ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 628 หญิงงามเคียงข้าง
ตอนที่ 628 หญิงงามเคียงข้าง
เฉียนเพ่ยอิงเอามือทุบลูกสาวที่นอนขยุกขยิกอยู่ข้างๆ
ซ่งฝูหลิงนิ่งขึ้นมาทันที
แต่ยังคง “ฮิๆๆ” หัวเราะเสียงเบาไม่หยุด
นางเอาผ้าห่มคลุมโปง
ดวงตาของซ่งฝูหลิงทอประกายท่ามกลางความมืด ไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด
พอนางนึกถึงสภาพตอนลู่พั่นถูกหลังคาหล่นใส่หัว มุมปากเลอะน้ำจิ้มงา สองมือค้างเติ่ง ชามอันตรธานหายไป ตรงหน้ามีไม้กระดานเปียกชื้น นางก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่
ใครใช้ให้ไม่ตั้งใจกินข้าว เอาแต่เหม่อลอย
พ่อนางก็ขี้กลัวเกินเหตุ พอเห็นไม้กระดานหล่นลงมาก็กระโดดหนีไปสองเมตรทันที
อันที่จริงต่อให้เป็นปู่ทวด ปู่ทวดอายุมากขนาดนั้นก็หนีเร็วแบบนี้เหมือนกัน มันเป็นทักษะที่ได้มาจากการลี้ภัย
ส่วนน้องชายของนาง วันๆ เอาแต่พูดถึงพี่แม่ทัพเล็ก พี่แม่ทัพเล็กอย่างนั้นอย่างนี้พอเอาเข้าจริง ปากตะโกนไอ๊หยาแล้วหนีอย่างไว
ตอนนั้นลู่พั่นเอามือกุมหัว สีหน้าท่าทางบ่งบอกว่าเขาไม่ไหว
แต่ปากกลับยืนยันหนักแน่น…
แค่ก ซ่งฝูหลิงอยู่ในผ้าห่ม เลียนแบบท่าทางการพูดอย่างจริงจังของลู่พั่นโดยไม่ออกเสียง “ข้าไม่เป็นไร”
ฮ่าๆๆ
ถ้าไม่เป็นไรก็แปลกแล้ว เจ้ายังไม่ได้กินแม้แต่เนื้อสักชิ้น
ขณะที่หัวเราะอยู่นั้น แม่นางซ่งก็เปลี่ยนมานอนคว่ำ
สองมือประคองใบหน้า สมองอดนึกถึงเรื่องราวเมื่อช่วงเย็นไม่ได้ พ่อของนางเกือบลื่นล้มบนหลังคา ลู่พั่นเหมือนมีตางอกอยู่ด้านหลัง เอามือคว้าไว้ได้ทัน ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ เขายังก้มสำรวจเท้าของพ่อนางว่ามีเศษกระเบื้องติดหรือเปล่า รวมถึงตรวจดูรองเท้าให้
เขาละเอียดอ่อนมากใช่ไหม
เมื่อก่อนก็รู้ว่าเขาเป็นคนละเอียดอ่อน ถึงขั้นที่นั่งรีดตุ่มน้ำใต้เท้าพ่อของนาง
แต่ตอนนั้นนางไม่ได้เห็นกับตา และก็ไม่ได้คิดเชื่อมโยงมาที่ตัวเอง
แต่ก็น่าแปลกจริงๆ ตอนที่เขายังไม่มาสารภาพความในใจกับนาง นางไม่เคยคิดลึกมาก่อน
แต่ตอนนี้นางกลับต้องมานั่งกลุ้ม คอยเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่า อย่าคิดมาก อย่าคิดเข้าข้างตัวเอง
ไม่ว่าเขาจะช่วยทำอะไร ต่อให้ไม่มีเจ้า ซ่งฝูหลิง ก็ยังเป็นเพราะเห็นแก่พ่อกับน้องของเจ้า
เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีอะไร ทุกคนก็ช่วยเหลือกันดี
สักพักซ่งฝูหลิงก็เอียงหน้าครุ่นคิด
เขาพูดไม่เก่ง ถนัดสังเกตมากกว่า
คนแบบนี้โลกในหัวใจมักจะมีสีสันและตื่นตาตื่นใจหรือเปล่า
ลองเดาดูสิ หัวใจของเขา มุมมองที่เขามีต่อแต่ละคน โลกในสายตาของเขาจะมีสีสันขนาดไหน เขาจะชอบแอบด่าคนอื่นอยู่ในใจบ่อยๆ หรือเปล่า แต่ภายนอกกลับทำเป็นสุขุมจริงจัง
จริงสิ เขาราศีอะไรนะ
ขณะที่คิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น คิดเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที ซ่งฝูหลิงที่อยู่ในผ้าห่มก็ค่อยๆ ล้วงหวีไม้ออกมา
อ๊ะ หวีไม้ของน้องชาย เมื่อเย็นอยู่ๆ นางก็อยากยืมใช้ ลืมคืนไปเสียสนิท
ซ่งฝูหลิง ข้าก็แค่ลืมคืน จริงๆ นะ
ท่ามกลางความมืด แม่นางซ่งดวงตาโค้งมน มือขาวนวลผิวเนียนละเอียดลูบลายไม้ที่อยู่บนหวี
ลูบอยู่สักพักนางก็เอาหวีไม้ขึ้นมาดม
ไม่มีใครรู้ว่านางดมหาอะไร
หมี่โซ่ว ดมกลิ่นน้ำมันบนหัวข้าเหรอ
ขณะที่ซ่งฝูหลิงถือหวีไม้กำลังสะลึมสะลือเข้าสู่ห้วงความฝัน ชาวบ้านจำนวนมากเข้าสู่ห้วงนิทรากันไปนานแล้ว ในค่ำคืนที่ฝนตกนี้ ลู่พั่นอยู่ในชุดผ้าทอชั้นดีสีน้ำเงิน ปรากฏตัวที่หอละครช่างอินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเฟิ่งเทียน
ที่นี่กำลังครึกครื้น เสียงดนตรีรื่นเริง กลิ่นสุราคละคลุ้ง
เสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่หน้าร้านถือร่มกระดาษไขออกไปต้อนรับ
เห็นม่านรถม้าถูกแหวกออก คุณชายลู่มาจริงๆ ตัวจริง เขาตะลึงจนพูดติดอ่าง “เอ่อ เอ่อ คุณชายลู่”
เจ้านายของหอช่างอินรีบถือร่มวิ่งออกมา
พอเห็นลู่พั่นก็รู้สึกเหลือเชื่อ
คุณชายท่านนี้มาไม่บ่อย
ก่อนหน้านี้พวกคุณชายที่ตอนนี้อยู่ชั้นล่างยังพูดอยู่ว่า สอบเสร็จ คนอื่นเขามีแต่รีบไปหาความสุขใส่ตัว ผ่อนคลายให้เต็มที่ มีเพียงคุณชายรูปงามท่านนี้ที่หายตัวไปไม่เห็นแม้แต่เงา
สั่งให้คนไปสืบ คุณชายซย่ากับคุณชายหลินต่างกระซิบคุยกัน ‘ไปเป็นเขยกตัญญูแล้ว’
ตอนนั้นเจ้านายของหอช่างอินอยู่ข้างๆ กำลังรินเหล้าก็ได้ยินพอดี
เขารู้สึกงงมาก คุณชายลู่ไปถูกใจลูกสาวจวนไหนเข้าหรือ ไม่เคยได้ยินว่าจวนลู่จะหมั้นหมายกับตระกูลไหน ไม่มีข่าวแม้แต่น้อย
อีกทั้งด้วยสถานะของคุณชายลู่ ไม่ว่าจะไปสู่ขอคุณหนูของจวนไหน ยังจำเป็นต้องไปแสดงความกระตือรือร้นเหมือนเขยคนอื่นด้วยรึ
ไม่ว่าเขาจะแต่งงานกับใครก็ถือเป็นการลดตัวทั้งนั้น ทำไมต้องคอยดูสีหน้าพ่อตาด้วย
ลู่พั่นถูกเจ้านายหอช่างอินพาเข้าไปด้านใน เดินผ่านระเบียงยาว
เจ้านายหอช่างอินนำทางพลางยิ้มประจบซุ่นจื่อ หวังว่า ‘คนโปรด’ ที่อยู่ข้างกายคุณชายลู่คนนี้จะช่วยเอ่ยชมเขาให้มากหน่อย เพื่อที่จะได้พาคุณชายท่านอื่นมาเที่ยวเยอะๆ
ซุ่นจื่อเชิดคางแค่เล็กน้อย เดินตามคุณชายสายตาไม่วอกแวก
เวลานี้มี ‘ผู้เข้าสอบ’ ชั้นสูงสิบเจ็ดคนนั่งอยู่ภายในหอช่างอิน
ปิดร้านเลี้ยง
พ่อแม่ย้ายตามฮ่องเต้ไปกันหมดแล้ว พวกเขาต้องอยู่สอบตามทะเบียนบ้านเดิม
ข้างกายของแต่ละคนมีสาวงามคลอเคลีย
บรรดาสาวงามต่างมีความสุข
รู้หรือเปล่าว่าสิบเจ็ดคนนี้เป็นใคร ถูกใจพวกนาง เลือกพวกนางมาคอยปรนนิบัติ ก็แสดงให้เห็นถึงระดับฐานะแล้ว
แต่พวกนางก็ยินดีปรนนิบัติคุณชายที่เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์และฐานะเหล่านี้
เวลานี้ข้างกายหลินโส่วหยางมีหญิงงามเบอร์หนึ่งนั่งอยู่
ทว่าบรรดาคุณชายผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ต่างมาเพื่อสนุก เรียกใช้หญิงงามที่ช่างเอาอกเอาใจ หน้าตาขาวสะอาดหมดจด ริมฝีปากแดงฟันขาว
ถูกหญิงงามป้อนสุราลงท้องจอกแล้วจอกเล่า ดื่มค่อนข้างเยอะ วันนี้สอบได้ไม่ค่อยดี
หลินโส่วหยางบอกให้หยุดดนตรี กำลังดุ ‘คณะละคร’ ยี่สิบกว่าคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา
“แต่งเรื่องบ้าบออะไรมา หา ถ้าข้ารู้ว่าเป็นแบบนี้นะจ้าวรอง ไม่สู้ข้ากลับจวนนอนดีกว่า”
“ขออภัยขอรับ”
พวกคุณชายก็โวยวายด้วย
จ้าวรองเป็นหัวหน้าที่ดูแลคณะละครเหล่านี้ ดูแลหลังเวทีโดยเฉพาะ สีหน้าย่ำแย่
“คุณชายหลิน ละครเรื่องนี้ดัดแปลงแล้วขอรับ แก้ไขแล้วจริงๆ คุณชายฟังต่อไปก่อน”
เมื่อก่อนเป็นนักเรียนที่เข้าเมืองหลวงไปสอบ ทิ้งภรรยาแต่งกับแม่ไว้ที่บ้านเกิด พอสอบได้จอหงวนก็ถูกบุตรสาวของอัครเสนาบดีหนิวถูกใจ เขาก็เลยปีนเด็ดดอกฟ้า ได้ใหม่ลืมเก่า
พ่อแม่ที่อยู่บ้านเกิดประสบภัยพิบัติต่อเนื่องหลายปี อู่เหนียงภรรยาคนแรกของเขาให้พ่อแม่สามีกินข้าว ส่วนตัวเองกินปลายข้าว กตัญญูอย่างถึงที่สุด
ต่อมาก็ฝังศพพ่อแม่สามีด้วยตัวเอง เล่นผีผาเพื่อแลกข้าวกินระหว่างเดินทางเข้าเมืองหลวงตามหาสามี สามีของนางกลายเป็นลูกเขยของอัครเสนาบดีหนิวไปแล้ว บัณฑิตผู้นี้สั่งให้ม้าไปเหยียบภรรยาคนแรกตายเพื่อที่จะไม่ได้มาทำเขาเสียเรื่อง สุดท้ายตัวเองถูกฟ้าผ่าตาย
เรื่องแบบนี้ พวกคุณชายหลินไม่ชอบฟัง รังเกียจที่ซ้ำซากจำเจ ตอนนี้จึงแก้เป็น
เดิมทีนักเรียนคนนี้ไม่ได้อยากเข้าเมืองหลวงไปสอบ แต่ถูกภรรยาแต่งกับพ่อแม่เกลี้ยกล่อมถึงได้ไป พอสอบได้จอหงวน อัครเสนาบดีหนิวก็บีบให้จอหงวนแต่งงานกับบุตรสาวของตัวเอง เขาจึงจำต้องแต่งงานด้วย
ต่อมาถึงแม้เรื่องราวจะเหมือนกัน ครอบครัวประสบภัยพิบัติ ภรรยาคนแรกฝังศพพ่อแม่สามี เล่นผีผาแลกข้าวระหว่างเดินทางเข้าเมืองหลวงตามหาสามี แต่ตรงจุดนี้ได้แก้ไขส่วนสำคัญสองข้อ
ข้อแรก บัณฑิตคนนี้ได้ส่งจดหมายกลับไปที่บ้านเกิด เพียงแต่ส่งไปไม่ถึง
ข้อสอง บุตรสาวของอัครเสนาบดีหนิวเจออู่เหนียงภรรยาคนแรกของสามีเสียก่อน พอได้ฟังเรื่องราวของอู่เหนียงก็รู้สึกประทับใจ อยากเรียกอู่เหนียงเป็นพี่น้อง ทั้งยังจัดแจงให้อู่เหนียงได้เจอกับสามีที่ตอนนั้นเป็นลูกเขยของอัครเสนาบดีหนิว พูดตามตรงก็คือ เป็นสตรีที่ดี
อัครเสนาบดีหนิวรู้สึกประทับใจในเรื่องราวอันน่าเศร้าแต่งดงามนี้ จึงอนุญาตให้บุตรสาวมีสามีร่วมกับอู่เหนียง
สุดท้ายบัณฑิตคนนี้ก็กราบทูลฮ่องเต้ขอลาออก พาภรรยาทั้งสองคนกลับบ้านเกิดไปเฝ้าหลุมศพของพ่อแม่
ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า
บันทึกผีผาที่มีชื่อเสียง ไพเราะขนาดนี้ จ้าวรองไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณชายพวกนี้ถึงต้องโวยวายไม่อยากฟัง
หลินโส่วหยางไขข้อข้องใจให้เขา “เจ้าจะเอาแบบมีปืนใหญ่ นกยักษ์บินอยู่บนท้องฟ้า รถปืนใหญ่วิ่งไปมาอยู่บนพื้นดินไม่ได้หรืออย่างไร”
“ไอ๊หยา คุณชายตั้งโจทย์ยากให้ข้าแล้ว” ขนาดแม่ทัพติ้งไห่ยังได้แค่ออกทะเล บินไปบนฟ้าไม่ได้ คุณชายจะให้พวกเราที่เป็นนักแสดงร่ายรำบินขึ้นฟ้าเลยเชียวหรือ
ติงเจียนจับผิด “แต่เจ้าก็แต่งได้เกินจริงไปหน่อย ที่เจ้าแต่งมามันไม่ถูก เป็นถึงจอหงวนแล้วจะส่งจดหมายกลับบ้านเกิดไม่ได้เลยเหรอ บ้านเขาอยู่ไหนน่ะจดหมายถึงไปไม่ถึง เจ้าเพ้อเจ้อให้พวกเราฟังทั้งนั้น”
ซย่าเหวินอวี่แทะเม็ดแตงยิ้มพลางพูด “เจ้าไปแก้ใหม่นะ เอาแบบให้ม้าพันลี้ช่วยส่งจดหมาย” แม่ทัพติ้งไห่รับประกัน ถึงแน่นอน
พวกคุณชายหัวเราะเสียงดัง แซวกันอย่างออกอรรถรส “นั่นสิ อีกอย่างเจ้าชอบแต่งว่านักเรียนยากจนสอบติดจอหงวน แล้วอย่างพวกเราล่ะ สอบไม่ติดเลยเหรอ”
“อีกอย่างนะ จ้าวรอง” หลินโส่วหยางถูกหญิงงามป้อนองุ่นหนึ่งเม็ดเสร็จถึงก้มตัวไปตบหน้าจ้าวรองเบาๆ “บุตรสาวของอัครเสนาบดีหนิวยังจะจัดแจงให้อู่เหนียงเจอกับสามีของตัวเอง เจ้ารู้หรือเปล่าว่าคุณหนูของบ้านอัครเสนาบดีเป็นอย่างไรกัน”
ซย่าเหวินอวี่ได้จังหวะ หัวเราะร่าพูดต่ออยู่ข้างหน้า “เอ๊ะ พวกเจ้าว่าอย่างพี่สาวคนที่สามของหมินหรุ่ยจะจัดการเก็บก่อนเลยหรือเปล่า”
ไม่มีใครตอบเขา
ลู่พั่นวางมือหนาลงบนไหล่ของซย่าเหวินอวี่
ซย่าเหวินอวี่หันมามองพร้อมรอยยิ้ม “…เอ่อ”
ลู่พั่นมาหาคนพวกนี้เพื่อขอกระสอบทรายกับกระสอบดิน ถ้าสภาพอากาศยังคงเลวร้ายแบบนี้ต่อไปก็จะได้เอามาป้องกันน้ำท่วม แต่นึกไม่ถึงว่า พอเข้ามาก็จะได้ยินพวกเขาแอบนินทาพี่สาวคนที่สามของเขา
ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม