Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 609 เปลือยใจล่าฝัน

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 609 เปลือยใจล่าฝัน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 609 เปลือยใจล่าฝัน
ท่านย่าหม่ากระซิบถามเฉียนเพ่ยอิง “ทำไมเขาอาละวาดขนาดนั้นล่ะ”

เฉียนเพ่ยอิงตอบ “ข้ายังโมโหเลย”

เล่าให้ท่านย่าหม่าฟังเบาๆ

แม่สื่อที่มาจากอำเภออวิ๋นจงคนนั้นเสียงดังมาก

แถมยังแต่งตัวลวดลายสีสัน ทำอย่างกับกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าตัวเองทำอาชีพนี้ พอเข้าหมู่บ้านมาก็ถามเรื่องบ้านเรา

ตอนนั้นนางกับเหล่าซ่งอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน เพิ่งออกมาจากโรงเพาะปลูกพริก

คราวนี้ได้เรื่อง ถูกแม่สื่อจับตัวไว้ พูดแสดงความยินดี ให้ตายเถอะ ร้องเพลงแสดงความยินดียกใหญ่

เล่นเอาพวกเขาสองคนโมโหมาก ตะโกนทำไม ใครยินดี อยากป่าวประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้อย่างนั้นเหรอว่ามีคนมาสู่ขอฝูหลิง

ท่านย่าหม่าฟังแล้วก็ร้อนใจ “เจ้าตอบไปว่านางยังเด็กไม่ได้หรือไง ประโยคเดียวก็ไล่ได้แล้ว เช้าวันนี้ข้าไม่ได้ไป ดูพวกเจ้าซิ เรื่องแค่นี้ก็จัดการไม่ได้”

เฉียนเพ่ยอิงถูกแม่สามีต่อว่าก็ไม่ยอม “ข้าก็กำลังจะพูดอยู่ กะว่าจะคุยดีๆ ให้นางกลับไป แต่ลูกชายของท่านแม่ต่างหากที่ไม่ยอมให้ข้าพูด ข้ายังไม่ทันทำอะไร ลูกชายท่านแม่ก็ อย่ามาห้าม ข้าจะอัดนาง ทำท่าทางจะเข้าไปเตะ อยากจะลงไม้ลงมือกับแม่สื่อคนนั้นให้ได้”

จากนั้นล่ะ

จากนั้นคนในหมู่บ้านก็มาห้ามซ่งฝูเซิง ไล่แม่สื่อออกไป พวกเราก็กลับมาบ้าน

แม่สื่อคนนั้นไม่พอใจ พูดคำพูดที่ไม่น่าฟังออกมาหลายประโยค ขนาดเดินไปไกลแล้วพวกเรายังได้ยิน

บอกว่าจากอำเภออวิ๋นจงมาที่หมู่บ้านเหรินจยายังไม่ได้ดื่มน้ำสักคำ ‘คานประตูบ้านใต้เท้าซ่งช่างสูงเสียจริง’

ลุงใหญ่ของฝูหลิงโมโหมาก ไล่ตะเพิดออกไป คนในหมู่บ้านก็พูด “ใครจะอยากให้น้ำเจ้ากิน รีบกลับไปเลยไป หมู่บ้านเหรินจยาของพวกเราไม่ต้อนรับเจ้า”

ท่านย่าหม่าฟังแล้วก็เริ่มโมโห

บอกให้เฉียนเพ่ยอิงเข้าไปในบ้าน ลูกสาวรออยู่ นางไม่ต้องการข้า

ท่านย่าหม่าซักกระโปรงชุดนอนเปื้อนเลือดของซ่งฝูหลิงพลางคิดในใจ

เจ้าพวกนี้ปากไม่ได้เรื่อง สามคนยังสู้ศัตรูคนเดียวไม่ได้

ถ้าข้าอยู่นะ แม่จะด่าให้จมดินเลย

เก่งนักเหรอ แน่จริงก็เข้ามา

บ้านพวกเรามีป้ายพระราชทาน มีคนคุ้มกะลาหัว คิดจะมาฉวยโอกาสเหรอ เจ้ามันสุนัขคิดจะงับดวงจันทร์ ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

จริงสิ สกุลอู่อะไร คหบดีอู่ไหน

ตอนนี้ เวลาท่านย่าหม่าได้ยินคำว่าคหบดี จะรู้สึกไม่เหมือนเดิมแล้ว ความคิดเปลี่ยนไปมาก นางก็รู้จักคหบดีเหมือนกัน ก็คือผู้เฒ่าฟาง

ได้ยินว่า สกุลอู่ค้าน้ำตาล กล้ามาสู่ขอหลานสาวคนเล็กของนางเชียวเหรอ

น่าสนใจจริงๆ กล้าทำข้าโมโห ข้าก็อยากจะลองดูกับเจ้าสักตั้ง

คำพูดพวกนี้ ท่านย่าหม่าคิดในใจอย่างเมามัน ซ่งฝูหลิงไม่รู้

ถ้าซ่งฝูหลิงรู้นางจะต้องพูดแน่ว่า ‘ท่านย่า เลิกโม้เถอะ’

แต่ต้องพูดเลยว่า พอโมโหก็ทำงานไว ขยี้จนไม่เหลือคราบเลือดแม้แต่น้อย ท่านย่าหม่ายิ่งโมโหก็ยิ่งขยี้ จากนั้นก็ใช้น้ำเย็นล้างกระโปรงชุดนอนของหลานสาว

ซ่งฝูหลิงกำชับย่าหม่าตรงหน้าต่าง “ท่านย่า เอาสบู่นมสีชมพูก้อนนั้นซักอีกรอบไม่อย่างนั้นจะมีกลิ่น”

ท่านย่าหม่าออกแรงสะบัดกระโปรงในมือ “เจ้าค่ะคุณหนู รู้แล้วเจ้าค่ะ”

ภายในห้องใหญ่ ซ่งฝูเซิงนอนอยู่บนเตียง ในความเป็นจริงคือเข้าพื้นที่พิเศษเอาเสื้อผ้ากับผ้าอนามัยให้ลูกสาว

ของเหล่านี้ เมื่อครู่เฉียนเพ่ยอิงเข้าไปเตรียมไว้ให้แล้วอย่างรวดเร็ว เหล่าซ่งก็แค่ช่วยหยิบออกมา

เหล่าซ่งหรือท่านพ่อซ่งก็พอเดาได้ ดูเหมือนลูกสาวของเขาจะมีสิ่งนั้นแล้ว

เพราะแม่กับเมียเขามัวสาละวนกับการเดี๋ยวซักเดี๋ยวล้างให้ลูกสาวของเขา เปลี่ยนน้ำไปหลายกะละมัง ยกเข้ายกออกหลายรอบ

เฮ้อ สุดท้ายก็โตเป็นสาวจนได้ รั้งอายุไว้ไม่อยู่ เพียงชั่วพริบตาลูกก็โตแล้ว พวกเราก็แก่ตัวลง

ซ่งฝูเซิงพูด “ปล่อยให้ลูกนอนไปเถอะ ข้าจะเริ่มอ่านหนังสือแล้ว” ไม่ต้องมาคอยดูเขา

“เช่นนั้นพ่อก็ตั้งใจหน่อยนะ ไม่อย่างนั้นลูกจะนอนไม่สบายใจ” เฉียนเพ่ยอิงพูดจบก็ไปห้องเล็กของลูกสาว

ท่านย่าหม่าเพิ่งปรนนิบัติได้วันเดียวก็รู้สึกไม่ไหวแล้ว ดูแม่แท้ๆ สิ

เฉียนเพ่ยอิงยกน้ำต้มน้ำตาลทรายแดงไปให้ลูกสาว สักพักก็ถามว่าปวดท้องหรือเปล่า เดี๋ยวก็ถอดปลอกผ้าห่มไปใส่กะละมังใหญ่

อีกทั้งยังกระซิบกำชับข้างหูลูกสาวว่า “ร่างกายของลูกแย่กว่ายุคปัจจุบันอีก ยิ่งต้องระวัง ผู้หญิงมีประจำเดือนครั้งแรกไม่ต้องตื่นตกใจ ต้องบำรุงให้เพียงพอ พักผ่อนให้มากๆ”

พูดจบก็หอบผ้าห่มสกปรกออกไป ล้างมือแล้วยกข้าวมาให้ลูกสาว

“ตอนเที่ยงอยากกินอะไร”

ซ่งฝูหลิงเขยิบไปที่หน้าต่าง “ท่านย่า ข้าอยากกินบะหมี่ที่ท่านย่าทำ”

บะหมี่ที่ย่าทำหนึบหนับดี คนอื่นทำไม่อร่อย

ใช้ไม้นวดแป้งที่ยาวหนึ่งเมตร

ตอนนั้นที่ลี้ภัย พวกยายๆ ใช้ไม้นวดแป้งเป็นอาวุธ

ท่านย่าหม่าเพิ่งเทน้ำเสร็จ แม่เจ้าเฝ้าอยู่ข้างๆ เจ้าไม่ใช้ กลับเรียกใช้ข้านี่นะ

“ได้ๆ”

ซ่งฝูหลิงยิ้มตาหยี สองมือเท้าคาง “ฮี่ๆ”

ตอนเที่ยง หมี่โซ่วกับซ่งจินเป่าวิ่งกลับบ้านตามกันมาจากห้องเรียน

จินเป่าพูด “พี่พั่งยา ได้ยินว่ามีคนมาสู่ขอพี่เหรอ จริงสิ ข้าเพิ่งนึกออก พี่ก็เหมือนกับพี่สาวคนโต พี่สาวคนรองของข้าที่ต้องออกเรือน เมื่อไรพี่จะออกเรือนเหรอ”

“ออกไปเลยไป” วัยกวนประสาท ซ่งฝูหลิงแยกเขี้ยวยิงฟัน

หมี่โซ่วปีนขึ้นเตียง อยากสบตาซ่งฝูหลิง “พี่ ข้าจินตนาการบ้านที่ไม่มีพี่ไม่ออกเลย พี่อย่าทิ้งข้าไปนะ”

ซ่งฝูหลิงหยิกแก้มหมี่โซ่ว “เหลวไหลใหญ่แล้ว ข้าไปไหนก็จะเอาเจ้าไปด้วย”

หลังม่านอีกด้านหนึ่ง ซ่งฝูหลิงฟังพวกเด็กๆ พูดเพ้อเจ้อ เขายิ้มพลางส่ายหน้า

วันต่อมา ท่านย่าหม่าก็ควบเกวียนวัวเข้าเมือง

ไปที่เมืองเฟิ่งเทียน

ท่านย่าหม่าไปหาหูจือก่อน ให้หูจือเอาพริกขาวดองไหเล็กที่ได้มาจากสะใภ้สามของนาง กับขนมเค้กเก้านิ้วที่นางทำเอง ไปส่งที่จวนผู้สำเร็จราชการ

คนที่สอนท่านย่าหม่าทำขนมเค้กคือเอ้อร์ยา นี่ก็หลานสาวแท้ๆ ของนาง ไม่ต้องข่มขู่ แค่ถลึงตาใส่ก็ไม่กล้าส่งเสียงแล้ว

คนที่ช่วยท่านย่าหม่าเอาขนมเค้กไปส่งคือหูจือหลานชายสายนอก นี่ก็ยิ่งช่วยรักษาความลับเข้าไปใหญ่

หูจือนึกไม่ถึงว่าชื่อเสียงของยายตัวเองจะเป็นที่ระบือไกล แค่บอกว่ามาเป็นธุระให้ ‘หม่ากุ้ยฮวา’ ตรงประตูมุมของจวนผู้สำเร็จราชการ คนคุมงานของที่นี่ก็เข้าไปส่งข่าว มีคนรินน้ำให้เขา มีบ่าวรับใช้เรียกเขาอย่างสุภาพว่า ‘พี่ชาย’

สุดท้าย แม้แต่พ่อบ้านใหญ่ก็มา

ฟังจากที่พูดก็คือจะช่วยเอาจดหมายกับของเข้าไปส่งที่เรือนในให้

หูจือนึกถึงครั้งแรกที่มาจวนผู้สำเร็จราชการ อืม ด้านนอก

เขา อาสาม ยังมีลุงกัวอีกคน พวกเขาเดินวนดูเสาหินหน้าประตู ต่อมาก็ถูกไล่

เอากระเทียมเหลืองมาให้หนึ่งเข่ง แถมไม่คิดเงิน แต่กลับถูกไล่เหมือนมาขอร้องอ้อนวอน

แล้วดูยายของเขาสิ

จะว่าไปยายทำได้ยังไงนะ

ท่านย่าหม่า อย่าถามเลย ถามมาเดี๋ยวเจอดี ปิดปากให้สนิท ท่านย่าหม่าหวดแส้ “ข้ากลับหมู่บ้านก่อน เจ้าก็ไปเปลี่ยนชุด อากาศร้อน ชุดของเจ้ามีกลิ่นแล้ว”

ส่วนเหล่าฮูหยินที่ได้รับของฝากกำลังถือจดหมายให้ห่างหน่อย หรี่ตาอ่านด้วยตัวเอง อ่านไปพยักหน้าไป

ฉินหมอมอเปิดดูขนมเค้ก เหล่าฮูหยินยังได้มองตัวอักษรที่อยู่บนนั้นพลางพูด “พอเดาได้ แต่ว่ากุ้ยฮวาก็มีน้ำใจจริงๆ”

องค์หญิงใหญ่พูดชื่อนี้บ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ

…

ไม่กี่วันต่อมาเมืองเฟิ่งเทียนก็มีเรื่องเอิกเกริกที่สุด

เหล่าราษฎรต่างสวมชุดที่ดีที่สุดมาคุกเข่ารอ

ประตูวังหลวงเปิดกว้าง

ในฤดูที่ดอกติงเซียงเบ่งบาน ขบวนเดินทางของโอรสสวรรค์ออกมาจากด้านใน

“ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

อ๋องเยี่ยนหรือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่เคยช่วยผู้ลี้ภัยได้ยินเสียง ‘หมื่นปี’ ดังกึกก้อง มองปวงราษฎร์ของตนเอง มองเมืองแห่งนี้ หวนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ในชั่วขณะ

ที่นี่จะเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองของข้าตลอดไป

“องค์หญิงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี!”

ขบวนรถม้าของเหล่าฮูหยินอยู่ข้างหน้าๆ ยิ่งกว่าขบวนของสามีตัวเอง

อีกทั้งฮ่องเต้จะให้เหล่าฮูหยินตามมาติดๆ ให้ได้ แม้เหล่าฮูหยินจะปฏิเสธหลายครั้งแล้วก็ตาม

ฮ่องเต้บอกว่า ‘ในบรรดาพระญาติ ข้าเหลือท่านเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวแล้ว’

ภายใต้สถานการณ์ที่รัชสมัยนี้ไม่มีฮองเฮา ฮองเฮาก็คือพระชายาอ๋องที่เสียไปเมื่อสี่ปีก่อน

ขบวนรถม้าของเหล่าฮูหยินจึงนำมาก่อนพระสนมกุ้ยเฟย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสนมคนอื่นๆ

ร้านรับขนของ ‘ม้าพันลี้’ ก็ได้ฤกษ์เปิดกิจการอย่างเป็นทางการท่ามกลางเสียงประทัดปุงปัง

ท่านลุงซ่งเข้าเมืองมาเป็นครั้งแรก

สวมชุดผ้าทอสีน้ำตาล

อืม ชุดนี้ดีมาก หลานฝูเซิงจัดการให้ บอกจะซื้อให้ได้

อายุอานามขนาดนี้แล้วเพิ่งเคยใส่ครั้งแรก ไม่กล้าสูบยาสูบเลยทีเดียว กลัวสะเก็ดไฟจะทำเสื้อผ้าขาดเป็นรู

เขาเอามือปิดหูดูประทัด เจ้าสิ่งนี้ต้องเสียเงินไปเปล่าๆ เท่าไหร่

เดิมทีพวกเรามีพลุด้วย แต่ทางการไม่ให้ใช้ บอกว่าถ้าพลุห้าสีพุ่งขึ้นฟ้าจะถูกเข้าใจผิดได้ง่ายว่าเกิดสงคราม

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ที่ม้าพันลี้ยังไม่เริ่มกิจการก็มีลูกค้าเข้ามาแล้ว แถมยังเป็นลูกค้ารายใหญ่สองตระกูลชนชั้นสูง

ก็ไม่ดูบ้างว่าใครทำโฆษณาให้

ในฐานะที่ขนส่งเป็นครั้งแรก ซ่งฝูเซิงถึงกับโยนหนังสือทิ้งแล้วมาปรากฏตัว เปิดประชุมใหญ่ “เตรียมพร้อม ยืนตรง ออกเดินทาง”

ถูกต้อง ประชุมแค่นี้แหละ

ไม่ต้องกำชับอะไรมาก เพราะเดินทางไปเมืองหลวงครั้งแรก ซ่งฝูเซิงได้ส่ง ‘หัวหน้าชั้นยอด’ ไป หนึ่งคนตาบอด หนึ่งคนเดินเป๋ อีกหนึ่งคนเป็นนักสะบัดบ๊อบ

เหล่าชายฉกรรจ์จากแต่ละหมู่บ้านแต่ละอำเภอที่ทิ้งจอบทิ้งเสียมมา ‘ทำงานใหม่’ ต่างมองเถ้าแก่ใหญ่ซ่งฝูเซิงที่ออกคำสั่งพร้อมท่าทาง ดื่มเหล้าในชามให้หมด จากนั้นก็พร้อมใจกันคารวะเทพเจ้ากวนอู

“แม่น้ำใหญ่ไหลสู่บูรพา หมู่ดาวบนฟ้าช่วยนำทาง!”

ระหว่างทางที่ไปเมืองหลวงซ่งฝูกุ้ยอารมณ์ดีคึกคัก ร้องเพลงพลางสะบัดผมพลิ้วไหว

ด้านหลังของเขาเป็นขบวนเกวียนล่อของ ‘ม้าพันลี้’

พอฝูกุ้ยตะโกน พวกชายฉกรรจ์ก็ร้องตาม “ฮ้าไฮ้ หมู่ดาวนำทาง ร่วมสาบานด้วยสุราหนึ่งจอก”

“บทจะไปเราก็ไป เจ้ามี ข้ามี เราต่างมี!”

เหล่าชายฉกรรจ์ประสานเสียง “ฮ้าไฮ้ เราต่างมี จะเงินหรือเสบียงเราต่างก็มี”

หนึ่งเดือนต่อมา ฮ่องเต้ก็ประกาศฟื้นฟูการสอบจอหงวน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 609 เปลือยใจล่าฝัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
ดาวน์โหลด (1)
ยอดหญิงอันดับหนึ่ง
05/09/2022
7 (2)
พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
09/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.