ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 626 สวรรค์ไม่เป็นใจ
ตอนที่ 626 สวรรค์ไม่เป็นใจ
เป็นไปตามที่ซ่งฝูเซิงพูดจริงๆ
ลู่พั่นไม่อยากยุ่งเรื่องการปกครองของท้องถิ่น
เขาไม่สนคนพวกนั้น คนพวกนั้นก็จะมาเจ้ากี้เจ้าการกับเขาไม่ได้ อย่ามองว่าต่างก็เป็น ‘ขุนนาง’ กันทั้งนั้น มันคนละเรื่องกัน
เขาฟังแค่คำสั่งของฮ่องเต้กับคำสั่งของนายทหารชั้นสูงเวลาออกศึก ในกรณีที่มีนายทหารระดับสูงกว่าเขา
สรุปว่าจะให้ใครออกหน้าก็ไม่เกี่ยวกับเขา
คนที่ขอให้เขาออกหน้าได้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของราษฎร
เดิมทีใต้เท้าทั้งสามคิดว่าจะกลับไปหารือกันในที่ว่าการ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าแม่ทัพลู่จะให้รถม้าวิ่งไปที่ริมแม่น้ำแทน
เวลานี้ที่ริมแม่น้ำ
ฝนยังตกอยู่ ท้องฟ้ามืดสนิท เสียงฝนเสียงน้ำกระทบชายฝั่งดังอย่างต่อเนื่อง
ลู่พั่นยืนอยู่ข้างปลาหิน
น้ำขึ้นมาถึงแข้งของเขาแล้ว เท้าแช่อยู่ในน้ำที่เย็นเฉียบ
ซุ่นจื่อกางร่มให้คุณชายของเขา ลมแรงมาก ร่มเอาไม่อยู่ พวกบ่าวรับใช้อย่างเสี่ยวเฉวียนจื่อก็จุดโคมไม่ได้
ถึงขนาดที่เสี่ยวเฉวียนจื่อถูกลมพัดจนถอยไปสองก้าวด้วยซ้ำ
ลู่พั่นก้มตัวเอามือคลำหารอยบากที่อยู่บนตัวปลา
เขาไม่อยากฟังคนพวกนี้บอกว่าตอนนี้ระดับน้ำถึงไหนแล้ว เขาอยากพิสูจน์ด้วยตัวเอง
ลู่พั่นคลำหารอยบากที่วัดระดับน้ำพลางถามขุนนางที่ตามมา
“ท่านแม่ทัพว่าอะไรนะ”
ลมแรงมาก ฝนก็ตกหนัก
ใบหน้าลู่พั่นเต็มไปด้วยน้ำฝน ฝนตกหนักจนเขาลืมตาไม่ขึ้น เขาตะโกน “ข้าถามว่า เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนระดับน้ำอยู่ตรงไหน”
“อ๋อๆ ท่านแม่ทัพดูนี่ ถึงตรงนี้” ถึงตรงนี้ใช่ไหม ใต้เท้าทั้งสามคนถามมือปราบที่เฝ้าไว้
“เล่าให้ฟังหน่อยว่าคราวก่อนที่เกิดน้ำท่วม สถานการณ์ของระดับน้ำในตอนนั้น”
ลู่พั่นพอจำได้ว่าเป็นเมื่อแปดปีก่อน ตอนนั้นเขายังเด็ก จำบันทึกในด้านนี้ไม่ได้มากเท่าไหร่
ท่ามกลางสายฝน ใต้เท้าทั้งสามคนมองขุนนางเล็กที่เฝ้าอยู่ที่นี่อีกครั้ง
ลู่พั่นขมวดคิ้ว น้ำฝนไหลผ่านแก้มลงคอเสื้อของเขา ขณะพูดก็มีน้ำกระเด็นออก ถามซุ่นจื่อ “พวกเขาพูดอะไร”
“คุณชาย พวกเขาบอกว่าในที่ว่าการมีบันทึกอย่างละเอียด” ความหมายคือ ไปที่นั่นก็จะได้รู้ ตอนนี้พวกเขาไม่แน่ใจ ก็ต้องไปเปิดดูเหมือนกัน
ลู่พั่นพยักหน้า ไม่ได้ดูไม่พอใจ เขาหันตัวเดินออก
เขาไม่ยุ่งการบริหารจัดการท้องถิ่น และไม่มีทางแสดงความคิดเห็นต่อการบริหารคนของที่นี่
แต่กลับด่าในใจ พวกซื่อบื้อ พวกกินเงินหลวงไปวันๆ
บางครั้งลู่พั่นก็อยากดูถูกขุนนางบางคนจากใจเลยจริงๆ
เกาะตำแหน่งไว้เฉยๆ
พูดภาษาชาวบ้านก็คือ นั่งบนส้วมแต่ไม่ยอมขี้
เขารู้สึกชื่นชมซ่งฝูเซิงมาก ต่อให้ไม่มีฝูหลิงเขาก็ยังชื่นชม
ตอนนี้ลู่พั่นถึงขั้นสงสัยว่า ไม่พูดถึงซ่งฝูเซิง ต่อให้เอาพวกเด็กหนุ่มในเก้าสกุลมาฝึกฝนสักหน่อย ก็ยังจะเก่งกว่าพวกซื่อบื้อนี่เลยหรือเปล่า
แค่ดูจากร้านรับขนของก็รู้
มีบัตร มีใบรับประกัน รับอาวุธไปก็ต้องประทับรอยนิ้วมือ เสร็จงานกลับมาก็ต้องคืนอาวุธ ขณะที่ทำภารกิจขนของก็ต้องไปตามเส้นทางและประทับตราในแต่ละสาขาย่อยของร้าน
แล้วมาดูคนพวกนี้สิ
ขุนนางชลประทานที่ดูแลหลักไม่รู้สถานการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุด ต้องไปเปิดอ่านก่อน ถ้าข้าเปิดอ่านเองได้จะเอาท่านไว้ทำอะไร
ลู่พั่นไม่ไปที่ว่าการ เดินทางกลับจวนผู้สำเร็จราชการ เพื่อที่พวกซุ่นจื่อจะได้มีข้าวร้อนๆ กิน
ในระหว่างที่พวกซุ่นจื่อกินข้าวเปลี่ยนชุด ลู่พั่นก็เปลี่ยนไปใส่ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว กำลังเปิดดูบันทึกเกี่ยวกับน้ำท่วม หมอในจวนมาใส่ยาให้ที่หลังของเขา
“คุณชาย ข้าพูดได้หรือไม่”
ลู่พั่นยกมือห้าม
“คุณชาย แผลปูดบนหัวของท่าน”
ลู่พั่นยกมือห้ามอีกครั้ง
ท่านหมอถอนหายใจด้วยความจนปัญญา ถือกล่องยาเดินออกไป
ท่านหมอไม่รู้ บาดแผลของลู่พั่น บวมแดงอักเสบ เป็นเพราะช่วยซ่งฝูเซิงมุงหลังคาบ้านสร้างผลงานที่ปิดไม่มิด หัวโนท้ายศีรษะก็ได้มาจากที่นั่น
สาวใช้ใหญ่กำลังฝนแท่งหมึก ลู่พั่นนั่งหลังตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงาน กำลังเขียนฎีกาเพื่อขอให้ฮ่องเต้ ‘เตรียมการรับมือ’
เขียนบรรยายอย่างมีเหตุมีผล มีข้อมูลอ้างอิง หากฝนตกหนักแบบนี้ต่อเนื่องเจ็ดวันจะเป็นอย่างไร ตกต่อเนื่องสิบสี่วันจะเป็นอย่างไร ตกต่อเนื่องยี่สิบวัน เมืองเฟิ่งเทียนจะจมอยู่ในสภาพไหน
หากถึงคราวจำเป็น ฮ่องเต้จะส่งทหารมาช่วยได้หรือไม่
ในเวลาเดียวกัน ซ่งฝูเซิงกำลังซักชุดของลู่พั่น
เปลี่ยนชุดในบ้านของเขา ถ้าเขาไม่ซักแล้วใครจะซัก
เฉียนเพ่ยอิงถือน้ำยาซักผ้าที่ใส่อยู่ในกล่องขนาดเล็กเข้ามาในบ้าน “วันนี้ท่านย่าหม่าไม่กลับเหรอ”
“เพิ่งส่งคนมาบอกว่าจะไม่กลับ จะนอนเบียดกันที่นั่น ตอนเย็นก็หาอะไรรองท้องกินไป ไม่เป็นไร ซื่อจ้วงอยู่ที่นั่น”
“วันนี้พ่อสอบเป็นไงบ้าง มัวแต่ยุ่งเลยไม่ได้ถาม”
“เอาเป็นว่าข้อไหนที่ทำได้ก็ตอบไป พ่อว่าก็พอไหว”
โดยทั่วไปคนเรียนแย่มักคิดว่าพอไหวหลังสอบเสร็จ
“พ่อยังแอบคิดอยู่ว่าสอบเสร็จจะนอนให้เต็มอิ่มหลายๆ วัน ให้ตายเถอะ สวรรค์ไม่เป็นใจ”
เฉียนเพ่ยอิงนึกถึงลูกเห็บในกะละมังเล็กที่ก่อนหน้านี้ฝูหลิงเก็บมา “พ่อเดาดูสิใหญ่ขนาดไหน ลูกที่ใหญ่ที่สุด”
“ลูกที่ใหญ่สุดน่าจะเท่าไข่ไก่หรือเปล่า คงใกล้เคียงไหม”
เฉียนเพ่ยอิงพยักหน้า “แย่แล้ว ผลผลิต”
นั่นสิ
ตอนนี้ซ่งฝูเซิงได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ฟ้าจะปลอดโปร่ง เขาจะได้กลับไปดูที่หมู่บ้าน
อยู่ๆ ก็มีลูกเห็บตกหนัก แถมยังขนาดใหญ่ อย่าเห็นว่าตกอยู่แค่ครู่เดียว แค่ครู่เดียวนี่แหละ ขาวโพลนเต็มพื้น
พวกชาวบ้านต่างต้องทำการเพาะปลูกกันทั้งนั้น พอเกิดลมพัดลูกเห็บตกหนัก เรือกสวนไร่นาก็พังหมด ดำรงชีวิตโดยต้องอาศัยฟ้าฝนเป็นใจ
ซ่งฝูเซิงไม่กล้าจินตนาการต้นกล้าพริกของบ้านเขา
ไหนจะพริกที่ปลูกบนเขาอีก ตอนนี้ผักที่ปลูกในแปลงผักของบ้านคงหมอบไปกับพื้น ข้าวโพดที่อยู่ในแปลงใหญ่คงล้มระเนระนาดหมดแล้ว
ชาวบ้านชาวสวน ปีนี้ทำเพาะปลูกเสียเปล่าแล้ว
“โชคดีที่พ่อกับท่านลุงซ่งเลียนแบบจนช่ำชองแล้ว ยามว่างก็ซื้อหาเสบียงมาเก็บ”
เอาอย่างผู้เฒ่าฟาง
ผู้เฒ่าคนนั้นเหมือนยังหลอนจากการลี้ภัยไม่หาย พอมีเงินก็จะซื้อเสบียงเก็บ ถึงระดับที่ติดเป็นนิสัยแล้ว บอกว่าถ้าไม่ซื้อจะไม่สบายใจ
ส่วนเขากับท่านลุงซ่งเกิดจากความรอบคอบ ฟ้าใสพกร่ม กินอิ่มพกเสบียง
ขณะที่ครอบครัวมีกินมีใช้ก็ต้องซื้อมาเก็บไว้บ้าง ยิ่งสมาชิกในบ้านมีเยอะด้วยแล้ว
ก็ตกใจกลัวเหมือนกัน ข้อแรกหลอนมาจากปิดเมืองตอนนั้น อีกข้อหนึ่งซ่งฝูเซิงเตือนตัวเอง พวกเราไม่ใช่คนยุคปัจจุบันแล้ว จะคิดหรือทำอะไรแบบคนยุคปัจจุบันไม่ได้อีก
ยุคปัจจุบัน คิดเหรอว่าทุกปีแต่ละพื้นที่จะไม่เจอภัยพิบัติ เช่นนั้นทำไมถึงไม่ขาดแคลนของกินในชีวิตประจำวันน่ะเหรอ สัมผัสไม่ได้ นั่นเป็นเพราะบ้านเมืองอุดมสมบูรณ์ ยุคปัจจุบันมีหลักประกันไม่ขาดแคลน
ที่นี่เป็นแบบนั้นที่ไหนกัน
เฉียนเพ่ยอิงฟังแล้วก็กลุ้ม “บ้านของพวกเราที่ตกแต่งอยู่ตอนนี้หยุดงานแล้วหรือเปล่า เฮ้อ โชคดีที่ทำหลังคาแล้ว และก็โชคดีที่พอท่านย่าหม่ากลับมาจากจวนผู้สำเร็จราชการก็เอาแต่บ่นร่ำๆ เรื่องไต่ขึ้นสูง อยากสร้างบันไดหน้าบ้าน อย่างบ้านลุงใหญ่ของเจ้ากับท่านลุงซ่งที่ไม่ได้ทำบันได ฝนตกหนักขนาดนี้น้ำต้องเข้าบ้านแน่ บ้านพวกเราเชื่อฟังท่านย่าหม่าเลยไม่เป็นไร”
ซ่งฝูเซิงพูด “ตกแต่งไม่เท่าไหร่ อย่างมากไม่ตกแต่งก็ได้ ตอนนี้พ่อเป็นห่วงว่า อย่าให้เป็นเหมือนที่พวกขุนนางที่มาหาลู่พั่นบอก ถ้าฝนตกไม่หยุด บ้านเรามีทั้งแม่น้ำทั้งภูเขา ปกติฮวงจุ้ยดี แต่เวลานี้ไม่ดีแล้ว”
คำพูดนี้เล่นเอาเฉียนเพ่ยอิงหวั่นใจ “ไม่น่าหรือเปล่า บ้านเราห่างจากแม่น้ำกับภูเขาก็ประมาณหนึ่ง ไกลอยู่นะ” ยังจะเกิดดินโคลนถล่มน้ำป่าไหลหลากได้อีกเหรอ
“เช่นนั้นก็ต้องรอดูว่าจะตกหนักและนานขนาดไหน” ร่างกายไม่ไหวเลยจริงๆ เหล่าซ่งบอกให้เมียช่วยกันบิดผ้า