Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 598 มามือเปล่า

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 598 มามือเปล่า
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 598 มามือเปล่า
ซ่งฝูหลิงเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน

นางคิดว่าลู่พั่นน่าจะเหมือนนาง ไม่ได้บอกคนในครอบครัวว่าชอบนาง

เพราะนางก็มีนิสัยแบบนี้

เรื่องเล็กพูดเล่นเรื่อยเปื่อยกับพ่อแม่ได้ แต่ถ้าเกี่ยวพันถึงเรื่องใหญ่ นางก็จะปิดปากสนิท

อย่างเรื่องมีแฟนถือเป็นเรื่องใหญ่

นางจะพิจารณาด้วยตัวเองก่อน สังเกตอีกฝ่าย ดูว่าเหมาะสมกันหรือไม่

ค่อยๆ ทำความเข้าใจจากการที่คลุกคลีอยู่ด้วยกัน ดูเรื่องนิสัย ครอบครัว การวางตัว ทำอาหารเป็นหรือเปล่า เวลาเมาเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องกินข้าวกี่มื้อ ดูก่อนว่าอาหารการกินคล้ายกันไหม

ถ้ากินรสชาติต่างกันก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่ได้ นางเห็นในหนังสือหลายเล่มเขียนไว้ทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า ชีวิตคู่ใช้แต่ความรักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูความเข้ากันได้ด้วย

จากนั้นเมื่อไปกันได้ก็จะลองคบหากับอีกฝ่ายแบบหลบซ่อนไปสักระยะ ถ้าคิดว่าคนคนนี้ใช้ได้ค่อยบอกคนในครอบครัว

เพราะเอะอะจะพาผู้ชายเข้าบ้านไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ห้ามแบบว่าไม่แน่ใจ ตัวเองยังไม่ชัวร์ก็รีบร้อนอยากพบผู้ใหญ่หรือบอกคนในครอบครัวแล้ว

ถ้าถึงขั้นที่เปิดเผยกับคนในครอบครัว โดยรวมก็คือตกลงปลงใจแล้ว

พอพ่อแม่ถามอย่างจริงจัง นางก็สามารถบอกเหตุผลเป็นข้อๆ ได้ว่าทำไมถึงเลือกเขา

ใช้ท่าทีบอกพ่อแม่ว่า พามาบ้านไม่ได้ล้อเล่น คนคนนี้ลูกสาวเลือกแล้วจริงๆ

นี่คือยุคปัจจุบัน

ในสายตาของซ่งฝูหลิง ยุคโบราณก็เหมือนกัน ไม่ต้องสนว่าอยู่ยุคไหน นี่ล้วนเป็น ‘เรื่องปกติของคน’

อาจเพราะสมัยศักดินาค่อนข้างถือเรื่องรักนวลสงวนตัว น้อยมากที่จะมีแอบคบกันก่อน แต่อย่างน้อยสองฝ่ายก็ต้องแสดงออกมาบ้างว่าคิดแบบเดียวกัน ยอมรับกันและกัน อย่างไรเสียคนที่ใช้ชีวิตจริงๆ คือทั้งสองคน ไม่ใช่พ่อแม่ จากนั้นค่อยไปบอกคนในครอบครัว

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพลักษณ์ของลู่พั่นในสายตานางคือสุขุม ไม่ต่างกับนาง นางเองก็สุขุมใจเย็นมากเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ซ่งฝูหลิงจึงช่วยท่านย่าเลือกชุดอย่างสบายใจ

ก็แค่เจอคุณหนูสามเพื่อคุยเรื่องร้านขนมไม่ใช่เหรอ คุยเรื่องงานทั้งนั้น ไม่เป็นไร

“ท่านย่า ตอนนั้นน่าจะเชื่อข้าจริงๆ นะ ควรซื้อปิ่นสักอัน”

ท่านย่าไม่มีเครื่องประดับสักชิ้น

เรื่องนี้ถ้าเป็นยุคปัจจุบันยังไม่เท่าไร เพราะแม่ของนางก็ไม่ชอบ ไม่เป็นไร มีความคิดแบบยุคปัจจุบันจนชินแล้ว

แต่ยุคโบราณ หญิงสูงวัยที่มีฐานะหน่อยต่างมีเครื่องประดับกันทั้งนั้น

“เจ้าเลิกคิดไปได้เลย ก่อนหน้านี้ทองก็ขึ้นมาเยอะ ถ้าย่าเอาเงินไปซื้อปิ่นทองจริงๆ ไม่เท่ากับเอาบ้านมาประดับหัวเหรอ ไม่รู้จักกลัวคอหักตาย ฐานะระดับไหน สนแต่เรื่องพวกนั้น ไม่เก็บเงินไว้กิน”

“มันขนาดนั้นที่ไหนกัน ตอนนี้ครอบครัวเราก็ไม่ได้แย่แล้ว อย่าไปนึกถึงตอนลี้ภัยสิ บ้านอื่นไม่มีป้าย แต่บ้านเรามีป้ายสกุลนะ”

ป้ายสกุลก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไร

ท่านย่าหม่ากลอกตาใส่ พูดคลุมเครือ “ก็เท่านั้นแหละ บ้านในหมู่บ้านมันก็บ้านเหมือนกันไม่ใช่รึ”

ตกเย็นซ่งฝูเซิงก็ได้ยินเรื่องที่แม่จะไปพบคุณหนูสามในวันรุ่งขึ้น

ลูกสะใภ้จะเอาปิ่นเงินที่พวกเถี่ยโถวรวมเงินกันซื้อให้ไปให้ท่านย่าหม่ายืม

แต่ท่านย่าหม่าช่วยหอบฟืนพลางบ่น “เลิกคิดได้เลย ข้ายืมเสร็จเจ้ายังอยากใช้อีกเหรอ ไว้วันหลังข้าค่อยไปซื้ออันที่ถูกใจ”

ซ่งฝูเซิงกระซิบถามลูกสาว “ย่าเรายังอยากหุ้นเปิดร้านขนมอีกเหรอ”

ซ่งฝูหลิงกำลังคัดลอกหนังสือของลู่พั่น “ใครจะไปรู้ ตามใจท่านย่าแล้วกัน ดูว่าพรุ่งนี้พวกนางคุยกันอย่างไร”

พูดถึงเรื่องนี้ วันรุ่งขึ้นย่าหม่าขึ้นไปนั่งบนรถม้าที่คุณหนูสามส่งมาก็ยังคิดเรื่องนี้อยู่ในใจ

นางเคยเกิดความคิดที่ว่าไม่อยากร่วมทำด้วยแล้ว

แอบลืมไม่ลง พอทางนั้นบอกให้ปิดร้าน พวกเราก็ต้องปิด มักจะรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ร้านของตัวเอง

นางอยากเปิดร้านเล็กๆ ในร้านม้าพันลี้ของลูกสาม แค่รับจ้างขนของ ไม่จำเป็นต้องใช้หน้าร้านใหญ่ขนาดนั้น แบ่งออกไปห้องเล็กๆ ก็พอ จากนั้นก็จัดการร้านแบบเมื่อก่อน ขายราคาถูกๆ ก่อน พอมีลูกค้ามากขึ้นก็ค่อยๆ ขยับขยาย

พูดถึงเรื่องนี้ ท่านย่าหม่าก็นึกเสียใจที่ไม่ได้ซื้อหน้าร้านไว้

นี่เป็นเพราะเคยมีประสบการณ์ลี้ภัยมาก่อน

ตอนนั้นที่ลูกสามซื้อบ้าน พั่งยาก็พูด ‘ท่านย่า พวกเราก็ซื้อบ้างสิ’

ท่านย่าหม่าคิด จะซื้อทำไม ดูซิ พอเกิดเรื่องขึ้น เอาบ้านไปได้ไหม ตอนพวกเราลี้ภัย บ้านถูกทิ้งร้างไว้มากมาย เอาบ้านมากินประทังชีวิตยังไม่ได้

เยี่ยม ตอนนี้กลับนึกเสียใจขึ้นมาแล้ว ช่วงนั้นที่ลูกสามซื้อบ้านเป็นช่วงที่ถูกที่สุดแล้ว พวกบ้านที่ซื้อไว้รวมถึงในเมืองอื่นที่นางไม่เคยเห็นก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว

ตอนนี้อยากซื้อก็ไม่ได้ราคานั้นแล้ว

คนพูดกันว่า ต่อให้ย้ายเมืองหลวง เฟิ่งเทียนก็เป็นเมืองหลวงเก่า ฮ่องเต้สร้างที่นี่ขึ้นมา

แต่ว่า?

ท่านย่าหม่าที่อยู่ในชุดเสื้อสีกรมท่า กระโปรงสีน้ำตาล นั่งอยู่บนรถม้าขมวดคิ้วเล็กน้อย

แต่ว่า พวกเราพูดกันตามตรง คุณหนูสามสกุลลู่ก็ใจถึงมากทีเดียว ใช้คำพูดของหลานสาวนางก็คือ ‘ขนาดชื่อคนถือครองก็ยังใส่ชื่อท่านย่าหม่า’

แล้วคิดดู ถ้าพวกเราบอกนางว่าไม่อยากทำด้วยแล้ว ทางนั้นจะไม่พอใจพวกเราหรือเปล่า

ท่านย่าหม่าคิดในใจ ตอนนั้นคุณหนูสามจ่ายเงินค่าตกแต่งร้านไปมาก กว่าจะตกแต่งได้ขนาดนั้นเหนื่อยมากทีเดียว ยังไม่ทันคืนทุนก็ต้องปิดร้านเพราะเกิดเรื่อง ตอนนี้จะมาไม่ทำแล้วแบบนั้นจะต้องคิดว่าพวกเราจับจด คิดจะเลิกก็เลิก

อย่างไรเสีย ถ้าเป็นนาง เจอเรื่องแบบนี้นางคงบอกว่าไสหัวไปให้ไกลได้เท่าไหร่ยิ่งดี

เล่นเอาท่านย่าหม่าเหนื่อยมาตลอดทาง หลักๆ คือเหนื่อยใจ

สักพักก็คิดในใจว่า

ทำต่อเหรอ

ไม่เอาๆ แต่ถ้าไม่ทำแล้ว อีกเดี๋ยวเจอกันจะพูดอย่างไรดี

ช่างเถอะ ทำต่อแล้วกัน อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่มันก็เย็นดี

เช่นนั้นอิฐนมจะทำอย่างไร

ถ้านางกลับเข้าวงการขายขนมอีกครั้ง นางก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำงานหลายอย่าง

ถ้าให้สักคนในหมู่บ้านรับงานดูแลทำอิฐนมแทนนาง นางก็ยังจะมีรายได้อีกทาง

ท่านย่าหม่ารู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ

ไม่รู้สึกตัวว่าถึงแล้ว และก็ไม่ได้สังเกตว่าสถานที่ดูแปลกไป

จนกระทั่งสะใภ้เล็กสกุลสวี่มาประคองนางลงด้วยตัวเอง

นางเองก็ไม่ได้สังเกตว่าครั้งนี้สะใภ้เล็กสกุลสวี่เจอนางดูนอบน้อมกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก

ลงจากรถม้า ท่านย่าหม่าเงยหน้าขึ้นมอง แม่เจ้าประคุณรุนช่อง นี่มันจวนใครเนี่ย ดูกระเบื้องที่อยู่บนประตูสิ มีสีด้วย “หืม?”

ทำหน้างง

สะใภ้เล็กสกุลสวี่ถึงได้ยิ้มพลางอธิบาย

“ฮูหยินน้อย (คุณหนูสาม) ถูกฮูหยินเรียกกลับจวนชั่วคราว ต้องตรวจบัญชี…

…ก็เลยมาไม่ได้แล้ว…

…บังเอิญว่าตอนนั้นขณะที่ฮูหยินน้อยนั่งคุยดื่มชากับครอบครัวในจวนผู้สำเร็จราชการ เหล่าฮูหยินในจวนได้ยินว่า พวกท่านที่อายุเท่านี้มีเรื่องคุยมากมาย ไม่สู้ให้ท่านยายมาคุยเล่นในจวนผู้สำเร็จราชการสักหน่อย”

ย่าหม่า “…”

นี่มันหลอกกันชัดๆ เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไร พาข้ามาจวนผู้สำเร็จราชการทำไมไม่บอกล่วงหน้าสักคำ ถ้ามีเรื่องด่วนข้ากลับหมู่บ้านก็ได้

เฮ้อ และที่น่าหงุดหงิดใจที่สุดคือ

เรามามือเปล่า

ถ้ารู้ก่อนจะได้หอบเข่งผักเข่งพริกมา มันก็ดีกว่ามามือเปล่าใช่ไหมล่ะ

“ไม่ ไม่ต้อง ข้าไม่ต้องนั่งเกี้ยวหาม ร่างกายข้าแข็งแรงดี”

พอพูดจบ ท่านย่าหม่าก็มองพื้นที่สวนกว้างใหญ่กับเกี้ยวหามตรงหน้า

เอ่อ ข้านั่งเกี้ยวหามดีกว่า

เพิ่งถูกสาวหน้าตาดีกับหญิงรับใช้สูงวัยสองคนยืนเรียงแถวต้อนรับเข้าประตูก็ต้องขึ้นเกี้ยวแล้ว ท่าทางจะไกลมาก

พวกเราเดินไหวไหมเป็นเรื่องรอง แต่จะให้อีกฝ่ายรอไม่ได้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 598 มามือเปล่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-063
ระวังหัวใจจะไหวหวั่น
25/03/2023
c84a700
เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย
12/06/2025
novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
10/07/2026
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.