ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 601-1 คู่สร้างคู่สม
ตอนที่ 601-1 คู่สร้างคู่สม
“ที่นี่ แถบนี้ เมื่อก่อนเป็นคลังอาวุธของลูกชายข้า เป็นสถานที่ฝึกของเขา…
…ลูกชายของข้า ถนัดเรื่องจับอาวุธ ล่าสัตว์ก็ไม่น้อยหน้า”
ขณะที่องค์หญิงใหญ่พูด ใบหน้าก็อดแสดงความภูมิใจไม่ได้
“ส่วนหมินหรุ่ย หลานชายของข้า นับตั้งแต่วิ่งเล่นไปทั่วได้ ถ้าเขาหายไปก็ให้มาที่นี่ รับรองเจอตัวแน่…
…ตอนนั้นเขาเพิ่งจะกี่ขวบเอง มักจะอยากมาดูอยากมาจับต้อง…
…มือน้อยๆ ลองลูบอาวุธที่เย็นเฉียบพวกนั้น เขาเองก็ไม่กลัว”
ท่านย่าหม่าฟังแล้วก็ตะลึง เอ่ยชื่นชม “มิน่าท่านแม่ทัพถึงเป็นแม่ทัพได้ มองออกได้ตั้งแต่เด็ก”
“ไป พวกเราเข้าไปดูในห้องพวกนี้ของเขากัน…
…แต่ว่าห้ามแตะต้อง…
…เกิดชิ้นส่วนขนาดเท่าเล็บหายไป สำหรับพวกเราอาจคิดว่าไม่มีอะไร แต่กลับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา…
…เมื่อก่อนพวกพี่สาวของเขายังไม่แต่งงาน มาเล่นที่เรือนของเขา หยิบจับส่งเดช เขาจะโมโหมาก…
…เดี๋ยวนี้ประตูไม่ได้ลงกลอนแล้วเพราะพวกพี่สาวออกเรือนไปกันหมดแล้ว…
…อันที่จริงหมินหรุ่ยหลานชายของข้า บางเรื่องแม้แต่ย่าอย่างข้าก็ไม่กล้าพูดตรงๆ เขาจิตใจคับแคบมาก”
ห้องที่ย่าหม่าเข้าไปก่อนคือห้องตีเหล็ก ตอนนั้นที่ทำทุ่นระเบิด พวกเด็กผู้ชายบ้านนางก็เคยตีเหล็กแบบลองผิดลองถูก เหนื่อยมากจริงๆ
แต่นึกไม่ถึงเลยว่า แม่ทัพเล็กที่เป็นถึงคุณชายผู้สูงศักดิ์ ตัวเป็นแม่ทัพ จะมีเตาหลอมขนาดใหญ่ของตัวเอง ดูปล่องควันที่ใหญ่มากนั่นสิ มีพวกอุปกรณ์ตีเหล็กอย่างครบครัน
พอเข้าไปในห้องก็ได้กลิ่น ดูเหมือนจะเป็นกลิ่นสนิม
นี่ไม่เหมือนกับแม่ทัพเล็กที่แสนองอาจในจินตนาการของท่านย่าหม่า
“นี่เป็นแค่หนึ่งในหลายห้อง พวกเราไปดูห้องอื่นๆ กัน พูดตามตรง ข้าเองก็ไม่ค่อยได้มา”
องค์หญิงใหญ่เดินนำท่านย่าหม่า
ท่านย่าหม่ามองวัตถุขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในห้อง “นั่นอะไรหรือ”
องค์หญิงใหญ่ก็แปลกใจเหมือนกัน หลักๆ คือเพิ่งทำได้ครึ่งเดียว มองไม่ค่อยออก “รถที่ใช้รบหรือเปล่า” หันหน้าไปขอคำยืนยันจากฉินหมอมอ
ฉินหมอมอพยักหน้าเล็กน้อย พ่อบ้านในเรือนคุณชายได้อธิบายแล้วว่าในห้องไหนทำอะไร
“เห็นนั่นไหม ในนั้นมียางไม้ สี ตรงนั้นเป็นวัสดุไม้ที่เก็บตุนไว้ พร้อมหยิบมาใช้ได้ตลอดเวลา หมินหรุ่ยทำได้ทั้งตีเหล็ก ทั้งทำงานไม้ อีกทั้งยังชำนาญมากด้วย”
ท่านย่าหม่ามองผ่านหน้าต่างไปเห็นพวกห้องเฉพาะที่อยู่ไกลออกไปอีกหลายห้อง ได้ยินองค์หญิงบอกว่า ไม่ใช่แค่นี้ พวกดินประสิวรอการปรับปรุงที่นางเห็นในหลายห้องนั้น ในนั้นมีดินระเบิด
แม้แต่เรื่องทำความสะอาด คุณชายลู่ยังลงมือด้วยตัวเอง
ไอ๊หยา คุณชายสูงศักดิ์คนนี้มีนิสัยอย่างไรกัน รู้จักหาของเล่น
“พระองค์เพคะ ด้านหลังมีสวน ดูเหมือนเรือนของคุณชายจะใหญ่มากนะเพคะ”
องค์หญิงใหญ่เหลือบมองแล้วพูด “อืม หลานชายของข้าอยู่ที่จวน เช้าตรู่ของทุกวันเขาจะต้องไปฝึกวิชาที่สวนนั่น แต่ตอนนี้บาดเจ็บอยู่ เลยต้องนอนจนถึงฟ้าสว่าง ช่วงไม่กี่วันนี้กลับต้องไปประชุมราชสำนักตอนเช้าอีก”
สุดท้าย ท่านย่าหม่าไม่คาดคิดว่าองค์หญิงใหญ่จะพาไปเยี่ยมชมห้องภาพเขียนของลู่พั่น
องค์หญิงใหญ่อยากให้ท่านย่าหม่ารู้ก่อนว่า หลานชายของนางเอาเวลาว่างส่วนใหญ่ไปให้อาวุธพวกนั้น นั่นเป็นงานอดิเรกของหลานชายนาง
แตกต่างจากคุณชายจวนอื่นอย่างสิ้นเชิง
เปลี่ยนแปลงความคิดและการคาดเดาของพวกชาวบ้านที่มีต่อคุณชายสูงศักดิ์
แต่จะแสดงให้เห็นว่าชีวิตของหลานชายนางไร้สีสันไม่ได้ จึงพาไปที่ห้องภาพเขียน
อยากให้ท่านย่าหม่าเห็นอีกมุมหนึ่งของหลานชายนาง บางครั้งบางคราวก็จะวาดภาพ เล่นดนตรี เขียนอักษร เห็นเขาเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดแบบนี้ แต่อารมณ์สุนทรีย์ในหัวใจมีเยอะมาก
ทางที่ดีคือ ทำให้ท่านย่าหม่าสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายจากบรรดาภาพวาดและภาพเขียนอักษรของหลานชายนาง สัมผัสได้ว่าจิตใจของหลานชายนางไม่ได้เย่อหยิ่งทะนงตน แต่อยากมีความสุขแบบชาวบ้านทั่วไป
ดูภาพวาด ท่านย่าหม่าก็พอจะดูเป็น อีกทั้งแค่มองปราดเดียวก็รู้สึกเป็นกันเอง
ห้องภาพเขียนมีขนาดใหญ่ แค่มองภาพวาดแวบเดียวก็รู้สึกสบายใจ
มองภาพวาดผืนกว้างที่มาจากฝีมือของลู่พั่น ท่านย่าหม่าพูดจากใจ “งดงามมากจริงๆ”
ท้องนาชนบท สวนผลไม้ ชาวสวนกำลังทำไร่ทำนา พวกผู้หญิงเก็บผักอยู่ด้านหลัง ความสุขในฤดูเก็บเกี่ยวช่วงใบไม้ร่วงอบอวลอยู่รอบตัวพวกเขา
ภายใต้อาทิตย์อัสดง ชาวประมงเก็บแห รอยยิ้มที่มาจากใจ
ภายในซอยเล็กๆ ข้างกายชายแบกหามมีกลุ่มเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่น คนขายขนมแป้งอบกำลังร้องเรียกลูกค้าที่เดินผ่านหน้าร้าน
ภาพบรรยากาศแบบนี้ ท่านย่าหม่าคุ้นเคยดี มองปราดเดียวก็เข้าถึง
ตอนนั้นที่อดีตฮ่องเต้ยังไม่ตาย ยังไม่มีสงคราม อันที่จริงเมืองเฟิ่งเทียนก็ครึกครื้นได้ถึงเพียงนี้
ท่านย่าหม่ามองภาพวาด ทันใดนั้นก็พูดขึ้น “พระองค์เพคะ หลานสาวของข้าน้อยก็ชอบวาดภาพแบบนี้”
นั่งวาดอยู่ในแปลงเกษตร
ต่อมานางเคยถามตอนฤดูหนาวช่วงปีใหม่
“ภาพวาดของเจ้าล่ะ เอามาให้ย่าดูหน่อย ไม่ทำงงทำงาน ย่าต้องรู้ให้ได้ว่าในขณะที่คนอื่นทำงานกัน เจ้าไม่ทำ เอาเวลาไปทำอะไร”
ปรากฏว่าพั่งยาอ้ำอึ้งอยู่นานถึงบอกว่าทำหายไปแล้ว เล่นเอานางโมโหมาก ให้ขึ้นเขาไปส่งข้าวก็ทำชามหายมันทุกวัน วาดภาพก็ยังจะทำภาพหาย
ตอนนั้นท่านย่าหม่าเอามือปิดตาพูดด้วยความจนปัญญา “ไอ๊หยา ดีนะที่เจ้ายังรู้จักเส้นทาง ไม่งั้นวันหน้า ย่าไม่กล้าให้เจ้าออกไปข้างนอกแล้ว กลัววันไหนเจ้าจะพลัดหลงหายไป”
องค์หญิงได้ฟังก็กลั้นยิ้ม “หืม? วาดเป็นอย่างไรบ้าง”
นึกไม่ถึงจริงๆ เล่นเครื่องดนตรีได้ แถมยังวาดภาพเป็น ชอบวาดภาพเหมือนหลานชายของนางไม่มีผิด
คราวนี้กลายเป็นท่านย่าหม่าที่เงียบไปสักพัก กลัวว่าพูดมากไปจะไม่ดี อย่างไรเสียนางก็ไม่เคยเห็นกับตา
พูดถึงเรื่องนี้นางก็โมโห
พั่งยานะพั่งยา ทำไมถึงทำหายได้ ไม่อย่างนั้นใครขอดู ก็จะได้เอาออกมาอวดได้ ชาวบ้านจะได้ไม่หาว่าคุยโว
จากนั้นก็ทำให้ทุกคนตะลึงไปเลย แบบนั้นจะได้หน้าสักแค่ไหนนะ นางเชื่อในฝีมือของหลานสาว
“ก็พอไหว อย่างไรเสียนางก็วาดพวกมะเขือม่วง ถั่วฝักยาว ฟักทอง เหมือนเหลือเกิน น่าจะเป็นแนวเดียวกับท่านแม่ทัพ”
อย่าว่าแต่องค์หญิงใหญ่จะรู้สึกขำ แม้แต่ฉินหมอมอที่อยู่ด้วยกันทั้งวันก็หัวเราะด้วย
ฉินหมอมอคิดในใจ พูดได้ตรงไปตรงมาจริงๆ ดูเหมือนจะแนวเดียวกัน อย่างไรเสียคุณชายวาดสตรีชาวสวนเก็บผัก แต่กลับไม่ได้วาดว่าเป็นผักอะไร
องค์หญิงใหญ่เอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากหัวเราะใหญ่
เพราะนางนึกไปถึงว่าวันหน้าพั่งยาแต่งเข้ามา ก็พอดีจะได้วาดเติมมะเขือม่วง ถั่วฝักยาว ฟักทอง ให้หลานชายของนาง
ออกจากห้องภาพเขียน เดินเล่นสถานที่แห่งนี้จนหมด สำหรับคนสูงวัยก็ถือว่าเหนื่อยมากแล้ว
องค์หญิงใหญ่พาท่านย่าหม่าไปนั่งคุยที่ศาลาจือชุนภายในเขตเรือนของลู่หมินหรุ่ย
สาวใช้ที่นำน้ำชามาให้ก็ย่อมเปลี่ยนเป็นสาวใช้ของลู่หมินหรุ่ย
ท่านย่าหม่าเป็นคนช่างเม้าท์ ขณะที่นำน้ำชามาขึ้นโต๊ะ พอได้ยินว่าสาวใช้ที่มาคือสาวใช้ใหญ่ นางก็ตั้งใจดูเป็นพิเศษ คิดในใจ
คนไหนเป็นสาวใช้ส่วนตัว
ได้ยินว่าคุณชายใหญ่ของตระกูลสูงศักดิ์จะมีพวกสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติเป็นการส่วนตัวก่อนแต่งงาน เพื่อเอาไว้ฝึกปรือ ฮี่ๆ
พอเถอะ รีบล้มเลิกความคิด แก่แล้วทะลึ่งจริงๆ ทำไมมานั่งนึกเรื่องส่วนตัวของคนอื่นในเวลาแบบนี้
แต่ท่านย่าหม่าก็สังเกตเห็นแล้วว่า หน้าตาของสาวใช้ใหญ่ในเรือนแม่ทัพเล็กห่างชั้นกับของเรือนองค์หญิงมากทีเดียว
แค่ดูเรียบง่าย พอไปวัดไปวาได้ ไม่มีจุดเด่นอะไร