ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 624 เกือบตายแล้วไหมล่ะ
ตอนที่ 624 เกือบตายแล้วไหมล่ะ
ข้างนอกมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
ท้องฟ้ามืดครึ้ม เป็นสีดำ เวลาหนึ่งทุ่มตรงกลับมืดเหมือนกลางดึก
เฉียนเพ่ยอิงจุดตะเกียงสี่ดวง
บนโต๊ะอาหารไม่ได้ทำอย่างอื่นกิน ไม่มีวางหมูเห็ดเป็ดไก่สารพัด มีแค่หม้อไฟหม้อเดียว
ประการแรก เหล่าซ่งหาซื้อเนื้อปลาหรือเนื้อซี่โครงไม่ได้ แผงขายเนื้อเก็บหนีฝนไปนานแล้ว ถัดออกไปด้านหลังสองเส้นถนนมีร้านขายเนื้อแพะ ซ่งฝูเซิงฝ่าฝนออกไปซื้อแพะมาได้หนึ่งตัว บอกให้ร้านฆ่าตรงนั้น ไม่อย่างนั้นคงกลับมานานแล้ว
อีกประการหนึ่ง ต่อให้ซื้อกลับมาได้ ทั้งตุ๋นทั้งผัด อันที่จริงก็ยุ่งยากอยู่ กี่โมงกว่าจะได้กินกัน
เลยถือโอกาสทำหม้อไฟกินดีกว่า
ล้างผักใบเขียวที่มีอยู่ในบ้าน แช่เห็ดนิดหน่อย หั่นเนื้อแพะ นวดแป้งทำเส้น น้ำมันงา ผักกุยช่าย เต้าหู้ยี้ก็มีหมด ถ้าอยากกินเผ็ดในบ้านก็ยังมีบะหมี่เผ็ด
“เจ้ากินน้ำจิ้มงาเป็นไหม แค่กๆ”
ลู่พั่นมองซ่งฝูเซิง “ข้ากินเป็น”
“เอาเต้าหู้ยี้ไหม”
“เอา ข้าทำเองดีกว่า”
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวข้าตักมาให้เจ้าด้วย เอาอะไรอีก” ซ่งฝูเซิงไม่มีวางมาดของคนอาวุโสกว่าแม้แต่น้อย
หล่อหลอมนิสัยมาจากพวกหลานๆ ในบ้าน
“ท่านพ่อ ขอผักชี หัวหอม จิ๊กโฉ่ พริกฝอยด้วย” อยู่ๆ ซ่งฝูหลิงก็พูดขึ้น
ลู่พั่นเหลือบมองฝูหลิง กินเนื้อแพะจิ้มจิ๊กโฉ่จะมีรสชาติแบบไหน จากนั้นเขาก็พูดกับซ่งฝูเซิง “ข้าก็เอาแบบนั้นด้วย เอาจิ๊กโฉ่”
เนื้อแพะที่อยู่ในหม้อสุกแล้ว
เฉียนเพ่ยอิงบอกให้ลู่พั่นคีบเอาเอง “คีบเอาเองนะหมินหรุ่ย บ้านเราคีบกันเองทั้งนั้น ไม่ได้มีตะเกียบกลาง”
“เข้าใจแล้ว”
ตรงหน้าโต๊ะกลม
ลู่พั่นสังเกตเห็นว่าพวกซ่งฝูเซิงไม่มองเขาเป็นคนนอกจริงๆ ตะเกียบของแต่ละคนพากันลงหม้อ ก่อนเขาเอาตะเกียบลงยังได้จงใจมองซ่งฝูหลิง นางกินเข้าไปแล้ว
อยู่ๆ เขาก็ก้มมองชามน้ำจิ้มงา ได้ยินเสียงฝนตกหนักจากด้านนอก แสงสีนวลที่ส่องสว่างจากตะเกียงชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ทำให้เขานึกถึงตอนทำสงครามอยู่ข้างนอก ครอบครัวในจินตนาการของเขาควรเป็นแบบนี้
“กินสิ”
เฉียนเพ่ยอิงบอกเขาอีกครั้ง
เด็กคนนี้ทำไมไม่ลงมือกิน ถ้ายังไม่คีบอีก เดี๋ยวได้ถูกลูกสาวนางแย่งคีบเนื้อไปกินหมด ต้องรอต้มรอบสอง
“อ่อ” ลู่พั่นนั่งอย่างสง่างาม
เขาไม่ได้จงใจ แต่ชินกับการนั่งท่านี้แล้ว แม้แต่นั่งขัดสมาธิบนเตียงเขาก็นั่งแบบนี้
คีบเนื้อแพะขึ้นมาหนึ่งชิ้น เอาชามเล็กเข้าไปรอง จิ้มน้ำจิ้มงาเล็กน้อย จะต้องอร่อยแน่นอน
ดูจากนางกินน่าอร่อย
พอวางเข้าปาก “ตุบ โครม!”
เสียงแผ่นหลังคาตกสองเสียง แม้แต่หมี่โซ่วยังกรีดร้อง “ไอ๊หยาแม่จ๋า พี่!”
ซ่งฝูหลิงกอดชาม
นางยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกแค่ว่าน้องชายกระโจนเข้าหานาง มือน้อยๆ กางออกคล้ายจะมากุมหัวนางไว้
พ่อของนางตกใจกระโดดออกไปสองเมตร
แม่ของนางลุกขึ้นดึงแขนเสื้อนางด้วยสีหน้าลนลาน ท่าทางเหมือนกับว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้นางไปดีหรือไม่ไปดี
หม้อไฟโอนเอนแต่ไม่คว่ำ จานตกแตกไปหลายใบ
ซ่งฝูหลิงเงยหน้ามองอีกครั้ง คุณพระ คนที่น่าสงสารที่สุดคือลู่พั่น
เพราะตรงเขาเป็นเขตภัยพิบัติ
ไม่รู้ว่าหลังคาตกใส่เขาหนึ่งแผ่นได้อย่างไร
มุมปากของเขามีน้ำจิ้มงาไหลอยู่ ชามในมือตกพื้นแตกครึ่ง เสื้อผ้า รองเท้า เต็มไปด้วยพริก จิ๊กโฉ่ น้ำจิ้มงา
ลู่พั่นกางมือออก มองนางอย่างอึ้งๆ ราวกับก็งงเหมือนกันว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
ขณะที่ซ่งฝูหลิงกำลังจะถามว่า ไม่เป็นไรใช่ไหม ซ่งฝูเซิงก็หน้าตาตื่นรีบวิ่งเข้าไป
พูดตามตรง เวลานี้เหล่าซ่งแอบรู้สึกผิดนิดหน่อย เพราะวินาทีที่หลังคาหล่น เขากลับกระโดดหนีอย่างรวดเร็ว
“หมินหรุ่ย หมินหรุ่ย ได้ยินเสียงอาหรือเปล่า ก้มหน้าหน่อย อาจะดูหลังหัวให้”
“พี่ชาย นี่เท่าไหร่ มึนหัวหรือเปล่า” หมี่โซ่วชูนิ้วออกมาด้วยความระมัดระวัง กลัวว่าพี่ชายจะมึนหัว โดนหัวเต็มๆ เลยนะ พี่ชาย อย่าเป็นอะไรไปนะ
เฉียนเพ่ยอิงก็รีบเข้าไป เอาผ้าขี้ริ้วเช็ดเสื้อผ้าให้ หมุนรอบตัวลู่พั่น ดูว่าเขาเลือดออกตรงไหนหรือเปล่า
ลู่พั่นมึนนิดหน่อย ก่อนหน้านี้หลังคาหล่นใส่หัวจนร่างกายของเขาโงนเงน
จำได้เพียงว่าเขาเพิ่งเอาเนื้อแพะใส่ปาก ยังไม่ทันได้ลิ้มรสก็มีเสียงตุบ ชามอันตรธานหายไป สมองว่างเปล่า
ลู่พั่นเอามือจับหลังศีรษะ ตอบหมี่โซ่วไปก่อนว่าหนึ่ง จากนั้นก็จับหมี่โซ่วที่อยู่ตรงขาแล้วชี้ซ่งฝูหลิง “ขะ ข้าไม่เป็นไร เจ้า เจ้ารีบลุกขึ้น พวกเราออกจากตรงนี้ก่อน”
ใครจะไปรู้ว่าหลังคาจะหล่นลงมาอีกไหม
นี่มันบ้านอะไรกัน
ลู่พั่นมองซ่งฝูหลิงที่ยังคงนั่งงงอยู่หน้าโต๊ะ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน
ซ่งฝูเซิงขมวดคิ้ว มองหลังคา “ใช่ๆ ออกไปก่อน อยู่ห่างจากตรงนี้หน่อย”
ภายในห้องใหญ่
ซ่งฝูหลิงได้ยินพ่อพูดว่า “พวกเราไม่เป็นไร เจ้าต่างหาก ขอดูหน่อยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ก้มลงมา เจ้าสูงเกินไป”
แม่ของนางพูดว่า “ไปนอนลงดีกว่า ปิ่นหยกบนหัวแตกแล้วต้องเอาออก เดี๋ยวจะทิ่มหัวเอา”
“ท่านอา”
“หืม?”
ซ่งฝูหลิงได้ยินลู่พั่นพูดว่า “รู้สึกไหมว่าน้ำฝนหยด”
น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความลังเล คล้ายกับไม่ค่อยแน่ใจ
ปกติเขาไม่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้
แสดงให้เห็นว่าลู่พั่นถูกหลังคาตกใส่จนสมองมึนงง เริ่มสงสัยการคิดวิเคราะห์ของตัวเอง
พอลู่พั่นพูดจบ ซ่งฝูเซิง เฉียนเพ่ยอิง ซ่งฝูหลิง หมี่โซ่วที่อยู่บนเตียง ทั้งสี่คนต่างเงยหน้ามองด้านบน
เมื่อครู่หลังคาห้องครัวหล่นไม่ใช่เหรอ จะเป็นในห้องนี้ได้ยังไง
สักพักหมี่โซ่วก็แลบลิ้น “อืม มีน้ำ”
ซ่งฝูเซิงด่าขึ้นมาทันที “เอ๊า หลังคารั่ว”
บ้านอะไรเนี่ย ทำไมหลังคารั่วด้วย
…
ซ่งฝูหลิงกางร่มกระดาษไขยืนอยู่ในลานบ้าน มองเห็นหลังคาทั้งหมดของเรือนหลังพอดี
นางเห็นลู่พั่นกับพ่อของนางปีนบันไดฝ่าฝนขึ้นไป เห็นพวกพี่ต้าหลังพี่เถี่ยโถวที่เพิ่งกลับบ้านก็ปีนขึ้นไปด้วย
เห็นซุ่นจื่อที่เปียกเหมือนไก่ตกหม้อน้ำแกงยืนอยู่ในลานบ้าน เอามือเช็ดน้ำฝนบนใบหน้าไม่หยุด กำลังสั่งให้บ่าวรับใช้ที่เปียกปอนเคลื่อนย้ายกระเบื้องมุงหลังคา
กระเบื้องเหล่านั้นเป็นของเหลือจากจวนผู้สำเร็จราชการ ลู่พั่นสั่งให้เอามาใช้เป็นการฉุกเฉิน
“อ๊ะ” ซ่งฝูหลิงร้องด้วยความตกใจ ยื่นมือออกมา จากนั้นก็โล่งอก
พ่อของนางเกือบลื่น แต่ถูกลู่พั่นจับไว้ได้
ท่ามกลางสายฝน ลู่พั่นที่อยู่บนหลังคายังได้โบกมือให้นาง เหมือนตะโกนอะไรสักอย่าง แต่ฝนตกหนัก นางไม่ได้ยิน
แต่นางรู้ดีว่า น่าจะให้นางรีบไปที่เรือนหน้า
ซ่งฝูหลิง ข้าไม่ไป ไปอยู่เรือนหน้ามันไกลไป มองไม่เห็นทุกคน
“หมี่โซ่ว เจ้ากลับไปสิ”
“ขนาดพี่ยังไม่กลับ ข้าก็ไม่กลับเหมือนกัน” หมี่โซ่วใส่เสื้อคลุมกันฝนที่เหมือนบาทหลวงพลางพูดอย่างดื้อรั้น
สักพักอยู่ๆ หมี่โซ่วก็พูดขึ้น “พี่ หนังสือเรื่องเล่าที่พี่อ่านพูดแต่เรื่องเหลวไหลทั้งนั้น”
“เจ้าอ่านหนังสือของพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เรื่องนี้ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือมันเหลวไหล ในนั้นเขียนว่ามีเงินมีอิทธิพลคือคุณชายนิสัยเสีย กลั่นแกล้งคนนั้น ทำร้ายคนนี้ แต่พี่ดูพี่แม่ทัพเล็กสิ” หมี่โซ่วมองไปท่ามกลางสายฝน รู้สึกเลือดในกายพลุ่งพล่าน เมื่อไรเขาจะขึ้นไปช่วยบนหลังคาได้บ้าง
โชคดีที่มีพวกพี่ชาย ช่วยท่านลุงได้ในระหว่างที่เขายังไม่โต
ทันใดนั้นลูกเห็บที่ก่อนหน้านี้ตกไปแล้วระลอกหนึ่งก็มาโจมตีอีกครั้ง เสียงดังปุงปัง
ซ่งฝูเซิงที่อยู่บนหลังคาสั่งทุกคน “ไม่ไหว เลิกซ่อมก่อน ทุกคนฟัง อะไรก็ไม่สู้ความปลอดภัยของตัวเอง ลงไปก่อน”
ลู่พั่นที่อยู่บนหลังคาตะโกนบอกสองพี่น้อง “พวกเจ้าเข้าบ้านไปเดี๋ยวนี้!”
คราวนี้ซ่งฝูหลิงเชื่อฟังแล้ว พาหมี่โซ่วไปล้างผักในระหว่างที่แม่ของนางเอากะละมังรองน้ำฝนในบ้าน
หม้อไฟกินต่อไม่ได้แล้ว ลู่พั่นกินข้าวบ้านนางเกือบต้องแลกด้วยชีวิต
ลองดูในตะกร้าเหลือผักอะไร ทำผัดมะเขือยาวให้ลู่พั่นกินแล้วกัน