ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 693 รู้สึกว่าอวสานได้แล้ว
ตอนที่ 693 รู้สึกว่าอวสานได้แล้ว
“ต้าหลัง อาสามของเจ้าสอบผ่านแล้วนะ ได้ย่าหยวน”
ด้านนอกพระคลังหลวง ซ่งฝูกุ้ยกระโดดลงจากเกวียนวัว ตะโกนใส่พวกมือปราบลาดตระเวนที่อยู่อีกฝั่งของกำแพงสูง
พอเสียงตะโกนของซ่งฝูกุ้ยดังขึ้น ต้าหลังกับหูจือก็อึ้งทันที ทั้งสองคนตอบกลับ “บอกย่ารอพวกข้าเดี๋ยว” จากนั้นก็วิ่งไปยังที่ว่าการด้านหน้าที่พวกใต้เท้าเว่ยอยู่
เกาเถี่ยโถวอยู่ไกล ไม่ได้ยินที่มีคนในครอบครัวมาตะโกนส่งข่าว
แต่เขาเห็นต้าหลังกับหูจือวิ่งตัวปลิว ดูก็รู้ว่ามีเรื่องด่วน จึงรีบเก็บสมุดบันทึกแล้ววิ่งตามหลังไปด้วย
ใต้เท้าเว่ย “เกิดอะไรขึ้น”
ต้าหลัง หูจือ และเกาเถี่ยโถวฉีกยิ้ม ไม่ทำแล้วงาน พวกข้าจะขอลาหยุด อาสามน้าสามของพวกข้าสอบผ่านแล้ว พวกข้าอยากกลับบ้านไปรอหนังสือแสดงความยินดีที่จะเอามาให้ถึงบ้าน
“อันดับที่เท่าไหร่”
“ย่าหยวน”
ใต้เท้าเว่ยยืนขึ้น “เยี่ยม เยี่ยมมาก ฮ่าๆๆ อนุญาต”
หลังจากต้าหลัง หูจือ และเถี่ยโถวออกไปแล้ว
ใต้เท้าเว่ยถูมือด้วยความตื่นเต้น คนอย่างพี่ซ่งใช่ว่าจะไม่เป็นขุนนางแล้ว แต่เพราะมีความมั่นใจว่าพึ่งความสามารถของตัวเองได้ เลยเข้ามาเป็นขุนนางตามวิธีที่ถูกต้อง
ในขณะที่พวกท่านย่าหม่ารีบเร่งกลับหมู่บ้านเหรินจยา
ตรงกระดานประกาศผลสอบก็มีหลายคนร่วมยินดีจากใจจริงที่ซ่งฝูเซิงสอบได้ย่าหยวน
แม้ตัวซ่งฝูเซิงจะไม่รู้ก็ตามว่ามีใครแอบร่วมยินดีกับเขาบ้าง
หยางหมิงหย่วนดูอันดับของตัวเองเสร็จก็เลื่อนดูอันดับของซ่งฝูเซิง ยิ้มจนเห็นฟัน ดีจริงๆ ท่านอาเก่งมาก
นักเล่าเรื่องที่เมื่อก่อนมาทำงานให้ร้านขนมของย่าหม่ายืนอยู่นอกกลุ่มคน ยิ้มพลางพึมพำ
เจ้านาย ท่านเป็นคนดีย่อมได้สิ่งดีๆ ตอบแทน ท่านยังจะได้พบกับความสุขยิ่งกว่านี้อีก
เขาไม่มีทางลืมที่ซ่งฝูเซิงเคยให้เงินเขาสองตำลึงเพื่อเอาไปซื้อยามารักษาลูกชายคนเล็ก
บรรดา ‘ทหารตระกูลลู่ตัวปลอม’ ที่เคยร่วมขบวนไปส่งเสบียงกับซ่งฝูเซิง หลังจากพวกเขากลับมาก็ยังคงเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูตระกูลลู่ ได้เลื่อนสถานะขึ้นไม่น้อย มีชีวิตที่ดีขึ้น
มีหลายคนเดินผ่านกระดานประกาศผลสอบ กำลังมีความสุขที่คุณชายลู่กับซ่งฝูเซิงสอบผ่าน
โดยเฉพาะกับซ่งฝูเซิง พวกเขายินดีจากใจจริง
ชีวิตนี้พวกเขาไม่มีทางลืมช่วงเวลานั้น มิตรภาพที่ร่วมฝังระเบิดมาด้วยกัน
อันที่จริงพวกเขาก็เคยแอบช่วยสนับสนุนกิจการของม้าพันลี้อยู่เงียบๆ ก็แค่ไม่มีใครรู้ อย่าเห็นว่าพวกเขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีบทบาทอะไร แต่ก็รู้จักคนเยอะแยะในแวดวงคนงานที่จัดการเรื่องต่างๆ ในจวน
พวกเขาคิดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าหัวหน้าเป็นคนมีความสามารถอย่างแท้จริง และก็เป็นอย่างที่คิด
พวกเขามองหน้าและยิ้มให้กัน หัวหน้ากลายเป็นนายท่านซ่งแล้ว วันนี้ต้องดื่มให้นายท่านซ่งสักจอก
ใต้เท้าศึกษาธิการลูบเครา
เห็นทีสายตาข้าจะเฉียบคมไม่เบา ขบวนผู้เข้าสอบจากเมืองเฟิ่งเทียนก็ให้ซ่งฝูเซิงนำไปแล้วกัน
เอาซ่งฝูเซิงเป็นศูนย์กลาง พาผู้เข้าสอบของเมืองเฟิ่งเทียนไปแข่งกับคนเก่งๆ ทั่วแคว้น
สอบฮุ่ยซื่อ[1] เตี้ยนซื่อ[2] ผู้เข้าสอบที่ไปจากที่นี่ล้วนสามารถคว้าอันดับดีๆ ได้ทั้งนั้น
หลังจากใต้เท้าผู้ว่าฯ หลี่ทราบอันดับจวี่เหรินในครั้งนี้ ตัดแม่ทัพลู่ออกไป เพราะไม่ใช่บุคคลที่พวกเขาจะหยิบเอามาวิจารณ์กันอย่างเปิดเผยได้
แต่ซ่งฝูเซิงล่ะ
ใต้เท้าหลี่ยิ้มพลางพูด “คนผู้นี้เป็นบุคคลที่เก่งจริงๆ”
โดดเด่นเหลือเกิน
เขาเคยได้ยินสารพัดเรื่องของหมู่บ้านเหรินจยา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้คนคนนี้เคยไปส่งเสบียงให้แม่ทัพลู่ ทำเสบียงให้กองทัพ หมู่บ้านเหรินจยาเป็นหมู่บ้านเสบียงอาหารต้นแบบ เคยพบใต้เท้าอัครเสนาบดี เคยได้รับเงินรางวัลจากใต้เท้ารองเสนาบดีเหมา ได้รับความสนใจจากใต้เท้าแต่ละกรมกองมานานแล้ว
คนผู้นี้ขาดอีกไม่กี่ก้าวก็เหาะไปได้ไกลแล้ว
…
มือปราบที่ไปแสดงความยินดีโดยเฉพาะได้ออกเดินทางแล้ว
พวกเขาแอบถามกันเอง “พวกเจ้าได้ไปไหน”
บรรดามือปราบที่ได้ไปแสดงความยินดีกับนายท่านซ่งที่หมู่บ้านเหรินจยาต่างดีใจกันสุดๆ
ระยะทางสั้น เงินเยอะ คิดเอาเองว่านายท่านซ่งไม่มีทางไม่รับรองพวกเขา
กลุ่มมือปราบที่ไปแสดงความยินดีกับซ่งฝูเซิงมีหกคน ทั้งหกคนขี่ม้าสูงใหญ่ที่ ‘ใช้เฉพาะจอหงวน’ ด้านหลังมีคนถือธงถือป้ายผ้ารวมสิบสองคน นอกจากนี้ยังมีคนเป่าปี่ คนตีฆ้องกับคนจุดประทัด
พวกเขาจะตีฆ้องร้องป่าวไปตลอดทาง เสียงดนตรีเสียงประทัดดังปะปนกันไป ครึกครื้นมากทีเดียว ราวกับมีขบวนขันหมากไปที่หมู่บ้านเหรินจยา
มาแล้ว
มาแล้ว
บนศีรษะพวกป้าอ้วนเต็มไปด้วยหิมะ สองมือซุกอยู่ในแขนเสื้อ ที่นี่รอดูความครึกครื้นกันอยู่นานแล้ว
หัวหน้าตระกูลเริ่นที่ป่วยอยู่ก็แต่งตัวหนามาก ให้ลูกชายช่วยประคองมารอขบวนแสดงความยินดี
นี่เป็นเรื่องมงคลครั้งใหญ่ของหมู่บ้านเหรินจยา เขาต้องมาให้ได้
หัวหน้าตระกูลเริ่นเป็นคนมีนิสัยซื่อตรง รู้จักแต่รอขบวนแสดงความยินดี อย่างพวกเริ่นกงซิ่นวิ่งโร่ไปแสดงความยินดีถึงฝั่งนู้นอย่างไม่หยุดหย่อนนานแล้ว
ซ่งฝูเซิงหลบพวกคนที่มาแสดงความยินดีกับเขา เวลานี้ดึงเมียเข้าห้องนอนแล้วยิ้มพลางพูด “สอบผ่านอีกแล้ว ฮ่าๆๆ นึกไม่ถึงเลยจริงๆ เมื่อก่อนพ่อไม่แม้แต่จะกล้าฝัน ถือว่าอนาคตของพ่อสดใสสุดๆ!”
เฉียนเพ่ยอิงถูกซ่งฝูเซิงดึงมาก็ยังงงอยู่
นั่นสิ จะไปหาเหตุผลที่ไหนได้ อยู่ยุคปัจจุบันเรียนอะไรหน่อยก็เหนื่อยแทบตาย พอมาอยู่ที่นี่กลับเป็นเรื่องง่ายเฉย
แต่ละครั้งไม่ใช่แค่สอบผ่าน ยังได้อันดับสองด้วย ถ้าไม่มีลู่พั่นขวางไว้ เหล่าซ่งคงคว้าที่หนึ่งไปแล้ว
“เบาหน่อยๆ” เหล่าซ่ง รักษาภาพลักษณ์หน่อยได้ไหม เดี๋ยวคนอื่นได้ยินเข้าจะเสียภาพพจน์หมด เมื่อครู่ยังทำวางมาดประมาณว่าสอบได้ย่าหยวนก็ปกติไม่ใช่เหรอ
“ไม่ได้ละ พ่อต้องหัวเราะให้เต็มที่ จะบอกให้นะเพ่ยอิง จำคำพูดนี้ไว้ เด็กหลังห้องทุกคนล้วนมีความสามารถแฝง”
“ท่านพ่อ” อยู่ๆ ซ่งฝูหลิงก็เปิดประตูชะโงกหน้าเข้ามา
“อุ๊บ แค่กๆๆ” ซ่งฝูเซิงกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ
ซ่งฝูหลิงก็รู้ว่าพ่อหนีขึ้นมาหัวเราะดีใจที่ชั้นบน มีแค่อยู่ต่อหน้าแม่ที่พ่อจะเป็นตัวของตัวเอง
ดูเอาแล้วกัน พอนางโผล่มาก็ทำเป็นวางมาด
“เอ่อคือ ลูกพ่อ” เหล่าซ่งกลั้นได้ไม่กี่วินาที ความรู้สึกก็พรั่งพรู “ลำบากลูกมากเลยนะ”
ลำบากลูกของเขาจริงๆ
“ท่านพ่อ ลูกไม่ลำบาก ถ้าท่านพ่อไม่ให้ความร่วมมือมันก็ไม่มีประโยชน์ใช่ไหมล่ะ ท่านพ่อเก่งมาก” ซ่งฝูหลิงยิ้มพร้อมยกนิ้วโป้งให้สองมือ
ความลำบากทั้งหมดของพ่อนาง ทบทวนตำราทั้งคืนทุกวัน ง่วงจนหัวผงก นางรู้ดีกว่าใคร
ซ่งฝูเซิงขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที สาวเท้าเดินไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งจับเมียอีกข้างจับลูกสาว
ทันใดนั้น ทั้งสามคนก็หลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ นี่เป็นภาพที่หาได้ยากมาก
ต้องทราบก่อนว่าปกติสามคนนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกัน มักจะรู้สึกกันคนละแบบ
หมี่โซ่วยืนปาดน้ำตาเงียบๆ อยู่ตรงประตู
อย่าถามว่าทำไมเขาถึงร้องไห้
แค่รู้สึกว่าท่านลุง ท่านป้า และพี่สาวกอดกันมองกัน มันน่าประทับใจ
เขารู้สึกภูมิใจที่มีท่านลุงเก่งแบบนี้จนอยากร้องไห้
แต่จะว่าไป ฮือออ แบบนี้พอเขาโตขึ้นจะทำอย่างไร สอบได้ที่สองก็ถือว่าไม่เก่งไปกว่าท่านลุง ต้องสอบให้ได้ที่หนึ่งครอบครัวถึงจะดีใจ
“หมี่โซ่ว” ซ่งฝูเซิงอุ้มเขาขึ้นมาแล้วจับฟัด
หอมแก้มลูกสาวไม่ได้งั้นก็หอมลูกชายแล้วกัน “แอบร้องไห้ทำไม”
พอหมี่โซ่วบอกสาเหตุจบ ทุกคนก็พากันหัวเราะ
ในเวลานี้เองได้มีเสียงดนตรีครึกครื้นดังมาจากด้านนอก ในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้านของเก้าสกุลแล้ว
ด้านนอกมีคนมารุมล้อมเป็นกลุ่มใหญ่
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านซ่งฝูเซิงที่สอบได้ย่าหยวนระดับมณฑล!”
ท่านลุงซ่งกับท่านย่าหม่าต่างนึกไม่ถึงว่าลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงจะชิงตะโกนตัดหน้าพวกเขา “ตกรางวัล จัดไป!”
ครั้งนี้ลุงใหญ่ไม่ได้เมา ตะโกนให้ตกรางวัลด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ เก่อเอ้อร์นิวล้วงซองแดงออกมาจากเอวประหนึ่งเสกได้ แสดงให้เห็นว่าเตรียมไว้ก่อนแล้ว
ท่านลุงซ่งตะโกนต่อ “ตกรางวัล!” ลูกชายคนโตของท่านลุงซ่งยกถาดซองแดงออกมา พวกผู้ชายของเก้าสกุลก็เรียงแถวถือถาดลูกกวาด
“ตกรางวัล” ซ่งฝูไฉ ซ่งฝูสี่ ซ่งอิ๋นเฟิ่งก็พากันตะโกนพร้อมรอยยิ้ม
พวกเขาก็เตรียมเงินสำหรับที่น้องชายสอบผ่านไว้ก่อนแล้ว
ท่านย่าหม่าน้ำตาคลอมองลูกสาวคนโต ลูกชายคนโตและคนรอง นางนึกไม่ถึงว่าลูกๆ ที่แสนซื่อทั้งสามคนก็เตรียมของพวกนี้ไว้ให้น้องชายด้วย
ซ่งฝูเซิงพาลูกเมียออกมาขอบคุณทุกคนท่ามกลางเสียงแสดงความยินดี
[1] การสอบระดับแคว้นที่รวมคนเก่งจากทุกมณฑล
[2] การสอบรอบสุดท้ายที่ต้องไปสอบต่อหน้าฮ่องเต้ในวังหลวง