ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 656 ล่อก็คือม้าที่ต้องพาออกมาเดินเล่น
ตอนที่ 656 ล่อก็คือม้าที่ต้องพาออกมาเดินเล่น
ทั้งสองคนเปลี่ยนชุดเดินออกมา “ทำไมรีบร้อนแบบนี้ล่ะ”
เกาถูฮูตอบ “ถ้ายังไม่ไหว้เดี๋ยวจะแดดร่มลมตกแล้ว ท่านลุงซ่งบอกว่านี่ก็ช้ามากแล้ว พอพวกเรากลับมาก็ต้องรีบทำ”
แน่นอนว่ารอช้าไม่ได้
เจ้าป่าเจ้าเขาย่อมมีอิทธิฤทธิ์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับลำดับขั้น
เปรียบเหมือนหลี่เจิ้งที่คุ้มครองคนในหมู่บ้าน ถ้าไม่กราบไหว้เดี๋ยวได้เห็นอิทธิฤทธิ์
กราบไหว้อย่างไร ขึ้นไปที่ยอดเขาเหรอ
ไม่ใช่ ตรงนั้นมีแต่น้ำ เหยียบไปก็มีแต่ดินโคลน ขึ้นไปแล้วเดี๋ยวลงไม่ได้
หาที่โล่งๆ ตรงหน้าบ้าน ตั้งโต๊ะหันไปทางภูเขา วางของเซ่นไหว้
ของเซ่นไหว้มี แตงโมหนึ่งซีก ซาลาเปาหนึ่งถาด เป็นซาลาเปาไส้ผักกาดขาวที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ และก็เนื้ออีกหนึ่งชิ้น
จากนั้นก็ตั้งกระถางธูป
ท่านลุงซ่งจุดธูปสามดอก ตะโกนไปทางภูเขา “กราบไหว้”
คนของเก้าสกุลก็พากันก้มหน้าไหว้ตาม
จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินท่านลุงซ่งตะโกนเสียงดังฟังชัดว่า
“ขอบคุณท่านเจ้าป่าเจ้าเขาที่ให้ความเมตตา ประทานพร…
…ช่วยให้การสร้างบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น…
…ตอนน้ำท่วมช่วยปกป้องบ้านของพวกเราให้ไม่พัง คุ้มครองคนในครอบครัวให้ปลอดภัย”
จากนั้นก็พึมพำตอนเอาธูปไปปัก พูดอยู่สักพักเลยทีเดียว
ซ่งฝูเซิงฟังได้ใจความประมาณว่า ขอท่านโปรดรับไว้ ต่อไปช่วยคุ้มครองในอาณาเขตของท่านด้วย
“เรียบร้อย กลับเลยไหม”
“กลับ”
“บ้านเจ้าเก็บกวาดเสร็จหรือยัง ทำไมพั่งยาไม่มา” ท่านย่าหม่าถามลูกชายคนสามระหว่างเดินกลับ
“ก็พอประมาณแล้ว พั่งยากับหมี่โซ่วหลับอยู่”
โอ๊ย ช่างมีบุญจริงๆ คนอื่นทำงาน หลานสาวคนเล็กนอน
“หาเวลาว่างไปเที่ยวเล่นที่บ้านหน่อยไหม” ซ่งฝูเซิงชวนแม่
เขาไม่กลัวแม่จับผิดหาว่าลูกสะใภ้ล้างผลาญ ประโยคเดียวรับรองเงียบ ของในบ้านเขาเป็นคนซื้อทั้งหมด
พูดแบบนี้ออกไปทุกคนเชื่อแน่นอน
ต่างรู้กันว่าเขาชอบซื้อของเข้าบ้าน
“รีบอยู่ ไว้ตอนเย็นแล้วกัน บ้านพี่ใหญ่ของเจ้ายังเก็บไม่เสร็จ พวกเขาซ่อมคอกสัตว์อยู่หลังบ้านห้องอบขนมก็พังไปหนึ่งห้องจะทำยังไง จึ๊ ข้าให้เขาไปรื้อเตา อย่าให้คนนอกเห็น ข้าเลยไปเก็บบ้านให้”
ซ่งฝูเซิงได้ฟัง แบบนั้นก็ต้องไปช่วยแล้ว
อันที่จริงเขาแอบอู้มาหลายงาน
น้ำฝนที่ขังอยู่ในเขตบ้าน พวกจงอวี้ฝูกุ้ยเป็นคนกวาดออกไปหมด
คอกสัตว์หลังบ้าน โรงเก็บฟืน ดินโคลนในเล้าไก่เล้าเป็ด พวกซื่อจ้วงทำความสะอาดกันตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้
ในเขตบ้านยังมีสระน้ำด้วยใช่ไหมล่ะ นั่นก็ต้องไปทำความสะอาดเหมือนกัน
พวกลุงใหญ่กับเกาถูฮูอาศัยความที่อายุเยอะ ย่อมดีกว่าให้พวกคนหนุ่มพับขากางเกงลงสระ พวกเขาลงไปเอง
ส่วนห้องทำขนมพังสภาพเละเทะ ต้องเอาอิฐที่ยังพอใช้ได้ขนออกมาก่อน ทุกคนกำลังทำอยู่ พวกพี่สาวคนโตกำลังเก็บก้อนอิฐ แต่เขามัวแต่วุ่นอยู่ในบ้าน
นอกจากนี้ห ลังจากที่เก้าสกุลกลับมาถึงบ้าน ควรพูดเสียหน่อยว่า ขอบคุณลู่พั่นจริงๆ
ภายในเขตบ้านของพวกเขาไม่ได้มีน้ำเข้ามามากนัก มีแค่น้ำที่ขังตอนฝนตก ทั้งหมดเป็นเพราะลู่พั่น
ข้อแรกคือ ได้กระสอบทรายจำนวนมากกั้นตรงประตูไว้ ช่วยได้มากทีเดียว
ข้อสองคือ ตอนสร้างบ้านได้ช่างที่เถ้าแก่ฉีแนะนำมา เป็นกลุ่มช่างที่เคยทำงานให้กรมโยธาธิการ งานที่รับมีแต่สร้างบ้านให้ตระกูลใหญ่
ตอนนี้มองออกแล้วจริงๆ ว่าช่างก่อสร้างเหล่านั้นชำนาญงานมาก ถึงแม้จะเสียเงินไปมาก แต่เรื่องระบายน้ำทำได้ดีจริงๆ
ภายในเขตบ้านตั้งใจใช้อิฐเขียวก่อเป็นร่องระบายน้ำ น้ำเสียก็จะไหลไปด้านนอกได้
ซ่งฝูเซิงบอกเฉียนเพ่ยอิง
เขาจะไปช่วยแม่ถูพื้น จากนั้นก็จะไปดูที่บ้านท่านลุงซ่งว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เฉียนเพ่ยอิงพยักหน้า
เฉียนเพ่ยอิงก็ไม่ได้กลับบ้าน
กำลังดุซื่อจ้วง
มองเด็กหนุ่มร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า เหมือนมีลูกชายคนโตอยู่ในบ้านอีกคน
เฉียนเพ่ยอิงดุเขาด้วยความโมโห “เจ้าทำเสียความตั้งใจของข้ากับลุงเจ้า ดูซิอุตส่าห์ทำบ้านให้แต่กลับไม่เก็บกวาด”
ยอมไปหาบขี้ทำงานหนักข้างนอกดีกว่าอยู่เก็บบ้านเก็บช่อง
เฉียนเพ่ยอิงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มทำความสะอาด
ถ้าให้พูดถึงบ้านหลังนี้ของซื่อจ้วงกับหนิวจั่งกุ้ย ซ่งฝูเซิงก็ทุ่มไปมากเหมือนกันตอนสร้าง
ให้ลูกสาวออกแบบ ตั้งใจวาดเป็นสไตล์โรงแรมของยุคปัจจุบัน
ถึงแม้หนิวจั่งกุ้ยกับซื่อจ้วงจะอยู่ชายคาเดียวกัน แต่แบ่งคนละห้องชุด
ยกตัวอย่างเช่นห้องของซื่อจ้วง เข้าประตูมาเลี้ยวขวาก็คือห้องชุดแยกเป็นส่วนตัว
ห้องด้านนอกเป็นห้องครัวแบบเปิดโล่ง ด้านบนเป็นตู้กับข้าว ด้านล่างเป็นเตา ทั้งยังใช้อิฐก่อเป็นเคาน์เตอร์ขึ้นมา
เนื่องจากไม่มีห้องรับแขกส่วนตัว ก็เลยทำเคาน์เตอร์นี้เพื่อให้ดูแยกเป็นสัดส่วน
ดังนั้นห้องด้านนอกจึงมีโต๊ะสี่เหลี่ยมริมหน้าต่างถัดจากเคาน์เตอร์ ใช้ไม้ทำขึ้นมาใหม่ เป็นสีไม้ดั้งเดิมเหมือนตู้กับข้าว เก้าอี้สองตัวหันหน้าเข้าหากัน
พอถึงเวลาก็แค่เอาผ้ามาปูโต๊ะ วางแจกันดอกไม้
ห้องของหนิวจั่งกุ้ยไม่มีโต๊ะใหม่ ใช้โต๊ะเขียนหนังสือที่เดิมเป็นของซ่งฝูเซิง
นี่ก็เพราะคิดว่าซื่อจ้วงต้องมีครอบครัว ก็เลยทำของใหม่ให้ สองสามีภรรยาทำกับข้าวเสร็จก็นั่งกินบนโต๊ะนี้ ดีจะตาย
กินเสร็จก็เข้าห้องนอน ภายในห้องเป็นเตียงกว้างสองเมตร ทั้งยังทำห้องเล็กๆ ไว้ให้สำหรับล้างหน้าอาบน้ำ หนุ่มสาวหน้ายังบางอยู่ จะได้ไม่ต้องออกไปอาบโจ่งแจ้งด้านนอก
ตรงมุมผนังเอาไม้มาทำเป็นเสาแขวนผ้า เหมือนในยุคแปดศูนย์เก้าศูนย์ ไม่ได้แขวนเสื้อผ้าแนวนอน เหล่าซ่งตั้งใจออกแบบให้แขวนเสื้อผ้าแนวตั้ง
ห้องของซื่อจ้วงไม่มีตู้บนเตียงนอน เตียงชิดกำแพงอุ่น แต่ก็ทำตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สูงเมตรแปดสิบให้
เฉียนเพ่ยอิงเห็นสภาพตู้เสื้อผ้าแล้วปวดใจ ทำไมไม่เช็ดน้ำที่ขังอยู่ข้างล่าง นี่เป็นไม้แท้เชียวนะ เดี๋ยวได้บวมหมด บ่นพึมพำด้วยความโมโห “เดี๋ยวจะรีบกำหนดวันแต่งเมียให้ ดูแลไม่ไหวแล้ว”
ซื่อจ้วงคนซื่อ ว่ายังไงก็ไม่เถียง ให้ไปหาบน้ำก็หาบมาให้สองถังใหญ่
พอได้ยินคุณหนูบอกว่าจะกำหนดวันให้เขาแล้ว ซื่อจ้วงก็เกาหัวแอบยิ้ม
ในขณะเดียวกันซ่งฝูเซิงที่อยู่บ้านท่านย่าหม่าก็ปวดหัวเหมือนกัน
“ของขาดๆ แบบนี้โยนทิ้งไปเถอะ”
“อย่าแตะนะ ทำไมของอะไรพอถึงมือเจ้าเอะอะก็จะทิ้งหมด แม่จะเก็บเศษผ้าไว้ปะถุงเท้าให้พี่ชายเจ้าสองคน” ทำงาน ขนของ ขาดจนนิ้วโผล่แล้ว
“ท่านแม่ ข้าถึงได้บอกว่าจะทำตู้ให้ ไปดูบ้านข้าสิ แล้วมาดูที่นี่”
ท่านย่าหม่าไม่ได้ทำตู้เก็บของ ต่อให้ลูกสามบอกจะออกเงินให้นางก็ไม่เอา
นางเอาหีบที่ถูกโละทิ้งจากบ้านลูกสามมาวางบนเตียง ทำเป็นที่เก็บของ
เช็ดทำความสะอาดหีบอย่างตั้งใจ นี่เป็นหีบที่หมินหรุ่ยให้ ก็คือพวกหีบใบใหญ่ที่ใส่หนังสือมาให้พวกเด็กๆ
ในสายตาของท่านย่าหม่า ไม้ที่ทำหีบใบนี้ยังดีกว่าไม้ที่ทำพวกตู้ใบใหม่ของลูกสามไม่รู้ตั้งกี่เท่า
ซ่งฝูเซิงเดินวนดูนอกบ้านและในบ้านแม่ มีคิดไว้แล้วในใจว่าจะหาของอะไรมาให้แม่บ้าง
เขาไม่ยุ่งห้องของพี่ใหญ่พี่รอง
เขาสนแค่ว่าแม่ยังขาดอะไร
วางแผนไว้ว่ารอดูก่อนว่ามีโรคระบาดหรือเปล่า รอโรคระบาดหมดไป เขาจะซื้อผ้าลายดอกแดงมาล้อมรอบเตียงให้แม่ ประดับตกแต่งจะได้สวยๆ
ประดับกำแพง เตา เตียง กะละมัง ท่านย่าหม่านั่งอยู่บนเตียงเห็นแล้วจะได้มีพลัง สไตล์อีสานของแท้ นี่ถ้ามีภาพหยวนเป่าสีทองอร่ามมาติดที่กำแพงหน่อยยิ่งดีเข้าไปใหญ่
“หัวหน้า!”
มือท่านย่าหม่าที่เช็ดหีบอยู่ชะงัก รีบหันไปมองที่หน้าต่าง ให้ตายเหอะ คนในหมู่บ้านมาได้อย่างไร เขามาอย่างไร ก็เรือทั้งหมู่บ้านนั่น พวกเราเก้าสกุลเอามาขนของหมดแล้วนี่
ไม่กล้าเดินขึ้นสะพาน กลัวสะพานหักหล่นลงแม่น้ำ
นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญไหมล่ะท่านย่าหม่า
“หัวหน้า หนิวจั่งกุ้ยกลับมาแล้ว ผลสอบออกมาแล้ว”
ซ่งฝูหลิงตื่นได้เวลาพอดี