ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 646-1 ใจปลงได้ก็มองเห็นได้ไกล
ตอนที่ 646-1 ใจปลงได้ก็มองเห็นได้ไกล
“โอ๊ะ บนกระสอบใบนี้ทำไมมีอักษรด้วยล่ะ”
เมียสาวของเริ่นกงซิ่นอยู่ในห้องเก็บของ ชี้กระสอบ หันไปถามสาวใช้ข้างตัว “อ่านว่าอะไร”
ตอนที่นางเพิ่งแต่งเข้ามาอยู่บ้านเริ่นกงซิ่น เริ่นกงซิ่นบอกจะซื้อสาวใช้มาปรนนิบัตินาง
เมียสาวคนนี้จึงจงใจเลือกคนที่หน้าตาธรรมดามาจากร้านขายแรงงาน เอาแบบที่ว่าไม่มีทางปีนขึ้นเตียง แต่ต้องรู้หนังสือ
ครอบครัวนี้ทุกคนรู้หนังสือหมด มากน้อยแตกต่างกันไป เมียสาวกลัวว่าเกิดวันไหนเริ่นกงซิ่นเป็นอะไรขึ้นมา นางจะอ่านไม่ออกแม้แต่หนังสือที่เป็นหลักฐาน
สาวใช้เอียงหน้ามอง “คุณนายเจ้าคะ ดูเหมือนจะอ่านว่าลู่”
เมียสาวดวงตาเปล่งประกาย ยื่นมือออกไปแกะเชือกที่มัดกระสอบด้านบน “ขอข้าดูหน่อยซิว่าข้างในใส่อะไรไว้”
แตงโม ในหนึ่งกระสอบมีแตงโมลูกใหญ่หกลูก มีสองกระสอบก็เท่ากับสิบสองลูก
แอปเปิ้ล สาลี่ กระสอบใหญ่เหมือนกัน ใส่มาเต็มๆ ถึงขั้นที่เชือกที่มัดกระสอบมีร่องรอยเหมือนจะปริออก
เอาแค่สาลี่กับแอปเปิ้ล ในความเป็นจริงซ่งฝูหลิงแอบสับเปลี่ยนไปก่อนแล้ว ตอนนางมาถึงหมู่บ้านก็เรียกหมี่โซ่วไปหลังบ้านให้ช่วยวิดน้ำ เอาแอปเปิ้ลที่เมื่อก่อนซื้อไว้ให้น้องชายใส่กระสอบ แล้วเอาแอปเปิ้ลอย่างดีที่ลู่พั่นให้ กับสาลี่ลูกใหญ่ ไปใส่ไว้ในพื้นที่พิเศษ
ฝูหลิงคิดว่าอยากจะยัดกระสอบทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่พิเศษรวมถึงเสบียงอาหารแห้ง อุตส่าห์ขนมาด้วยความยากลำบากยังจะต้องเข็นไปเก็บไว้ที่บ้านคนอื่นอีกเหรอ ให้คนอื่นเห็นว่าบ้านเรามีอะไรบ้าง
แต่ว่าทำแบบนั้นไม่ได้
อย่างเสบียงอาหารแห้ง ปู่ทวดเป็นคนละเอียดขนาดนั้น ขนาดนอนละเมอยังบอกบัญชีได้อย่างละเอียดยิบ ในบ้านมีข้าวสารอย่างดีกี่กระสอบ มีข้าวฟ่างเท่าไหร่ เกิดอยู่ๆ เสบียงอาหารหายไป เขาจะต้องสังเกตเห็นแน่นอน
ส่วนลู่พั่นให้ของมามีทั้งหมดกี่กระสอบ หลายคนได้เห็นแล้ว อีกทั้งส่วนใหญ่ถูกขนมากับรถม้าที่พวกปู่ใหญ่นั่งมา
พ่อของนางเน้นย้ำอยู่หลายครั้งว่า ตอนนี้เราไม่ได้กำลังลี้ภัย
ตอนนั้นปัญหาที่เผชิญคือการดำรงชีวิต ใช้ของในพื้นที่พิเศษ ไม่ว่าจะเอาออกมาหรือใส่เข้าไปก็ห้ามเอาเยอะ เอาความปลอดภัยเป็นหลักไว้ก่อน
ส่วนตอนนี้ปัญหาคือจำนวนมากหรือน้อย
ยอมลำบากหน่อย คิดเสียว่าไม่มีพื้นที่พิเศษ ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ ก็ห้ามทำให้คนจับพิรุธได้เพียงเพราะอยากปกป้องทรัพย์สิน
ของกินจะมีค่ากี่สตางค์กันเชียว หากถูกคนสงสัยเข้า ครอบครัวนี้สามคนมีความลับที่ยิ่งใหญ่ แบบนั้นเงินจะช่วยแก้ปัญหาได้เหรอ เช่นนั้นต้องทำยา ยาที่ทำให้คนที่จับได้สูญเสียความทรงจำถึงจะแก้ปัญหาได้
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมครอบครัวของซ่งฝูเซิงยังต้องขนของออกจากบ้านเหมือนครอบครัวอื่น
แต่ทั้งสามคนก็ยังแอบขนของเข้าไปเก็บบ้างอยู่ดี หลักๆ คือฝูหลิงรับหน้าที่ไป ความสามารถของนางคือเอาของเข้าไปไว้ในพื้นที่พิเศษได้ สะดวกมาก
อย่างเช่นช่วงที่ย้ายของออก นางเอาของสำคัญอย่างหนังสือ ตั๋วเงิน เงินทองทั้งหมดของครอบครัว ครีมทาหน้า เสื้อผ้าลับๆ ยัดเข้าไปในพื้นที่พิเศษให้หมด
เหนื่อยจนเมื่อยบ่า เก็บน้ำที่ตอนนี้ทุกคนคิดว่ามีค่ามากเข้าไปไม่น้อย
ตอนนี้ภายในพื้นที่พิเศษเต็มไปด้วยกะละมังน้ำ
ไม่กล้าใช้กะละมังในบ้านยุคโบราณใส่น้ำ ฝูหลิงกลัวหมี่โซ่วจะสังเกตเห็น ใช้กะละมังล้างหน้าของยุคปัจจุบัน ชามข้าว อะไรก็ตามที่ใส่น้ำได้ วางเต็มพื้น คล้ายวางทุ่นระเบิด เวลาเข้าไปในพื้นที่พิเศษต้องระวัง เดี๋ยวจะเหยียบคว่ำเอาได้ง่าย
รวมถึงสับเปลี่ยน แบ่งของออกมาจากแต่ละกระสอบเสบียงอาหารแห้งของบ้านตัวเองแล้วเอาของกินยัดเข้าไปจำนวนหนึ่ง
อย่างพวกซี่โครงเนื้อแน่นๆ นางก็หยิบออกมาจากสองกระสอบแล้วใส่ไว้ในพื้นที่พิเศษ วางเต็มเคาน์เตอร์ห้องครัวในพื้นที่พิเศษ
หัวใจกวางกับเขากวางที่ราคาแพง ผลไม้ต่างๆ เช่น ลูกหยางเหมย ลูกผีผา นางก็ยัดเข้าพื้นที่พิเศษทั้งหมด
บางอย่างไม่มีที่วางแล้ว นางก็วางบนโซฟา บนโต๊ะรับแขก บนเตียง บนขอบหน้าต่าง
บ้านคือขุมทรัพย์ พอได้ลองเก็บของดูก็พบว่า ในช่วงสองปีนี้ก็สร้างทรัพย์สมบัติในบ้านยุคโบราณไว้ไม่น้อยเหมือนกัน
เอาแค่นี้ซ่งฝูหลิงก็หยิบของกินออกมาจาก ‘กระสอบลู่’ ไม่น้อยแล้ว บนเตียงของนางในพื้นที่พิเศษวางไก่ไว้หลายตัว เล่นเอาเมียสาวของเริ่นกงซิ่นถึงกับงง
“บ้านอื่นจะกินไก่ทีค่อยฆ่า แต่ไก่ของพวกคนฝั่งนู้นกลับใส่ไว้ในกระสอบ”
ขณะที่เมียสาวของเริ่นกงซิ่นพูดยังได้ใช้เล็บจิกเข้ากระสอบที่ใส่สาลี่ กระสอบใบนั้นถูกเฉียนเพ่ยอิงเอาเชือกป่านมัดไว้ นางแกะไม่ออก กลัวจะถูกจับได้จึงเอาเล็บจิกตรงรูว่างๆ จากนั้นก็เอามาดม “สาลี่ภูเขา”
“คุณนายเจ้าคะ พวกกระสอบตรงบ่าวเป็นเนื้อหมูทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ ครอบครัวพวกเขามีเนื้อหมูเยอะขนาดนี้จะต้องมีหมูกี่ตัวกัน เข่งใหญ่พวกนั้นใส่ผักหมดเลยเจ้าค่ะ”
สาวใช้ยืนขึ้นพลางพูดต่อ “มิน่าคนในหมู่บ้านถึงบอกว่าบ้านเขามีเงิน ดูท่าการค้าที่ทำข้างนอกจะต้องทำเงินให้มากแน่นอน”
เมียสาวของเริ่นกงซิ่นตรวจดูทรัพย์สินของ ‘เก้าสกุล’ ต่อพลางพูด “ข้าว่าไม่ใช่แค่ทำการค้าข้างนอกแล้วหรือเปล่า”
“หา? เช่นนั้นยังจะมีอะไรอีกหรือเจ้าคะ ผลผลิตในสวนหรือ แต่พื้นที่ของพวกเขาเป็นพื้นที่ร้างทั้งหมด ต่างกับของนายท่านของคุณนายลิบลับ สวนของบ้านเราดีกว่าของพวกคนฝั่งนู้นเยอะ ผลผลิตก็ได้มากกว่า แถมบ้านเรายังมีสวนตั้งสองที่”
คำพูดแบบนี้ เมียสาวของเริ่นกงซิ่นชอบฟัง นี่ก็แสดงว่าบ้านพวกนางยังคงร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของหมู่บ้าน
“ข้าหมายความว่า เจ้าอย่าดูแค่ทำการค้า ดีไม่ดีหัวหน้าของคนพวกนั้นคงหาเงินมาได้ไม่น้อยตอนไปรับราชการ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงไม่ทำแล้วล่ะ ยังจะเหนื่อยไปสอบจอหงวนทำไม ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกเชื่อล่ะ ข้าว่าเขาโกงเงินมาเยอะมากจนกลัวเกิดเรื่องล่ะไม่ว่า”
“คุณนาย อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้านายท่านนะเจ้าคะ นับตั้งแต่คุณชายรองกับคุณชายสามกลับมา นายท่านก็ไม่ชอบฟังอะไรแบบนี้ แถมยังทำดีกับพวกเขามากด้วย”
เมียสาวของเริ่นกงซิ่นเบ้ปาก ก็ใช่น่ะสิ เมื่อก่อนท่านพี่เหยียบคนพวกนั้นจมดินอย่างกับอะไรดี
“ใครอยู่ในนั้น” เมียของเริ่นจื่อจิ่วเปิดประตูห้องเก็บของ
มองแม่เลี้ยงที่อายุน้อย “เดี๋ยวนะ ข้างนอกสภาพอากาศแบบนั้น เจ้าควรจะเป็นห่วงพ่อสามีข้าให้มากหรือเปล่า ไปตั้งหลายวันแล้วยังไม่กลับมา แล้วก็ลูกสาวเจ้าร้องแล้วไม่ได้ยินหรือไง เจ้ามาที่นี่ ที่นี่เป็นที่เก็บข้าวของของสกุลซ่ง พวกเขาไว้ใจพวกเราถึงได้เอามาไว้บ้านเรา เกิดพวกเขามาเห็นเข้าจะคิดอย่างไร”
“ข้าก็แค่อยากมาดูหน่อยจะเป็นไรไป” เมียสาวของเริ่นกงซิ่นบ่นพึมพำ ลูกสาวร้องเหรอ ไม่เห็นได้ยิน รู้สึกโมโหเมียของเริ่นจื่อจิ่วอย่างบอกไม่ถูก รีบเดินออกไปพร้อมกับสาวใช้
จะไม่โมโหได้เหรอ
นับตั้งแต่ลูกเลี้ยงคนรองกลับมาก็ให้ความสำคัญกับเมียมากขึ้น ตอนนั้นก่อนไปเพิ่งแต่งอนุเข้ามาใหม่ก็ไม่สนใจแล้ว ผู้หญิงคนนั้นยังแอบมาร้องไห้กับนางหลายครั้ง บอกว่าเริ่นจื่อจิ่วกลับมานานขนาดนี้แล้วเคยไปที่ห้องของนางแค่สองครั้ง กลัวว่านานวันเข้าจะถูกเอาไปทิ้งให้ทำงานที่สวน
อีกทั้งแม้แต่ท่านพี่ก็เห็นความสำคัญของสะใภ้รองมากขึ้น
เอาแต่พูดว่าอะไรนะ พอถึงเวลาสำคัญก็ต้องพึ่งเมียใหญ่นี่แหละ
คำพูดนั้น ทำไมนางถึงไม่ชอบฟังก็ไม่รู้
เมียของเริ่นจื่อจิ่วมองแม่เลี้ยงยังสาวที่รีบร้อนเดินออกไปท่ามกลางสายฝน แอบถลึงตาใส่
นางเข้าไปตรวจดูในห้องเก็บของก่อน กลัวของของสกุลซ่งจะหาย
นางคิด คืนนี้ลูกสาวกับเมียของหัวหน้าก็ยังจะต้องค้างที่นี่ เมื่อคืนฉุกละหุก เลยต้องให้นอนเตียงเดียวกับพวกผู้หญิงในหมู่บ้าน วันนี้จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้อีก
ทางที่ดีจัดหาห้องเล็กๆ ให้สองแม่ลูกคู่นั้นนอนกับพวกเด็กๆ เอาที่สะอาดและสงบ
ห้องน้องสามดีไหม
ไม่ดีๆ เมียของเริ่นจื่อจิ่วนึกถึงเรื่องที่เริ่นจื่อฮ่าวเคยอยากสู่ขอพั่งยา
ถ้าไม่มีเรื่องนั้นนางคงไม่คิดมาก
พอเคยมีเรื่องแบบนั้น เมียของเริ่นจื่อจิ่วก็คิดว่าต้องเลี่ยงข้อครหา กลัวเริ่นจื่อฮ่าวจะทึกทักเอากับพั่งยา ห้ามเปิดโอกาสให้น้องสามีรนหาที่ตายเด็ดขาด
“เมียจื่อจิ่ว รบกวนเจ้าแล้วนะ”