ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 623 เป็นผู้หญิงอย่าเดาความคิดของผู้ชาย
ตอนที่ 623 เป็นผู้หญิงอย่าเดาความคิดของผู้ชาย
เมื่อไรที่ลู่พั่นคิดว่าฝูหลิงไม่เชื่อเขา ไม่ฟังคำของเขา เขาก็จะรู้สึกแย่
เขาไม่ถนัดอธิบายและไม่ชอบอธิบาย
วันนี้เดิมทีคิดว่าสอบเสร็จจะไปปรากฏตัวต่อหน้านางให้ดี ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าจะหาข้ออ้างโดยใช้หมี่โซ่ว พาสองพี่น้องออกไปเดินเล่น แต่กลับเกิดฝนตกหนักจนแผนพังหมด
เปียกปอนไปทั้งตัวยังไม่เท่าไหร่ สำหรับผู้ชายไม่เป็นปัญหา
แต่ท่าทีของฝูหลิงที่มีต่อเขากลับนิ่งเฉย ถึงขั้นที่ไม่พอใจเสียด้วยซ้ำ แบบนี้ไม่ดี
ทั้งยังทำเขาโมโห
เรียกอาซ่งให้มองไปนอกหน้าต่างรถ เกาะขอบหน้าต่างไม่หยุด ไม่สนว่าผมที่เพิ่งเช็ดจะเปียกอีกครั้ง มองคนแซ่หยางนั่นด้วยความเป็นห่วง แบบนี้มันน่าโมโหยิ่งนัก
ด้วยเหตุนี้เขาตัดสินใจแล้ว ตอนนี้ถ้าเจ้าไม่ฟังข้า เอาสิ ข้าคุมเจ้าไม่ได้ งั้นอีกเดี๋ยวข้าออกจากบ้านนี้ไปจะไปจัดการหมอนั่น
อย่างไรเสียสำหรับเขา
ฝูหลิง ทางที่ดีเจ้าเชื่อข้า ทำลายคนคนหนึ่งมันง่ายกว่าอธิบายให้เจ้าฟังมาก
แต่
กลับนึกไม่ถึง…
ลู่พั่นหันมามองฝูหลิงเพื่อให้แน่ใจสายตาของนาง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
กลับเป็นฝูหลิงที่งง ประโยคไหนล่ะ
“อ๋อ ข้าถามท่านว่า ท่านรู้ได้อย่างไร”
“ทำไมเจ้าถึงเชื่อข้า”
ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน
ซ่งฝูหลิงขมวดคิ้วก่อน จากนั้นก็กวาดตามองลู่พั่นตั้งแต่หัวจรดเท้า
นางชักไม่เข้าใจแล้วสิ คนคนนี้ซื่อบื้อเหรอ หรือความคิดของนางที่เป็นคนยุคปัจจุบันไปคนละทางกับคนยุคโบราณ
ไม่น่านะ นางกับท่านย่ายังคุยกันรู้เรื่องเลย
“ยังจะต้องถามอีกเหรอ ก็หยางหมิงหย่วนเป็นแค่คนที่สอบสนามเดียวกันกับพ่อของข้า เคยเจอกันอยู่ไม่กี่ครั้ง เทียบกับท่านได้เหรอ ยังจะถามว่าข้าเชื่อใคร ข้าก็แค่สงสัย แต่ถ้าท่านไม่สะดวกจะบอกเหตุผล ข้าก็เชื่อท่านอยู่ดี”
ฝูหลิงพูดถึงตรงนี้ก็ชี้ไปด้านนอก
“ต่อให้เป็นพ่อของข้า ท่านออกไปบอกเขาตอนนี้ เขาเองก็จะรักษาระยะห่างให้โดยไม่ถามเหตุผล นี่ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ระหว่างพวกเรา นับตั้งแต่ที่ท่านเคยเตะข้า ต่อมาก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย คนนอกนั่นเพิ่งจะเจอกันกี่ครั้ง”
“ข้า” ลู่พั่นผงะ แอบตกใจ
นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ ฝูหลิงจะพูดเรื่องที่เขาเคยเตะนาง เขาไม่ได้เตรียมใจไว้สักนิด
“ใช่ไหมล่ะ”
ซ่งฝูหลิงมองลู่พั่นพลางวิเคราะห์ต่อ “ท่านรู้สึกว่าข้ากับคนนอกนั่น ดูเหมือนข้าจะ…ไม่สิ ก่อนท่านมาถึง เขากำลังช่วยครอบครัวของข้าอยู่ ข้าก็เลยคิดว่าจะดูแลของของเขาให้ เขาช่วยบ้านข้า ช่วยบ้านข้าเลยนะ แต่พอขึ้นรถแล้ว เดิมทีข้าคิดว่าท่านจะ”
“ฝูหลิง” เฉียนเพ่ยอิงตะโกนเรียกจากด้านนอก
“อื้อ ท่านแม่”
ซ่งฝูหลิงยังไม่ทันพูดจบก็วิ่งออกไป แต่วิ่งไปได้สองก้าวทันใดนั้นก็หยุดลง ถอยกลับมา หันหน้ามาถามลู่พั่น “มีอยู่วันหนึ่งข้าบังเอิญเจอเขาที่ร้านหนังสือของท่าน ต่อมาเขาเล่าว่าเขาถูกบ่าวรับใช้ของท่านรู้เข้าว่าเขียนอะไรเกี่ยวกับข้า ท่านก็อ่านเองกับตา ใช่ไหม”
ลู่พั่นอึ้ง นึกไม่ถึงว่าจะถูกรู้ทัน
จากนั้นเขาก็หน้าบึ้ง แววตาเคร่งขรึม “หนังสือเรื่องเล่า”
อ้อๆๆ
ซ่งฝูหลิงกับลู่พั่นมองหน้ากัน สีหน้าเข้าใจอีกฝ่าย
ดูท่าหยางหมิงหย่วนจะเอานางไปเป็นนางเอกสมมติ เขียนว่ายอดหญิงเจ้าปัญญาแนวๆ นี้หรือเปล่า
เพราะลู่พั่นที่มีความคิดหัวโบราณไม่ได้รีบร้อนมาฟ้องพ่อของนาง ไม่สิ นั่นไม่ใช่นิสัยของลู่พั่น เขาไม่มีทางฟ้องหรอก
พูดให้ถูกคือ ลู่พั่นยังปล่อยให้หยางหมิงหย่วนมีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ได้หักแขนหักขาของเขา ก็แค่บอกให้นางอยู่ห่างๆ เข้าไว้ นั่นก็แสดงว่าไม่ใช่หนังสือลามก ถึงขั้นที่ไม่มีอะไรประเจิดประเจ้อด้วยซ้ำ
รู้จักขอบเขตของคำว่า ‘พอดี’
“เข้าใจแล้ว”
ลู่พั่นมองประตูที่ว่างเปล่า เขาขมวดคิ้วจ้องมอง
เจ้าหมายความว่าอย่างไร สีหน้าไม่ถือสาแบบนั้นหมายความว่าอะไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาเขียนว่าสาวงามเลอโฉมถูกบุรุษไล่ตาม ไล่ตามเลยนะ
ขณะที่กำลังจ้องอยู่นั้น นึกไม่ถึงว่าซ่งฝูหลิงจะโผล่มาตรงประตูอีกครั้ง “ทำไมท่านต้องอ่านหนังสือนั่นด้วยล่ะ”
“ข้า…” ลู่พั่นพูดไม่ออก
“ฝูหลิง”
“อื้อ มาแล้วๆ ท่านแม่ ไม่ต้องเรียกแล้ว” คราวนี้ซ่งฝูหลิงที่แต่งตัวเป็นชายวิ่งออกไปจริงๆ แล้ว
อีกทั้งก่อนไปยังได้กวาดตามองลู่พั่นอีกครั้ง คิดในใจ
หมอนี่ยามว่างอ่านนิยายแนวยอดหญิงเจ้าปัญญาด้วยแฮะ มองไม่ออกเลยนะ
เอ๊ะ เช่นนั้นเจ้าเคยอ่านแบบเกินงามไหม
ลู่พั่นหน้าแดง อดกลั้นเอาไว้ ผ่านไปสักพักเมื่อแน่ใจแล้วว่าซ่งฝูหลิงไม่กลับมาจริงๆ เขาถึงได้โล่งอก
จากนั้นเขาก็เริ่มอด ‘สรุปความ’ ไม่ได้
นึกทบทวนบทสนทนาของพวกเขาเมื่อครู่ ว่าพูดอะไรไปบ้าง
น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำดังอยู่ในหัวของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ‘ข้าต้องเชื่อท่านอยู่แล้ว’
ลู่พั่นก้มตัวนั่งลงที่ขอบเตียง มุมปากค่อยๆ ยกขึ้น มองพื้นในห้องที่ไม่เรียบเสมอกัน ดวงตาเป็นประกาย
แต่ผ่านไปสักพักเขาก็เลียริมฝีปาก รอยยิ้มหายไป ขมวดคิ้วเล็กน้อยครุ่นคิด
ทำไมเมื่อครู่ข้าถึงไม่อธิบายเรื่องที่เตะนางไปนะ โอกาสดีจะตาย
เขาเองก็หาโอกาสแบบนี้มาตลอด
ทำไมถึงไม่พูดออกไป บอกความในใจกับนาง
ถ้า สมมติว่า ตอนนั้นเขารู้ เขาคงไม่มีทางเตะนาง จริงๆ นะ
ตอนนั้นนางสกปรกมาก เขา เขาไม่ได้ตั้งใจ เฮ้อ…
ลู่พั่นถอนหายใจยาวอีกครั้ง
เพราะเขายังงงอยู่ว่า ทำไมทุกครั้งที่พูดคุยกับฝูหลิง อำนาจในการพูดก่อนถึงไม่อยู่ในมือเขา สถานการณ์มักไม่อยู่ในความควบคุมของเขา นี่เป็นเรื่องที่แปลกมาก
น้อยครั้งที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเขา แม้แต่กับฮ่องเต้ก็ด้วย
“พี่แม่ทัพเล็ก” หมี่โซ่วที่แต่งตัวเหมือนบาทหลวงปรากฏตัว
เด็กน้อยสวมชุดคลุมกันฝนสีดำ ถ้าเปลี่ยนชามน้ำขิงในมือเขาเป็นไม้กางเขนล่ะก็ใช่เลย
หมี่โซ่วเบิกตามองพี่ชาย ท่านเป็นอะไร เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเศร้า กะละมังน้ำวางอยู่บนพื้น ยังไม่รีบล้างหน้าล้างตาอีก ก่อนข้าออกไปซื้อเนื้อท่านอยู่ในสภาพไหน กลับมาก็ยังเป็นแบบนั้น
“น้ำเย็นหมดแล้ว ข้าจะไปตักน้ำร้อนใส่ให้”
“หมี่โซ่ว” ลู่พั่นยื่นแขนออกไปดึงหมี่โซ่วกลับมา ลดระดับเสียงพูด “ถามหน่อยสิ”
“อืม ถามมาได้เลย”
“พี่สาวของเจ้า นาง…ปกติแค่ใครพูดอะไรนิดหน่อยนางก็เดาได้เยอะเลยเหรอ”
หมี่โซ่วฟังเข้าใจแล้ว พี่ชายกำลังบอกว่าพี่สาวหลักแหลม
“แน่นอนอยู่แล้ว พี่สาวของข้าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในบ้าน นางไม่ใช่แค่เดาเก่ง แต่ทำเป็นหมดทุกอย่าง แถมยังดูเก่งด้วย อย่างไปบนเขาจะหาของกินเจอเร็วๆ ได้อย่างไร ไปจนถึงการสังเกตดวงดาว นางทำได้หมด
สังเกตดวงดาวเลยนะ พี่แม่ทัพเล็ก อย่าขำสิ เรื่องจริงนะ
อย่างคนในหมู่บ้านอยากรู้ว่าวันนี้ลมจะพัดไปทางไหน อากาศเป็นอย่างไร ก็จะมาถามพี่สาวข้าทั้งนั้น
ปู่ทวดของเรามักพูดเสมอว่า ถ้าพี่ข้าเป็นผู้ชาย พวกเราคงไม่มีงานทำกันแล้ว”
“หึหึหึ” ไม่รู้ทำไม ลู่พั่นแค่อยากหัวเราะ เขาชี้ไปด้านนอก “เช่นนั้นอากาศวันนี้ นางทำนายออกมาได้หรือเปล่า”
หมี่โซ่นเขินอาย พี่ชาย เล่นคุยแบบนี้ก็ไปต่อไม่ได้แล้วสิ “เปล่า”
“กินข้าวได้แล้ว”
“แค่กๆ” ลู่พั่นไอออกมาตอนที่อยู่ๆ ซ่งฝูหลิงก็เรียกไปกินข้าว
…
“ไม่ได้นะ ต้องต้มยาให้กินแล้ว” เฉียนเพ่ยอิงวางตะเกียบพลางมองลู่พั่น
ซ่งฝูเซิงเพิ่งล้างมือเสร็จ พอนั่งลงก็พูดขึ้น “กลับไปถ้าไม่ไหวต้องให้ท่านหมอในจวนเจ้าตรวจชีพจรดูหน่อย”
ต่างคิดว่าลู่พั่นตากฝนจนไม่สบายแล้ว