ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 581 ฮอร์โมน
ท่านย่าหม่าถือห่อยาสำหรับรักษาโรคปัสสาวะบ่อย ในนั้นมีสมุนไพร เช่น ไป๋จื่อ เป็นต้น พอออกจากร้านยานางก็ไปที่ร้านขายธัญพืช
“เอ่อ เถ้าแก่ เหอเถานี่ขายอย่างไร”
“ห่อละร้อยสามสิบเหวิน”
หนึ่งห่อหนักแค่จินกว่าๆ
อะไรกัน
ท่านย่าหม่าคิดในใจ ไปปล้นดีกว่ามั้งแบบนี้ ชาวบ้านที่ไหนจะซื้อไหว เหอเถาห่อละร้อยสามสิบเหวิน ข้าวขาวยังแค่ไม่กี่เหวิน
ถ้าไม่ติดว่าหลานสาวคนเล็กของนางกินเก่ง กินเหอเถาที่เก็บมาตอนฤดูใบไม้ร่วงหมดแล้ว ตอนนี้นางอยากบำรุงสมองลูกชายกลับไม่มี ใครจะอยากจ่ายเงินซื้อ
แต่จะว่าไป สรรพคุณมันก็ดีจริงๆ
ตอนนั้นสะใภ้สามทำเหอเถางาดำให้หลานสาวคนเล็กของนางกับหมี่โซ่วกิน ใช้น้ำผึ้ง งาดำ เนย น้ำตาล จินเป่าไปกินหลายครั้งพูดชมไม่ขาดปาก เด็กคนไหนได้กินแบบนั้นก็ต้องฉลาด มิน่าถึงความจำดี ก็ที่กินเข้าไปน่ะเงินทั้งนั้น อีกทั้งหลานสาวคนเล็กยิ่งกินผมก็ยิ่งดกดำ
ต่อมาได้ยินว่าหลานสาวคนเล็กไม่ใช่แค่กิน ยังดื่มด้วย
เอาเหอเถาไปต้มกับน้ำตาลทรายแดง ใช้ผงเหอเถาผสมกับผลผิงและสาลี่ ใส่นมนิดหน่อย ดื่มแบบนั้นทุกวัน ดูหน้าน้อยๆ นั่นสิ ขาวใสขึ้นทุกวัน เห็นบอกว่าบำรุงสมอง
(ซ่งฝูหลิง ‘ท่านย่า หลานทำเพื่อให้หน้าอกตู้มๆ ไม่ได้เพื่อความขาว เดิมมันขาวอยู่แล้ว’)
กินแบบนี้ กินจนหมดเกลี้ยง
พวกเราก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้ายุ่ง เรื่องที่เจ้าสามกับเมียตามใจลูกขนาดไหนนั้นเลื่องลือกันไปทั้งหมู่บ้าน กอปรกับไม่ได้ไปขอบ้านอื่นกินเสียหน่อย เลยต้องปล่อยไป
แต่เวลานี้ท่านย่าหม่ากลับนึกเสียใจ
พอมาถึงเวลาเจ้าสามจำเป็นต้องกิน ก่อนสอบจอหงวนเป็นช่วงที่ต้องใช้สมอง หมดแล้ว จะกินอะไร รู้แบบนี้เหลือไว้หน่อย
เถ้าแก่มองท่านย่าหม่า นี่มันของดีนะ
“เหอเถาของข้า ท่านก็เห็นแล้วว่ากะเทาะเปลือกให้เรียบร้อย อย่าหาว่าแพงเลย ถ้ามาซื้อตอนเดือนเก้าเดือนสิบก็ไม่ใช่ราคานี้หรอก แต่ตอนนี้มันฤดูไหน ไม่เชื่อไปถามร้านที่ขายขนมเหอเถาได้เลยว่าขึ้นราคาหรือเปล่า”
แววตาของท่านย่าหม่าวูบไหว นึกถึงตอนนั้นที่ขายเมล็ดสนก็ขายได้หลายสิบเหวิน “งั้นลดให้หน่อยสิ แบบที่ไม่กะเทาะเปลือกราคาเท่าไร ว่ามาได้เลย เอาราคาตามจริง ถ้าไม่สมเหตุสมผลข้าจะไปแล้ว”
“ไม่ไหว ราคาของเถ้าแก่มันไม่สมเหตุสมผล ลดให้สามเหวินข้าซื้อเลย ไม่ลดอย่างนั้นเหรอ เช่นนั้นข้าจะไปล่ะ อย่างไรเสียมันก็เป็นของที่กินก็ได้ ไม่กินก็ได้”
ท่านย่าหม่าเดินออกพลางคิด ทำไมยังไม่เรียกข้าอีก
“เอ๊ะๆ ท่านยายกลับมาก่อน เอาไปๆ!”
นั่นไง นี่แหละ
“รีบให้แต่แรกก็จบแล้ว ยังต้องให้ข้าเดินกลับไปกลับมาอีก”
ด้วยเหตุนี้ท่านย่าหม่าจึงหิ้วเหอเถาที่ยังไม่กะเทาะเปลือกหลายจินกลับบ้านโดยประหยัดไปสองเงิน
ครั้งนี้ต้องกำชับหลานสาวว่าห้ามกิน ซื้อให้พ่อเจ้า เข้าใจเสียบ้าง
จะว่าไปทำไมหลานสาวกับสะใภ้สามยังไม่กลับมาล่ะ ท่านย่าหม่าถือกระบองเขี่ยไฟไปชะเง้อมองหน้าบ้าน
ภายในร้านหนังสือสามชั้นของลู่พั่น
ซ่งฝูหลิงไปร้านหนังสือมาหลายร้าน มีแค่ที่นี่ที่มีข้อสอบเก่า
เนื่องจากพักการจัดสอบจอหงวนไปหลายปี ข้อสอบจริงพวกนี้ก็เลยดูมีค่ามาก แถมยังมีชุดเดียว ไม่ขาย ไม่ให้ยืมออกไป ห้ามทำเลอะ แค่ให้บรรดาผู้ใฝ่รู้ทั้งหลายยืมคัดลอกที่นี่
เดิมทีซ่งฝูหลิงอยากถือข้อสอบไปหาห้องว่างสักห้องแล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย แต่กลับหาโอกาสไม่ได้
เพราะเถ้าแก่ฉีไม่อยู่ มีแค่คนที่เหมือนเป็นเด็กในร้านอยู่สี่คน
และก็เพราะข้อสอบพวกนี้ตอนนี้อยู่ในมือคนอื่น ต้องผลัดกันยืม ไม่มีทางที่พอมาถึงแล้วจะแย่งจากมือคนอื่นไปได้เลย
ดังนั้นซ่งฝูหลิงจึงนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องใหญ่ชั้นสอง สองฝั่งเป็นชั้นหนังสือและตำรามากมาย มีแค่ตรงกลางที่วางโต๊ะสิบหกตัวสำหรับให้คนอ่านหนังสือเขียนหนังสือ คล้ายห้องอ่านหนังสือที่อยู่ในหอสมุดของยุคปัจจุบัน นางกำลังนั่งเขียนอยู่ในนี้ก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ
ซ่งฝูหลิงอ่านหนังสือเร็ว
พวกข้อสอบพื้นฐาน ประเด็นสำคัญที่ออกบ่อยในข้อสอบเก่า นางแยกจดใส่สมุดเล่มเล็ก
ข้อที่ยากมาจากหนังสือเล่มไหน ชื่อตำราเล่มนี้ออกบ่อยไหม ถ้าออกบ่อยครั้งก็ตัดสินใจซื้อ จดชื่อหนังสือไว้
พวกข้อสอบเกี่ยวกับปัญหาบ้านเมืองนางเลือกที่จะข้ามไปทันที
มีฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นแทนที่องค์เก่า ความคิดในการปกครองบ้านเมืองก็จะเปลี่ยนไปด้วย
นางอ่านเร็วก็จริง แต่นางก็ต้องรอยืม ข้อสอบปีนั้นเจ้าอ่านจบหรือยัง นางจะคอยแอบมองพวกคุณชายคนอื่นๆ ที่มานั่งอ่านหนังสือที่นี่เหมือนกัน
ถึงแม้ซ่งฝูหลิงจะไม่ได้หันไปถามโดยตรง ไม่ใช่เห็นผู้ชายก็เข้าไปพูดจาโผงผาง แถมนางยังแต่งตัวเป็นชาย ใส่รองเท้าบู๊ทยาว ส่วนใหญ่เป็นเฉียนเพ่ยอิงเข้าไปถาม “คุณชายท่านนี้ ไม่ทราบว่าอ่านจบหรือยัง ขอพวกเรายืมดูหน่อยได้ไหม”
แต่นั่นก็เป็นการรบกวนจนวันนี้พวกคุณชายไม่เป็นอันได้อ่านเท่าไหร่
อย่าคิดว่าพวกเขามองไม่ออกว่าคนที่นั่งตรงนั้นเป็นผู้หญิง
จมูกแบบนั้นตาแบบนั้น
สาวน้อยมีใบหน้าด้านข้างที่งดงามขาวสะอาดตา
ขนตายามหลุบลงคล้ายแปรงน้อยๆ มือที่เขียนขยุกขยิกนั่นก็ขาวเสียจนเห็นถึงเส้นเลือด
ซ่งฝูหลิงนั่งอยู่ตรงนั้น บางช่วงก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด บางช่วงก็เอามือปิดตาจมอยู่กับความคิดตามความเคยชิน เฉียนเพ่ยอิงทำได้แค่จงใจเอาศอกวางบนโต๊ะ บังสายตาคุณชายโต๊ะข้างๆ ไว้ครึ่งตัว
อันที่จริงคนติดตามที่ฝนหมึกให้คุณชายโต๊ะข้างๆ ก็จนปัญญา คิดในใจ คุณชาย ท่านทำหมึกหยดเลอะกระดาษอีกแล้ว เมื่อครู่ก็ถือพู่กันอยู่นานไม่จรดลงไปสักที ทำกระดาษเลอะหมด
คนที่อยู่ด้านขวาของซ่งฝูหลิงมาคนเดียว ไม่มีบ่าวรับใช้ สวมชุดธรรมดา ไม่เหมือนคุณชายด้านซ้ายที่แต่งตัวด้วยผ้าชั้นดี
แต่ผู้ชายคนนี้หน้าตาแน่วแน่ แววตาจริงจัง
เฉียนเพ่ยอิงไม่ระแวงเท่าไร นางมีเหลือบมองบ้างเป็นครั้งคราว
ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะเขียน สักพักก็มีแอบชำเลืองมองลูกสาวของนางอย่างอดไม่ได้ แต่มองเสร็จก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อ
อีกอย่าง พวกคนที่นั่งอยู่แถวหน้าก็จะแสร้งทำเป็นหันมามองตอนที่ลุกขึ้นบิดแก้เมื่อย
คนด้านหลังก็อาจจะมีกระซิบถามกันว่า นางอ่านหนังสืออะไรอยู่
เอาเป็นว่าเฉียนเพ่ยอิงสังเกตเห็นท่าทางของคนพวกนี้หมด
ไอ๊หยา นางคิดในใจ พวกหนุ่มสาววัยสิบหกสิบเจ็ด ไม่ว่าจะยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน ต่างก็มีแรงดึงดูดแบบนี้ตามธรรมชาติ จึ๊ๆ นางอายุขนาดนี้แล้วยังรู้สึกได้ว่านับตั้งแต่ลูกสาวของนางเข้ามา บรรยากาศภายในร้านก็ไม่เหมือนเดิม
เฮ้อ ถ้าที่นี่ให้คบหากันอย่างอิสระก็คงดี ไม่ห้ามเด็กผู้หญิงออกจากบ้าน
ถ้าเป็นแบบนั้น ลูกสาวของนางอยู่ที่นี่คงเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่ายุคปัจจุบัน ไม่นับเรื่องหน้าตา เอาแค่จุดที่รู้หนังสือ มีหัวข้อสนทนาร่วมกัน แค่นั้นก็ชนะลูกสาวบ้านอื่นไปเยอะแล้ว
เฉียนเพ่ยอิงเหลือบมองผู้ชายที่อยู่ด้านขวาของซ่งฝูหลิงอีกรอบ
นั่นลูกชายบ้านไหนน่ะ ดูท่าทางสิบเจ็ดสิบแปด ไม่รู้ว่าแต่งงานหรือยัง
ทันใดนั้นก็มีคนลงมาจาก ‘ห้องวีไอพี’ ที่อยู่ชั้นสาม
ขณะเดินผ่าน อาจเพราะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผิดแปลกไปของชั้นสอง เขาจึงหยุดเล็กน้อย แค่มองปราดเดียวก็เห็นแล้วว่าสาเหตุมาจากไหน อย่างไรเสี ยเฉียนเพ่ยอิงก็แต่งตัวเป็นหญิง ขยับสายตาเล็กน้อยก็เห็นซ่งฝูหลิงที่นั่งเขียนหนังสืออยู่ตรงนั้น
คนผู้นั้นคือหลินโส่วหยาง บุตรชายคนสุดท้องของเสนาบดีกรมอาญา เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของลู่พั่น พวกลูกน้องในร้านหนังสือรู้จักกันดี
“สตรีที่อยู่ชั้นสองผู้นั่นเป็นลูกสาวบ้านไหน”
“เรียนคุณชายหลิน ไม่ทราบขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้น นางอ่านอะไรอยู่”
ตกเย็น หลังจากที่เถ้าแก่ฉีกลับมาพร้อมผู้ติดตามก็ได้รู้ว่าวันนี้บ่ายมีแขกสตรีมานั่งคัดลอกหนังสือภายในร้าน
เขายังงงอยู่ว่าเป็นใคร ถึงขนาดที่คุณชายหลินก็ยังถามถึง
เช้าตรู่วันต่อมา ซ่งฝูหลิงที่ยังคัดลอกไม่เสร็จก็ปรากฏตัว
เวลานี้โต๊ะทั้งสิบหกตัวที่ชั้นสองมีคนนั่งอยู่เต็ม หลินโส่วหยางก็อยู่ที่ชั้นสองด้วย จงใจไม่ไป ‘ห้องวีไอพี’
แต่เถ้าแก่ฉีกลับพาซ่งฝูหลิงไปที่ชั้นสาม ไปยังห้องหนังสือที่เป็นของลู่พั่นโดยเฉพาะ
Amina22
#581 โอ๊ยยยยย เสน่ห์น้องนางไม่เบา เมื่อไรพี่จะกลับมานะ