ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 663-2 คนล่าฝัน
ตอนที่ 663-2 คนล่าฝัน
“ข้าก็ดีใจกับเจ้าด้วย อย่าพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย ข้าให้ก็รับไว้เถอะ คนตั้งเยอะมองอยู่ แค่เข่งใบเดียวดันกันไปดันกันมามันไม่น่ามองหรอกนะ รีบเปลี่ยนเร็วเข้า ของเจ้าสภาพไม่ไหวแล้ว”
“แต่ว่าข้า…”
ไม่มีแต่ ถ้ายังไม่เปลี่ยนจะไม่มีเวลาแล้ว เพราะถึงเวลาเข้าสนามสอบแล้ว
ประตูใหญ่สองบานของก้งย่วนที่หนักอึ้ง ถูกเปิดออกจากด้านในส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ตรงนี้เรียกว่าประตูมังกรเปิด
ดั่งสุภาษิตที่ว่า ปลาหลีโดดข้ามประตูมังกร[1]
พอประตูเปิดก็มีมือปราบสองกลุ่มวิ่งออกมา เสียงจอแจตรงหน้าประตูก็เงียบลง
หากบอกว่า นับตั้งแต่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ก็ไม่ค่อยมีเรื่องที่ได้ดั่งใจ ถ้าอย่างนั้นในบรรดาเรื่องได้ดั่งใจที่มีอยู่ไม่กี่เรื่อง จะต้องมีเรื่องฟื้นฟูการสอบจอหงวนแน่นอน
คนเหล่านี้ผ่านการคัดเลือกมาแต่ละขั้น กำลังจะเข้าสอบเซียงซื่อ[2]
ฮ่องเต้รอคอยมานาน อยากรีบคัดเลือกคนเก่งที่เข้าสอบเตี้ยนซื่อในรอบสุดท้าย
หยางหมิงหย่วนย่อตัวลง รีบถ่ายของอย่างรวดเร็ว
พวกซย่าเหวินอวี่ลูบไม้ลูบมือมองเข้าไปด้านในก้งย่วน
บรรดาผู้เข้าสอบสูงวัยอย่างพวกหัวหน้าตระกูลเริ่นต่างดวงตาแดงก่ำ ในชั่วขณะที่ประตูก้งย่วนเปิดออก รอเพื่อวันนี้ รอจนเกือบรอไม่ไหวแล้ว
วัยหนุ่มผ่านไปไม่หวนคืน
ส่วนซ่งฝูเซิงกำลังกระซิบกำชับหวังเจ๋อฟา “สอบเสร็จมารอข้าตรงนี้ ไว้พวกเราไปหาที่นั่งคุยกัน”
หวังเจ๋อฟาอ้าปากค้าง คุณชายร่ำรวยอย่างหลี่จิ้นคารวะน้องจื่อเจิน วันนี้เขาประสบเหตุการณ์อะไรกันแน่
หวังเจ๋อฟายังคงอึ้งอยู่
ถูกหลี่จิ้นเหยียบเท้าเบาๆ หวังเจ๋อฟาที่มีผมหงอกบนหัวถึงได้สติกลับมา “อ้อ ขอรับๆ”
ตรงประตูก้งย่วนมีเชือกที่มีด้ายแดงอยู่เส้นหนึ่ง คล้องจากประตูด้านนี้ไปยังอีกด้านหนึ่ง
ใต้เท้าศึกษาธิการปรากฏตัวในชุดขุนนางใหม่เอี่ยม
ด้านหลังของเขาตามมาด้วยขุนนางทั้งหมดที่มีส่วนในการสอบจวี่เหรินครั้งนี้ เช่น ฝ่ายเก็บข้อสอบ ฝ่ายดูแล ฝ่ายขนย้าย ฝ่ายคุมสอบ เป็นต้น
ขุนนางร้อยกว่าคนมองผู้เข้าสอบร่วมหมื่นที่มาออกันอยู่ด้านหน้า
พวกเขารู้ว่าการสอบเซียงซื่อครั้งนี้ คือการคัดยอดฝีมือหนึ่งในร้อยอย่างแท้จริง
มือปราบอ่านกฎกติกาก่อน ยาวมาก ตะโกนอ่านถึงห้านาทีเต็มๆ แต่สรุปออกมาได้สั้นๆ ว่า
ถ้ามีการทุจริต หากถูกจับได้ เสาหินสองเสาที่อยู่หน้าทางเข้าก้งย่วน เตรียมไว้ให้คนทุจริตโดยเฉพาะ คนไหนที่ทุจริตจะถูกล่ามไว้กับเสาเป็นเวลาเจ็ดวัน ล่าม ไม่ใช่มัด อีกทั้งกินนอนหรือขับถ่ายก็จะอยู่ในสายตาของทุกคน
จากนั้นใต้เท้าศึกษาธิการถึงได้แกะเชือกที่หน้าประตูคล้ายทำพิธีเปิด
การทำแบบนี้เป็นการสื่อว่า ยินดีต้อนรับผู้เข้าสอบสู่สนามสอบ
บรรดาผู้เข้าสอบก็เข้าไปด้านในพร้อมบ่าวรับใช้
แน่นอนว่าคนที่มีบ่าวก็เอาบ่าวเข้าไป คนที่ไม่มีบ่าวแต่มีคนในครอบครัวมา ก็เข้าไปเป็นเพื่อนได้ หากระโจมพักตามชื่อ
ซื่อจ้วงหิ้วถังแบกสัมภาระ ซ่งฝูกุ้ยไม่ลากตะกร้าเตรียมสอบแล้ว เขาแบกขึ้นมาแล้วเดินนำเข้าไปก่อน
ทางก้งหย่วนอนุญาตคนติดตามเหล่านี้เข้าไปได้ประเดี๋ยวเดียว จุดประสงค์ก็เพื่อให้ช่วยผู้เข้าสอบขนของเข้าไป นี่เป็นเรื่องที่ทำกันมาตั้งแต่อดีต แต่การค้นตัวค้นสัมภาระ ก็ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด
ก่อนซ่งฝูเซิงเข้าไปได้หันกลับมามอง
บรรดาบ่าวรับใช้ของจวนผู้สำเร็จราชการสบตาเขา “…”
เมื่อครู่ยังมีคนอยู่เยอะแยะ ตอนนี้เหลือแค่พวกเขาแล้ว คุณชายของพวกเขายังไม่กลับมาเลย
ซ่งฝูเซิงมองไปทางหัวถนนที่อยู่ไกลๆ ถอนหายใจ จากนั้นถึงได้สะบัดชุดตัวยาวเดินเข้าก้งย่วน กางแขนออกให้ตรวจ ถอดรองเท้า ปล่อยผม ถูกมือปราบจับผมสองที กลัวว่าจะซ่อนเศษกระดาษไว้ข้างใน จากนั้นก็ให้มัดกลับเข้าไปเอง
กระโจมสอบที่เขาอยู่ชื่อ ‘โซวจื้อฮ่าว’ เดินผ่านมาเรื่อยๆ ตรงแถวกระโจมของพวกเขามีคนรู้จักคือซย่าเหวินอวี่ ซย่าเหวินอวี่อยู่กระโจม ‘ฉางจื้อฮ่าว’ ที่ห่างจากซ่งฝูเซิงออกไปเจ็ดที่ กำลังถูกบ่าวรับใช้สามคนปรนนิบัติอยู่
ไม่มีคนคุ้นเคยอื่นๆ ที่รู้จักอีกแล้ว
เมื่อซ่งฝูเซิงไปถึงโซวจื้อฮ่าวของตัวเองช้าไปหนึ่งก้าว ซ่งฝูกุ้ยกำลังคาบตะปูไม้ ทำม่านประตูให้ซ่งฝูเซิง ซื่อจ้วงก็กำลังติดกาวผ้าใบที่บนหลังคากระโจมให้เขา
“ไม่ต้องหรอกมั้ง กระโจมข้าก็ดีอยู่ ฝนตกไม่มีทางรั่ว ทำเลก็ดี” ซ่งฝูเซิงตรวจดูแล้ว เดินขึ้นหน้าไปอีกเจ็ดแปดกระโจมก็จะเป็นห้องน้ำของกระโจมแถวนี้
ซื่อจ้วงไม่ฟัง ท่านย่าหม่ากับท่านลุงซ่งกำชับมาเป็นหมื่นครั้งว่าต้องระวัง ไม่ว่ากระโจมจะดีหรือไม่ดีก็ต้องติดผ้าใบ ป้องกันน้ำหยดลงข้อสอบเวลาฝนตกฟ้าครึ้ม เดี๋ยวจะซวย
“ไอ๊หยา!” ฝูกุ้ยเอามือจับหัว ชนกับซื่อจ้วงที่กำลังเร่งทำงานเหมือนกัน ต้องรีบทำ เดี๋ยวก็จะถูกไล่ออกไปแล้ว
เล็กเหลือเกิน ที่นี่มันเล็กเกินไป ฝูกุ้ยนวดหัวพลางมองซ่งฝูเซิง รู้สึกว่าสหายของเขาไม่ง่ายเลยจริงๆ ต้องนั่งอยู่ในที่แคบแบบนี้ถึงเก้าวัน ถึงได้พูดกันว่าเบื้องหลังความสำเร็จคือความลำบาก
ถ้าเขาไม่ได้เข้ามา คงไม่รู้ว่าลำบากขนาดนี้ พื้นที่ใหญ่กว่ารูหนูบนเขาไม่เท่าไหร่ ยังต้องทั้งทำข้อสอบทั้งนอนในนี้
ถูกต้อง กระโจมสอบของทุกคนเล็กมาก
สูงหกศอก ลึกสี่ศอก กว้างสามศอก คำนวณแบบยุคปัจจุบันก็คือ หนึ่งจุดหนึ่งหกตารางเมตร
ทำข้อสอบอย่างไรน่ะเหรอ บนผนังมีแท่งอิฐยื่นออกมา มีไม้กระดานสองแผ่น พอเข้าไปแล้วก็เอาไม้กระดานวางบนอิฐที่สูงกว่า นี่ก็คือโต๊ะ ส่วนไม้กระดานอีกแผ่นวางต่ำกว่าก็จะเป็นเก้าอี้
พอตกเย็นก็เอาไม้กระดานมาวางราบบนพื้นก็จะกลายเป็นเตียงนอน
คือ
ซ่งฝูเซิงมองขาตัวเอง ถ้าอยากนอน คนขายาวอย่างเขาต้องนอนขดตัวแน่นอน โชคดีที่เข้าไปในพื้นที่พิเศษได้
ฝูกุ้ยเหนื่อยจนหอบแฮ่ก เร่งทำงานภายในเวลาสั้นๆ นี้ เขากับซื่อจ้วงไม่เพียงแต่จะติดตั้งในสิ่งที่ควรติดตั้ง ยังได้เอาผ้าห่ม หมอน เบาะพิง เบาะนั่ง ออกมาทั้งหมด ถ่านที่อยู่ข้างเตาดินก็จัดวางเรียบร้อย เอาไว้ผิงไฟถ้ากลางคืนหนาว
“นี่เป็นโถฉี่ ห่อปูนขาววางไว้ให้ตรงนั้นแล้ว”
ซ่งฝูเซิงพยักหน้า
ถ่ายเบาจัดการในกระโจมตัวเอง ถ่ายหนักถึงจะเรียกมือปราบเพื่อไปเข้าห้องส้วม
ชดเชยเวปล่ม 6ตอน : แอดริน
แต่ต่อให้เป็นการขับถ่าย ถ้าไม่ทำให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ถ้ากล้าปวดบ่อยก็จะถูกมือปราบมาเจาะกระดาษข้อสอบ รวมถึงการไปเอาน้ำก็มีเวลากำหนด
ดังนั้นซ่งฝูเซิงคำนวณแล้วว่าในเก้าวันนี้เขาฉี่ได้ไม่กี่ครั้ง แม่ยังจะเตรียมพวกขี้เถ้ามาให้เขาซึ่งมันไม่ได้ใช้เท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่เพราะมีแรงงานสองคนนี้มาด้วยเขาก็ไม่พกมาหรอก
อีกอย่าง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็เข้าพื้นที่พิเศษ ก็แค่ในพื้นที่พิเศษมันจะเก็บรักษากลิ่นไว้ตลอดไป เมียเขาไม่อนุญาต
“พวกข้าไปแล้วนะ ออกไปพวกข้ายังต้องถูกค้นตัวอีก”
“ไปเถอะ”
คืนนี้ไม่แจกข้อสอบ ก็แค่ให้ทุกคนเข้ามานอนก่อน แจกข้อสอบตอนเช้ามืด
ด้วยเหตุนี้ซ่งฝูเซิงเลยเอาไม้กระดานสองแผ่นมาต่อกัน ปูผ้าห่ม วางหมอน เปลี่ยนไปใส่ชุดนอนแขนยาวที่เมียเตรียมไว้ให้แล้วแกล้งนอนขดตัว มือปราบถึงกับงง ทำไมขนมาเยอะแบบนี้ ย้ายบ้านเหรอ
มือปราบไม่รู้หนังสือ มือปราบทุกคนที่เฝ้าการสอบจะต้องเป็นคนไม่รู้หนังสือทั้งหมด มือปราบคนนี้ยังมองซ่งฝูเซิงพลางทำจมูกฟุดฟิด “ฉีดอะไรน่ะ หอมดีจัง” มองหน้ามือปราบที่อยู่ข้างๆ แววตาสงสัย “เจ้าเห็นคนอื่นเข้านอนหรือยัง”
อีกฝ่ายส่ายหน้า จะเป็นไปได้อย่างไรที่พอเข้ามาก็นอนเลย
แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เจ้าดูข้าสิ
ภายในพื้นที่พิเศษ ซ่งฝูเซิงแทะเม็ดแตงพลางโม้ให้ฟัง “กระโจมสอบเรียงราย ไม่มีหันหน้าเข้าหากัน ข้าเห็นแค่ด้านหลังของกระโจมแถวหน้า ยังมีอาคารสูงอยู่ไกลๆ”
“เหล่าซ่ง ถ้าถูกจัดให้สอบที่นั่นคงดี”
“อะไรเล่า นั่นเป็นหอควบคุม ไม่มีผู้เข้าสอบ ขุนนางลาดตระเวนจะยืนมองจากที่สูงแล้วถึงสั่งมือปราบที่อยู่หน้ากระโจมพวกนี้”
เฉียนเพ่ยอิงทำเสียงจึ๊ “เข้มงวดน่าดู”
“ก็ใช่น่ะสิ ได้ยินว่าเริ่มสอบตอนเช้ามืด จะมีเหยี่ยวบินอยู่บนท้องฟ้า เป็นเหยี่ยวที่หิวโหยมาสามวัน ป้องกันการทุจริตโดยใช้นกพิราบ เหยี่ยวจะจับกินหมด”
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางถาม “ท่านพ่อตื่นเต้นไหม”
เหล่าซ่งเอนตัวบนโซฟา “พ่อจะตื่นเต้นทำไม”
“จริงสิ ท่านพ่อ เจอใครที่หน้าก้งย่วนบ้างไหม เจอลู่พั่นหรือเปล่า”
“โอ้ ลืมบอกไปเลย มัวแต่เล่าเรื่องหวังเจ๋อฟาให้ฟัง ลู่พั่นไม่ได้มานะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าซ่งฝูหลิงค้างเติ่ง ว่าไงนะ
“ไป ไป!”
ในเวลาเดียวกัน ม้าหลายตัวเพิ่งถูกขี่มาถึงเมืองเฟิ่งเทียน
พวกเขามาด้วยความรีบร้อน เดินทางข้ามวันข้ามคืน
ใครมา
พอเห็นอีกฝ่ายไม่ลดความเร็วก็เริ่มชักดาบออกมา
ซุ่นจื่อรีบร้อน ไม่เช่นนั้นจะลงไปถีบคนเฝ้าประตูแล้ว ตาบอดหรืออย่างไร คิดว่าพูดกับใครอยู่ ชูป้ายขนาดนี้ยังจะถาม
คนที่มาคือแม่ทัพติ้งไห่
ยังเห็นไม่ชัดอีกหรืออย่างไร
พวกมือปราบที่เฝ้าประตูรีบบอกคนด้านในให้เปิดประตูเมือง พลางแอบสังเกตแม่ทัพติ้งไห่ คิดในใจ
แม่ทัพติ้งไห่ก็ไม่มีมาดเอาเสียเลย มีลูกน้องติดตามกลับมาแค่นี้ ใครจะไปนึกถึง
ลู่พั่นนั่งอยู่บนม้า ขมวดคิ้ว ปากแห้งจนแตก ใบหน้าก็คล้ำลงไม่น้อย รอพวกมือปราบเปิดประตูเมือง
[1] เป็นสำนวนหมายถึงความอุตสาหะและความสำเร็จ
[2] การจัดสอบในระดับมณฑล