซ่งฝูหลิงวางโทรศัพท์มือถือลง อันไหน
“ขยับขึ้นไปอีก”
“มันเป็นกระจกสี”
“ไอ๊หยา ไม่กลัวมันไหม้เหรอ” แต่คนพวกนี้มีเงิน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีชีวิตที่ดี
เฉียนเพ่ยอิงเปิดประตู ชะโงกหน้าไปดูว่ามีคนไหม จากนั้นก็หันกลับมาถาม “ถ่ายเสร็จแล้วใช่ไหม”
“อืม” ซ่งฝูหลิงเก็บโทรศัพท์มือถือ จัดพวกม้วนข้อสอบให้ดี รีบเอาลงไปเถอะ พวกคนที่อยู่ชั้นสองรออ่านอยู่
แต่ก่อนออกจากห้องหนังสือของลู่พั่น ทันใดนั้นเฉียนเพ่ยอิงก็หยุดเท้า
“มีอะไรเหรอท่านแม่”
“ชานั่น ถ้าพวกเราไม่ดื่ม ไม่เท่ากับเสียของเหรอ ไหนจะขนมอีก ดูสิอุตส่าห์หั่นมาแล้ว” เป็นขนมโบราณที่คล้ายขนมไหว้พระจันทร์
“ไอ๊หยา ท่านแม่จะสนเรื่องพวกนี้ทำไม”
ซ่งฝูหลิงหมดคำจะพูด โชคดีนะที่คนที่พามาด้วยคือท่านแม่
เอาแค่นี้ สังเกตเห็นอะไรไหม
เป็นคนยุคปัจจุบันอยู่ดีๆ ก็ถูกนิสัยประหยัดตามความเคยชินของคนยุคโบราณหล่อหลอมจนเป็นแบบนี้แล้ว
นี่ถ้าพาท่านย่ามา ท่านย่าคงห่อขนมกลับบ้านแถมยังจะติ
กินไปบ่นไป “สู้ขนมของพวกเราก็ไม่ได้ ร้านขนมพวกนั้นเลยได้ลูกค้าไป ถ้าร้านพวกเราเปิดอยู่ข้างๆ ขนมที่ขายอยู่ที่นี่คงเป็นขนมเค้กของย่าหม่าหมด”
“เร็วขนาดนี้เชียวหรือ”
“เมื่อวานคัดลอกไปเยอะแล้ว”
“เถ้าแก่ฉี แบบนี้ไม่ดี ถ้าทำแบบนี้พวกเราจะไม่กล้ามาอีก” เฉียนเพ่ยอิงมองม้วนหนังสือที่อยู่บนรถม้าสามสิบกว่าม้วน
เถ้าแก่ฉีกลับยิ้มพลางทำท่าประมาณว่าต้องรับไป ทั้งยังขอโทษ “ข้าคิดไม่ถี่ถ้วนเอง ควรจะเอาไปให้นานแล้ว” และยังฝากทักทายซ่งฝูเซิงกับลุงซ่ง
จนกระทั่งรถม้าวิ่งกลับบ้านไปรับท่านย่าหม่า เฉียนเพ่ยอิงยังพูด “แย่แล้ว พวกเราติดค้างน้ำใจแล้ว”
“ไม่เป็นไรท่านแม่ ไว้พวกเราค่อยเอาม้วนหนังสือพวกนี้กลับมาคืน บอกให้ท่านพ่ออ่านระวังหน่อย อย่าทำเสียของ”
“เอ๊ะ จริงสิ ลูกแม่ เห็นผู้ชายคนนั้นที่แม่บอกไหม”
“คนไหน คนที่เมื่อวานนั่งด้านขวาของลูกเหรอ ไม่เห็น วันนี้เขามาอีกเหรอ”
“จึ๊ ตอนเดินลงมาไม่เห็นเหรอ ก็แค่เหลือบมองดู ขนาดท่านแม่ยังเห็นเลย เอาล่ะ ช่างเถอะ ไม่สนุกแล้ว”
ซ่งฝูหลิงกลั้นหัวเราะ
นางไม่ได้สังเกตเลยจริงๆ แต่แม่กลับโกรธ
เมื่อคืนตอนนอน แม่นางกระซิบบอกว่า “เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าเหมือนเอี้ยคังในเรื่องมังกรหยกเลย สะอาดสะอ้าน ดูสุภาพ”
ฮ่าๆๆๆ เอี้ยคัง แม่ตลกจัง บอกว่ามองเอี้ยคังใน ‘ห้องอ่านหนังสือ’ ตลอดช่วงบ่าย
“ไป!”
ไอ๊หยาคุณพระช่วย ท่านย่าหม่าคิดในใจ สองแม่ลูกทำไมขี่ม้าโหดแบบนี้ เพิ่งเคยนั่งครั้งแรก
“เออะ” ตอนที่ซ่งฝูเซิงถือหมั่นโถวที่กินได้ครึ่งเดียวแถมในนั้นยังมีสอดไส้เนื้อสัตว์ ออกมาต้อนรับเมียกับลูกสาว พอเห็นม้วนหนังสือสามสิบกว่าม้วนเขาก็ถึงกับสะอึก