ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 676 เจ้าช่างแสบจริงๆ
ตอนที่ 676 เจ้าช่างแสบจริงๆ
“เดี๋ยวก่อนลูก กาน้ำชานี่คือ?”
ซ่งฝูเซิงงง บ้านเขาไม่มีแบบนี้นี่นา
ของในพื้นที่พิเศษก็ไม่ใช่แบบนี้ เมื่อก่อนในบ้านยุคปัจจุบันใช้เป็นกาดินเผา
ตอนนี้อันที่วางอยู่ตรงหน้ากลับเป็นกาน้ำชาลายครามเงาวับ
ของสิ่งนี้ลูกสาวของเขาอาจไม่รู้ราคา แต่เขารู้ว่าแพงมาก
ซ่งฝูหลิงกำลังจะออกไปบ่นกับแม่ พอได้ยินแบบนั้นก็หันไปยิ้มพลางตอบอย่างสุภาพ “ท่านพ่อ คุณชายลู่ให้มาเจ้าค่ะ”
ลู่พั่นจิบชาพลางเหลือบมองใบหน้าของซ่งฝูหลิง แอบติชมอยู่ในใจ
คำพูดมีรอยยิ้ม
คำว่าคุณชายลู่ออกมาจากปากของนาง ดุจเสียงสกุณาขับขาน
“หมินหรุ่ย เจ้าจะเกรงใจเกินไปแล้วหรือเปล่า” ซ่งฝูเซิงหันไปพูดกับลู่พั่นที่อยู่ข้างๆ
“อ๋า อ่อ หึหึ ก็แค่คิดว่าเป็นของจำเป็นในบ้าน” ลู่พั่นจำต้องเบนสายตาออก มองซ่งฝูเซิงพลางตอบ
ซ่งฝูเซิงเริ่มบ่นทันที ตำหนิลู่พั่นว่าชักจะมือเติบเกินไปแล้ว แต่ละอย่างที่เจ้าให้ หยิบอย่างไหนออกมาก็ทำให้พวกเราตกใจได้ทั้งนั้น อันที่จริงของขึ้นบ้านใหม่อะไรกัน ก็แค่ย้ายบ้าน กลับทำให้เจ้าเสียเงินมากขนาดนี้
ซ่งฝูหลิงเดินออกจากห้องรับแขกเงียบๆ ระหว่างที่พ่อบ่น ตรงไปหาแม่ในห้องครัว
“ท่านแม่ เมื่อครู่ลูกได้ยินว่าเขาจะค้างบ้านเรา”
“ใช่ แม่รู้ก่อนแล้ว พ่อเจ้ามาบอกแม่แล้ว หมินหรุ่ยเคยพูดกับพ่อไว้ตอนอยู่ในเมืองว่าอยากมาค้างคืน ก่อนหน้านี้แม่ยังคิดว่าแขกที่มาจะเป็นหวังเจ๋อฟาเสียอีก ปรากฏว่าหวังเจ๋อฟาไม่มา กลับเป็นลู่พั่นที่มา”
เฉียนเพ่ยอิงเอาผ้าขาวบางผืนนุ่มเช็ดชามของใหม่พลางพูด
“คนอย่างลู่พั่นตรงไปตรงมา อาจเพราะเกิดในครอบครัวทหารก็เป็นได้ ไม่ต้องประดิษฐ์ความคิด อยากกินอะไร อยากค้างคืน บอกว่าในบ้านไม่มีใคร อยากฉลองเทศกาลกับพวกเรา เขาก็เลยบอกมาตามตรง ไม่เหมือนคนบางคนที่ชอบให้คนอื่นคาดเดาอยู่เรื่อย ชอบให้คนอื่นยอมถอยให้ อยู่กับคนแบบนั้นเหนื่อยตาย”
ซ่งฝูหลิงอ้าปากค้าง
ท่านแม่พูดอะไรเนี่ย ทำไมพูดอะไรก็สามารถชมเขาได้หมด มีแต่ข้อดี
ท่านแม่ พูดมาตามตรงเถอะ ชอบชุดชามข้าวพวกนั้นใช่ไหมล่ะ ยอคนให้ใหญ่เลย
“งั้นเขานอนห้องไหน”
เฉียนเพ่ยอิงดันลูกสาว ยุ่งอยู่ ไม่ทำงานก็อย่ามาเกะกะ ทำไมคำถามเยอะแยะขนาดนี้
นางตอบขณะตักน้ำ “ซุ่นจื่อนอนห้องหนิวจั่งกุ้ย ลู่พั่นก็นอน…จริงสิ อย่ามัวแต่อยู่ว่างดูคนอื่นคุยกัน กลับห้องไปหอบผ้าห่มผ้าปูนอนผืนใหม่ออกมา”
“ของพวกนั้นทำให้ลูกไม่ใช่เหรอ ลูกยังไม่เคยใช้เลยนะ” ยังไม่ได้คำตอบว่าเขานอนไหน ซ่งฝูหลิงก็ถูกแม่พาเปลี่ยนเรื่อง
“จึ๊” เฉียนเพ่ยอิงเขยิบเข้าไปใกล้ลูกสาวแล้วกระซิบ “ต้องให้เขาใช้ของดี แถมยังให้ใช้ส่งเดชไม่ได้ จะให้พวกเราเอาหมอนยางพารามาให้เขาหนุนหรืออย่างไร เกิดเขาจับได้จะทำอย่างไร ผ้าห่มยกชุดใหม่ของลูกกำลังดี”
ซ่งฝูหลิงฟังเสียงคนในห้องรับแขกคุยกัน กลับห้องตัวเอง เปิดตู้คุ้ยผ้าห่มออกมาวางข้างเตียง
นางไม่กระตือรือร้นรับแขกเท่าหมี่โซ่ว ไม่มีหัวใจอันบริสุทธิ์ในการดูแลแขกเท่าหมี่โซ่วที่ยังอยู่ในวัยเด็ก
หมี่โซ่วกำลังถือถาดเข้าไป “พี่ชาย กินเม็ดแตง พวกปู่ทวดก็กินด้วยกัน”
“พี่ชาย ขนมซานจา บ้านเราทำเองลองชิมดูนะ”
“ท่านลุง ข้าถามแล้ว อีกเดี๋ยวข้าวก็เสร็จ”
จากนั้นหมี่โซ่วก็นั่งข้างพวกผู้ใหญ่ ฟังพวกผู้ใหญ่คุยกัน หนีบเหอเถาให้พี่ชาย
เนื้อเหอเถาที่หนีบออกมาได้ถูกวางไว้ข้างถ้วยชาของลู่พั่น
ข้างถ้วยชาของลู่พั่นมีชามเล็กๆ หนึ่งใบ หมี่โซ่วตั้งใจขอจากท่านป้าในครัว ถ้าเอาเนื้อเหอเถาวางบนโต๊ะรับแขกโดยตรงจะสกปรก
…
ภายในห้องครัว
“ทุกคนเร่งมือหน่อย คุณชายลู่กับเจ้าสามของข้าหิวแย่แล้ว แต่ต่อให้เร็วแค่ไหนก็ต้องทำให้สะอาด โดยเฉพาะผักต้องล้างให้สะอาด ทางนั้นเป็นคนพิถีพิถัน ถ้าเกิดเห็นว่าผักไม่สะอาด เดี๋ยวจะแอบขัดใจ”
ท่านย่าหม่าทำตัวเหมือนเป็นหัวหน้าแม่ครัว กำลังสั่งพวกยายๆ กับลูกสะใภ้ทำงาน
เก่อเอ้อร์นิวหั่นเนื้อแพะพลางถาม “น้องสะใภ้ เนื้อแพะบ้านเราไม่พอ เมื่อครู่หลานชายคนโตของเจ้าตั้งใจวิ่งเข้าไปซื้อในหมู่บ้านก็ได้มาไม่เท่าไร ข้าว่าบ้านเราคนเยอะเกินไป ไม่ต้องกินหม้อไฟทุกคนหรอก กินไปก็เสียของ ตั้งให้คุณชายลู่กินโต๊ะเดียวก็พอแล้ว”
ท้องไม่ได้โหยหานัก เมื่อสองเดือนก่อนก็กินเนื้อย่างไปแล้ว
ปกติเก้าสกุลก็กินดีกว่าคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน
หลักๆ คือครอบครัวพวกเขาคนเยอะ กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม บ้านอื่นกินเนื้อจินสองจินก็ไม่ไหวแล้ว แต่บ้านพวกเขาถ้าอยากกินมื้อดีๆ ก็ต้องใช้เนื้อหลายสิบจินหรืออาจถึงร้อยจิน
ท่านย่าหม่าไม่เห็นด้วย
“ให้เขากิน แต่เจ้านั่งมองอย่างนั้นเหรอ
เกิดไม่ดูเด็กไว้ให้ดี มีใครวิ่งเข้าไปชี้นั่นชี้นี่ เขาจะยังกินอร่อยอยู่ไหม
ต้องให้ได้กินทุกคน อย่างน้อยก็ให้ดูเหมือนได้กินกันหมด คุณชายลู่ถึงจะกินได้อย่างเอร็ดอร่อย เข้าใจไหม
เนื้อแพะไม่พอก็ใช้เนื้อหมูกับเนื้อปลา พอถึงเวลาต้องให้ทุกบ้านได้ตั้งโต๊ะกินด้วยกัน ให้คนเห็นบรรยากาศครึกครื้นสนุกสนาน”
“ได้ เจ้าพูดแบบนี้ข้าก็เข้าใจแล้ว”
เก่อเอ้อร์นิวหันกลับไปบอกพวกลูกสะใภ้ “ล้างผักล้างเห็ดเยอะๆ หั่นหัวไชเท้ามากหน่อย” เอาของพวกนี้ไปวางบนโต๊ะเยอะๆ
ยายหวังเข้าไปดึงตัวท่านย่าหม่า
“ทำอะไร ดึงข้าเข้ามาในเล้าไก่ทำไม”
“พี่ ดูสิ” ยายหวังยื่นซองแดงให้ย่าหม่า จากนั้นก็หันมองรอบตัว กลัวคนอื่นจะเห็น
ตอนเห็นก้อนทองหยวนเป่าเล็กๆ สองก้อนร่วงออกมาจากซองแดง ท่านย่าหม่าก็เลิกคิ้วอย่างเหนือความคาดหมาย
หยวนเป่าทองนี้ดูคุ้นตา นางเองก็มีหลายก้อน
“คุณชายลู่ให้เหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ คุณชายลู่ให้ก้อนทอง ซุ่นจื่อเอามาให้ จงอวี้บอกว่า ซุ่นจื่อยังให้เงินต่างหากด้วยสองตำลึง” เพิ่งได้หลานชายมาใช่ไหมล่ะ เขาก็เลยร่วมให้ของขวัญ
ท่านย่าหม่าได้รับคำยืนยันเสร็จก็ชักปวดใจ แค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวนี้ หมินหรุ่ยเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว มีประโยชน์บ้างไม่มีประโยชน์บ้างก็แจกของขวัญหมด
อยากยึดคืนให้หมดจริงๆ
คิดๆ ดูก็รู้ว่าถ้านางยึด ยายหวังก็ต้องเชื่อฟังเอาให้นาง
เพราะในสายตาคนเก้าสกุล ถ้าไม่มีลูกสามของนาง ถ้าคุณชายลู่ไม่เห็นแก่ลูกสามของนาง มีเหรอจะให้ของขวัญพวกนี้ตามด้วย
แต่ว่า ท่านย่าหม่างอนิ้วกลับ นางเอาไว้ไม่ได้
อีกเดี๋ยวถ้าลูกสามรู้เข้าจะต้องชักสีหน้าใส่นางแน่นอน
อีกอย่าง ตรงนี้ต้องขอพูดแทรกหน่อย ท่านย่าหม่า ครั้งนี้ลู่พั่นมาเจอเรื่องมงคลพอดี ก็ไม่ได้เห็นแก่หน้าลูกสามของท่านทั้งหมดหรอก รวมถึงเงินที่ซุ่นจื่อควักให้หวังจงอวี้กับซ่งฝูกุ้ยคนละสองตำลึงด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมิตรภาพที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา
“เช่นนั้นเจ้าก็เก็บไว้เถอะ”
“พี่ให้ข้าเก็บไว้เหรอ” ยายหวังตื่นเต้นจนพูดติดอ่าง
“อืม แต่เรื่องน้ำใจครอบครัวเจ้าก็ไปคืนกันเอง อย่างตอนคุณชายลู่แต่งงาน ซุ่นจื่อแต่งงาน เจ้าย่อมรู้ ต้องให้เยอะกว่านี้”
ยายหวังใจหายวาบทันที ว่าอย่างไรนะ คุณชายลู่แต่งงานไม่มีทางเชิญข้าไปหรอก อย่ามาขู่กันเลย เช่นนั้นบ้านข้าต้องให้ของขวัญต่างหากเท่าไหร่เหรอ
หลานชายคนเล็กที่เพิ่งเกิดนี้ คงต้องเก็บเงินไว้ตอบแทนน้ำใจตั้งแต่ตอนนี้แล้ว งั้นวันหน้าชื่อเล่นก็ชื่อตัวล้างผลาญแล้วกัน
“พี่ อย่าเพิ่งไปสิ”
“อะไรอีก งานข้าเยอะแยะ”
ยายหวังรีบพูด “เช่นนั้นครั้งนี้ล่ะ เดี๋ยวพอคุณชายลู่กลับ ข้าต้องให้อะไรไหม”
“ถามตัวเองก่อนว่ามีอะไรพอจะให้ได้”
“ไข่เค็ม”
“เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมไว้ให้เขาหน่อย อย่างพวกเราน่ะ ไม่ว่าจะให้อะไรกลับก็ไม่มีค่าสำหรับพวกเขานักหรอก พูดตามตรงก็คือให้เป็นน้ำใจ”
ท่านย่าหม่าคิดในใจ เดี๋ยวนางจะเอาผักกาดขาวดองเผ็ดให้หมินหรุ่ยหนึ่งไห เพื่อเป็นการตอบแทนที่ให้ ‘ต้นใบเงินใบทอง’
ผักกาดขาวดองเผ็ด ห้ามดูถูกมันเชียวนะ
นางไม่บอกหรอกว่านั่นฝีมือใครทำ (อันที่จริงสะใภ้สามทำ) แต่หมินหรุ่ยจะต้องคิดว่าพั่งยาเป็นคนทำแน่นอน
ย่าทำเพื่อเจ้านะหมินหรุ่ย แบบนี้เจ้าจะได้กินอย่างเอร็ดอร่อย