ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 645-2 ฝนตกไม่หยุด บรรยากาศเข้ากันได้ดี
ตอนที่ 645-2 ฝนตกไม่หยุด บรรยากาศเข้ากันได้ดี
“ท่านพ่อ อ่ะ” ในที่สุดซ่งฝูโซ่วก็ขึ้นมาจากน้ำ ในมือยังมีพืชน้ำติดมาด้วย ยื่นสองมือสกปรกที่ถือกางเกงในให้พ่อตัวเอง
คนในหมู่บ้าน อ๋า ที่แท้ของลุงคนนี้เองเหรอ ใส่สีแดงแจ๋แบบนี้ ทำตัววัยรุ่นไม่เบาเลยนะ
ลุงใหญ่กลับไม่อาย ยิ้มพลางมองลูกชายคนรอง “อือ อือ ไว้เดี๋ยวเอาไปซักแล้วพ่อค่อยใส่ต่อ”
“ท่านแม่ ทำไมไม่ยิ้มเลย”
เก่อเอ้อร์นิวเหลือบมองเขา ของแค่นี้ เหมือนพ่อเจ้าไม่มีผิด นางหันไปหาท่านลุงซ่ง
“ผู้เฒ่า ทำอะไรร้อนๆ สักหน่อยเถอะ ดูเด็กพวกนี้ที่เพิ่งกลับมากันสิ ตัวเปียกไปหมด”
ตอนนี้ท่านลุงซ่งรู้สึกลำบากใจ
คนในครอบครัวพวกเรากินของดีน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ประเด็นคือตอนนี้คนในหมู่บ้านมาอยู่รวมกัน ถ้าหุงข้าวก็จะเห็นกันหมด
ผู้ใหญ่ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าพวกเด็กในหมู่บ้านมาขอ พวกเราต้องให้ไหม ร้อยกว่าครอบครัว แต่ละบ้านก็มีเด็กตั้งหลายคน
ถ้าต้องให้ เขาก็เสียดาย
ทำดีไหม
“ไม่ทำ กินขนมปังดำไป”
“หืม? ผู้เฒ่า ผู้เฒ่า รอข้าด้วย”
เก่อเอ้อร์นิววิ่งตามลุงท่านซ่งออกไปไกลถึงคิดได้ ข้าจะวิ่งตามเขาทำไม ไปหาหลานชายสิ
ตามคาด เมื่อเทียบกับท่านลุงซ่ง ซ่งฝูเซิงคุยง่ายกว่าเยอะ ตอบตกลง
อาหารมื้อกลางวันมื้อนี้ พวกคนของเก้าสกุลไปรวมตัวกันที่กระโจมที่ซ่งฝูเซิงอยู่เมื่อคืน
เดิมทีในนั้นมีคนอื่นอยู่ด้วย จำนวนไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่คนโง่
พอเห็นคนสกุลซ่งยกหม้อใหญ่มาสามหม้อ เตา แจกจ่ายชามกับตะเกียบ ลากกระสอบเสบียงอาหารเข้ามา ย้ายไห ทั้งยังดึงม่านในกระโจมมาปิดเพื่อให้พวกฝูกุ้ยเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ละคนก็พากันยิ้มไปหลบฝนที่อื่นแล้ว
หม้อใหญ่นึ่งอาหาร นึ่งหมั่นโถว
ลุงซ่งคาบยาสูบมองพวกผู้หญิงที่กำลังงานยุ่ง “จึ๊ หลานเซิง ไม่น่าทำแบบนี้ สะดุดตา กินอาหารง่ายๆ ก็ได้แล้ว”
“ท่านลุงซ่ง พวกพี่เขยของข้ากินขนมปังดำมาตลอดทางแล้ว ให้พวกเขาได้กินดีๆ สักมื้อเถอะ”
อีกหม้อหนึ่งต้มน้ำแกง ท่านลุงซ่งใช้กระบอกยาสูบชี้สั่งเก่อเอ้อร์นิวด้วยความร้อนใจ “เจือจางหน่อย จางๆ หน่อย เติมน้ำลงไปอีก”
เก่อเอ้อร์นิวมองบนอยู่ในใจ
“ผู้เฒ่า ตอนนี้น้ำก็มีค่ามาก ใช้น้ำในบ่อไม่ได้แล้ว…
…ไม่ได้ยินที่ฝูเซิงเพิ่งบอกกับทุกคนเหรอ…
…นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้รองน้ำฝนมาล้างหน้า ซักเสื้อผ้า เลี้ยงสัตว์…
…อีกทั้งน้ำฝนที่จะเอามาเลี้ยงสัตว์ก็ต้องรองแล้วใช้ทันทีด้วย ไม่อย่างนั้นจะมีพวกแมลง…
…น้ำที่ตุนไว้เก็บไว้กิน อย่าเห็นว่าพวกเรามีน้ำในกะละมังในไหเยอะแยะ ในความเป็นจริงมีอยู่ไม่เท่าไรหรอก ต้องเหลือไว้จนกว่าฟ้าจะโปร่ง ยังต้องรอจนกว่าจะไปตักจากบ่อได้อีก”
ท่านลุงซ่งขมวดคิ้ว “ถึงบอกให้เจ้าเติมน้ำลงในน้ำแกงมากหน่อยอย่างไรล่ะ กินมื้อนี้ วันนี้ก็ห้ามดื่มน้ำแล้ว” ยายแก่คนนี้สู้แม่ของฝูเซิงไม่ได้เลย คิดไม่รอบคอบ
เก่อเอ้อร์นิวสะอึก
ส่วนหม้อใหญ่อีกใบปรุงโดยพ่อครัวใหญ่ซ่งฝูไฉ ใช้ตะหลิวแบบเฉพาะของเก้าสกุลผัดกับข้าว
ครอบครัวทั่วไปใช้ช้อนผัดกับข้าว แต่พวกเขาใช้พลั่วไม้ที่สั่งทำใหญ่พิเศษ
หมูสามชั้นที่เอามาจากห้องใต้ดินวางทิ้งไว้ไม่ได้แล้ว อีกอย่าง วางไว้บ้านคนอื่นก็ไม่สะดวก เลยถือโอกาสเอามาทำตอนนี้
เทน้ำมันหมูทัพพีใหญ่ลงหม้อ หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นบางๆ แบบนี้จะได้กินกันทุกคน ตุ๋นมะเขือยาว
มะเขือยาวมีอยู่แค่นี้ กินหมดก็จบกัน ปีนี้ไม่ได้ตากมะเขือยาวกับถั่วฝักยาว แปลงผักถูกลูกเห็บตกใส่จนพังหมดแล้ว แต่ยังชิงเก็บถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ฟักทอง มาได้บ้าง นั่นก็กินหมดก็จบแล้วเช่นกัน
ซ่งฝูไฉผัดได้สองทีก็เทซีอิ๊ว อบด้วยซีอิ๊ว ไม่ใส่เกลือ
“หอม กับข้าวที่บ้านอร่อยสุดแล้ว” หวังจงอวี้กระเถิบขึ้นหน้า “พี่ใหญ่ ข้าช่วยไหม”
“ไม่ต้อง เจ้ารีบไปพักเถอะ”
เสียงดังเอะอะขนาดนี้ คนเดินไปเดินมา ทั้งทำกับข้าวทั้งก่อไฟพูดคุยกัน แต่บนลังในกระโจมกลับมีคนนอนขดตัวอยู่
ทั้งยังมีหลายคนที่นั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กแบบซ่งฝูโซ่ว ไม่กล้าพิงกระโจม กลัวจะพัง เอามือกุมหัวงีบหลับ
ซ่งฝูเซิงบอกพวกเขาแล้วว่าให้ไปหาที่นอน หัวหน้าตระกูลเริ่นก็มาชวนแล้ว ไปนอนบนเตียงตามบ้านอื่นก็ได้ แต่พวกเขาไม่เอา จะรอกินข้าว กินเสร็จยังต้องทำงานต่อ
“กินข้าวได้แล้ว กินข้าว”
หมี่โซ่วยืนอยู่ตรงหน้าซ่งฝูเซิง ซ่งฝูเซิงนั่งบนเก้าอี้เตี้ย ไม่ได้มีที่ว่างให้นั่งมากมาย สองลุงหลานใช้ชามใบเดียวกัน จะได้ไม่ต้องล้างเยอะ “อร่อยไหม”
หมี่โซ่วเป่ามะเขือยาวที่ลุงป้อนให้แล้วกินเข้าไป “อร่อย ท่านลุงก็กินเยอะๆ สิ”
ทว่าทุกครั้งที่พอถึงเวลาแบบนี้ ซ่งฝูเซิง เฉียนเพ่ยอิง ซ่งฝูหลิง จะกินน้อย ดื่มน้อยอย่างรู้ตัว
ในพื้นที่พิเศษมีของให้กินมากมาย ไม่จำเป็นต้องแย่งคนพวกนี้กิน
ก็แค่บางครั้งควบคุมตัวเองไม่ได้
เพราะกินข้าวกับทุกคน ได้ยินเสียงเคี้ยว มองคนกลุ่มใหญ่ซดน้ำแกง กินข้าว เห็นแล้วมันน่าเอร็ดอร่อย
ด้วยเหตุนี้ซ่งฝูหลิงก็เลยเผลอกินหมั่นโถวหมดไปหนึ่งลูก นางบิดหมั่นโถวออก เอามะเขือยาวกับหมูสามชั้นใส่ตรงกลางแล้วกัดกิน
เถาฮวายื่นให้นางอีกลูกหนึ่ง “อ่ะ เอาชามข้าวมาสิ เดี๋ยวตักน้ำแกงให้อีก”
“พี่ คือข้า” ข้าไม่กินแล้วดีกว่า ซ่งฝูหลิงกัดหมั่นโถวอีกหนึ่งคำ
พวกกระโจมที่อยู่ข้างๆ อาเจ็ดสกุลเริ่นพูดกับอาสามสกุลเริ่น “นี่คือกลิ่นเนื้อ” เวลาไหนแล้ว กระโจมนั้นยังมีเนื้อให้กินอยู่อีก
อาสามสกุลเริ่นเอามือปิดจมูกหลับตา “อือ”
ด้านหน้ากระโจม มีเด็กหลายคนอยากมาชวนพวกหมี่โซ่ว ‘เล่น’ โดยไม่สนว่าฝนตกอยู่
พวกผู้ใหญ่มาอุ้มกลับ ลากกลับ พวกเขาก็ดิ้นอยู่บนบ่าพ่อ ออกแรงสะบัดมือแม่
แต่ก็พอเชื่อฟังอยู่ หรืออาจเป็นเพราะก็กลัวซ่งฝูเซิงด้วย
มีเด็กบางคนที่ถึงแม้จะวิ่งหนีออกมาได้ก็จะหยุดลงตรงหน้าคนสกุลซ่ง หันไปมองสีหน้าของซ่งฝูเซิง กัดนิ้วเรียกเสียงเบา “หมี่โซ่ว”
บ้างก็ตะโกนเรียกซ่งจินเป่า “จินเป่า”
เอาเป็นว่าพยายามหาคนรู้จัก แสดงออกว่าอยากกินทางอ้อม
แค่นี้ก็ถือว่าเรียบร้อยกันมากแล้ว
ซ่งฝูเซิงยืนหน้ากระโจม กวักมือเรียกพวกเด็กที่ถูกอุ้มกลับไป ตะโกนบอกผู้ใหญ่พวกนั้น “ปล่อยมาๆ มานี่ๆ ไม่ได้มีของดีอะไรหรอก ให้พวกเขาเข้ามาซดน้ำแกงสักหน่อยเถอะ”
จะไม่พอหรือเปล่า
ไม่พอก็ทำเพิ่ม
ลำบากแค่ไม่กี่วัน ทุกคนไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยกันขนาดนั้น ขอแค่ผ่านมันไปด้วยกัน อย่าคิดมาก
“ว้าว นึกไม่ถึงว่าอาสามของเจ้าจะดีขนาดนี้” เพื่อนร่วมชั้นเรียนของจินเป่าซดน้ำแกงร้อนๆ พลางพูด
เดิมทีผู้ใหญ่กับพวกเด็กๆ จะมีระยะห่าง อีกทั้งในสายตาของพวกเด็กๆ ในหมู่บ้าน ซ่งฝูเซิงเป็นคนที่เก่งมากยิ่งใหญ่มาก ยิ่งใหญ่จนพวกเขาไม่กล้ามีเรื่องกับหมี่โซ่ว กลัวหมี่โซ่วเอามาฟ้อง เดี๋ยวจะกลายเป็นการล้างแค้นขนานใหญ่ ท่านลุงหัวหน้าจะไปตามเอาเรื่องถึงบ้าน
คนอื่นมาฟ้องผู้ใหญ่ในบ้าน พ่อแม่ก็อาจจะถามถึงสาเหตุ แต่ถ้าเป็นท่านลุงหัวหน้าไปหาที่บ้าน พ่อกับแม่ต้องเอาพวกเขาตายโดยไม่ถามสักคำแน่นอน
ดังนั้นเวลาพวกเด็กๆ ในหมู่บ้านเห็นซ่งฝูเซิงก็จะเดินเลี่ยงอย่างนอบน้อมมาตลอด นึกไม่ถึงว่าท่านลุงหัวหน้าของพวกเขาจะคุยง่ายขนาดนี้
“แน่นอนอยู่แล้ว กับข้าวบ้านข้าอร่อยใช่ไหมล่ะ”
“อร่อย”
“ข้าจะบอกให้นะ นี่ไม่ใช่อาหารที่อาสามข้าทำ ไม่อร่อยหรอก ของที่อาสามของข้าทำต่างหากถึงจะสุดยอด ทั้งไก่รวน ไส้ผัด ไก่ตุ๋นเห็ด ไก่ผัดกรอบ เนื้อย่างสูตรเด็ด ซี่โครงตุ๋นถั่วฝักยาว…”
ยายาดึงชายเสื้อของซ่งฝูหลิง มองด้วยใบหน้าสกปรก ไม่ได้ล้างหน้าเพราะประหยัดน้ำ “พี่สาว นมแท่งของบ้านเราล่ะ ขนมถั่วก้อนล่ะ”
ยิ่งมีเด็กๆ ในกระโจมเยอะขึ้น ยายาก็ยิ่งนึกถึงขนม
“ไม่รู้เหมือนกัน แช่น้ำอยู่ในห้องใต้ดินแล้วมั้ง น่าจะไปหมดแล้ว”
“หา?”