ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 657 แจกของ
ตอนที่ 657 แจกของ
ซ่งฝูไฉที่อยู่ตรงคอกสัตว์หยุดงานในมือ เงยหน้ามองมาทางหน้าบ้าน
ซ่งฝูสี่ที่กำลังเคี่ยวกาวกระเพาะปลาอยู่หลังบ้านก็หันตัวมา
เถียนสี่ฟาพี่เขยใหญ่ยืนอยู่บนบันได ในมือมีเสื่อฟาง
ซ่งอิ๋นเฟิ่งที่กำลังขนอิฐอึ้งไปเล็กน้อยอยู่ที่เดิม ยังได้หันไปถามลูกสาว “คนที่มา บอกว่าผลสอบของน้าสามเจ้าออกแล้วใช่ไหม”
พวกชายสูงวัยอย่างเกาถูฮูยืนอยู่ในสระน้ำกับลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิง
กางเกงในสีแดงของลุงใหญ่สีตก ยังพอเห็นเป็นสีแดงจางๆ
ลุงใหญ่จับกางเกงเกาถูฮู เกือบทำกางเกงของอีกฝ่ายหลุด “ช่วยดึงข้าหน่อย เร็วเข้า!”
ซื่อจ้วงมองเฉียนเพ่ยอิงแล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก
ส่วนฝูกุ้ยกับพวกหวังจงอวี้ได้เข้าไปล้อมเอ้อร์เผิงจื่อที่มาส่งข่าวแล้ว กำลังแย่งกันถาม “สอบได้อันดับที่เท่าไหร่ เป็นอย่างไรบ้าง”
เอ้อร์เผิงจื่อถูกพวกเขาล้อมไว้ตรงกลาง ก้มตัวสองมือจับเข่า หายใจหอบด้วยความเหนื่อย แสดงให้เห็นว่าวิ่งมาเร็วมาก
กลับเป็นซ่งฝูเซิงที่ดูนิ่งกว่าใคร
กำลังยืนคิดอยู่ในห้องของแม่ ว่าอย่างไรนะ ฝนตกหนักขนาดนี้ไม่ทำเสียเวลาในการตรวจข้อสอบเลยเหรอ อื้อหือ เวลาแบบนี้ยังจะทำงานดีอีก
“เอ๊ะๆ”
วินาทีถัดมา ซ่งฝูเซิงก็คว้ารองเท้าวิ่งตามท่านย่าหม่า
ท่านย่าหม่าวิ่งตีนเปล่าออกไป
คนที่วิ่งไปพร้อมท่านย่าหม่ายังมีท่านลุงซ่งอีกคน
ท่านลุงซ่งเอามือปิดปากวิ่งออกจากบ้าน
ก่อนหน้านี้ท่านลุงซ่งเพิ่งเช็ดป้ายพระราชทานเสร็จ กำลังว่าจะพักสักหน่อย นั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ย เป่าขี้ไต้จุดยาสูบ พอเอ้อร์เผิงจื่อตะโกนเสียงดัง เขาตกใจทำขี้ไต้จี้โดนปาก
…
แม่น้ำใหญ่ที่เพิ่งถูกน้ำท่วมกัดเซาะ เดิมทีก็ไม่ได้แคบ คราวนี้ถูกกัดเซาะจนกว้างกว่าเดิม
แม่น้ำที่กว้างแบบนี้ สองคนที่ขึ้นชื่อเรื่องตะโกนเสียงดังที่สุดในหมู่บ้าน ให้ตะโกนข้ามแม่น้ำก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
แต่สองฝั่งแม่น้ำมีคนยืนอยู่เต็ม
“หนึ่ง สอง สาม”
ชาวหมู่บ้านเหรินจยารวมตัวกันถอดผ้าปิดปากตะโกน
“หัวหน้า ท่านสอบได้ที่สอง!”
“หัวหน้า ท่านสอบได้ซิ่วไฉแล้ว!”
“หัวหน้า หมู่บ้านเหรินจยาของพวกเรามีซิ่วไฉอีกคนแล้วก็คือท่าน!”
หนิวจั่งกุ้ยยืนอยู่หน้าชาวบ้านพวกนี้ตะโกนนำ
เขาต้องการตะโกนให้เจ้านายของเขาฟัง ตะโกนให้พวกคนที่อยู่ฝั่งนู้นฟัง ยิ่งไปกว่านั้นคือตะโกนให้ผู้เฒ่าเฉียนได้ยิน
ท่านย่าหม่าก้มหน้าเอามือปิดตาทันที ซ่งอิ๋นเฟิ่งก็ดีใจจนน้ำตาไหลไม่หยุด “ท่านแม่ น้องสามสอบได้ซิ่วไฉแล้ว ดีจริงๆ”
ได้ถงเซิงมานานเกินไป
แม้แต่ซ่งฝูไฉกับซ่งฝูสี่ที่เป็นผู้ชายก็ขอบตาแดง
เถียนสี่ฟาตบบ่าแม่ยาย มองแม่ยายกับเมียเขาหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ เขาเองก็ยิ้ม
พวกฝูกุ้ยยิ้มหน้าบานยิ่งกว่า ยิ้มพลางพูดพึมพำ “นี่ก็อยู่ในความคาดหมายไม่ใช่เหรอ” สอบไม่ผ่านสิแปลก ใช่ไหมล่ะ
ใช่ ถ้าหลานเซิงของข้าสอบไม่ผ่านก็ไม่มีใครผ่านแล้ว!
ลุงซ่งคิดแบบนี้มานานแล้ว
เขามั่นใจแบบนี้
แต่ตอนที่ท่านลุงซ่งตะโกนบอกอีกฝั่งว่า “รู้แล้ว” เสียงจะเพี้ยนๆ เพราะเขาก็ร้องไห้
น้ำตาแห่งความดีใจ
‘เก้าสกุล’ ของพวกเขาไม่ค่อยร้องไห้ให้ความลำบากแล้ว แต่กลับชอบปาดน้ำตาด้วยความดีใจ
“ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ วะฮ่าๆๆ”
ฟังเสียงหัวเราะนี่สิ ซ่งฝูเซิงไม่มีเวลาหันไปสบตาเฉียนเพ่ยอิง เขากลัวว่าท่านลุงซ่งจะหัวเราะจนขาดใจ
ในขณะที่ทุกคนกำลังดีใจไปพร้อมกับอีกฝั่งของแม่น้ำ หมี่โซ่วเห็นพี่สาวเท้าเอว แยกขาออกหนึ่งก้าว สูดลมหายใจเข้าลึก ตะโกนเต็มแรงสูบไปที่ฝั่งตรงข้าม “ใครได้ที่หนึ่ง!”
ซ่งฝูหลิงพยายามสุดแรงแล้ว แต่ฝั่งตรงข้าม “อะไรนะ เจ้าว่าอย่างไรนะ!”
หมี่โซ่วรีบหันกลับไป ก็ไม่รู้ว่าขาใคร เขาโผเข้าไปกอด
พอเงยหน้าเห็นชัดแล้วจึงพูดขอความช่วยเหลือ “ลุงใหญ่ รีบช่วยตะโกนสิ ช่วยพี่สาวข้าตะโกนหน่อยว่าใครได้ที่หนึ่ง”
ใช่ๆๆ ที่หนึ่ง
ขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังปลอบท่านลุงซ่งกับแม่ตัวเองก็ชูมือเพื่อให้ลองถามว่าใครได้ที่หนึ่ง
ทางหนิวจั่งกุ้ยก็รีบรวบรวมคนแถวนั้นให้ช่วยตะโกนตอบ “แม่ทัพลู่”
ชาวหมู่บ้านเหรินจยา “แม่ ใครนะ” แต่ละคนถือผ้าปิดปากหันไปมองหนิวจั่งกุ้ย
แม่ทัพลู่ก็ไปสอบกับเขาด้วยเหรอ ไม่เหลือทางรอดให้คนอื่นหน่อยเหรอ กินที่คนอื่น จะเก่งทั้งบุ๋นและบู๊เลยใช่ไหม!
ป้าอ้วนฮึดฮัด พูดด้วยความไม่พอใจ “ถ้าไม่มีแม่ทัพลู่ หัวหน้าของพวกเราก็ได้ที่หนึ่งไปแล้ว”
ทำไมยังมาลงเล่นๆ อีก คนแบบนั้นยังจะสอบจอหงวนไปทำไม ไม่มีตำแหน่งให้เลื่อนแล้วหรือเปล่า
ดูเอาแล้วกัน คนสนิทไม่สนิทก็ออกมากันหมด
แต่บรรดาคนของเก้าสกุลที่อยู่อีกฝั่งพอได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจ
แย่งกันพูด
“หา แม่ทัพเล็กเหรอ”
“ดูสิ แม่ทัพเล็กของพวกเจ้าเก่งขนาดไหน”
“ถ้าแม่ทัพเล็กได้ที่หนึ่ง ดูท่าจะตรวจข้อสอบถูกแล้ว”
“ใช่ แพ้ให้เขาไม่เท่าไหร่หรอก อย่างเขามันระดับไหนแล้ว”
“นั่นสิ พูดถูก อย่างพวกเราช้าเกินไป” เกาถูฮูกับท่านลุงซ่งยังได้สรุปประสบการณ์ “ครอบครัวพวกเราภาระหนัก ไม่ได้ให้สภาพแวดล้อมที่ดีกับฝูเซิง ฝูเซิงต้องคอยแบ่งสมาธิมาดูงานให้ทุกคนตลอด”
ลืมไปเสียสนิทว่าพอแม่ทัพเล็กกลับมาจากสนามรบก็ลงสนามสอบจอหงวนทันที
อย่างไรเสีย ไม่โทษที่ฝูเซิงเอาชนะแม่ทัพเล็กไม่ได้ แต่โทษที่พวกเราไม่ได้ให้สภาพแวดล้อมที่ดีในการอ่านหนังสือให้ฝูเซิง
ท่านย่าหม่าที่ปิดตา เดิมทีกำลังร้องไห้ พอได้ยินว่าลู่พั่นได้ที่หนึ่งก็กะพริบตาปริบๆ อยู่ในฝ่ามือ
ส่วนหมี่โซ่วเห็นปากพี่สาวขยับ แต่ได้ยินไม่ชัดว่าพูดอะไร
“พี่สาว ท่านพึมพำอะไรอยู่”
“ข้าพูดว่า ข้าดีใจสุดๆ” เจ้าเชื่อไหมล่ะ
ในเวลานี้เอง ทางด้านหนิวจั่งกุ้ยก็ส่งมาอีกข่าว “อันดับสาม หยางหมิงหย่วน!”
เดิมทีหนิวจั่งกุ้ยกับหยางหมิงหย่วนก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกัน
แต่เมื่อเช้าในขณะที่เขากำลังคุยกับเถ้าแก่ฉี ก็พบว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาที่ร้านขนม ท่าทางดูร้อนใจ
เดิมทีคิดว่าเป็นลูกค้า พอออกมาถามถึงได้รู้ว่ารู้จักกับเจ้านายเขา ตั้งใจมาส่งข่าวให้ที่ร้านขนม บอกว่าผลสอบออกแล้ว
นี่ก็เพราะเห็นเจ้านายสนิทสนมคุ้นเคย เขาก็เลยบอกไปด้วยกันเลย
หยางหมิงหย่วนเหรอ
เฉียนเพ่ยอิงยิ้มพลางพูดกับซ่งฝูเซิง “เด็กคนนั้นสอบได้ดีทีเดียวเลยนะ”
“ใช่ รู้สึกได้ว่าความรู้แน่นมาก”
แต่สำหรับทุกคนแล้ว อย่ามาพูดถึงลู่พั่นกับพวกเรา และก็ไม่ต้องพูดถึงหยางหมิงหย่วน นั่นใครกัน ตอนนี้พวกเราไม่รู้จักใครทั้งนั้น รู้แค่ “ฝูเซิง ฝูเซิง ฝูเซิง ฝูเซิงของพวกเรา”
สองเท้าของท่านลุงซ่งจมอยู่ในโคลน โบกห่อยาสูบ ตะโกนไปฝั่งตรงข้าม
“ฝั่งนู้น ฟังให้ดีนะ วันนี้เพิ่มอาหาร เพิ่มให้ทั้งหมู่บ้าน แต่ละบ้านได้ข้าวสารหนึ่งจิน เดี๋ยวพวกข้าออกเอง!”
วันนี้ฤกษ์งามยามดี ต้องฉลอง
พอท่านลุงซ่งตะโกน พวกผู้ชายของเก้าสกุลก็เลยตะโกนบ้างราวกับช่วยส่งข่าว
ตอนตะโกนว่า ข้าวสารหนึ่งจิน พวกฝูกุ้ยก็แกล้งพึมพำว่าสองจินดีกว่า ท่านลุงซ่งหัวเราะจะเตะเขา “ไสหัวไปอยู่ด้านข้างเลยไป”
ซ่งฝูเซิงห้ามไว้ “ท่านลุงซ่ง อย่าดีกว่า” กระโตกกระตากเกินไป เพิ่งจะสอบขั้นไหนเอง
“ฟังข้า เจ้าอย่างก” ท่านลุงซ่งที่ปกติจัดว่างกที่สุด เวลานี้กลับบอกคนอื่นว่าอย่างก
เสียงประทัดดังปุงปัง
ท่านย่าหม่าเตรียมไว้นานแล้ว เพื่อวันนี้ของลูกชาย ประทัดของนางถูกซ่อน เป็นของล้ำค่าไว้ลึกมากในน้ำท่วมครั้งนี้
ท่านย่าหม่ายืดอกเงยหน้าสั่งพวกเด็กผู้ชาย “จุด จุดให้ฝั่งตรงข้ามได้ยิน จุดให้หมดเลย!”
เสียงประทัดดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง
คนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโห่ร้องด้วยความดีใจท่ามกลางเสียงประทัด