ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 594-1
ตอนที่ 594-1
แค่อกหักธรรมดาๆ ที่ไหนกัน
ช้ำเลือดช้ำหนองกลับมาเลยล่ะ
โตขนาดนี้แล้ว ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีมาตลอด คนอื่นยังต้องคอยสังเกตสีหน้าของเขา ตัวเองเป็นคนยอดเยี่ยม
เป็นครั้งแรกที่ไปสารภาพความในใจ
เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้ ไม่มีประสบการณ์เลยสักนิด
ถูกปฏิเสธ ก็ย่อมสร้างบาดแผลภายในใจอย่างไรขีดจำกัด
เหล่าฮูหยินมองลูกสะใภ้ “หมินหรุ่ยเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ต่อให้รู้สึกดีใจก็ไม่ยอมพูดออกมา”
แม่สามีกับลูกสะใภ้นึกไปถึงสมัยหมินหรุ่ยเด็กๆ
ตอนนั้นพ่อลู่ทำศึกอยู่ข้างนอก ก่อนขึ้นปีใหม่ก็ยังไม่กลับมา ลูกนับวันรอเอาแต่ชะเง้อมองที่หน้าประตูจวน
ถามเขาว่ามองหาอะไร เขาก็ไม่บอก
พอพ่อลู่มาถึง อุ้มเขาขึ้นมาถามว่า “คิดถึงพ่อหรือเปล่า” เขาก็ยิ่งไม่บอก
มีครั้งหนึ่งตอนอัครเสนาบดีลู่ป่วยก็เหมือนกัน
ตอนนั้นหมินหรุ่ยเลิกเรียนก็วิ่งไปหาท่านปู่ พยายามดึงตัวอัครเสนาบดีลู่ออกจากห้องหนังสือให้ไปกินข้าวด้วยกัน พอถึงเวลากินข้าว ท่านปู่ก็จำต้องกินตาม ในความคิดของหมินหรุ่ย ต้องกินข้าวเท่านั้นถึงจะไม่เจ็บป่วย
กลับไม่เหมือนเด็กจวนอื่นที่จะพูดออกมาว่า ‘ท่านปู่ ข้าเป็นห่วงท่านปู่ ท่านปู่ต้องรีบหายนะ’
เด็กคนนี้ ถึงแม้จะโตเป็นหนุ่มแล้ว แต่ในสายตาของเหล่าฮูหยิน นิสัยของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมาก มีความเป็นไปได้ว่าอาจยังคง ‘ปากแข็ง’
“ท่านแม่ นี่มันเรื่องอะไรกัน เกิดพูดออกไปได้ถูกหัวเราะฟันร่วงแน่” ลู่ฮูหยินนึกถึงลูกชายในวัยเด็ก สงสารยิ่งกว่าที่ตอนนี้ลูกชายอกหัก เริ่มพาลโกรธแล้ว
นางไม่กังวลเรื่องที่จะสู่ขอผู้หญิงที่ฐานะต่ำกว่ามาก คิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องน่าขบขันอะไร
ทำไมล่ะ ไม่ใช่ลูกสาวของครอบครัวที่ใสสะอาดหรืออย่างไร พวกเราอยากได้ลูกสะใภ้ มองที่ตัวคน มองแค่ว่าวันหน้าจะทำให้ลูกชายคนเดียวของข้ามีความสุขได้หรือไม่ ไม่ได้มองที่ชาติกำเนิดเสียหน่อย
หากดูที่ชาติกำเนิด พูดแบบรุนแรงหน่อยก็คือ นอกจากเชื้อพระวงศ์แล้ว จวนอื่นก็ไม่คู่ควรกับตระกูลลู่ของพวกเขาทั้งนั้น ถือว่าแต่งกับคนฐานะด้อยกว่าทั้งหมดนั่นแหละ
แต่เวลานี้กลับรู้สึกว่า ลูกชายของนางยอดเยี่ยมขนาดนี้ กลับถูกปฏิเสธ คนอื่นรู้เข้าคงได้หัวเราะเยาะจนฟันร่วง
ทำไมกัน บกพร่องตรงไหน
“ท่านแม่ หาแม่สื่อไปคุยเลยดีกว่า หมินหรุ่ยจะได้ไม่ต้องเสียใจแบบนี้ ข้าทนดูไม่ได้”
ลู่ฮูหยินเป็นคนพูดจาอ่อนโยนมาตลอด น้อยครั้งที่จะเป็นแบบนี้
อยู่ๆ เดาไปเดามาก็เกิดร้อนใจ แต่เหล่าฮูหยินกลับเข้าใจ
นั่นคือแก้วตาดวงใจของครอบครัว หลานสาวทั้งหมดรวมกันยังไม่สู้หลานชายคนเดียว ส่วนนี่ก็แม่ ลูกชายถูกรังเกียจ แม่ย่อมโกรธที่สุด
อันที่จริงเหล่าฮูหยินก็รู้สึกแบบเดียวกัน นั่นก็หลานชายคนเดียวของนาง ลูกชายไม่อยู่แล้ว เหลือทายาทสืบสกุลอยู่แค่คนเดียว
แต่เหล่าฮูหยินไม่ได้แสดงออกว่าไม่พอใจ ดูสุขุมใจเย็นมาก นางยังได้พูดปลอบ
“เจ้าอย่าเพิ่งใจร้อน หมินหรุ่ยเคยบอกพวกเรามิใช่รึว่าอย่าเข้าไปยุ่ง…
…หากว่ากันตามธรรมเนียมสู่ขอ แม่สื่อฝ่ายชาย แม่สื่อฝ่ายหญิง แม่สื่อคนกลาง เป็นคนเชื่อมสะพาน ไปที่ไหนพวกเราก็ไม่ถือว่าผิดประเพณี นี่ต่างหากวิธีที่ถูกต้อง…
…ข้ายังเคยคิดอยู่เลยว่าเพราะเหตุใดเขาถึงไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้”
ลู่ฮูหยินมองไป “ทำไมหรือ”
เหล่าฮูหยินดื่มชา
“เจ้าน่ะ คิดแค่ว่าทางเราหาพวกแม่สื่อไปคุยสะดวกกว่า…
…สำหรับฝ่ายผู้ชาย ต่อให้ถูกปฏิเสธก็ไม่เป็นไร…
…ผู้หญิงดีย่อมมีแต่คนอยากได้ อย่างมากพวกเราก็คอยเว้นระยะให้แม่สื่อเข้าไปคุยบ่อยๆ…
…แต่กลับไม่คิดดูบ้างว่า แม่สื่อที่พวกเราหาไปจะเป็นคนธรรมดาได้รึ”
เหล่าฮูหยินพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มจนปัญญา เฮ้อ
ถ้าหาคนธรรมดาไปคุยถึงบ้านให้ เกรงว่าพอถึงตอนนั้นคนข้างนอกจะได้หาว่าตระกูลลู่ของพวกเขาไม่ให้ความสำคัญ
เป็นไปตามที่คิด ในเรื่องให้เกียรติ สตรีครอบครัวชาวสวนที่ฐานะต่ำต้อยยังสู้อนุของจวนอื่นไม่ได้ด้วยซ้ำ
พอถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่ว่าที่หลานสะใภ้จะวางตัวให้มั่นคงได้อย่างไร มันก็น่าขายหน้าเหลือเกิน แม้แต่หลานชายก็จะมาตำหนินาง “ทำอะไรกัน ไม่ขายหน้ารึ ที่แท้พั่งยาของข้าก็ต่ำต้อยเพียงนี้ในสายตาของท่านย่า ท่านย่ารังแกพวกเขาที่ไม่เคยเจอคนที่ฐานะสูงกว่าอย่างนั้นหรือ ถ้าหาตัวเลือกที่ดีไม่ได้ก็บอกสิ ข้าจะไปไหว้วานคนอื่นเอง” จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อใส่
แน่นอนว่า ‘คนธรรมดา’ ในสายตาของเหล่าฮูหยินหมายถึงคนระดับฮูหยินของผู้ว่าการเมืองเพิ่งเทียน พ่อแม่อยู่ครบ มีลูกทั้งชายและหญิง ใช้คนแบบนี้ไปเป็นแม่สื่อของฝ่ายชายตระกูลลู่ พั่งยาย่อมไม่ได้ถูกเห็นความสำคัญ
แค่คิดดูก็รู้ว่า ถ้าระดับองค์หญิงออกโรงหาแม่สื่อ นางจะไปหาคนระดับไหนมา
ตอนนี้เหล่าฮูหยินจึงพูดกับลูกสะใภ้ว่า
“ถ้าแม่สื่อไปถึงบ้าน แบบนั้นอีกเดี๋ยวทุกจวนก็จะรู้ข่าว…
…พอถึงตอนนั้นก็จะลือไปทั่ว พวกเราถูกปฏิเสธยังไม่เท่าไร อย่างมากก็ไปคุยหลายครั้งหน่อย…
…แต่พ่อแม่ของพั่งยาก็จะตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน”
ช่วงนี้เหล่าฮูหยินเรียกซ่งฝูหลิงว่าพั่งยาจนชินปากแล้ว
ตอนเรียกครั้งแรกรู้สึกตงิดๆ ชอบกล เชยเหลือเกิน อายุขนาดนี้แล้วยังไม่เคยรู้จักคนที่มีชื่อแบบนี้
แต่พอเรียกจนชินกลับรู้สึกติดปาก มีความสุขดี
ส่วนที่เหลือไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก ลู่ฮูหยินสามารถคิดได้เอง
นั่นสินะ
ฐานะแตกต่างกันมาก ถ้าเข้าไปสู่ขอจะดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมาก
หากพูดแบบที่ไม่เกินจริงแม้แต่น้อย ดีไม่ดีรู้ถึงหูฝ่าบาทก็จะมาให้ความสนใจเหมือนกัน
ฐานะแตกต่างกันมาก หากไปสู่ขอแล้วถูกปฏิเสธ ฝ่ายชายอย่างพวกเขาไม่เป็นไรหรอก ก็เหมือนที่แม่สามีพูด อย่างมากก็ไปคุยหลายๆ ครั้ง แต่ทางฝ่ายหญิงจะถูกนินทาได้ว่า ‘ทำเป็นเล่นตัว’
พ่อแม่ของสตรีนางนั้นก็จะ ‘ตกเป็นขี้ปาก’
โดยเฉพาะตอนนี้หมินหรุ่ยเป็นถึงแม่ทัพติ้งไห่ ในสายตาของคนจำนวนมาก รวมถึงในสายตาของชาวบ้าน สถานะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เว้นเสียแต่อีกฝ่ายจะรับปาก
ต่อให้ต่อมารับปาก ตราบใดที่เคยปฏิเสธ ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะถูกคนนอกครหาอยู่ดี
และจะยิ่งไม่ดีต่อชื่อเสียงของผู้หญิง
ถ้าตอบตกลงในครั้งแรกยังพอไหว เป็นการจองไว้แล้ว อีกไม่กี่ปีให้หลังก็คือภรรยาของแม่ทัพติ้งไห่ ใครก็ไม่กล้าไปรบกวน
แต่ถ้าเกิดไปคุยแล้วไม่ตกลง ลู่ฮูหยิน ไม่ เอาแค่ท่าทางของหมินหรุ่ยที่กลับมาวันนี้ นั่นไม่ใช่ถ้าเกิดไปคุยแล้วไม่ตกลง แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าไม่มีทางตอบรับคำสู่ขอ
Amina22
เรื่องนี้จะอัพทุกวันมั้ยคะแอด 🙏