ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 593 ข้าเองก็ลำบาก
ตอนที่ 593 ข้าเองก็ลำบาก
ซ่งฝูหลิงผมสลวยตอนออกจากบ้าน แต่ตอนกลับเข้าบ้านผมถูกลมพัดจนยุ่งเหยิง
เฉียนเพ่ยอิงมองลูกสาว “ไปทำอะไรมา แม่ให้พาคุณชายลู่ออกไป เจ้าพาไปที่ไหนมา เขากลับแล้ว เจ้าเพิ่งจะกลับมา”
ซ่งฝูหลิงเอากระเป๋าวางในลานบ้าน ไม่ตอบแม่
หยิบแตงหวานที่แช่อยู่ในกะละมังน้ำขึ้นมาหนึ่งลูก มือนุ่มกำหมัดแล้วทุบลงไป เสียงดัง “พลั่ก”
นางถือแตงหวานที่ถูกแบ่งเป็นสองซีกเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว
นั่งข้างร่องน้ำที่ถูกขุดไว้ในลานบ้าน ออกแรงสะบัดเมล็ด ใช้แขนปัดผมที่ติดบนหน้า กินด้วยความโมโห
นางไม่เข้าใจ
เจ้าจะวิ่งทำไม
มีอะไรต้องวิ่งหนี
คิดว่าข้าถ่ายละครอยู่หรือไง
เจ้าวิ่ง ข้าตาม เดี๋ยวหยุดเดี๋ยววิ่ง ต่อให้เป็นละครน้ำเน่าก็ไม่ได้วิ่งโง่ๆ แบบนี้ อย่างน้อยต้องมีฝนตก
“กรวบ”
ซ่งฝูหลิงกัดแตงหวานคำใหญ่อีกครั้ง นางพูด “หวานจัง”
สรุปว่า
ลู่พั่น เจ้าเพี้ยนหรือเปล่า
เรื่องมันจะใหญ่สักแค่ไหนกัน พวกเราถึงคุยให้รู้เรื่องต่อหน้าไม่ได้ เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
ดูเจ้าซิ ถึงขั้นที่บัญชาทหารนับพันนับหมื่นได้ ฆ่าคนเหมือนสับไก่ แล้วเจ้าจะวิ่งหนีข้าทำไม ข้าน่ากลัวยิ่งกว่าข้าศึกอีกเหรอ
ซ่งฝูหลิงยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ยิ่งรู้สึกว่านางกับลู่พั่นเหมือนคนซื่อบื้อ
ถึงขั้นที่แอบโมโหตัวเองนิดหน่อยที่ฉุกคิดไม่ได้ ก็ปล่อยเขาวิ่งไปสิ ตอนนั้นควรมองตามหลังของเขาอย่างใจเย็นแล้วหัวเราะ ไม่ตามหรอก ไว้ให้พ่อเอาของไปคืนทีหลัง
คิดไม่ทัน
“นี่อะไรเหรอ” เฉียนเพ่ยอิงนั่งลงมองกระเป๋า
ท่านย่าหม่าเข้ามาในบ้านพอดี
ท่านย่าหม่ามอง “ไอ๊หยา ยังทิ้งของให้หนึ่งกระเป๋าด้วยเหรอ ให้อะไรล่ะ”
ซ่งฝูหลิงรีบกลืนแตงหวาน หันไปอธิบาย “อย่าแตะนะ เขาลืมไว้ ไม่ได้ให้พวกเรา”
หืม? ท่านย่าหม่ากับเฉียนเพ่ยอิงมีสีหน้าสงสัย
“เช่นนั้นทำไมอยู่ที่เจ้าล่ะ”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร อย่าถามข้าเลย!” สุดท้ายก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
วันนี้มันวันอะไรกัน วุ่นวายชะมัด ข้อสอบก็ยังออกไม่เสร็จ
ซ่งฝูหลิงโยนแตงทิ้ง เดินมาหยิบกระเป๋า ปากก็บ่น “หนักเป็นบ้า” แล้วเดินเข้าบ้าน
ท่านย่าหม่าชี้ตามหลังหลานสาว หันไปมองลูกสะใภ้ “นางเป็นอะไร ดูอารมณ์ไม่ดี ไม่สั่งสอนหน่อยรึ”
เฉียนเพ่ยอิงหันมามองท่านย่าหม่าแล้วถามกลับ “ทำไมข้าจะไม่เคยสอน วันก่อนก็เพิ่งสอนไปหยกๆ บอกว่าตอนเช้าอย่าทำตัววุ่นวาย พูดได้ไม่กี่คำท่านแม่ก็มาห้ามบอกไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็แค่ชอบสระผมตอนเช้าใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวย่าต้มน้ำให้”
มีแต่คนดี ท่านย่าหม่าคนหนึ่งล่ะ เหล่าซ่งก็อีกคน
นางอารมณ์เสียใส่ ก็ใช่ว่าท่านแม่จะไม่ได้ยิน อยากสั่งสอนก็สั่งสอนสิ
เฉียนเพ่ยอิงเดินหนีไปเปิดหม้อดูกับข้าวแล้ว
ท่านย่าหม่าจุก เม้มมุมปาก แอบชำเลืองมองตามหลังเฉียนเพ่ยอิง
ตอนนี้บ้านลูกชายคนสาม นางเอาไม่อยู่สักคน เฮ้อ ไม่แปลกหรอก พูดแค่ประโยคเดียว ทางนั้นมีเป็นสิบประโยคที่จะเถียงกลับ
เฮ้อ ยายแก่บ้านไหนในหมู่บ้านเป็นอย่างนางบ้าง ตกเป็นที่รองรับอารมณ์ นับวันจะยิ่งไม่เหมือนเป็นผู้อาวุโสของบ้าน
ท่านย่าหม่ายังไม่ทันบ่นจบ “จะไปไหน”
ซ่งฝูหลิงที่แต่งตัวเป็นชาย ม้วนผมเก็บเรียบร้อยเดินออกมา ย่าหม่ารีบถามหลานสาว
“ไปฝั่งนู้น จะไปดูว่าพวกพี่ๆ ผสมปูนออกมาได้หรือเปล่า”
“หลายครั้งก่อนหน้านี้ก็ลองแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่สำเร็จ อย่าไปเกะกะพวกเขาเลย”
ท่านย่าหม่ายืนอยู่หน้าบ้านมองตามหลังหลานสาว
ไปก็ไม่มีประโยชน์
เป็นเด็กผู้หญิงอยู่บ้านกินแตงอ่านหนังสือไม่ดีหรือไง
ไอ๊หยา กลุ้มจะตายอยู่แล้ว วันๆ พอว่างหน่อยก็ไปเล่นดินเล่นโคลน
พอพวกเด็กๆ เลิกเรียนกลับมา หลานคนนี้ก็กองขนมให้พวกเด็กๆ กิน ดีใจกันยกใหญ่
“พี่แม่ทัพเล็กเป็นเทพ”
“ถูกต้อง เทพมาก”
หมี่โซ่วกลับไม่รีบร้อนกินลูกผีผาที่เฉียนเพ่ยอิงยื่นให้ แต่รีบวิ่งเข้าบ้าน โยนกระเป๋าหนังสือไว้บนเตียง จากนั้นก็จับกระจกเริ่มส่องดูตัวเอง
หมี่โซ่วส่องกระจกพลางกระทืบเท้าไปทางท่านป้า “ทำไมท่านป้าไม่ไปเรียกข้าที่ห้องเรียน นานแล้วที่พี่แม่ทัพเล็กไม่ได้เจอข้า ควรจะให้เขาได้เห็นข้าหน่อย”
เฉียนเพ่ยอิงยอมใจนานแล้ว กระจกที่ซื่อจ้วงซื้อให้ นางกับลูกสาวไม่ค่อยได้ใช้ แต่หมี่โซ่วส่องวันละแปดรอบ สำอางเหลือเกิน
“เขาไม่ให้ไปเรียก กลัวเจ้าจะเสียการเรียน เอาล่ะ เลิกเสียดายได้แล้ว วันหน้าเดี๋ยวเขาก็มาใหม่”
หัวหน้าตระกูลเริ่นก็ขมวดคิ้วใส่คนในหมู่บ้าน “แม่ทัพติ้งไห่กับใต้เท้านายอำเภอมาทำไมไม่เรียกข้า”
ต่อให้คนพวกนี้จะโกรธจะนึกเสียดายมากกว่านี้ แต่หากเอาอารมณ์ของซ่งฝูหลิงมารวมด้วย ของคนทั้งหมู่บ้านมารวมด้วย ก็ยังสู้อารมณ์สับสนของลู่พั่นที่กำลังอยู่ระหว่างทางกลับไม่ได้
ซุ่นจื่อจงใจไล่คนคุมรถม้าไปนั่งคันข้างหลัง เขาจะคุมเองคนเดียว เพื่อลองหยั่งเชิงถามว่าสำเร็จหรือไม่
“คุณชาย ข้าไปขอแตงหวานจากฮูหยินกินด้วย”
คุณชายไม่ถลึงตาใส่เขา
“คุณชาย ข้ายังขอให้ฮูหยินล้างลูกผีผามาให้กินด้วย”
“อืม”
ซุ่นจื่อเข้าใจแล้ว ไม่สำเร็จ
ถ้าสำเร็จ คุณชายจะมีความสุข และก็จะมีอารมณ์สั่งสอนเขา
เพียงชั่วพริบตา ขณะที่ซุ่นจื่อหวดแส้ดวงตาก็แดงก่ำ
น่าสงสาร
เพราะเห็นคุณชายของข้าแข็งแกร่งมากใช่ไหม จะทำร้ายเขายังไง จะพูดอะไรก็ได้ เหมือนคนเจ็บไม่เป็นใช่ไหม
แท้จริงแล้วคุณชายแสร้งทำทั้งนั้น
ควักหัวใจอุ่นๆ ที่อ่อนนุ่มของคุณชายข้าออกมา สาดน้ำเย็นใส่แล้วให้เขายัดกลับไปโดยทำเหมือนไม่มีอะไร แบบนี้ใครจะไปทนไหว
ระหว่างทาง ซุ่นจื่อคุมรถม้า ไม่ได้หันไปมองลู่พั่นที่อยู่ในรถอีก
เพราะสมองของเขาเต็มไปด้วยภาพที่คุณชายอยู่ภายใต้แสงเทียน ทั้งเลื่อย ไส ตะไบ ขัด
กลัวว่าหันไปแล้วตัวเองจะพูดว่า “คุณชาย คุณชายน่าสงสารจริงๆ ทำไมคุณชายอุตส่าห์ควักหัวใจออกมาให้แต่สาวเจ้าถึงไม่รับล่ะ” ผู้หญิงนี่น่าเบื่อชะมัด
หลังจากลู่พั่นกลับถึงจวน สีหน้าปกติ เขาตรงไปที่ห้องตีเหล็กในเรือนหลังแล้วนั่งอยู่ ‘ในห้องทำงาน’
เขาไม่รู้หรอกว่า การที่เขาไปห้องตีเหล็กก็ได้สื่อความหมายทุกสิ่งอย่างแล้ว ไม่ต้องพูดออกมา เหล่าฮูหยินกับฮูหยินเข้าใจ
เหล่าฮูหยินกับฮูหยินมองหน้ากัน “อกหักสินะ”