ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 688 ไม่แสดงอำนาจก็เห็นเขาเป็นแมวป่วย
ตอนที่ 688 ไม่แสดงอำนาจก็เห็นเขาเป็นแมวป่วย
เก็บข้าวของก่อนกลับบ้าน
เถาฮวาได้ยินแม่ทัพลู่จงใจกระซิบหารือกับน้องสาวของนาง “ข้าให้สาวใช้สองคนมาปรนนิบัติดีหรือไม่”
น้องสาวของนางก้มหน้าเก็บกระปุก ตอบอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ไม่เอา”
“ทำไมไม่เอาล่ะ ข้าเห็นเจ้าต้องยกถาดทำความสะอาดพื้น”
เถาฮวาที่แอบฟังอยู่ข้างๆ กลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
“ข้ายอมทำงานดีกว่า มีสาวใช้ก็ต้องแบ่งที่ให้พวกนางนอน รับผิดชอบอาหารการกิน พ่อข้าเคยบอกก่อนแล้วว่า สาวใช้บ่าวรับใช้ของข้ากับหมี่โซ่วต้องเลี้ยงดูเอาเอง ข้าไม่มีเงิน”
“ข้าจะให้เงินเจ้า”
“ข้าไม่เอาเงินของท่านหรอก”
ลู่พั่นกระอักกระอ่วนไปต่อไม่ถูก
ปิดเส้นทางขนาดนี้ อยากให้เงินก็ไม่รับ
เขาจะพูดออกไปไม่ได้ว่า เขามีเงินเยอะถึงขั้นที่หวังว่าฝูหลิงจะช่วยเขาเอาไปใช้หน่อย
เถาฮวาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วน แอบเหลือบมองลู่พั่น อยากดูว่าน้องสาวของนางทำลู่พั่นโกรธหรือเปล่า
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าลู่พั่นกำลังมองนางอยู่
เถาฮวาสะดุ้ง “แม่ทัพลู่ คือว่า น้องสาวข้ามีเงิน ไม่ใช่สิ”
ดูนางซิ ตื่นเต้นจนพูดเหลวไหลอะไรไปเนี่ย
เถาฮวาอยากจะตบปากตัวเอง พูดด้วยสีหน้าแดงก่ำ “ข้าแค่อยากบอกว่า ต่อไปน้องสาวข้าต้องทำงานอะไรข้าจะช่วยเอง ข้าจะไปดูที่บ้านนางทุกวัน” วางใจได้ ไม่มีงานข้าก็จะไปหางานทำ
ซ่งฝูหลิงชักไม่พอใจ อะไรกัน นี่พี่สาวของนางนะ
ลู่พั่นกลับพอใจมาก ก่อนหันตัวเดินออกจึงพยักหน้าให้เถาฮวา “ได้ รบกวนด้วย”
“พี่ ต่อไปอย่าทำแบบนี้ต่อหน้าเขา”
เถาฮวาสะกิดแขนฝูหลิงบอกให้เบาเสียงหน่อย เดี๋ยวแม่ทัพลู่ได้ยิน
จากนั้นถึง…พั่งยา คิดว่าคนอื่นเขาเป็นแบบเจ้าหรืออย่างไร
“น้องพี่ พี่พูดตามตรง ถือว่าพี่ทำได้ดีมากแล้วต่อหน้าเขา เมื่อก่อนพี่ไม่กล้าแม้แต่จะคิด ว่าจะกล้าพูดตอบเขาด้วย ถ้าเป็นพี่ต้ายาเอ้อร์ยาของเจ้า ป่านนี้ยืนตัวสั่นไปแล้ว”
ซ่งฝูหลิง ยังไง นี่ข้าต้องชมเหรอ
เถาฮวา ก็ใช่น่ะสิ
ภายใต้ท้องฟ้าสีครามเมฆขาว ทุกคนพากันเดินกลับบ้าน
หมี่โซ่วกับลู่พั่นขี่ม้าตัวเดียวกัน
หมี่โซ่วพิงอกพี่แม่ทัพเล็ก กำลังกวักมือเรียกพวกซ่งจินเป่าให้ท่องพร้อมกัน
“นักฆ่าแคว้นจ้าว พกกระบี่คมปลาบ ควบอาชามุ่งหน้า รวดเร็วดุจดาวตก”
“พี่สาวสอนรึ”
“พี่ชาย พี่ไม่มานานแล้ว อาจไม่รู้เรื่องบางอย่าง พี่สาวข้าไม่ใช่พี่สาวคนก่อนที่ชอบสอนพวกเราแล้ว”
พูดถึงเรื่องนี้หมี่โซ่วกับพวกซ่วนเหมียวจื่อก็เสียใจ
พี่พั่งยาเอาพวกเราไปฝากไว้กับอาจารย์เริ่นในหมู่บ้านนานแล้ว
ซ่งฝูหลิงได้ยินเสียงบ่นก็ ปรักปรำข้า ก็ข้าต้องติวให้พ่อก่อนไม่ใช่หรือไง
…
“กลับมาแล้ว!”
พวกท่านย่าหม่า พอได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็กๆ ก็ออกจากห้องครัวมาต้อนรับ
ในขณะที่นายอำเภอหูกับซ่งฝูเซิงได้ยินเสียงก็จะออกจากห้องรับแขกมาต้อนรับด้วย ลู่พั่นที่พาหมี่โซ่วขี่ม้ากลับมาก่อนได้สาวเท้าขึ้นบันได เจอพวกเขาพอดี
ลู่พั่นมองแวบแรก มองรองเท้าบู๊ทขุนนางของนายอำเภอหูก่อน
พบว่าท่านอาสวมรองเท้าแตะ แต่นายอำเภอหูกลับไม่เปลี่ยนรองเท้า
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยเสียมารยาทที่ไม่ได้มาต้อนรับ เพิ่งทราบข่าวว่าท่านมาที่หมู่บ้านเหรินจยา ขอท่านแม่ทัพโปรดอภัย”
ลู่พั่นทักทายซ่งฝูเซิงเสร็จก็พับแขนเสื้อล้างมืออยู่ตรงหน้าประตูพลางตอบนายอำเภอหูโดยไม่แม้แต่จะมอง “เดิมทีข้าก็ไม่อยากให้คนไม่เกี่ยวข้องมารบกวน”
คือ?
รอยยิ้มของนายอำเภอหูค้างเติ่ง
แม้แต่ซ่งฝูเซิงยังรู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่ไว้หน้าเลยสักนิด
เจ้าพูดออกมาตามตรงได้ว่าไม่อยากถูกรบกวน แต่ใครใช้ให้เจ้าตำแหน่งใหญ่โตเก่งขนาดนี้ล่ะ
แต่ว่านะหมินหรุ่ย เจ้าเรียกนายอำเภอหูว่า ‘คนไม่เกี่ยวข้อง’ มันออกจะนั่นไปหน่อยหรือเปล่า เจ้านี่นะ
นายอำเภอหูคาดไม่ถึงว่าพอมาถึงก็ฉีกหน้ากันแบบนี้
เดิมทีคิดว่ามีซ่งฝูเซิงอยู่ อย่างไรเสียเขาก็เป็นขุนนางท้องถิ่น ครอบครัวซ่งอยู่ในอาณาเขตความดูแลของเขา แม่ทัพลู่น่าจะให้เกียรติกันบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อก่อนเขายังช่วยปิดบังเรื่องที่หมู่บ้านเหรินจยาแอบทำทุ่นระเบิดให้กองทัพตระกูลลู่
รู้สึกแค่ว่าไม่ว่าจะยกเรื่องไหน แม่ทัพลู่ก็ควรไว้หน้าเขาบ้าง
เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี
บากหน้าพูดต่อแล้วกัน
นายอำเภอหูทำได้เพียงปั้นหน้ายิ้มพูดต่อ “ท่านแม่ทัพ วันนี้เป็นเทศกาลฉงหยาง ไม่ทราบว่าต้องจัดพิเศษหรือไม่”
ลู่พั่นรับผ้าที่ซุ่นจื่อยื่นให้มาเช็ดมือ “จัดอะไร”
คือ?
ซ่งฝูเซิงก้มหน้าคิดอยู่ด้านหลังนายอำเภอหู นายอำเภอหูโดนมันทุกเม็ด ฮ่าๆๆ
“ข้าขอถาม”
“เชิญท่านแม่ทัพถามมาได้”
“ตอนท่านเข้ามาในหมู่บ้าน ได้มองดูรอบๆ หรือไม่ เพราะเหตุใดหมู่บ้านเหรินจยาถึงไม่เหมือนข้างนอก เรื่องนี้ท่านได้รายงานไปที่ผู้ว่าฯ หลี่หรือยัง”
ลู่พั่นพูดเสียงเข้ม
พูดจบก็หันหนี ไม่สนใจนายอำเภอหูอีก
เรียกท่านย่าหม่า “ท่านย่า ในชะลอมนั้นมีปลาเป็นอยู่สองตัว”
ย่าเหรอ เรียกว่าย่าเลยเหรอ
นายอำเภอหูไม่รู้ว่าตัวเองออกมาจากบ้านครอบครัวซ่งได้อย่างไร สองขาเดินเหมือนหุ่นยนต์
เป็นซ่งฝูเซิงที่ออกมาส่งเขาขึ้นรถม้า
ตอนนายอำเภอหูขึ้นรถม้า เขาหวั่นใจจนลืมร่ำลาซ่งฝูเซิงตามมารยาท
เขาอยู่ในรถม้าเช็ดเหงื่อไม่หยุด ดูถูกครอบครัวซ่งเกินไป ทั้งๆ ที่ก็ประเมินไว้ในใจสูงมากแล้ว แต่ก็ยังต่ำเกินไปอยู่ดี
ภายในห้องครัว ลู่พั่นคุยกับท่านย่าหม่าเป็นการส่วนตัว
“ท่านย่า ท่านเก็บป้ายอันนี้ไว้ ต่อไปถ้าในบ้านเกิดเรื่องอะไรก็ไปหาผู้ว่าฯ หลี่โดยตรง” ห้ามบอกท่านอา
ท่านย่าหม่ารีบเช็ดมือรับมา “อืม ต้องเป็นเรื่องที่ยากเป็นพิเศษถึงจะไปหา ข้าจะเอาป้ายอันนี้ของเจ้าออกมาง่ายๆ ไม่ได้ มันล้ำค่ามาก แต่ข้าเห็นเจ้าดูไม่ค่อยชอบนายอำเภอคนนั้นเท่าไร เขาทำไมรึ”
“เขาไม่เปลี่ยนรองเท้า”
ท่านย่าหม่าอึ้ง “…”
ท่านย่าหม่านึกไม่ถึงว่าเรื่องเล็กน้อยอย่างไม่เปลี่ยนรองเท้าจะทำให้หมินหรุ่ยของข้าไม่ชอบใจได้
ในสายตาของลู่พั่น เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนรองเท้าไม่ใช่เรื่องเล็ก เรื่องเล็กๆ ก็ทำให้เห็นนิสัยได้
นายอำเภอหูมาที่บ้านท่านอา หากรู้จักให้ความเคารพเจ้าของบ้าน หากเห็นท่านอาเป็นเพื่อนไปมาหาสู่กัน ก็ไม่มีทางใส่รองเท้าบู๊ทขุนนางเข้าไปในบ้าน
ท่านคิดว่ามาบ้านชาวบ้านทั่วไป ตัวเองเป็นขุนนางท้องถิ่น ไม่ถอดรองเท้าก็ถูกต้องแล้วอย่างนั้นรึ
ดูท่าท่านจะมาวางมาดข่มล่ะไม่ว่า
แต่ท่านวางมาดผิดที่แล้ว
นับตั้งแต่ลู่พั่นกลับมาก็ไม่ได้เห็นฝูหลิงอีก
เพราะนางกลับมาถึงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าขึ้นเตียงหลับไปแล้ว เล่นเอาท่านย่าหม่าโมโหร้อนใจ จะปลุกก็ไม่กล้า ไม่ปลุกก็ว้าวุ่นใจ
ลู่พั่นก็รู้ว่าฝูหลิงเหนื่อยมาก เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า เที่ยวกับคู่หมั้นเสร็จก็มาเริ่มดื่มเป็นเพื่อน ‘พ่อตา’ ไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่สิ้นเปลืองเวลาโดยเปล่าประโยชน์แม้แต่น้อย
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเรือ
ซ่งฝูเซิงชี้กับแกล้ม “ข้าเคยดื่มเหล้ากับนายอำเภอหูหลายครั้ง”
“ท่านอาเห็นเขาเป็นเพื่อนหรือ”
ซ่งฝูเซิงส่ายหน้า “ในสายตาของข้า ไม่ดื่มชามใหญ่ไม่ถือเป็นเพื่อนแท้ แต่คนที่ดื่มเหล้าด้วยกันก็ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนทั้งหมด” ก็แค่คิดว่าขุนนางใหญ่ยังไม่สู้ขุนนางที่รับผิดชอบโดยตรง แค่ให้เกียรติไปตามมารยาท
“จิตใจมนุษย์ต่างหากที่ยากแท้หยั่งถึง” ซ่งฝูเซิงลุกยืนบนเรือ