ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 647-2 ความรู้ตีกัน
ตอนที่ 647-2 ความรู้ตีกัน
ยายซุนถลึงตาใส่ลูกชาย เติมฟืนเข้าเตา ในความเป็นจริงตอนนั้นที่ไม่ให้สมัครไปเป็นเพราะนางเห็นว่างานขนของต้องเดินทางไกล กลัวลูกชายจะเกิดเรื่องอะไรเข้า แถมลูกชายยังเป็นคนซื่ออีกด้วย
“เลิกพูดเรื่องพวกนี้ก่อน เจ้าคิดว่าหัวหน้ามีกิจการแค่รับขนของหรือไง…
…เอาเป็นว่า เจ้าโผล่ไปให้เขาเห็นบ่อยๆ ย่อมมีข้อดีอยู่แล้ว งานในบ้านไม่ต้องใช้เจ้าหรอก…
…เดี๋ยวแม่เอาพวกขอนไม้ให้ เจ้าเอาไปส่ง…
…วันฝนตกแบบนี้เอาให้หัวหน้าไปก่อไฟอังเสื้อผ้า ผิงไฟ…
…ชวนเขาคุยด้วย ไม่ใช่วางของเสร็จก็เดินออกมา เขาจะรู้ไหมล่ะว่าบ้านไหนเอามาให้ วันๆ แม่ก็วุ่นอยู่แต่กับเรื่องของเจ้า…
…รอนมหม้อที่สองเสร็จก่อนค่อยใส่ถังของบ้านเราหิ้วไป”
ลูกชายยายซุนสงสัย “ท่านแม่ ทำไมต้องรอหม้อที่สองด้วยล่ะ นี่ก็ต้มอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“หม้อแรกข้าไม่ได้ล้างหม้อ!”
ทำไมถึงได้พูดมากแบบนี้ มีน้ำเยอะขนาดล้างให้สะอาดแบบตอนปกติที่ไหนกัน บอกให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะน่า
ลูกชายยายซุนก็ทำตามคำสั่ง
หิ้วนมร้อนไป เขาตะโกนที่ด้านนอกกระโจมว่า “นมเสร็จแล้ว ใครคอแห้งก็มาดื่มได้” ไม่ได้บอกซ่งฝูเซิงเป็นการส่วนตัว
ขอนไม้กับฟืนแห้งที่แม่ใส่กระสอบให้ เขาก็เอาไปวางตรงมุมหนึ่งของกระโจมแล้วก็จบงาน หนาวก็ก่อไฟกันเอาเองนะ
ไม่มีใครได้รับรู้ความดีของเขาเลยจริงๆ
อีกทั้งพ่อหนุ่มคนนี้ไปแล้วไม่ยอมกลับบ้าน
หลังจากจับปลาเสร็จ สั่งทุกคนให้ดื่มนมแทนน้ำ ซ่งฝูเซิงก็ไปจัดการเรื่องอื่นต่อแล้ว
นั่นก็คือเรื่องอุจจาระของคนและสัตว์
ช่วงสองสามวันนี้ฝนตกหนัก ในหมู่บ้านมีดินโคลนไหลมา เดินไปตามถนนหนทางของบ้านนอก ใช้คำพูดของลูกสาวเขาก็คือ ไม่มีเมฆและสายรุ้งหลากสี ไม่มีเสียงเพลงอันไพเราะ ไม่มีวัวเดินเป็นเพื่อน มีแค่เดินไม่ดีระวังเหยียบขี้
ในโคลนนั่น แยกไม่ออกหรอกว่าของคนหรือสัตว์
ไม่อย่างนั้นลูกสาวเขาจะกลับไปเปลี่ยนรองเท้าเหรอ บอกว่าไม่เอาแล้วรองเท้าคู่นั้น โยนเข้าไปเผาในเตาเรียบร้อย
ซ่งฝูเซิงจึงคิดว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆ
ตอนนี้ฝนยังตกอยู่ ถ้าฝนหยุดตก น้ำลด ทั้งหมู่บ้านเคยแช่น้ำมาก่อน ถึงแม้จะไม่มีทางได้เห็นขยะแบบยุคปัจจุบันอย่างกระดาษชำระหรือขวดพลาสติก แต่ขยะในชีวิตประจำวันก็มีอยู่ไม่น้อย
สกปรกเลอะเทอะ
โดยเฉพาะอุจจาระ ที่นี่ไม่เหมือนยุคปัจจุบันที่มีเทศบาลเมืองดูแล ที่นี่ไม่มีทางระบายน้ำ
เช่นนั้นพอถึงเวลาฟ้าเปิด อุณหภูมิสูงขึ้น แมลงวันก็จะแห่เข้ามาในหมู่บ้าน พวกแมลงบินกันให้ว่อน มีเหรอจะหนีพ้นความเจ็บป่วยได้ พวกโรคระบาดก็เกิดเพราะแบบนี้นี่แหละ
พอนึกถึงจุดนี้ ซ่งฝูเซิงก็รีบเรียกรวมลูกมือ ลูกชายของยายซุนก็อยู่ในนั้นด้วย “ตามข้ามา”
เลือกทำเลก่อน เลือกจุดที่อยู่ไกลจากแหล่งน้ำ อีกทั้งยังเป็นจุดที่พวกชาวบ้านจะขนพวกอุจจาระไปได้ง่าย ขุดหลุม
ทำงานกันท่ามกลางสายฝน เตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้เพื่อรับมือหลังฝนหยุดตก
ซ่งฝูเซิงพูดกับพวกผู้ชายที่เขาพามาว่า “หนึ่งหลุมเอาไว้ใส่ขี้ของเป็ดไก่” มูลของเป็ดไก่ต้องผสมกับขี้เถ้าหญ้าก่อนถึงจะใช้เป็นปุ๋ยได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเอาไปใช้ทันที จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลง
“ขุดอีกหลายๆ หลุมเอาไว้ใส่ขี้คน ขี้วัว ขี้หมู ขี้ล่อ เข้าใจไหม”
เข้าใจน่ะเข้าใจอยู่หรอก ก็แค่งง
อย่างขี้วัว ถ้าอากาศไม่ได้เลวร้ายแบบนี้ ตากแห้งเสร็จก็เอาไปเป็นเชื้อเพลิง แบบนั้นแหละของดี
ทั้งยังสามารถเอาผสมอาหารให้หมูในหมู่บ้านกินได้ด้วย หมูที่กินอาหารผสมขี้วัวจะอ้วนท้วนสมบูรณ์ บ้านเหล่าหวังครอบครัวใหญ่ที่เลี้ยงหมูในหมู่บ้าน ต่อให้ไม่ให้เงิน แต่ก็ไม่รับไว้โดยไม่มีอะไรตอบแทน สองสามวันก็จะให้แป้งข้าวโพดทีละสองจิน
เรื่องนี้กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว ครอบครัวที่ช่วยเลี้ยงวัวทำกันมาแบบนี้ตลอดตั้งแต่วันที่รับเลี้ยงวัวนม
ต่อให้ไม่ใช่ขี้วัวขี้ม้า ขี้หมูขี้คนก็มีค่าทั้งนั้น ไม่ใช่ขี้หมาเสียหน่อย
หมู่บ้านอู่ฝูที่อยู่ข้างๆ ก็มีคนทำการค้าแบบนี้ นั่งเกวียนเข้าเมืองไปรับซื้อ ‘ขยะหอม’ แต่เช้าตรู่ รับซื้อเสร็จก็กลับหมู่บ้านเอามาขายให้เศรษฐีที่มีที่ดินเยอะ ห้ามดูถูกเชียวนะ การค้าแบบนี้ไม่ต้องลงทุน ได้เงินเต็มๆ
ซ่งฝูเซิง มีค่าแล้วพวกเจ้ายังทำกันเละเทะขนาดนี้อีกเหรอ เดินเหยียบไปทั่ว ตอนนี้เพิ่งจะมาเห็นค่าของมันอย่างนั้นเหรอ อีกอย่าง นี่ก็ไม่ได้ให้ฝังไว้เสียเปล่า แค่เอามาจัดการในที่เดียว นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป อุจจาระของทั้งหมู่บ้านจะเอามาฝังรวมกัน ปีหน้าก็จะได้ใช้เป็นปุ๋ย
ก็แค่ช่วงนี้เอาขี้วัวไปตากแห้งไม่ได้ รอฟ้าโปร่งค่อยว่ากัน
แต่ต่อให้ฟ้าโปร่งแล้ว ซ่งฝูเซิงคิดว่าก็ต้องดูสถานการณ์สัตว์เลี้ยงไว้ใช้แรงงานของแต่ละบ้านก่อน รวมถึงวัวนมของเขา ขี้วัวที่มาจากวัวป่วยจะเอามาตากแห้งไว้ใช้ไม่ได้ ต้องจัดการทันที
วัวหรือสัตว์ปีกที่ป่วยจะต้องกักแยกออกมาหรือฆ่าทิ้งและก็ห้ามกิน แต่นั่นล้วนเป็นเรื่องหลังฝนหยุดตก
“ระวังเท้า เวลาทำต้องระวัง”
ซ่งฝูเซิงเพิ่งพูดจบก็ได้ยินเสียงครืน “เสียงอะไร”
หัวหน้าตระกูลเริ่นก็มองซ่งฝูเซิง “ข้าฟังดูทำไมเหมือนเสียงมาจากทางแม่น้ำล่ะ คงไม่ใช่ว่าตรงที่จับปลาเกิดเรื่องขึ้นนะ”
ซ่งฝูเซิงที่สวมเสื้อฟางกันฝน รีบวิ่งกระหย่องกระแหย่งเข้าไปในหมู่บ้าน ข้างหลังมีคนตามมาเป็นพรวน
“เกิดอะไรขึ้น”
“กังหันน้ำล้ม โชคดีไม่ทับคน!”
ซ่งฝูเซิงหลับตาลง รู้สึกโล่งอก “จับได้เท่าไหร่แล้ว ขึ้นมาให้หมด ขึ้นมาก่อน”
ไม่มีคนตอบเขา เพราะตรงผิวน้ำเกิดเหตุการณ์ที่น่าตะลึง
“เอ๊ะๆๆ” ตะโกนไม่ออกแม้แต่คำว่า ‘ดึงไว้’ ซ่งฝูกุ้ยถูกน้ำพัดไป ตอนนี้กำลังจะกระแทกกับสะพานที่ข้ามไปบ้าน
ส่วนชาวหมู่บ้านสองคนที่ดึงเชือกของเขาก็ถูกแรงกระชากดึงลงน้ำไปด้วย
โชคดีที่เถียนสี่ฟา หวังจงอวี้ ซ่งฝูโซ่ว ซ่งฝูลู่ ได้ยินเสียงฝูกุ้ย จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยดึงเชือกไว้
ชั่วขณะนั้นซ่งฝูกุ้ยเอามือกุมหน้ากุมหัวไว้แล้ว หยุดอยู่หน้าสะพานในระยะประชิด
ไม่ห่างกันมาก ห่างแค่นิดเดียวจริงๆ
เขามองลอดหว่างนิ้ว อื้อหือ ตกใจหมด
นี่เรียกอะไร เรียกเกือบตาย
สวรรค์เมตตาเขามาตลอด
เพราะเขาหน้าตาดีใช่ไหมล่ะ เคยขึ้นเหนือลงใต้ มีความรู้แถมยังมีวิชาป้องกันตัว เก่งขนาดนี้แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ยังเห็นใจ
“ไอ๊หยา ฝูกุ้ย!” ท่านลุงซ่งยืนอยู่ในน้ำที่ระดับถึงเอว เอามือทาบอกพลางพูด
ท่านลุงซ่งตกใจมาก รีบวิ่งลงน้ำโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
เจ้าหนุ่มพวกนี้จับปลาไม่รู้จักพอ เมื่อครู่หัวใจเขาร่วงหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
ส่วนฝูกุ้ยก็ตื่นเต้นมาก อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี
ขณะที่ว่ายน้ำกลับ เอากะละมังไม้ใส่ปลาให้คนข้างๆ ทันใดนั้นเขาก็สวบลงน้ำไปหนึ่งที
โอ๊ะโอ๋
นี่อะไร
“ท่านลุงซ่ง ดูสิข้าจับเต่าได้ด้วย”
ท่านลุงซ่งด่าเขา เจ้าบ้าเอ๊ย ยังจะห่วงของพรรค์นั้น เอากระดองออกก็เหลือเนื้อไม่เท่าไหร่แล้ว เลิกกินน้ำสกปรกแล้วรีบขึ้นมา
ซ่งฝูเซิงลุยน้ำเข้ามาได้ยินพอดี “อะไรนะ เต่าเหรอ”
“ใช่ เต่า ฝูเซิง!”
“จับเยอะหน่อย ใครอยู่แถวนี้มาช่วยหน่อย จับอีก”
จับพวกมันมาทำไม
ท่านลุงซ่งหันกลับมามองซ่งฝูเซิง
หัวหน้าตระกูลเริ่นที่อยู่บนหลังลูกชายคนสามก็มองซ่งฝูเซิง
“ต้องมีประโยชน์อยู่แล้ว” ซ่งฝูเซิงอธิบาย เดี๋ยวพอฝนหยุด เราจะดื่มน้ำในบ่อทันทีไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ต่อให้ตักน้ำ พวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าต้องตักถึงระดับไหนถึงจะดื่มได้
ที่นี่ก็ไม่มีเครื่องมือวัดระดับน้ำเสียด้วย
“พอถึงเวลาตักน้ำก็เอาเต่าใส่ลงในบ่อ ให้มันลองอยู่ในน้ำ ถ้ามันอยู่รอด พวกเราก็กินได้”
ชาวหมู่บ้านที่ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกงง “ไปฟังใครพูดมา ในหนังสือบอกไว้เหรอ”
“เอามาจากทหารตระกูลลู่”
ซ่งฝูเซิงเล่าให้ทุกคนฟังว่า ตอนทหารข้าศึกถอยทัพก็จะจัดการพื้นที่ตรงนั้น เอาอะไรไปได้ก็เอาไป อันไหนเอาไปไม่ได้ก็ทำลาย อย่างเช่นวางยาพิษในบ่อน้ำ
หลังจากที่แม่ทัพติ้งไห่ตีเมืองแตกก็จะสั่งให้ทหารทยอยปล่อยเต่าใส่บ่อน้ำ ถ้าเต่าอยู่ไม่ได้ ก็ต้องปิดตายบ่อน้ำนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านตาสีตาสาไปดื่มน้ำที่ปนเปื้อนยาพิษ
“เช่นนั้น ทหารข้าศึกไม่กลัวชาวบ้านไปกินน้ำมีพิษบ้างเหรอ”
ไม่รอให้ซ่งฝูเซิงตอบ ชาวบ้านแถวนั้นก็ชิงตอบก่อน “เป็นถึงทหารข้าศึกแล้วยังจะสนความเป็นความตายของชาวบ้านอีกเหรอ แม่ทัพติ้งไห่ทำถูกแล้ว!”
“ใช่ อย่างนั้นแหละ สมควรเอาพวกมันให้ตาย!”