ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 649 ข้ากลับมาแล้ว!
ตอนที่ 649 ข้ากลับมาแล้ว!
ซ่งฝูหลิงยืนอยู่ข้างเสี่ยวหง หันไปมองทุกคนกิน กลืนน้ำลายอึกใหญ่
น่าอร่อยมาก เต็มไปด้วยเสียงเคี้ยวข้าว
มีข้าวติดปากปู่ทวด หยิบมาใส่ปาก จากนั้นก็เอามือเช็ดคราบน้ำแกงที่ขอบปาก กินต่ออย่างเอร็ดอร่อย
ลุงใหญ่ที่นั่งข้างปู่ทวด กินจนเหงื่อแตกนานแล้ว
ลุงรองนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เสื้อผ้าบนตัวยังเปียกอยู่ แต่กลับกินจนหน้าแดงก่ำ ดูท่าทางแกงเผ็ดนั่นจะเผ็ดมาก รสชาติถึงใจ แถมในนั้นยังใส่เนื้อหมูเยอะด้วย
อาฝูกุ้ยนั่งยองอยู่ตรงมุม กินจนผมตกลงไปในชาม เขาเอาผมที่หล่นใส่ชามไปเกี่ยวไว้หลังหูโดยไม่เช็ดก่อน
สุดท้ายเป็นพ่อของนางที่ทนดูไม่ไหว “เอายางไปมัดผม ค่อยๆ กิน ข้าเห็นเจ้ากระซวกเอาๆ”
หลังได้ข้าวรองท้องหนึ่งชาม ท่านลุงซ่งก็แสร้งทำเป็นหยิบกระบอกยาสูบพลางมองกะละมังที่ใส่ข้าวมา พอเห็นข้าวในนั้นร่อยหรอก็เลิกกิน
เขาอายุมากแล้ว จะกินเยอะแยะทำไม แม้จะยังไม่อิ่มก็ตาม
หยิบยาสูบมายัดเข้ากระบอกด้วยความระมัดระวัง สูบเข้าไปหนึ่งที ท่านลุงซ่งหรี่ตานั่งบนเก้าอี้เตี้ยพลางถามขึ้น “เมียเจ้าคงยุ่งมากเพื่อทำกับข้าวให้พวกเรากิน”
“อืม นางเหนื่อยน่าดู วันนี้เหนื่อยจริงๆ”
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องทำแล้ว บอกว่าข้าบอก แอบทำให้พวกเด็กๆ กินหน่อยก็พอ ไม่ต้องนึกถึงพวกเราหรอก ผู้ใหญ่อย่างพวกเรา ไม่ว่าอย่างไรก็หาอะไรรองท้องได้ ไว้กลับบ้านค่อยกินดีๆ กัน”
เกาถูฮูยิ้มพลางพูด “แต่ว่านะผู้เฒ่า ยอมรับไหมล่ะว่าอาหารมื้อนี้อร่อยจริง อาจเพราะแอบกินด้วยหรือเปล่า เอาเป็นว่าข้าคงลืมอาหารมื้อนี้ในวันนี้ไม่ลงไปอีกนาน ครั้งล่าสุดที่ลืมไม่ลงก็แกงเห็ดที่พวกเรากินมื้อนั้น จึ๊”
วันนี้ได้ซดน้ำแกงร้อนๆ อีกแล้ว คราวนี้ยังเป็นแกงมีเนื้อสัตว์ด้วย
ไม่ใช่ต้องดื่มนม
เขาดื่มนมไม่ได้ ดื่มแล้วจะตดบ่อย
บางครั้งต่อให้ข้างๆ มีคนก็กลั้นไม่อยู่ วันนี้ตอนอยู่ในกระโจมก็มีคนได้ยิน
ไม่ใช่แค่เกาถูฮู พวกคนแก่อายุเยอะอย่างท่านลุงซ่ง ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงเป็นต้น ก็ดื่มนมไม่ได้เหมือนกัน ยังงงอยู่ว่าทำไมพวกเด็กๆ ในบ้านถึงยอมดื่มของแบบนั้นกัน
หลังได้ชิมแล้วก็รู้สึกว่าอร่อยไม่เท่าซดโจ๊กข้าวโพด
เช่นนั้นจะทำอย่างไรได้ ก็ต้องอดทน ไม่มีน้ำยังไงก็ต้องดื่ม
“ฝูเซิง หัวหน้าตระกูลเริ่นบอกข้าว่า คืนนี้ให้เจ้าไปนอนบ้านเขา ไปนอนเตียงเดียวกับเขา”
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว”
ท่านลุงซ่งเงยหน้ามองซ่งฝูเซิง “ต้องเปิดห้องเก็บของเอาพู่กันกับกระดาษให้เจ้าไหม เขาบอกว่าอยากแลกเปลี่ยนความรู้กับเจ้า”
“หา เช่นนั้นข้าไม่ไปบ้านเขาแล้ว พวกลังเก่าในกระโจมเอาไม้กระดานไปวางปูแล้วไม่ใช่เหรอ ข้านอนกับพวกพี่ใหญ่ที่นั่นก็ได้ พวกฝูกุ้ยต่างหาก เดินทางมาตลอดไม่ได้นอนดีๆ เดี๋ยวท่านลุงซ่งพาไปหาที่นอนให้พวกเขาหน่อยนะ”
ครั้งนี้แม้แต่ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงก็พูดขึ้น “ทางที่ดีเจ้าไปเถอะ ยังสอบไม่เสร็จเลยนะ ลืมที่แม่เจ้าสั่งไว้แล้วเหรอ”
ซ่งฝูเซิง ดูลุงใหญ่สิ พูดอย่างกับว่าข้ากลัวนางเสียเหลือเกิน
แม่ข้าคุมข้าอยู่เหรอ
อีกอย่าง แม่ข้าอยู่ไหน
แม่ของเจ้าอยู่ระหว่างทาง
เวลานี้ท่านย่าหม่ากำลังฝ่าฝนกลับบ้าน
ก่อนมาได้จัดการเรื่องต่างๆ ในเมืองเฟิ่งเทียนไว้เรียบร้อย
อย่างเช่นหยางหมิงหย่วน นี่เป็นขนมปังดำสองตำลึงที่เจ้าสั่งไว้ พวกเราทำได้ตามสัญญา ส่งมอบตรงเวลา ฝ่าฝนกระหน่ำเอาไปให้ถึงที่
ไม่เกี่ยวกับว่าเงินเท่าไหร่ แต่จะปล่อยให้คนนินทาลับหลังไม่ได้ว่าแม่ของซ่งฝูเซิงไม่รักษาคำพูด
อย่างเช่นหนิวจั่งกุ้ย
ท่านย่าหม่าบอกเขาว่า ไม่เอาสัตว์แรงงานกลับ พากลับไปก็เป็นภาระ พวกข้าเข็นรถกลับหมู่บ้าน ก็แค่ต้องลำบากเจ้าคอยให้อาหารวัวพวกนี้
ส่วนหนิวจั่งกุ้ยจะได้กลับหมู่บ้านเมื่อไหร่น่ะเหรอ คอยไปดูที่จุดประกาศผลสอบให้ดี พอผลสอบซิ่วไฉของลูกชายนางออกมาก็ให้รีบกลับไปแจ้ง
ถ้าพอถึงตอนนั้นประตูเมืองยังปิดอยู่ ให้เขียนแปะหน้าร้านว่างดรับงานชั่วคราว จากนั้นให้ต้าหลังหาคนช่วยเพื่อกลับหมู่บ้าน
ท่านย่าหม่าไปให้ต้าหลังช่วยย่อมสำเร็จ
“ช่วยติดต่อคนให้ย่าหน่อย ย่าจะกลับหมู่บ้าน”
ต้าหลังลำบากใจ นั่นคนละหน่วยกัน อย่าเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทางการเหมือนกัน
“เอ๊ะ ท่านย่า ไม่ลองไปหาเถ้าแก่ฉีข้างร้านล่ะ เขาน่าจะช่วยได้เพราะเห็นแก่อาสามนะ” บางครั้งมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับคนที่มีเส้นสายระดับนั้น
“ถุย” ยังต้องรอให้เจ้าบอกเหรอ
ท่านย่าหม่าก็แค่ไม่อยากไปหาเถ้าแก่ฉี
เถ้าแก่ฉีเป็นคนของใคร นั่นมันคนของลู่พั่น
ในบ้านไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องรบกวนลู่พั่นไปเสียหมดอย่างนั้นเหรอ ทางนั้นเขาจะมองบ้านเราเป็นอย่างไร
เรื่องขอร้องคนน่ะ มันก็ต้องดูกาลเทศะด้วย เรื่องใหญ่ๆ ไปหาลู่พั่น มันก็พอจะฟังแล้วสมเหตุสมผล เพราะพวกเราจนปัญญาจริงๆ
แต่เรื่องเล็กแค่นี้ยังจะไปรบกวนเขาอีกเหรอ
เลิกคิดไปได้เลย เรื่องที่แค่พยายามนิดหน่อยก็จัดการได้ ท่านย่าหม่ารู้สึกว่า ต่อให้เป็นเรื่องที่เมื่อก่อนบากหน้าไปขอร้องได้ แต่วันหน้าก็ไม่มีทางทำแบบนั้นอีกแล้ว
พวกเราต้องคิดให้ไกล อย่าคิดอะไรตื้นๆ เรื่องไร้สาระก็ไปรบกวนลู่พั่นเสียหมด แบบนั้นจะทำหลานสาวของนางขายหน้าขนาดไหน
“ข้าไม่เชื่อว่าพระคลังหลวงของพวกเจ้าจะไม่มีคนรู้จัก”
พอเป็นแบบนี้ ต้าหลังก็เลยไปขอให้คนช่วย ได้เพื่อนร่วมงานในพระคลังหลวงคนหนึ่งแนะนำให้รู้จักกับมือปราบที่เฝ้าประตูเมือง ช่วยได้แค่ฉวยโอกาสกลางดึกให้มือปราบแอบเปิดประตูเมืองตรงมุมให้ เพื่อให้ย่าเขาออกไป
ตอนที่ท่านย่าหม่าผ่านประตูเมือง ก็ได้เอาชุดขนมเก้าช่องสี่ชุดให้ต้าหลัง บอกหลานชายว่าพอนางออกไปได้แล้วก็ดูว่าควรจะให้ใคร
อยากให้เพื่อนร่วมงานในพระคลังหลวงที่ช่วยแนะนำมือปราบให้ก็ตามใจ หรืออยากเอาให้พวกมือปราบเลยก็แล้วแต่
สินน้ำใจ อย่าให้ช่วยโดยไม่มีอะไรตอบแทน
อย่างน้อยที่สุดก็หาข้ออ้างไปว่า ดึกดื่นแล้ว ทุกคนคงหิวแย่ ทำงานเพื่อชาวบ้านมันไม่ง่าย กินอะไรรองท้องหน่อยนะ ร้านของบ้านข้าเอง น้ำใจจากย่าของข้า ชุดขนมเก้าช่องนี้ถ้าเอากลับไปบ้าน ลูกจะต้องดีใจแน่นอน
ท่านย่าหม่าให้สินน้ำใจแบบนี้ไม่มีเขินอาย แต่เล่นเอาต้าหลังหน้าแดงไปหมด
ต้าหลังถือขนมสี่กล่องมองตามหลังย่า
“ท่านย่า ออกไปแล้วจะกลับเข้ามาไม่ได้แล้วนะ คิดดีแล้วใช่ไหม!”
คำตอบที่ต้าหลังได้คือ ท่านย่าหม่าหันกลับมาโบกมือไล่ให้เขาเข้าไป ดึกดื่นป่านนี้มาตะโกนอะไร เดี๋ยวได้ทำคนอื่นเดือดร้อน เขาอุตส่าห์แอบปล่อยพวกเราออกมา
พอเข็นรถออกไปได้หนึ่งในสามของระยะทาง ท่านย่าหม่าก็หอบแฮ่ก คิดในใจ แย่แล้ว แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ร่างกายแย่กว่าเมื่อตอนที่เพิ่งเริ่มขายขนมใหม่ๆ อีก
ตอนนั้น กลางฤดูหนาว เข็นรถท่ามกลางลมท่ามกลางหิมะ เข็นขนมเหมือนเป็นของเล่น เข็นก้อนอิฐก็ยังไหว
คนเรานี่นะ ไม่ควรอยู่สุขสบายเกินไป นับตั้งแต่นางกลายเป็นคนนั่งเกวียน เรี่ยวแรงก็ไม่ไหวแล้ว
ซ่งอิ๋นเฟิ่งก็เหนื่อยมากเหมือนกัน “ท่านแม่ พักหน่อยไหม”
ท่านย่าหม่ามองห่อยาที่ถูกเสื้อน้ำมันพันไว้เหมือนบ๊ะจ่าง นางกัดฟัน “ไม่พัก”
พอเดินไปได้สองในสามของระยะทางขาของท่านย่าหม่าก็หมดแรงแล้ว สภาพเส้นทางแย่มาก ล้อรถจมอยู่ในโคลน นางเดินลำบาก เท้าจมบ้างตื้นบ้าง
ซื่อจ้วงรับรถเข็นมาจากท่านย่าหม่า ทั้งยังหามย่าหม่าไปนั่งบนรถเข็น เดี๋ยวเขาเข็นเอง
ท่านย่าหม่านั่งบนรถเข็น หันมองทิศทางเมืองถงเหยา เดินมาถึงทางแยกพอดี ก็ไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
“เฮ้อ เมื่อไรท้องฟ้าจะปลอดโปร่ง”
ภายในห้องของหลานชายเริ่นกงซิ่น พวกเด็กๆ ก็กำลังคุยกันว่า “ต่อไปไม่อยากให้ฝนตกแล้ว ฟ้ารีบปลอดโปร่งเสียที ข้าอยากกลับบ้าน”
พูดจบแต่ละคนก็ก้มหน้ากินแตงโม ขอบคุณพี่แม่ทัพเล็กที่ให้แตงโมมา
“พี่ว่าน้ำท่วมเข้าบ้านพี่แม่ทัพเล็กไหม”
“เข้าแหละมั้ง” บ้านเขาจะใหญ่มาจากไหน แต่อยู่ต่อหน้าสวรรค์ทุกคนก็เท่าเทียมกันหมด
วันนี้ซ่งฝูหลิงทำเอาท่านย่าหม่าที่รีบกลับบ้านตกอกตกใจมาก
ท่านย่าหม่าสวมเสื้อกันฝนเข้ามาในห้อง อยากแอบมาบอกหลานสาวว่าย่ากลับมาแล้ว
ปรากฏว่ากลับเห็นความผิดปกติ ทำไมไม่ว่าจะเขย่าอย่างไร เด็กคนนี้ก็ไม่ตื่น พวกเด็กคนอื่นๆ ลุกขึ้นมานั่งด้วยความดีใจกันหมดแล้ว แต่หลานสาวของนางกลับไม่ขยับ
ภายในพื้นที่พิเศษ ซ่งฝูหลิงกำลังนอนกรนหลับสบาย