Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 616-1 อนาคตของข้าไม่ใช่ความฝัน

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 616-1 อนาคตของข้าไม่ใช่ความฝัน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 616-1 อนาคตของข้าไม่ใช่ความฝัน
คืนก่อนออกเดินทาง

กลางดึก ที่ด้านนอกห้องใหญ่

ซ่งฝูหลิงได้ยินพ่อบ่นกับแม่อยู่ในห้อง “ทำไมเดือนแปดมาถึงไวจริง ข้ายังอ่านไม่จบตั้งหลายเล่ม”

ท่านแม่ “ไม่ต้องอ่านแล้ว เจ้าเตรียมตัวมานานแล้ว อย่าตื่นเต้นเป็นพอ”

ท่านพ่อ “ข้าไม่ตื่นเต้น ขนาดเจิงกั๋วฟาน[1]สอบซิ่วไฉยังสอบตกตั้งหกครั้ง สุดท้ายเป็นอย่างไรล่ะ ได้เป็นใหญ่เป็นโต อย่างข้าน่ะถ้าสอบไม่ผ่านก็ปกติไม่ใช่เหรอแม่ ข้ายังจะเก่งกว่าเจิงกั๋วฟานได้อีกเหรอ”

ซ่งฝูหลิงที่อยู่ด้านนอกคิดในใจ

ท่านพ่อ อย่ามองแค่ว่าเขาสอบตกหกครั้งได้ไหม ทำไมไม่ดูบ้างว่ากว่าเขาจะสอบผ่านเขาเพิ่งอายุแค่ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสอง

มองใบสรุปเนื้อหาในมือเพื่อให้ความรู้ของท่านพ่อแน่นขึ้น นางยิ้ม

ช่างเถอะ นี่ยังไม่ทันสอบ ท่านพ่อก็เริ่มหาข้ออ้างให้ตัวเองแล้ว ถึงขั้นที่ยกเจิงกั๋วฟานขึ้นมาพูด คงกลัวน่าดู ซ่งฝูหลิงกลับห้อง

ภายในห้องเล็ก หมี่โซ่วผมสยาย นอนดิ้นไม่เป็นท่าเป็นทาง

ไม่รู้ฝันเห็นอะไร เท้าน้อยๆ มีขยับบ้างเป็นครั้งคราว

ท่านย่าหม่าก็ดูหลับสบาย อากาศร้อน บนตัวมีแค่ปลอกผ้าห่ม

วันต่อมาฟ้ายังไม่สว่างก็กลายเป็นท่านย่าหม่าที่สังเกตท่านอนของหลานสาวกับหลานชายตัวปลอม

ท่านย่าหม่าลงจากเตียงเงียบๆ ห่มผ้าให้ทั้งสองคน จัดท่านอนให้ดี

นางเดินออกจากบ้าน หาวหนึ่งที ตักน้ำล้างหน้าแปรงฟันอยู่ตรงลานบ้าน จากนั้นก็ตั้งหม้อตรงลานบ้าน ยัดฟืนใส่ข้างใต้

นับตั้งแต่อากาศอบอุ่น นางก็กลับเข้าสู่วงการขนมอีกครั้ง ท่านย่าหม่าจะตื่นแต่เช้ามาหุงหาอาหารตรงนี้

ไม่อย่างนั้นเพราะนางตื่นเช้ามาก หอบฟืนทำกับข้าวอยู่ในบ้านจะมีเสียงดัง เดี๋ยวจะรบกวนการนอนของครอบครัวลูกสาม

อีกอย่าง ตอนนี้อากาศร้อน ทำอาหารในบ้านอบอ้าว พวกเด็กๆ จะไม่สบายเอา

ท่านย่าหม่านั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก รอบะหมี่ในหม้อสุกพลางตบที่คอ

ถูกยุงกัดแต่เช้า ดูซิ ตบให้ตาย มีแต่เลือด เลือดของนางทั้งนั้น

เฉียนเพ่ยอิงเดินสะลึมสะลือออกมา ดวงตายังไม่เปิดเต็มที่ ในมือมีชามผักดองชามเล็ก หาวแล้วพูดเสียงเบา “กินแค่นี้เหรอ”

“บอกแล้วว่าเจ้าไม่ต้องลุก รีบเข้าไปนอนเถอะ ระวังอย่าไปทำเจ้าสามตื่น ข้าแค่กินรองท้อง อยากกินดีๆ เดี๋ยวค่อยเข้าเมืองไปกิน”

ท่านย่าหม่าต้มบะหมี่กับน้ำเปล่า กินผักดอง กินชามเล็กๆ เสร็จก็ไป

เวลานี้ด้านล่างสะพานมีคนเดินไปเดินมาอยู่บ้างแล้ว รับหน้าที่ขนขนมจำนวนมากขึ้นเกวียนให้นาง คนจูงเกวียนให้อาหารวัวต่างมากันหมด

โดยเฉพาะวันนี้ ที่ด้านล่างสะพานดูเสียงดังเป็นพิเศษ เพราะมีคนทะเลาะกันอยู่

ท่านย่าหม่ารีบเดินเข้าไป “เกิดอะไรขึ้น”

ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงตอบ “น้องสะใภ้ รีบคุยกับผู้เฒ่านี่หน่อยสิ เขาจะไปด้วยให้ได้ เขาอายุขนาดนี้แล้วจะไปทำไม อีกอย่างถ้าเวียนกันก็ควรถึงตาข้าแล้ว”

เขายังไม่เคยเข้าเมือง พรุ่งนี้หลานชายฝูเซิงจะสอบ เขาที่เป็นลุงใหญ่ก็ควรไป

เก่อเอ้อร์นิวรีบเข้าข้างสามี “นั่นสิ ครั้งนี้พวกเราสองคนจำเป็นต้องไปด้วย”

ท่านย่าหม่าถลึงตาใส่เก่อเอ้อร์นิว “เจ้าไม่เปิดร้านรึ เจ้าจะทิ้งร้านของข้าที่อำเภออวิ๋นจงรึ”

“เปล่านะ สะใภ้รองซ่งเอาขนมไปพร้อมกับน้องรองก่อนแล้ว ข้าตกลงกับพวกนางเรียบร้อยแล้วว่าจะให้น้องรองแทนข้าไปก่อนสองสามวัน ข้ากับลุงใหญ่ของเขาช่วงนี้จะตามเจ้าไปด้วย”

ท่านย่าหม่ายังไม่ทันคุยกับทางนี้จบ ทางด้านซ่งฝูไฉลูกชายคนโตของนางก็พูดขึ้น “ท่านแม่ ข้าจะไปด้วย ช่วงหลายวันนี้สำคัญกับน้องสามมาก ข้าอยากไปรออยู่ด้านนอก”

“เจ้าไม่ทำน้ำพริกแล้วหรืออย่างไร เจ้าเป็นหัวหน้าใหญ่แล้วนะ ให้เมียเจ้ากับเมียเจ้ารองตามข้าไปก็พอแล้ว เจ้าอยู่บ้านหาเงินไป”

ยายหวัง “อันที่จริงข้าก็ควรไปด้วยหรือเปล่า”

ท่านย่าหม่า “เลิกอันที่จงอันที่จริง เจ้ารีบไปขายขนมที่อำเภอจยาได้แล้ว กี่โมงแล้วยังไม่ออกเดินทางอีก!”

สรุปว่าเกือบยกโขยงมากันหมด ทะเลาะกันเพราะอยากเข้าเมือง เล่นเอาคนในหมู่บ้านที่ตื่นเช้าต่างเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ส่งเสียงจึ๊ๆ

คนที่ไม่รู้คงคิดว่า ‘เก้าสกุล’ จะย้ายออก

ก็จริง พวกเขามีการค้าในเมืองเยอะ

มือของท่านย่าหม่าถือแส้ พูดกับท่านลุงซ่งที่อยู่ล่างเกวียน “ตาซ่ง รีบกลับไปเฝ้าพวกเขาทำงานเถอะ ตรงที่สร้างบ้านขาดตาซ่งไม่ได้ ห้ามไปไหนเลยจริงๆ พวกผู้หญิงอบขนมอยู่ในบ้านกันตั้งหลายคน ไหนจะทำสวน บนเขาอีก ต้องมีตาซ่งคอยกำกับดูแลทั้งนั้น กลับไปเถอะ”

หารือพร้อมเกลี้ยกล่อมถึงทำให้ลุงซ่งที่ใส่ชุดใหม่ยอมล้มเลิกความคิดเข้าเมือง

เกวียนหัวขบวนออกเดินทาง ท่านย่าหม่าหวดแส้ “นั่งให้ดี”

เกวียนหกเล่มบรรทุกขนม บรรทุก ‘คนในครอบครัว’ วิ่งออกจากหมู่บ้านไปยังเมืองเฟิ่งเทียน

ระหว่างทางฟ้าเริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นพวกเด็กๆ ออกมาขอทานเป็นกลุ่มๆ

เด็กที่มาขอข้าวกินพวกนี้ล้วนหนีมาจากทางใต้ตอนเกิดสงครามก่อนหน้านี้กับหลังสงครามจบแล้ว

ผู้ลี้ภัยกลุ่มใหม่สภาพย่ำแย่ยิ่งกว่าพวกซ่งฝูเซิงมากทีเดียว

เพราะราชสำนักทำสงครามจนเงินร่อยหรอ ขนาดอาหารที่ให้ทหารกินยังต้องคำนวณละเอียดถี่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้นสงครามยังไม่จบ ยังมีทหารที่เฝ้าประจำการอยู่ ดูจากที่หมู่บ้านเหรินจยาทำเสบียงทหารโดยไม่หยุดพักก็รู้ ไม่มีทางที่จะเปิดคลังแจกจ่าย เสบียงช่วยเหลือมีอย่างจำกัดมาก

ดังนั้นครอบครัวลี้ภัยบางครอบครัว ต่อให้ได้รับจัดสรรที่อยู่ กว่าจะรอปลูกผลผลิตได้ก็ยังไม่พอกิน เช่นนั้นจะทำอย่างไร พวกผู้ใหญ่ไปถางหญ้าบุกเบิกที่ร้างก็เลยปล่อยพวกเด็กๆ ออกมา

ท่านย่าหม่าออกไปข้างนอกทุกวัน เคยชินกับภาพแบบนี้นานแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางนี้ เพราะห้ามเข้าไปในเมือง

เห็นเด็กเล็กห้าคนสวมเสื้อผ้าขาดๆ ดูเหมือนต้องการขวางเกวียนของนาง ท่านย่าหม่าจึงดึงเชือกที่คล้องวัวก่อน หยิบห่อผ้าออกมาห่อหนึ่งแล้วล้วงขนมปังดำก้อนเล็กๆ ออกมาหลายก้อน

“คนโตหน่อยก็พาพวกน้องๆ ไปขุดผักป่า เก็บฟืน ของพวกนี้เอาไปแลกเงินได้บ้าง โตขึ้นจำไว้ว่าต้องพึ่งพาตัวเอง ไป!”

คำพูดนี้พูดคล่องเหลือเกิน ท่าทางตั้งแต่เอาขนมปังดำให้พวกเด็ก ไปจนถึงหวดแส้ออกเกวียนอีกครั้งดูคล่องแคล่วชำนาญมาก ทั้งหมดนี้กินเวลาแค่สองสามนาที

ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงกับสะใภ้รองของนางและคนอื่นๆ ที่ไม่เคยออกจากหมู่บ้านเห็นแล้วต่างก็อึ้ง

ถึงเมืองเฟิงเทียน ต่อแถวเข้าเมืองตรงประตูด้านข้าง

มือปราบเฝ้าประตูเมืองตรวจคนอื่น “มาจากไหน เข้าเมืองไปทำอะไร”

พอถึงคิวท่านย่าหม่า “อ้าว ท่านยาย มาแล้วเหรอ”

ท่านย่าหม่าพยักหน้า

ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงกับพวกสะใภ้รองมองด้านหลังท่านย่าหม่า “…”

“เจ้าอย่ามัวแต่มอง ช่วยเหล่าเกาจูงวัวสิ” เก่อเอ้อร์นิวว่าสามีตัวเอง

“อ่อๆ” ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงรีบขานรับ แต่กลับอดมองสองข้างทางไม่ได้

ซาลาเปาพวกนั้นซ้อนกันสูงเชียว จะขายหมดในวันเดียวเหรอ

หันกลับมามองเกวียนวัวของตัวเอง ลุงใหญ่ ได้สิ ขนาดขนมของพวกเรายังขายหมดเลย

“แป้งทอดน้ำแกงเผ็ด แป้งทอดเต้าหู้ขาว เชิญด้านในขอรับ”

“น้ำแกงแพะเพิ่งทำเสร็จเลยขอรับ”

“รับรองว่ากินชามเดียวอิ่ม บะหมี่เกี๊ยวหรือปัวปัวก็มีนะขอรับ”

แล้วตรงนั้นต่อแถวซื้ออะไรกัน

เกาถูฮูบอกลุงใหญ่ “ไก่ย่าง อร่อยมาก”

ตอนที่เขาเอาของไปส่งเพิ่มให้ท่านย่าหม่า เคยซื้อกลับไปตัวนึงให้ลูกฝาแฝดของเขา พั่งยา หมี่โซ่ว จินเป่า เขาเรียกพวกเด็กๆ เข้ามาในบ้าน พอปิดประตู เด็กพวกนี้ก็แอบกินกันไปแล้ว เขาได้แต่แทะขอบๆ

“ไอ๊หยา คนในเมืองกินไก่กันแต่เช้าเลย โฮ่ ไม่เหมือนหมู่บ้านพวกเรา ครึกครื้นดีจริงๆ”

จูซื่อสะใภ้รองของย่าหม่ารู้สึกยิ่งกว่าว่าดวงตาไม่พอใช้แล้ว

ชี้ไปที่เวทีบนชั้นสองของร้านหนึ่ง ถามเหอซื่อ “พี่สะใภ้ใหญ่ นั่นเอาไว้ทำอะไรน่ะ” ทำไมตรงนั้นมีคนอยู่สองคน แต่งหน้าแต่งตาเหมือนผี

เหอซื่อมองไป “นั่นมันของปลอม หอละคร ใช้หุ่นแสดง พอถึงเวลาต้องแสดงคนจริงจะออกมาพูดว่า ตบข้าสิตบข้า”

“อ๋อ พี่สะใภ้ใหญ่ ร้านนั้นขายน้ำมันทาหน้าที่พวกเราใช้ใช่ไหม ข้าเคยได้ยินพวกเด็กๆ คุยกันว่าอยู่ไม่ไกลจากร้านขนม”

“ใช่ๆ” เหอซื่อคิดในใจ ก็ร้านขายน้ำมันทาหน้าที่เจ้าตีต้ายาเอ้อร์ยาที่ซื้อให้เจ้ายังไงล่ะ ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ

ในสายตาของเหอซื่อ น้องสะใภ้รองไม่รู้จักพอเลยสักนิด ลูกสาวสองคนอุตส่าห์ซื้อน้ำมันทาหน้าให้ก็ยังจะตีลูก จนเด็กๆ ร้องไห้ บอกว่าห้ามใช้เงินโดยไม่ขออนุญาตก่อน

ไอ๊หยาให้ตายเถอะ ตอนนั้นแม้แต่คนในหมู่บ้านก็อยู่ด้วย พวกผู้ชายกับเด็กที่โตหน่อยทำงานกันอยู่แถวบ้าน ได้ยินกันหมด ต้ายากับเอ้อร์ยาจะอายขนาดไหน สองคนนั้นไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว

ไม่เคยเจอแม่ที่ไร้เหตุผลแบบนี้ รักแม่ก็ผิดด้วยเหรอ ลูกสาวสองคนอุตส่าห์ไม่ซื้อให้ตัวเอง ซื้อให้แม่แทน

ถ้าเป็นนางคงเคืองมากทีเดียว เอาเป็นว่านางไม่มีลูกสาว บางครั้งก็อิจฉาน้องสะใภ้รองกับน้องสะใภ้สามอยู่เหมือนกัน

ดูน้องสะใภ้สามปฏิบัติกับพั่งยาสิ

เอาแค่เรื่องนี้ เหอซื่อที่เป็นป้าสะใภ้ใหญ่ยังเห็นแย้งกับจูซื่อ

วันนั้นเหอซื่อยังดึงตัวต้ายากับเอ้อร์ยาไปที่บ้านของนาง ปกป้องไม่ให้ตี น้องสะใภ้รองถามว่ามีสิทธิ์อะไรเข้ามายุ่ง ก็ไม่ทำไมหรอก ท่านแม่ไม่อยู่บ้าน ข้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้า เจ้าต้องฟังข้า

เวลานี้จูซื่อก็นึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน เหลือบมองพี่สะใภ้ใหญ่ สีหน้ากระอักกระอ่วน

เหอซื่อกลับไม่ปล่อยนาง “เจ้าดูสิ ในร้านนั้นขายของดีขนาดไหน ลูกสาวสองคนของเจ้าต้องรักเจ้าขนาดไหน เป็นเด็กกตัญญู”

หลี่ซิ่วที่ฟังอยู่ข้างๆ ตลอดก็หันไปมองตาม

ร้านขายเครื่องประทินโฉมเล็กๆ ยังตกแต่งข้างนอกได้สวยงามขนาดนั้น รู้สึกเพียงว่าคนในเมืองช่างสรรหาความสุข เข้าใจใช้ชีวิตจริงๆ

ทำไมท่านย่าหม่าพาคนเหล่านี้เข้าเมืองมาด้วยน่ะเหรอ

คนเหล่านี้ยืนตื่นเต้นอยู่ในร้านขนม พวกเราเป็นขบวนตามมาให้กำลังใจคนสอบ วันสำคัญขนาดนี้ ต้องมีคนมาให้กำลังใจสิ

ท่านย่าหม่า ถุย อย่างมากพวกเจ้าก็เป็นแค่ขบวนขายขนมจอหงวน มาทำงานให้ข้าต่างหาก

แม่ของ ‘เอี้ยคัง’ เดินเข้ามาในร้านขนมเค้ก “ได้ยินว่าที่นี่ขายขนมที่กินแล้วอยู่ท้องเหรอ”

“ใช่จ้ะ เข้ามาดูก่อนนะ นี่ไง” ขายขนมชนิดนี้ไม่ได้กำไร แต่เก่อเอ้อร์นิวก็ยังคงพูดด้วยความกระตือรือร้น

…

[1] ขุนนางใหญ่ของจีนสมัยราชวงศ์ชิง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 616-1 อนาคตของข้าไม่ใช่ความฝัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

1-4eb0a4e5
เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย
19/06/2026
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
09/07/2026
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
09/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.