ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 648 ลาภปาก
ตอนที่ 648 ลาภปาก
พวกคนที่จับปลาขึ้นฝั่งมาทั้งหมด
แต่ละคนเหนื่อยจนไม่สนว่าฝนจะตกอยู่หรือเปล่า แม้แต่กระโจมก็ไม่เข้า นั่งลงไปบนพื้นทันที
ถอดเสื้อออกมาบิดเอาน้ำออก
ถอดรองเท้า นิ้วเท้ามีแต่โคลน
ทุกคนหายใจหอบ กำลังจะเอาปลามาล้างน้ำฝนเพื่อทำอาหาร ตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว หิวมาก
หัวหน้าตระกูลเริ่นจึงจัดแจงให้ “จะกินด้วยกันหรือเอากลับบ้านก็ได้ แต่พูดไว้ก่อนนะ ถ้าเอากลับบ้านไปต้องจำไว้ว่าห้ามกินหัวปลา ล้างน้ำให้ดี น้ำในแม่น้ำไม่สะอาด ไม่เหมือนตอนปกติ ต้องจัดการให้สะอาดก่อนค่อยกิน ตอนนี้ห้ามมักง่าย ใช่ไหม ฝูเซิง”
พอหันไปก็เห็นท่านลุงซ่ง
จากนั้นท่านลุงซ่งกับพวกหัวหน้าตระกูลเริ่นก็พบว่า ฝูเซิงหายไปแล้ว
ภายในห้องลูกชายเริ่นจื่อจิ่ว
พอหมี่โซ่วเปิดประตูเข้ามาก็รีบหันกลับไปทันที ทำมือให้เงียบเสียงใส่พวกพี่น้องที่อยู่ด้านหลัง
พวกจินเป่าที่อยู่ด้านหลังเดินย่องมองเข้าไป เข้าใจแล้ว อาสาม อาสะใภ้สามแล้วก็พี่พั่งยาหลับกันอยู่
หมี่โซ่วย่องขึ้นเตียง ช่วยห่มผ้าให้ จากนั้นก็ปิดประตูสนิทแล้วออกไป
ในเวลาเดียวกันภายในพื้นที่พิเศษ
ซ่งฝูเซิงกินข้าวพลางยกนิ้วโป้งให้เฉียนเพ่ยอิง “น้ำแกงนี่รสเด็ดมาก ข้าล่ะยอมเจ้าเรื่องนี้เลยจริงๆ บ้านเรายังมีเต้าหู้สดไหม”
“อืม ข้าคิดว่าเอาของเข้ามาเก็บในนี้ยังไงก็คงอยู่สภาพเดิม ไม่มีเสีย ตอนนั้นซื้ออะไรก็เลยซื้อมาเยอะหน่อย ให้ลูกเอาเข้ามาไว้ นี่เป็นของที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ เต้าหู้พวกนี้เป็นของที่ครอบครัวไป๋ให้มาเมื่อหลายวันก่อน”
เฉียนเพ่ยอิงพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มพลางชี้ห้องครัว “ดูสิ ยังมีเต้าหู้ก้อนใหญ่ที่ไอร้อนลอยกรุ่นอยู่ตรงนั้น น่ากลัวมาก เห็นแล้วยังกลัว”
กลัวอะไร ก็กลัวฟังก์ชันนี้ของพื้นที่พิเศษน่ะสิ
ซ่งฝูเซิงถามต่อ “น้ำจิ้มนี่ ใช่น้ำจิ้มเผ็ดของเกาหลีที่อยู่ในบ้านหรือเปล่า ใช้เตาแอลกอฮอล์ต้มไหม แล้วน้ำล่ะ ใช้น้ำขวดมาต้มแกงหรือเปล่า ต้องใช้น้ำขวดนะ ทางที่ดีอย่าใช้น้ำที่วางเก็บไว้บนพื้น”
“ท่านพ่อ วางใจเถอะ ท่านแม่รู้น่า ยังต้องถามอีกเหรอ ก็ต้องใช้น้ำขวดอยู่แล้ว”
ซ่งฝูหลิงดึงหม้อมาแล้วตักข้าวอีกชาม ทำเป็นข้าวราดแกงเผ็ดเนื้อ
แกงร้อนๆ ของแม่เข้ากันกับวันฝนตกเป็นอย่างดี
ในหม้อแกงมีเนื้อวัวหั่นเต๋า ผักกาดขาว เห็ดหอมหั่น เต้าหู้ แถมยังใส่ไข่ ซดน้ำแกงร้อนๆ รู้สึกโล่งจมูกดี
เฉียนเพ่ยอิงยื่นเนื้อซี่โครงให้ลูกสาวหนึ่งชิ้น “อย่าเอาแต่กินข้าวราดแกง แทะเนื้อบ้าง”
ซ่งฝูหลิงกอดชามข้าวหนีด้วยความรังเกียจ
“เด็กคนนี้นี่ แม่ล้างสะอาดแล้ว เอาน้ำขวดล้างเลยด้วย”
“ไม่ใช่เรื่องล้างหรือไม่ล้าง เนื้อที่ใช้เตาแอลกอฮอล์ทำมันจะสุกเหรอ”
“ทำไมจะไม่สุกล่ะ วันนี้ข้าเข้ามาดูหม้อตั้งหลายรอบ เจ้าลองชิมดูว่าสุกไหม”
ซ่งฝูเซิงรับเนื้อซี่โครงมาแทะไปหนึ่งคำ เคี้ยวเนื้อติดเอ็นพลางพูดเสียงอู้อี้ “ข้าว่าสุกนะ ถ้าลูกไม่ชอบกิน ตรงนั้นมีเนื้อหมักไม่ใช่เหรอ แม่ไปหั่นมาหน่อยสิ”
“ท่านแม่ ขอแตงกว่าหนึ่งลูก มันเปลี่ยนกลับมาได้ ทำไมคุณแม่ชอบลืมกินมันล่ะ”
เฉียนเพ่ยอิงถลึงตาใส่ลูกสาว “รอเดี๋ยว”
ขณะหั่นเนื้อวัวนางก็พูดพึมพำ “ดูสิว่าคนอื่นกินอะไรกัน ปลาที่จับได้ แม้แต่เกลือก็ไม่ทา ไม่มีน้ำมันแม้แต่น้อย เจ้ายังจะเรื่องมากอีก”
วางมีดลง ทันใดนั้นเฉียนเพ่ยอิงก็พูดขึ้น “จริงสิเหล่าซ่ง เดี๋ยวแม่จะต้มแกง อย่ามาห้ามด้วยนะ ช่วยยกออกไปให้พวกหมี่โซ่วกินด้วย”
ซ่งฝูเซิงถือเนื้อซี่โครงหันไปมองภรรยา “ใครห้ามเจ้า ต้มให้ข้าหม้อหนึ่งด้วยได้ไหม ข้าก็จะเอาด้วย”
“หา?” เฉียนเพ่ยอิงสงสัย “พวกเราพักอยู่ห้องของหลานชายเริ่นกงซิ่น เรียกพวกหมี่โซ่วเถาฮวาเข้ามากินไม่มีใครเห็น นอนกันอยู่ในห้องนั้น ไม่สะดุดตา เจ้าไม่ได้หรือเปล่า มีคนล้อมหน้าล้อมหลังตลอด”
ซ่งฝูเซิงกับซ่งฝูหลิงมองหน้ากัน ยิ้มให้ลูกสาว “พ่อจะเรียกพวกเขาไปที่ห้องที่ให้เสี่ยวหงอยู่ตรงหน้าหมู่บ้าน ลูกพ่อ พวกเรารู้กัน ช่วยเอาไปส่งให้หน่อยนะ”
“ได้เลย”
เฉียนเพ่ยอิงฟังแล้วก็แอบร้อนใจ “เช่นนั้น ข้าจะรีบกินแล้วเดี๋ยวจะไปต้มเลย”
“ไม่รีบ ท่านแม่ ทำไมข้ารู้สึกว่าท่านแม่งานยุ่งมาก”
ซ่งฝูหลิงกินเสร็จก็ไปนั่งที่โซฟา มือข้างหนึ่งถือถุงมันฝรั่งทอด มืออีกข้างถือองุ่นกิน
พูดจบก็รู้สึกว่า ท่านแม่จะไม่ยุ่งได้อย่างไร ก็เพราะมีสามีเรื่องเยอะอย่างท่านพ่อนี่แหละ
ซ่งฝูเซิงนอนอยู่บนเตียงในห้องใหญ่ สักพักก็กำชับอีก “เพ่ยอิง หัวหอมนั่นของบ้านเรา อย่าใช้ผิดนะ ส่วนพวกเนื้ออะไรนั่น ใช้ที่ลู่พั่นให้มา”
“เพ่ยอิง ครั้งนี้ต้องใช้น้ำที่ลูกตุนไว้ อย่าใช้น้ำบ้านเรา”
“ส่วนซอส ซอสเผ็ดเกาหลีของลูกเหลือแค่ครึ่งกระปุกแล้ว กินหมดก็ไม่มีแล้ว เจ้าอย่าใช้ผิดนะ”
ถ้าใช้ผิดเขาต้องกินมันทั้งหมดถึงจะเปลี่ยนกลับมาได้ เหนื่อยตายพอดี
“รู้แล้วๆ เอาให้พวกเด็กๆ กินใส่ซอสเผ็ดไม่ได้ ส่วนของที่เจ้าจะเอา ให้ทำแบบเผ็ด ข้าจำได้ รีบนอนไปเถอะ ยิ่งพูดข้าก็ยิ่งงง เมื่อคืนเจ้าก็ไม่ได้นอนเลย”
ฝูหลิงเด้งออกจากพื้นที่พิเศษไปก่อน เพราะนางเข้าไปเร็ว
ตอนที่ฝูหลิงถูกดีดออกไป เฉียนเพ่ยอิงกำลังนั่งอยู่หน้าเตาแอลกอฮอล์ มองบนโซฟาที่เหลือเพียงถุงมันฝรั่งทอด ลูกสาวหายไปแล้ว
“เหล่าซ่ง เหล่าซ่งตื่นสิ ข้าก็จะถูกดีดออกไปแล้วนะ มาดูเตาหน่อย ข้าจะได้ออกไปหาหม้อสองใบพอดีด้วย เดี๋ยวให้ฝูหลิงเอาเข้ามาใส่แกง”
เพื่อกับข้าวและอาหารแค่นี้ ซ่งฝูเซิงถูกดีดออกไปสองครั้ง ซ่งฝูหลิงกับเฉียนเพ่ยอิงสามครั้ง
พวกเขาสามคน ไม่ง่ายเลยกว่าจะทำของกินแค่นี้เสร็จ
แต่ความลำบากทั้งหมดก็คุ้มค่าเมื่อได้เห็นญาติๆ ในยุคโบราณกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
พอหมี่โซ่วเห็นป้าทำของอร่อยมาเยอะแยะแบบนี้ก็รีบไปลงกลอนประตูทันที
“ว้าว อาสะใภ้สาม” จินเป่าตะลึง มองหม้อแล้วมองเฉียนเพ่ยอิง ยังมีอาหารแบบนี้ด้วยเหรอ
มีน้ำแกงร้อนๆ ข้าว ทั้งยังมีเนื้อซี่โครงที่เฉียนเพ่ยอิงตั้งใจเอาออกมาทำให้กิน
ยายาร้อนใจ “ชู่วๆๆ!”
เด็กน้อยไม่ให้เสียงดัง อย่าให้คนอื่นได้ยิน พวกผู้ใหญ่ต้องรักษาหน้า เดี๋ยวต้องเอาให้คนอื่นกินด้วย
พอยายาเตือนแบบนี้ พวกเด็กผู้ชายทั้งหมดก็เอามือปิดปาก ใช่ ห้ามส่งเสียง
เสี่ยวเป่าบ้านหลี่ซิ่วทำเหมือนแอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ค่อยๆ เดินย่องเข้ามา
แม้แต่เถาฮวา เอ้อร์ยา เด็กสองคนที่โตเป็นสาวแล้ว พอเห็นพวกน้องๆ ทำท่าทางแบบนั้นพวกนางก็เอาด้วย ช่วยอาสะใภ้สาม (น้าสะใภ้สาม) คดข้าวกับตักแกงด้วยความระมัดระวังแล้วแจกจ่ายให้พวกน้องๆ
“พี่ข้าล่ะ”
เฉียนเพ่ยอิงลูบหัวหมี่โซ่ว ไม่ตอบเขา แต่กลับมองเนียนปาน้อยที่ไม่ยอมกินพลางพูด “พี่พั่งยาของพวกเจ้าเอาอาหารไปส่ง กินกันเถอะ พ่อของพวกเจ้าก็มีน้ำแกงร้อนๆ ให้ซดเหมือนกัน ได้กินอิ่มกันทั้งนั้น มีเนื้อให้คนละสามชิ้น พวกอากินกันแล้ว”
เนียนปาน้อยถึงได้ยิ้ม “อื้อ”
ไม่ได้ ยายาลุกขึ้นมาจัดระเบียบอีกรอบ มือข้างหนึ่งกอดชาม มืออีกข้างสั่งการ “ตอนกินห้ามเคี้ยวเสียงดัง หุบปากเคี้ยว เดี๋ยวข้างนอกได้ยิน”
เถ้าฮวา เฮ้อร์ยา “…” ทำไมรู้สึกว่าพวกน้องๆ ฉลาดกว่าพวกนางที่โตแล้วเสียอีก
เถาฮวาหน้าแดงระเรื่อ “ห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดข้างนอกนะ”
ซ่งจินเป่ากินหมดไปหนึ่งชามแล้ว จะตักชามที่สอง เขาพูดเสริม “อาสะใภ้สาม พรุ่งนี้ถ้าจะทำกับข้าวในห้องเก็บของอีก เรียกข้าด้วยนะ ข้าจะมาเฝ้าหน้าประตูให้” งานนี้เขาถนัด
ตรงโรงเพาะปลูกพริก สถานที่ที่ให้เสี่ยวหงอยู่ในตอนนี้ พวกผู้ชายต่างไปรวมตัวกันที่นั่น อีกทั้งยังแบ่งกลุ่มกันมา ไม่เป็นที่สงสัย โดยให้เหตุผลเนียนๆ ว่ามาดูเสี่ยวหง
พอประตูเปิดออก ซ่งฝูหลิง “ไอ๊หยาให้ตายเถอะ!” หลักการคานงัดอะไรกัน ตอนนี้หลักการอะไรก็ต้านทานหม้อที่หนักมากนี่ไม่อยู่ นางหามมา
พวกซ่งฝูกุ้ยรีบเข้ามารับ ทั้งยังยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณจะทุบไหล่ให้หลานสาว แต่แล้วก็หดมือกลับไป
“พ่อเจ้าล่ะ”
“ดะ ดะ ด้านหลัง” กำลังรับหน้าที่หามข้าวมา